วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 222 – Two brothers

Tale of the demon and god novel Chapter 222 – Two brothers

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 222 - สองพี่น้อง


บทที่ 222 - สองพี่น้อง



“หึหึ ฮ่าๆ  ข้าไม่คิดเลยว่ากายเทพของเจ้าที่สู้อุตส่าห์รวบรวมมาจะเล็กกระจิ๋วเดียว ยังไงซะมันก็อาจจะดีก็ได้ เมื่อข้าสัมผัสและเล่นกับร่างกระจ้อยร่อยของเจ้า มันคงให้รสชาติที่แตกต่างออกไป” อสูรตนผอมแห้งพูดออกมาช่างน่าขนลุกยิ่งนัก   ภาพที่มันจับจ้องอยู่ที่ยู่หยานพูดจาหยอกเย้าและล่วงเกินนางพลันปรากฏขึ้นมาในความนึกคิดของเนี้ยหลี่

ยู่หยานแสดงสีหน้าที่ไม่พอใจออกมาอย่างชัดเจน มันเป็นเรื่องยากที่จะทำให้นางแสดงอารมณ์ออกมาจากการยั่วยุเพียงเล็กน้อยเนื่องจากนางอยู่มานานจนจิตใจไม่แสดงอาการต่อสิ่งใดๆแล้ว ในครั้งนี้ถือว่าอสูรทั้งสองประสบความสำเร็จในการยั่วยุอารมณ์ของยู่หยาน

“หลู๋ เควียน ชา  หลู๋ เควียน โหม๋ว เมื่อก่อนพวกเจ้าทั้งสองขับไล่ข้าไปยังน้ำผุดทมิฬและยังพยายามจะยึดเอาพลังศักดิ์สิทธิ์ของข้าแถมพวกเจ้ายังป้วนเปี้ยนอยู่แถวน้ำผุดทมิฬอยู่อีกนาน จนข้านึกว่าพวกเจ้าทั้งสองตายไปแล้วเสียอีก แต่วันนี้แหละต่อให้ข้าต้องใช้พลังชีวิตทั้งหมดของข้า ข้าจะฆ่าพวกเจ้าทั้งสองให้จงได้” ยู่หยานกล่าวพร้อมกับมองด้วยสายตาที่เย็นชาไปยังหลู๋ เควียน ชาและหลู๋ เควียน โหม๋ว

ระหว่างที่เธอพูดเธอได้ส่งผ่านความนึกคิดของเธอไปยังเนี้ยหลี่ “เนี้ยหลี่ถึงแม้พวกมันจะยังอยู่แค่ระดับตำนาน แต่ร่างกายของพวกมันก่อร่างขึ้นมาจากคำสาปที่หลอมรวมร่างกับอสูร นั่นทำให้ไม่ง่ายนักที่จะทำลาย หนึ่งตัวรวมเข้ากับฉลามประกายแดง อีกตนรวมเข้ากับกิ้งก่าภูต และข้าไม่แน่ใจว่าระดับการบ่มเพาะพลังของมันอยู่สูงเท่าไร เจ้าต้องระวังตัวให้ดี หากพวกเจ้าสู้ไม่ไหวข้าจะอุทิศตัวของข้าขวางพวกมันเอาไว้ระหว่างนั้นพวกเจ้าฉวยโอกาสพากันหนีไปซะ”



กายเทพของยู่หยานยังอยู่ในขั้นของการฟื้นฟู หากเธอใช้พลังชีวิตของเธอหมดลงไม่รู้ว่าอีกนานเท่าไรกว่าที่เธอจะสามารถรวบรวมพลังศักดิ์สิทธิ์ที่กระจัดกระจายของเธอได้อีกครั้ง

เนี้ยหลี่ตระหนักได้ในสิ่งที่ยู่หยานสื่อ และเขารู้ดีถึงความแข็งแกร่งของเธอ หากเธอไม่สามารถปราบพวกมันได้การหลบหนีออกไปก็ยังพอมีความเป็นไปได้อยู่

“พวกเจ้ากำลังคิดหาทางขัดขืนพวกข้าอยู่หรือ? ฮ่าฮ่า อย่าพยายามให้มันเหนื่อยเปล่าเลย” หลู๋ เควียน ชา ยิ้มเยาะอย่างน่าขนลุกพร้อมกับค่อยๆเคลื่อนตัวไปหา พวกเนี้ยหลี่ เขานั้นไม่ได้มีความสนใจในสตรี เขาสนุกสนานกับการได้ฉีกร่างของผู้คนออกเป็นชิ้นๆเสียมากกว่า

เย่ จื้อ หวิ๋น  ต้วนเจี้ยน กับพรรคพวกที่เหลือตั้งท่าเตรียมเข้าสู่การต่อสุ้

เมื่อรับรู้ได้ถึงออร่าพลังที่แข็งแกร่งจากคู่ต่อสู้ เนี้ยหลี่ทำเสียงหนักแน่นแล้วบอก”ทุกคนตั้งแต่นี้จงฟังคำสั่งของข้าให้ดี ต้วนเจี้ยนกับหลั่วหมิงขวางตัวผอมเอาไว้ พวกที่เหลือตั้งรับและปกป้องกลุ่มให้ดีที่สุด”

ถึงแม้ว่าระดับพลังของเย่ จื้อ หวิ๋น เสี่ยว หนิงเอ๋อและพวกที่เหลือจะแข็งแกร่งขึ้นมามากก็ตาม แต่พวกเขาก็ยังไม่ได้ก้าวเข้าสู่ระดับตำนาน หากพวกเขาเข้าร่วมในการต่อสู้ในครั้งนี้คงจะเป็นอันตรายต่อพวกเขาเป็นแน่ และฝั่งของพวกเขาก็ยังมีผู้เชียวชาญระดับตำนานอยู่ด้วยถึงห้าคนที่สามารถเข้าร่วมต่อสู้ได้

“ครับ” ต้วนเจี้ยนไม่ลังเลแม้แต่น้อยเขาชักดาบเพลิงทมิฬออกมาในทันทีและฟาดไปยังอสูรตัวผอม

หลั่วหมิง ตามต้วนเจี้ยนเข้าจู่โจมด้วย

เนี้ยหลี่ชำเลืองไปทางยู่หยานแล้วพูด “พี่สาวเทพธิดา พวกเราจะฆ่าเจ้าตัวอ้วนนี่ก่อน”

“ตกลง” ยู่หยานตอบรับ

ได้ยินในสิ่งที่เนี้ยหลี่พูด หลู๋ เควียน ชาโกรธจัด เนี้ยหลี่ไม่แม้แต่เห็นเขาอยู่ในสายตาเลย “พวกเจ้าพยายามจะทำอะไร? ไหนดูซิว่าจะรับมือข้าได้แค่ไหนกัน”

กล้ามเนื้อของมันพองตัวขึ้นพร้อมกับฟาดฝ่ามือไปยังเนี้ยหลี่ เสียงระเบิดดังลั่นออกมาจากมัดกล้ามเนื้อของมันเมื่อเคลื่อนไหว

ยู่หยานสะบัดมือขวาสร้างกำแพงเพลิงขึ้นขวางหน้าของเนี้ยหลี่ไว้

“หากแต่เจ้ามีพลังเทียบเท่ากับเมื่อก่อนข้าคงหวาดกลัวใน พลังสัจธรรมแห่งอัคคีของเจ้า แต่ตอนนี้ข้าจักฉีกเจ้าออกเป็นชิ้นๆก็เป็นเรื่องง่ายเพียงกระดิกนิ้ว ”หลู๋ เควียน ชา ตะโกนอย่างดุดันพร้อมกับใช้แขนของมันแหวกผ่านกำแพงเพลิง มังกรวารีคลั่งพลันปรากฏออกมาแล้วมุ่งหน้าเข้าโจมตีเนี้ยหลี่

เนี้ยหลี่ผสานจิตอสูรอย่างรวดเร็วกลายร่างเป็นอสูรเขี้ยวแพนด้า ตอนนี้ลักษณะของอสูรเขี้ยวแพนด้านั้นแตกต่างจากเมื่อก่อนโดยสิ้นเชิง มีสายพลังสัจธรรมแห่งแสงสว่างและความมืดไหลเวียนไปทั่วร่าง รูปร่างดูใหญ่โตบึกบึน เมื่อมังกรวารีคลั่งกำลังจะเข้าถึงตัว อสูรเขี้ยวแพนด้ามันก็อ้าปากออกแล้วปลดปล่อยระเบิดหยิน-หยางออกมา

พลังสัจธรรมแห่งแสงสว่างและความมืดหมุนวนซึ่งกันและกันพุ่งออกไป แล้วระเบิดร่างของมังกรวารีคลั่งออกเป็นชิ้นๆ

เมื่อได้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า หลู๋ เควียน ชารู้สึกแปลกประหลาดใจเป็นอย่างมากมันรับรู้ได้ถึงขั้วพลังสัจธรรมแห่งแสงสว่างและความมืดออกมาจากตัวของเนี้ยหลี่ ทำไมทั้งสองพลังสัจธรรมถึงมาอยู่ในร่างเดียวได้กัน?

ตั้งแต่ครั้งมหาสงครามแห่งเทพ, หลู๋ เควียน ชาและพวกมุ่งมั่นบ่มเพาะพลังพยายามที่จะสัมผัสพลังแห่งสัจธรรม เพื่อที่จะขโมยมาจากเหล่าทวยเทพผู้ครอบครองพลังแห่งสัจธรรม เพื่อการที่จะได้มาซึ่งการบ่มเพาะพลังแห่งสัจธรรมพวกมันไม่ยอมนิ่งเฉยแล้วปล่อยให้ ยู่หยานหนีออกไปเด็ดขาด

อย่างไรเสีย ไม่ว่าพวกมันจะพยายามซักเท่าไหร่พลังแห่งสัจธรรมก็ยังคงยากที่จะได้มา ด้วยการใช้เวลาและประสบการณ์อันยาวนานพวกมันทำได้เพียงแต่ไปยืนอยู่หน้าประตูทางเข้าสู่พลังแห่งสัจธรรม เท่านั้นเอง มันไม่ได้คาดคิดเลยว่าเด็กมนุษย์อย่างเนี้ยหลี่จะเป็นผู้ที่ครอบครองพลังแห่งสัจธรรม ถึงสองอย่างในเวลาเดียวกัน

อีกทั้งยังเป็นพลังสัจธรรมแห่งแสงสว่างและความมืดที่พวกมันเฝ้าปรารถนามาอย่างยาวนาน พลังที่มันไม่อาจครอบครองได้ไปปรากฏอยู่กับเด็กมนุษย์ไม่ใช่แค่หนึ่งแต่เป็นถึงสองพลังสัจธรรมที่พวกมันหมายปอง นี่เป็นสิ่งที่ไม่อาจจะทนได้
โฮกก...
ตาของมันทั้งสองแดงก่ำพร้อมทั้งเหวี่ยงหมัดไปยังเนี้ยหลี่ หลังจากเนี้ยหลี่กลายร่างเป็นอสูรเขี้ยวแพนด้าแล้วนั้นร่างกายของเขาก็กำยำและใหญ่โตไม่ได้ดูซุ่มซ่ามเหมือนแต่ก่อน เนี้ยหลี่กางสนามแรงโน้มถ่วงบนตัวของหลู๋ เควียน ชาแล้วหลบการโจมตีนั้นไปด้วย
บูมม

หมัดของหลู๋ เควียน ชาพลาดเป้า คลื่นพลังโจมตีตกกระทบกับผืนดินออกไปไกล ผลกระทบก่อให้เกิดฝุ่นดินฟุ้งกระจายเหลือไว้เพียงหลุมยักษ์ที่มีประกายแดงฉานอยู่ใจกลางดุจดั่งปากปล่องภูเขาไฟที่กำลังปะทุ

เมื่อหลู๋ เควียน ชาพลาดเป้ามันไม่ได้ขยับออกจากจุดที่อยู่ในทันทีเนี้ยหลี่ก็ได้เปิดปากออกแล้วปล่อยระเบิดหยินหยางพุ่งโจมตีมันในขณะเดียวกันยู่หยานก็เสกกลุ่มก้อนเปลวเพลิงโจมตีใส่หลู๋ เควียน ชาพร้อมกันเพื่อปิดกั้นทางหนีของมัน

ระเบิดหยินหยางแตกออกพร้อมกับเปลวเพลิงของยู่หยานกระทบกับตัวของหลู๋ เควียน ชา แต่กลายเป็นว่านั่นคือภาพติดตาของตัวมันเอง หลู๋ เควียน ชา กระโจนข้ามแรงระเบิดหยินหยางแล้วเข้าตะครุบเนี้ยหลี่

หลู๋ เควียน ชานั้นดูเหมือนจะไม่มีเทคนิคพิเศษที่สามารถโจมตีระยะไกลได้ แต่มันก็ชดเชยด้วยร่างกายที่แข็งแกร่งอย่างมากของมันรวมถึงความเร็วที่ดุจดั่งสายฟ้า

 บูม! บูม! บูม!

เนี้ยหลี่  ยู่หยานและหลู๋ เควียน ชาเข้าต่อสู้กันชุลมุน ถึงแม้ว่าระดับการบ่มเพาะพลังของเนี้ยหลี่จะด้อยกว่า แต่ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมาจากการต่อสู้นับไม่ถ้วนในอดีตชาติ ได้ช่วยทำให้เขามีทักษะการต่อสู้และการจัดการพลังที่ดี ช่วยให้เขาต่อสู้กับผู้ที่มีระดับพลังสูงกว่าเขาหลายเท่าได้อย่างทัดเทียม

เย่ จื้อ หวิ๋น เสี่ยว หนิงเอ๋อ และที่เหลือปักหลักอยู่ห่างออกไป พวกเขาเกรงว่าไม่ควรที่จะเข้าร่วมในการต่อสู้ในครั้งนี้ แม้กระทั่งผู้ติดตามของหลั่วหมิงที่เป็นถึงระดับตำนานขั้นที่ 1 ทั้งสองคนยังไม่สามารถจะเข้าไปร่วมต่อสู้กับศึกครั้งนี้ได้เลย มีสองคนที่รู้สึกกระวนกระวายใจเป็นห่วงเนี้ยหลี่  พวกพ้องที่เหลือทำได้แค่ช่วยกันส่งพลังวิญญาณเข้าไปในเขตแดนวิญญาณของเนี้ยหลี่เท่านั้น

เขตแดนวิญญาณของเนี้ยหลี่ขยายตัวขึ้นอย่างมากมายหลายขั้น แต่อย่างไรเสีย มันก็ไม่สามารถรักษาระดับไว้ได้นาน

พลังความเร็วและความแข็งแกร่งทางร่างกายของหลู๋ เควียน ชานั้นทำให้เนี้ยหลี่ตกตะลึงเป็นที่สุด ไม่ว่าจะโจมตีเข้าไปที่ร่างกายของหลู๋ เควียน ชา หลายต่อหลายครั้งก็ไม่สามารถสร้างความเสียหายได้เลยแม้แต่น้อย


แม้กระทั่งระเบิดหยินหยางที่มาจากพลังแห่งสัจธรรมทั้งสองของเนี้ยหลี่ก็ไม่สามารถทำให้หลู๋ เควียน ชาเกรงกลัวได้เลย

เส้นโคจรของระเบิดหยินหยางนั้นคาดเดาได้ง่ายมาก มันไม่ง่ายที่จะโจมตีโดนหลู๋ เควียน ชา

“ยู่หยาน เจ้าผู้น่าสังเวช ลองดูซิว่าเจ้าจะหลบหนีจากนี่ได้ยังไง” มือที่ใหญ่ยักษ์ของหลู๋ เควียน ชามุ่งไปที่ยู่หยาน
บูมม!!
ยู่หยานพ่นลมหายใจพร้อมกับขมวดคิ้วแน่น เมื่อเธอเรียกลูกไฟยักษ์แล้วโจมตีหลู๋ เควียน ชา ผลักให้มันถอยร่นไปจากการโจมตีครั้งนี้พลันปรากฏบาดแผลขึ้นบนตัวของมัน

หลู๋ เควียน ชาตะโกนร้องอย่างบ้าคลั่งก่อนกลายร่างเป็นสัตว์อสูรยักษ์ที่แปลกประหลาดปกคลุมไปด้วยหนังสีดำเหนอะหนะดูเหมือนสิ่งมีชีวิตใต้น้ำที่มีแขนขา และมือของมันก่อร่างพลังงานก่อนส่งไปที่ยู่หยาน
วูซ วูซ วูซ
พลังงานคุกคามที่มองไม่เห็นห่อหุ้มยู่หยานเอาไว้พร้อมทั้งก่อให้เกิดบาดแผลมากมายบนตัวของเธอ

สีหน้าของยู่หยานแสดงออกถึงความเจ็บปวด เธอร้องออกมา พยายามดิ้นขัดขืนเพื่อหลุดให้เป็นอิสระแต่ไม่สามารถหลุดออกจากพลังงานนี้ได้ ร่างกายของเธอนั้นพึ่งฟื้นฟูทำให้พลังของเธอยังอยู่เพียงระดับตำนานขั้นที่ 3 เมื่อเปรียบเทียบกันหลู๋ เควียน ชามันช่างหากไกลกันนัก

“ฮืมม พยายามจะหนีจากการจับกุมของข้าหรือ?เหนื่อยเปล่า ยู่หยานหากเจ้ายินยอมให้ข้าจับกุมแต่โดยดีข้าให้สัญญาว่า กายเทพของเจ้าจะอยู่อย่างครบถ้วน หากไม่งั้นข้าจักทำให้เจ้าลิ้มรสการแตกสลายของกายเทพอีกครั้ง” หลู๋ เควียน ชาหัวเราะอย่างป่าเถื่อน ในการควบคุมของมันพลังงานที่มองไม่เห็นรัดยู่หยานแน่นขึ้นเรื่อยๆ

อย่างที่คิดมันพยายามจะบดขยี้เธอ

“เนี้ยหลี่เจ้าจงหนีไปเร็วเข้า” ยู่หยานพูดด้วยเสียงที่เป็นกังวลเธอเตรียมพร้อมที่จะระเบิดพลังงานชีวิตของเธอ


“บ้าที่สุด ลองชิมอาวุธลับของข้าหน่อยเป็นไง” เนี้ยหลี่ตวัดมือโยนระบิดมังกรออกไปสองลูกเล็งไปที่หัวและช่วงท้องของหลู๋ เควียน ชา

มองเห็นบอลกลมสองลูกลอยมาที่มัน หลู๋ เควียน ชาหัวเราะอย่างเย็นชาแล้วจับลูกบอลทั้งสองเอาไว้ ระเบิดมังกรตกลงอยู่บนมือขวาของมัน

“ฮ่าฮ่า ด้วยลูกบอลเหล็กกลมๆเหมือนของเล่นเด็กเนี่ยนะ?เจ้าจะทำร้ายข้าด้วยของอย่างนี้น่ะเหรอ น่าหัวร่อสิ้นดี” หลู๋ เควียน ชา หัวเราะเยาะเย้ยเนี้ยหลี่

เนี้ยหลี่พลันปรากฏรอยยิ้มอ่อนๆ เหล่าระเบิดมังกรหาใช่อาวุธธรรมดาทั่วไปมันคือศิลามังกรที่อัดแน่นไปด้วยพลังของพลังสัจธรรมแห่งแสงสว่างและความมืดผนึกอยู่ภายในนั้น ก่อนที่หลู๋ เควียน ชาจะหัวเราะจบ พลันเกิดระเบิดที่น่าสดสยองขึ้นบนมือของมัน


พลังงานที่น่ากลัวเขมือบและกลืนกินแขนขวาของหลู๋ เควียน ชาอย่างรวดเร็ว

“อ๊ากกกก” หลู๋ เควียน ชากรีดร้องอย่างน่าอเนจอนาถที่มือขวาของมันแตกกระจุยเป็นเสี่ยงๆจากพลังที่น่ากลัวของระเบิดมังกร มันได้กระเด็นถอยหลังไปด้วยแรงระเบิดและร่างกายที่ใหญ่ยักษ์ของมันก็กลับคืนสภาพดังเดิม


ระหว่างเกิดการระเบิด ยู่หยานหลบหนีออกมาได้และได้เสกโล่เพลิงออกมาป้องกันตัวเธอ

เมื่อได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้น ,เธอตกอยู่ในภาวะมึนงง เหมือนเคยได้ยินเนี้ยหลี่พูดถึงระเบิดมังกรมาก่อนแต่เธอก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจ แต่เมื่อได้มาเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าระเบิดมังกรนั้นจะมีพลังทำลายล้างสูงจนน่าหวาดกลัวเช่นนี้


ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น