วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 226 – Enemies on a Narrow Path

Tale of the demon and god novel Chapter 226 – Enemies on a Narrow Path

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 226 - ศัตรูที่คาดไม่ถึง


บทที่ 226 - ศัตรูที่คาดไม่ถึง




ผีดิบมังกรวารีแข็งแกร่งขนาดนั้นเลยเหรอ?
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมทุกคนต่างตกใจกับการปรากฏตัวของมัน ทั้งที่เจ้าผีดิบมังกรวารี ตัวตรงหน้านี้นั้น แทบจะไม่แตกต่างจากตัวอื่นๆ แต่บนหัวของมันกลับมีมุกประหลาดสีชาดที่ล่อทุกสายตาให้จับจ้องอย่างช่วยไม่ได้

 บูมม! บูมม! บูมม!

ร่างทั้งหกร่างทะยานขึ้นมาเหนือผิวน้ำ แล้วเข้าโรมรันกับผีดิบมังกรวารี

ยิ่งอายุของมันมากเท่าไหร่ เจ้าผีดิบมังกรวารีก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากเท่านั้น ขนาดเนี้ยหลี่เองยังไม่สามารถบอกได้เลยว่า เจ้ามังกรตัวนี้อยู่มาเท่าไหร่แล้ว แต่เมื่อวิเคราะห์ดูจากพลังของมันแล้ว มันน่าจะยังไม่แข็งแกร่งถึงระดับเซียน ไม่งั้นพวกคนทั้งหกคน นั้นได้คงตายไปแล้วแน่ๆ

บุคคลทั้งหกที่กำลังสู้กับผีดิบมังกรวารีตอนนี้นั้น ต่างก็เป็นคนรุ่นใหม่ มากพรสวรรค์จากตระกูลใหญ่ๆทั้งนั้น พวกเขาต่างก้อมั่นใจในความแข็งแกร่งของตัวเอง และไม่เกรงกลัวเจ้าผีดิบมังกรวารีเลยแม้แต่น้อย

บูมม! บูมม! บูมม!

ทั้งหกคนต่างพัวพันกับเจ้าผีดิบมังกรวารีไม่ยอมปล่อยให้มันไปไหน แถมแต่ละคนยังรอจังหวะฉวยเอาเม็ดมุกบนหน้าผากเจ้ามังกรผีดิบอยู่ตลอดเวลา เนี้ยหลี่ อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเสียดายเจ้ามุกสีชาด ถึงแม้ว่าตัวเนี้ยหลี่เอง จะไม่แน่ใจว่ามันจะใช่มุกที่เกิดจากธรรมชาติหรือไม่ แต่เมื่อดูจากพลังอันบริสุทธิ์ที่มันปล่อยออกมา เนี้ยหลี่ก็มั่นใจได้เลยว่ามันจะต้องเป็นสิ่งล้ำค่ามากแน่ๆ

“เนี้ยหลี่ เจ้าเม็ดมุกสีชาดนั่นมันคืออะไร” เย่ จื้อหวิ๋นถามด้วยความสงสัย ในใจเธอตอนนี้อยากรู้มากว่ามันคืออะไร

“ข้าก็ไม่ทราบ” เนี้ยหลี่ส่ายหน้ากล่าว พอได้ยินเนี้ยหลี่ตอบ ตาของเย่ จื้อหวิ๋นก็ฉายแววตาประหลาดใจออกมา ยังมีสิ่งล้ำค่าที่แม้แต่เนี้ยหลี่ก็ไม่รู้จักอยู่ด้วยงั้นเหรอ?



ในความคิดของเธอนั้น เธอคิดว่าเนี้ยหลี่นั้นรู้ไปหมดทุกอย่าง เห็นอาการของเย่ จื้อหวิ๋น เนี้ยหลี่ก็พอจะเดาออกว่าเธอกำลังคิดอะไร เขายืดแขนคลายกล้ามเนื้อพร้อมทั้งยิ้มเจื่อนๆให้อีกฝ่าย ก็นะ เขาไม่ใช่พระเจ้านี่ที่จะได้รู้ไปหมดทุกอย่าง ในโลกใบนี้ยังมีอีกหลายสิ่งที่เขายังไม่รู้

ทันใดนั้น เจ้าผีดิบมังกรวารีก็ได้แผดเสียงคำรามขึ้นฟ้า พร้อมๆกับที่มีลูกพลังน้ำพุ่งออกจากปากมัน ลูกพลังก้อนนี้พุ่งใส่พื้นที่ๆหนึ่งก่อนจะระเบิดอย่างรุนแรง สะเก็ดน้ำขนาดใหญ่สาดกระเซ็นไปทั่ว ซึ่งหากสะเก็ดน้ำไปสัมผัสถูกผิวใครเข้า ผิวคนนั้นก็จะเปื่อยยุ่ยทันทีพร้อมกับมีควันเหม็นโชยออกมา

 “โฮกก..!” คนที่ถูกสะเก็ดน้ำนี้ต่างกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด

และเมื่อสะเก็ดน้ำนี้กระเซ็นมาหาเนี้ยหลี่และเย่ จื้อหวิ๋น “ระวัง!” เนี้ยหลี่อุทานเตือนพร้อมกับผลัก   เย่ จื้อหวิ๋นให้พ้นทาง ส่วนมือซ้ายเขาก็หยิบศิลาสวรรค์ผู้พิทักษ์ มาใช้งาน

บูมม! ลูกสะเก็ดน้ำกรดระเบิดใส่ทั้งเนี้ยหลี่และเย่ จื้อหวิ๋น พื้นดินบริเวณที่ทั้งสองเคยอยู่ถูกละลายกลายเป็นหลุมด้วยพิษของสะเก็ดน้ำ แต่เป็นเพราะเนี้ยหลี่ใช้ศิลาสวรรค์ผู้พิทักษ์ และหลบออกมาได้ทันทำให้เขาไม่เป็นอะไร ทว่าหากใช้บาเรียจากศิลาสวรรค์ผู้พิทักษ์ มารับตรงๆละก็ คาดว่าบาเรียคงจะต้านเอาไว้ไม่ได้เป็นแน่  เนี้ยหลี่กับเย่ จื้อหวิ๋นร่วงลงมาในหลุมใกล้ๆ

กลิ่นสาบสาวส่งกลิ่นหอมลอยออกมาให้เนี้ยหลี่ดอมดมอย่างไม่ตั้งใจ มือของเนี้ยหลี่ตะปบเข้ากับอะไรบางอย่างที่นุ่มนิ่มชวนสัมผัสจนแม้แต่จิตใต้สำนึกของเนี้ยหลี่ยังสั่งออกมาว่า ‘บีบซะ’
และผลที่ตอบรับกลับมาก็คือความรู้สึกที่นุ่มนิ่มและรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก ทั้งกลิ่นผมของเย่ จื้อหวิ๋นก็ทำให้เนี้ยหลี่รู้สึกสบายอย่างบอกไม่ถูก และก่อนที่เย่ จื้อหวิ๋นจะได้ทันตกใจที่พวกตนตกลงมาในหลุม

เธอก็ตกใจเข้ากับการที่มีเนี้ยหลี่ทับอยู่บนร่างกายเสียก่อน น้ำหนักของอีกฝ่ายทำให้เธอหายใจไม่ค่อยออก และพอเธอรู้สึกถึงสัมผัสแปลกๆบนหน้าอก หน้าเนียนขาวของเธอก็แดงขึ้นมาทันที

“เจ้า...ลุกขึ้นเดียวนี้เลย!” ก่อนหน้านี้ ครั้งหนึ่งเธอเคยคิดว่าสิ่งเดียวที่จะตอบแทนเนี้ยหลี่จากการช่วยพ่อของเธอได้ก็คือร่างกายของเธอเอง แต่พอมาตอนนี้เธอจึงรู้แล้วว่า พอมันจะเกิดขึ้นจริงๆเธอกลับยังไม่พร้อมและยังรู้สึกแปลกๆอยู่

พอเห็นปฏิกิริยาของเย่ จื้อหวิ๋น เนี้ยหลี่ก็รีบลุกขึ้นทันทีก่อนจะปีนกลับขึ้นไปพลางแก้ตัวว่า “อุบัติเหตุ มันเป็นอุบัติเหตุ...”

เย่ จื้อหวิ๋นลุกขึ้นทั้งๆที่ยังหน้าแดงก่อนจะพูดเสียงค่อยว่า “อะ..อือ
พอเห็นท่าทางขวยเขินของเย่ จื้อหวิ๋น ในใจของเนี้ยหลี่ก็รู้สึกอบอุ่นหัวใจ
เขายื่นมือออกไปช่วยรับเย่ จื้อหวิ๋นขึ้นมาแล้วเอ่ยว่า “สะเก็ดน้ำจากผีดิบมังกรวารีนั้นมีฤทธิ์เป็น
กรด เจ้าต้องระวังตัวให้มากๆนะ”

เย่ จื้อหวิ๋นทอดสายตามองไปรอบๆ รอบข้างของเธอตอนนี้นั้นเต็มไปด้วยบ่อหลุมที่เกิดจากลูกสะเก็ดน้ำนั่น พอเห็นแบบนี้เธอก็อดไม่ได้ที่จะโล่งใจ

เนี้ยหลี่เดินนำเย่ จื้อหวิ๋นกลับไปดูสถานการณ์ ตอนนี้การต่อสู้ของชางหมิง มู่เอีย และอีกสี่คนกับเจ้าผีดิบมังกรวารีนั้นยิ่งดุเดือดมากกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัว

บูมม!

ชางหมิงชกหมัดรัวใส่เจ้ามังกรด้วยหมัดเปล่าๆที่เปลื้อนเลือดเต็มไปหมด ทำให้เจ้ามังกรร้องด้วยความเจ็บปวด เจ้ามังกรสะบัดหางไปมาจนปะทะเข้ากับชายหนุ่มคนหนึ่งเข้า ร่างของชายหนุ่มถูกผลักกระเด็นไปไกลพร้อมกับกระอักเลือดออกมาคำโต

ชางหมิงเพียงแค่เหลือบมองเจ้าหนุ่มนั้นแวบหนึ่ง ถึงแม้พวกเขาจะร่วมมือกันจนถึงเมื่อครู่นี้ แต่ตามจริงพวกเขาก็ยังเป็นศัตรูกันอยู่ ซึ่งต่อให้เจ้าพวกนั้นตายชางหมิงก็ไม่ได้สนใจอะไรมันอยู่แล้ว

พอได้ยินเสียงร้องของผีดิบมังกรวารี เนี้ยหลี่ก็คิดในใจว่า ‘ดูท่าว่าเจ้าผีดิบมังกรวารีจะทนได้อีกไม่นานสินะ ถึงเจ้ามังกรตัวนี้จะแข็งแกร่งมากแต่ก็คงยังไม่ใช่คู่มือของนักสู้ระดับตำนานที่ร่วมมือกันสู้’

 “ก๊าซ ... ..!”

จู่ๆมุกสีชาดบนหน้าผากของเจ้ามังกรก็เรืองแสงออกมาอาบทั่วร่างเจ้ามังกรไว้ก่อนจะเผยให้เห็นร่างใหม่ของมัน หนวดคู่หนึ่งงอกยาวออกมาจากมุมปากของมัน เกล็ดเปลี่ยนกลายเป็นสีแดงชาด

 ผัวะ! ผัวะ! ผัวะ!

หางของมันสะบัดฟาดใส่นักสู้อีกสองคน ส่งให้พวกนั้นกระเด็นหลุดออกมาจากวงต่อสู้ เจอแบบนี้ทั้งชางหมิงและมู่เอียก็ถอยออกมาตั้งหลักก่อน

“ใครจะไปรู้ล่ะ ว่าเจ้ามุกสีแดงนั่นจะทำให้มังกรบ้านั่นเลื่อนระดับขึ้นได้แบบนี้ ต่อจากนี้คงจะสู้ยากขึ้นล่ะนะ!” เนี้ยหลี่นั้นทำเพียงแต่ยืนดูอยู่ห่างๆ ถึงแม้ว่ามุกสีชาดนั้นน่าจะมีมูลค่ามหาศาลก็เถอะ แต่หากเขาพลาดเขาต้องตายอย่างแน่นอน เพราะงั้นถ้าไม่เสี่ยงจะดีที่สุด

ทันใดนั้น เนี้ยหลี่ก็รู้สึกได้ถึงสัมผัสพลังที่คุ้นเคย เนี้ยหลี่มองไปทางฝูงชนแล้วก็พบกับใครคนหนึ่งเข้า...เจ้านั่นคือเย่ ฮั่นใช่ไหม?

เย่ ฮั่นกำลังยืนอยู่กับคนของตระกูล หวู่กุยและกำลังชมการต่อสู้จากระยะไกล

เห็นเนี้ยหลี่กำลังจ้องบางอย่างด้วยสายตาแปลกๆ เย่ จื้อหวิ๋นจึงมองตามทิศที่เนี้ยหลี่ทอดไป และพอเธอเห็นเย่ ฮั่น ในใจเธอก็ขุ่นเคืองขึ้นมาทันที ...เป็นเพราะเย่ ฮั่น เธอจึงเกือบเสียพ่อไป กับเย่ ฮั่นแล้ว สิ่งที่เธอมีให้ มีแค่ความเกลียดชังและเดือดดาล

หลังจากรู้สึกว่ามีใครกำลังมองอยู่ เย่ ฮั่นจึงมองไปยังทิศนั้น และเมื่อเขาพบเนี้ยหลี่และเย่ จื้อหวิ๋น แววตาของเขาก็เปลี่ยนเป็นเย็นชาทันที พวกนั้นคือเนี้ยหลี่และเย่ จื้อหวิ๋นจริงๆรึ... เป็นเพราะเนี้ยหลี่ ที่ทำให้เขาต้องเสียทุกสิ่งทุกอย่าง และต้องหนีหัวซุกหัวซุนอย่างหมาจนตรอก และยิ่งเห็นว่าเย่ จื้อหวิ๋นอยู่ด้วยกันกับเนี้ยหลี่ ในใจของเย่ ฮั่นก็เต็มไปด้วยไฟแค้น

“ถ้าพวกเจ้าคิดจะมาตายกันที่นี่เอง อย่าโทษว่าข้าผิดล่ะกัน!” เย่ ฮั่นกำหมัดแน่นจนมีเสียงกระดูกกระทบกัน ตอนนี้คนของตระกูลหวู่กุยที่ยืนกับเย่ ฮั่นมีกันประมาณยี่สิบคน คนที่อยู่หน้าสุดเป็นชายหนุ่มหุ่นล่ำที่สวมชุดเกราะสีเงินและแบกดาบใหญ่สีเงินวาวไว้อยู่ ออร่าอันตรายถูกแผ่ออกมาจากตัวเขาตลอดเวลา

เย่ ฮั่นกระซิบข้างหูชายคนนั้นว่า “นายน้อยหวู่ หยู๋ สองคนนั้นเป็นคนจากเมืองกลอรี่!” หวู่ หยู๋ เหลือบไปมองเนี้ยหลี่และเย่ จื้อหวิ๋น ก่อนจะหรี่ตามองเย่ จื้อหวิ๋นให้ชัดๆ จนเมื่อเห็นใบหน้าของเย่ จื้อหวิ๋นชัดๆแล้ว ตาของเขาก็ฉายแววสนใจ ในทุกๆเผ่าพันธุ์ มนุษย์นั้นเป็นเผ่าที่เพศหญิงงดงามที่สุดแล้ว ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะยังเด็กแต่หากโตกว่านี้อีกหน่อยจะต้องงามจนหาใครเปรียบได้ยากแน่ๆ

“มาจากเมืองกลอรี่เหรอ พวกมันแข็งแกร่งระดับไหน” หวู่ หยู๋ ถาม เย่ ฮั่น

“ตามที่ข้าจำได้ ทั้งสองนั้นน่าจะยังอยู่เพียงแค่ระดับโกลเท่านั้น” เย่ ฮั่นกล่าวหลังจากหยุดคิดชั่วครู่ ในวันที่เขาหลบหนีจากเมืองกลอรี่นั้น ทั้งเนี้ยหลี่และเย่ จื้อหวิ๋นยังอยู่เพียงระดับโกลเท่านั้น

“เจ้าบ้าน หากพวกมันยังอยู่เพียงระดับโกล คิดเหรอว่าพวกมันจะกล้าเข้ามาเหยียบหอคอยมรณะเก้าชั้น?” หวู่ หยู๋ เอ็ด พอได้ฟังหวู่ หยู๋ กล่าว เย่ ฮั่นก็หน้าเจื่อนทันที

มันก็จริงล่ะนะที่คงไม่มีใครที่อยู่ระดับโกลจะกล้าเข้ามาป้วนเปี้ยนในหอคอยมรณะเก้าชั้นนี้ เป็นไปได้ไหมว่าพวกนั้นจะเลยระดับโกลมาแล้ว? ...เป็นไปไม่ได้... ถึงจะมีอัตราการฝึกฝนที่รวดเร็วมากขนาดไหน แต่ก็ไม่น่าจะเร็วได้ขนาดนี้ อัตราการฝึกรวดเร็วขนาดนั้นไม่มีทางเกิดขึ้นได้แน่ๆ!

“เป็นไปได้ว่าทั้งสองถูกใครพามาด้วย แต่อาจจะพัดหลงกันก็ได้...”

เย่ ฮั่นตอบกลับหลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาไม่เชื่อแน่ๆว่าทั้งเนี้ยหลี่และเย่ จื้อหวิ๋นจะฝึกได้รวดเร็วจนเขาตามไม่ทันแม้แต่ฝุ่น หวู่ หยู๋ ฟังแล้วคิดตาม ก่อนจะส่งคนไปหาเนี้ยหลี่และเย่ จื้อหวิ๋น

“เนี้ยหลี่ พวกนั้นมาแล้ว” เย่ จื้อหวิ๋นเพ่งมองพวกนั้นอย่างใจจดใจจ่อ มือขวาของเธอกำอัญมณีจิตวิญญาณพายุหิมะไว้แน่น เตรียมพร้อมที่จะต่อสู้ ด้วยระดับขั้นของเธอ เธอสามารถใช้พลังของอัญมณีจิตวิญญาณพายุหิมะได้อย่างเต็มที่ และนั่นทำให้ความสามารถของเธอเพิ่มขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว

ตรงกันข้ามกับเย่ จื้อหวิ๋น ตัวเนี้ยหลี่นั้นยังคงสงบและก้าวเท้าเดินไปหานักสู้จากตระกูลหวู่กุย เขาไม่กลัวเจ้าเย่ ฮั่นนั่นหรอก จะกลัวก็แต่ว่ามันจะวิ่งหนีหางจุกตูดเสียมากกว่า ถ้าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น เขาคงจะหัวเสียมากแน่ๆ พอเห็นท่าทางของเนี้ยหลี่ ตาของหวู่หยู๋ ก็หรี่ลงเล็กน้อย เขาสัมผัสได้ว่าเนี้ยหลี่นั้นอยู่เพียงระดับแบล็คโกลด์เท่านั้น แล้วเจ้าแบล็คโกลด์นั่นจะทำอะไรพวกตนที่มีพวกมากกว่าได้? มันไปเอาความมั่นใจผิดๆแบบนี้มาจากไหน?

“เย่ ฮั่น ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะกล้ามายืนโชว์หราให้ข้าเห็นตัวแบบนี้ วันนี้ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไปแน่จนกว่าข้าจะได้คิดบัญชีกับเจ้า!” เนี้ยหลี่จ้องเขม็งไปที่เย่ ฮั่น ไอ้คนทรยศ! คนที่กล้ากบฏเมืองกลอรี่ที่เขารักมันต้องถูกเขาสั่งสอนด้วยตัวเอง!!!

“เนี้ยหลี่ แกมันโอหังเกินไปแล้ว นี่แกคิดว่าตัวเองเป็นใครกันห้ะ? ที่นี่คือดินแดนใต้พิภพนะไม่ใช่เมืองกลอรี่! แล้วเมื่อกี้แกพูดว่าจะสั่งสอนใครกัน...หา!” เย่ ฮั่นแค่นเสียงใส่เนี้ยหลี่ด้วยความเดือดดาล

หวู่หยู๋ ยืนกอดอกจ้องไปทางเนี้ยหลี่ “เจ้าหนู เจ้าช่างกล้ายิ่งนัก! ต่อหน้าข้า ‘หวู๋ หยู๋’ เจ้ายังกล้าทำตัวโอหังอีก หากเจ้ายอมก้มหัวให้ข้า ข้าอาจจะใจดีปล่อยเจ้าไป แต่หากเจ้ายังทำตัวกร่างไม่รู้ที่ต่ำที่สูงแบบนี้ต่อไป อย่ามาตำหนิทีหลังว่าข้าโหดเกินไปล่ะ!”

เนี้ยหลี่เหลือบสายตาไปมองหวู๋ หยู๋และพรรคพวก เขาระบายยิ้มแล้วกล่าวว่า “ถ้าพวกเจ้ายอมปล่อยเย่ ฮั่นมาให้ข้า เรื่องนี้ก็จะจบกันไป แต่หากปฏิเสธ...ถ้าข้าทำอะไรลงไปอย่ามาว่าข้าทีหลังล่ะ! ” พอเห็นสายตาและคำพูดเนี้ยหลี่

หวู๋ หยู๋ก็รู้สึกรำคาญขึ้นมาตะหงิดๆ

เจ้าบ้านี่มันไปกินอะไรผิดสำแดงมารึเปล่าถึงได้หาญกล้ามาทำตัวกร่างแบบนี้ ในกลุ่มของหวู๋ หยู๋นั้นทุกคนต่างอยู่ระดับแบล็คโกลด์กันหมดแล้ว แถมยังมีอีกสองคนที่อยู่ระดับตำนาน แล้วเจ้าเด็กบ้านี่มีดีอะไรถึงได้กล้ามาทำตัวกร่างแบบนี้?


ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น