วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 221 – The second piece?

Tale of the demon and god novel Chapter 221 – The second piece?

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 221 - ชิ้นที่สอง?


บทที่ 221 - ชิ้นที่สอง?



การเติบโตพลังของเนี้ยหลี่เพิ่มมากขึ้นจนดูน่ากลัว พวกผู้อาวุโสในตระกูลมองเห็นเขาเป็นดุจดั่งพญาอินทรีที่สยายปีกแล้วบินฝ่าเข้าไปในดินแดนที่พวกเขาไม่เคยย่างกรายเข้าไปมาก่อน และอยู่เหนือกว่าจินตนาการพวกเขาจนไม่อาจหยั่งถึง


“ เนี้ยหลี่  ด้วยความรู้และประสบการณ์ของข้า ไม่อาจจะให้คำชี้แนะอะไรเจ้าได้อีกต่อไปแล้ว ” เนี้ยไฮ้ ทิ้งช่วงก่อนจะพูดต่อว่า “ เจ้าเป็นคนที่น่าทึ่งและช่างแตกต่างจากคนวัยเดียวกันกับเจ้าภายในตระกูลของเรา ข้าไม่อาจรู้ได้เลยว่าเจ้าจะสามารถพัฒนาพลังของเจ้าสูงขึ้นไปจนถึงจุดใด ในเมื่อเจ้าต้องการที่จะออกไปเพื่อฝึกฝน พวกข้าก็ไม่ขอขัดข้องใดๆ เพื่อหยุดเจ้าไว้จากการตัดสินใจนั้น และเจ้าก็ได้ดูสมบัติในคลังสมบัติของตระกูลเราเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มันไม่มีสิ่งใดอีกเลยหรือที่เจ้าจะสนใจ ข้ารู้ได้เลยว่าแค่สมบัติทั่วๆไปนั้นไม่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะดึงดูดความสนใจจากเจ้าได้ อย่างไรเสียนี่คือสิ่งที่ตกทอดมาอย่างยาวนานในตระกูลบันทึกสวรรค์ของเรา และมีเพียงผู้ที่มีตำแหน่งผู้นำตระกูลเท่านั้นถึงจะได้มีสิทธิ์ครอบครอง"




ได้ยินคำพูดของเนี้ยไฮ้แล้ว เนี้ยหลี่รู้สึกงุนงงเล็กน้อยและคิดว่าอะไรกันคือสิ่งที่เนี่ยไฮ้พูดถึง ของบางอย่างที่ผู้นำตระกูลเท่านั้น  จึงจะมีสิทธิ์ครอบครอง แม้กระทั่งเนี้ยอิ้งก็จ้องมองเนี้ยไฮ้ด้วยความงุนงงและคิดไปว่าอะไรคือสิ่งที่เนี้ยไฮ้พูดถึง

“ แม้แต่เนี้ยอิ้งและคนในตระกูลเราก็ไม่สามารถรับรู้ได้ถึงของสิ่งนี้และไม่รู้แม้กระทั่งวิธีใช้มันด้วยซ้ำ ” เนี้ยไฮ้ยิ้มแล้วหยิบแหวนเก็บของต่างมิติที่หน้าอกของตนออกมาพร้อมทั้งเรียกเอากล่องเล็กๆ ออกมาจากแหวนของเขาและเปิดกล่องหยิบของชิ้นหนึ่งที่ห่อไว้ด้วยผ้าสีแดงออกมา
เมื่อมองดูการกระทำของเนี้ยไฮ้แล้วเนี้ยหลี่และคนอื่นๆ ต่างพากันอยากรู้ว่าสิ่งใดกันที่เนี้ยไฮ้เก็บไว้เป็นความลับมาอย่างยาวนาน เนี้ยไฮ้คลายผ้าห่อหุ้มออกแล้วหยิบของบางอย่างออกมา เมื่อได้เห็นของสิ่งนั้น เนี้ยหลี่ถึงกับตกตะลึง

“ นี่มัน ” เนี้ยหลี่รู้สึกตกใจเป็นอย่างมากที่เห็นของสิ่งนี้ในมือเนี้ยไฮ้
ได้ยินเสียงของเนี้ยหลี่ เนี้ยไฮ้มองไปที่เนี้ยหลี่ที่กำลังตกตะลึงอยู่แล้วถามขึ้นว่า “ เจ้ารู้จักของสิ่งนี้งั้นหรือ? ”

เนี้ยอิ้งและเนี้ยหมิงมองไปยังของที่อยู่ในมือของเนี่ยไฮ้แล้วรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย ของสิ่งนั้นที่อยู่ในมือเนี่ยไฮ้ คือกระดาษเก่าๆ ที่ผลิตมาจากวัสดุที่พวกเขาไม่รู้จัก มันบางเสียจนคล้ายกับปีกของจักจั่น เมื่อแสงแดดส่องลอดผ่าน มันปรากฏถึงกลุ่มก้อนของอักขระมากมายอยู่บนนั้น และยากต่อการทำความเข้าใจถึงความหมายของอักษรเหล่านั้น

เนี้ยหลี่พยักหน้ารับ ทำไมเค้าจะไม่รู้ว่าของสิ่งนั้นคืออะไร นั่นคือเหตุผลของการที่เขากลับชาติมา  มันจะต้องเกี่ยวข้องกับของสิ่งนี้อย่างแน่นอน

ในอดีตชาติของเนี้ยหลี่นั้น ระดับการบ่มเพาะพลังของเขาเกินไปกว่าที่มนุษย์จะสามมารถจินตนาการได้ แม้แต่ผู้เชียวชาญระดับชะตาสวรรค์เมื่อมาอยู่ต่อหน้าเขาก็ไม่แตกต่างอะไรไปจากมดปลวก ด้วยความแข็งแกร่งของเขา ณ ตอนนั้น เขาก็ยังไม่สามารถหาที่มาของตำราภูติห้วงกาลลี้ลับว่ามันมาจากที่ใดได้เลย

 ในตอนนั้น ตำรานี้ก็ยังไม่สมบูรณ์มันยังขาดอยู่อีกถึงแปดหน้าด้วยกัน  และในชีวิตใหม่นี้ของเนี้ยหลี่ เขาก็ได้พบชิ้นส่วนชิ้นหนึ่งจากหีบศพที่ว่างเปล่าของจักพรรดิคงหมิง เขาไม่คาดคิดว่าเนี้ยไฮ้จะมีหน้าตำราชิ้นที่สองเก็บไว้กับตัวเขาเอง หากหน้าตำราโบราณนี้คือของที่ส่งต่อกันมาในตระกูลบันทึกสวรรค์ เป็นไปได้ไหมที่เหล่าเจ้าตระกูลและผู้ก่อตั้งจะเกี่ยวข้องกับตำรานี้ เนี้ยหลี่คิดไม่ตก หลังจากคิดอยู่นานเค้ายอมแพ้แล้วยกเรื่องนี้ไว้คิดหาทางต่อไปในอนาคต

“ ข้ามีติดตัวอยุ่แผ่นหนึ่ง ” เนี้ยหลี่หยิบเอาหน้าตำราโบราณออกมาจากแหวนของเขา แล้วกล่าวว่า “ ข้ามีความรู้สึกว่ามันมีความลับที่ยิ่งใหญ่ซ่อนอยู่ในหน้าตำรานี้ ท่านอาจารย์ของข้าได้ส่งต่อให้ข้าเพื่อให้เก็บรักษามันไว้ให้ปลอดภัย ”

เมื่อได้เห็นหน้าตำราของเนี้ยหลี่ ตาของเนี้ยไฮ้ก็เบิกกว้าง เขาเพียงรู้มาตลอดว่าหน้าตำรานี้มีความหมายพิเศษบางอย่างไม่งั้นคงไม่ส่งผ่านต่อมาแต่โบราณ แต่เขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าเนี้ยหลี่จะมีหน้าตำราเช่นเขา เนี้ยไฮ้ไม่รู้เลยว่าความลับยิ่งใหญ่ที่เนี่ยหลี่พูดถึงนั้นคืออะไร แต่มันคงจะเป็นสิ่งที่มีแต่เขาเพียงเท่านั้นที่สามารถเปิดเผยมันได้

“ โปรดรับสิ่งนี้ไว้ ” เนี้ยไฮ้ส่งต่อหน้าตำราให้แก่เนี้ยหลี่
หลังจากได้รับชิ้นส่วนของหน้าตำรามา เนี่ยหลี่ได้นำมาเปรียบเทียบกับของเขาเองแล้วได้พบว่ามันเหมือนกันแม้กระทั่งรูปแบบของอักขระยังเหมือนกัน เนี้ยหลี่ขมวดคิ้ว นี่มันบ้าอะไรกัน? หรือว่าจะมีหน้าที่ซ้ำกันในตำราภูติห้วงกาลลี้ลับ? เมื่อเขาไม่อาจจะทำความเข้าใจได้ เขาจึงล้มเลิกความคิดแล้วเก็บหน้าตำราทั้งสองลงในแหวนเก็บของต่างมิติของเขา
“ เนี้ยหลี่ เมื่อมันเป็นสิ่งที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ เจ้าต้องเก็บรักษามันให้ดีนะ ” เนี้ยหมิงกล่าวขึ้น เขาเป็นคนที่ระมัดระวังและรอบคอบเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แม้ว่าลูกชายของเขากำลังจะก้าวเข้าสู่ระดับตำนาน เขาก็ไม่เคยผยองตัวลืมตำแหน่งของตนในตระกูลว่าอยู่ที่ใด เมื่อมันเป็นเรื่องของมรดกตกทอด เขาก็ไม่สามารถที่จะละเลยไม่ใส่ใจได้

“ ข้าเข้าใจครับ ท่านพ่อ ” เนี้ยหลี่พยักหน้าและกล่าวว่า “ ข้าจะดูแลรักษาให้ดีอย่างที่สุด ”
หลังจากอยู่คุยกับเนี้ยไฮ้อีกครู่ใหญ่ เนี้ยหลี่ก็ได้กลับบ้านของเขาพร้อมกับทานข้าวเย็นกับครอบครัว เมื่อเขามองไปที่ครอบครัวเขารู้สึกเศร้าใจ เพราะเมื่อเขาย้อนอดีตชาติมาอีกครั้งเขาก็เอาแต่หาทางปกป้องเมืองกลอรี่ โดยที่ไม่ได้ใช้เวลาอยู่กับครอบครัวของเขามากเท่าใดนัก อย่างไรเสียตอนนี้เมืองกลอรี่ก็ถือได้ว่าปลอดภัย เมื่อไม่มีความจำเป็นอื่นใดเนี้ยหลี่ก็ผ่อนคลายและใช้เวลาอยู่กับครอบครัวของเขา

กลางคืนเริ่มมืดลงเรื่อย ๆ เป็นคืนที่เงียบสงบอีกคืน
ในตอนเช้าหลังจากทำการร่ำลากับครอบครัวเขาแล้ว เนี้ยหลี่ก็จัดเตรียมสัมภาระและออกเดินทาง เมื่อเขามาถึงหน้าประตูเมืองกลอรี่ เขาก็มองเห็น เย่ จื้อหวิ๋น , เสี่ยว หนิงเอ๋อ และพรรคพวกรอคอยเขาอยู่ก่อนแล้ว


เนี้ยหลี่มองไปบนกำแพงของเมืองพบเงาร่างของคนสองคนนั่นคือ เย่ โม่และ เย่ ซ่งนั่นเอง พวกเขามองลงมาจากระยะไกลแต่ก็ไม่เข้ามาทำการร่ำลากับเนี้ยหลี่แต่อย่างได เมื่อแสงสีทองของดวงอาทิตย์ สาดส่องมาที่ร่างกายของพวกเขาเหมือนพวกเขาคลุมผ้าคลุมสีทองไว้กับตัว
เมื่อเห็นท่านทั้งสองเนี้ยหลี่ถึงกับน้ำตาซึมเพราะในอดีตชาติพวกเขาทั้งสองได้เข้าต่อสู้เพื่อปกป้องเมืองกลอรี่อยู่ตลอดเวลาเลือดจากการสู้รบไม่เคยเหือดแห้งไปจากตัวของพวกเขาทั้งสองอย่างไรเสีย คนเราก็มีวันหมดอายุ ถึงเวลาของพวกรุ่นใหม่แล้วที่จะเข้ามาทำหน้าที่ปกป้องเมืองกลอรี่แทนท่านทั้งสอง
หลั่ว มิงและพวกอีกสองพึ่งมาถึง

“ นายน้อยเนี้ยหลี่ ได้เวลาที่พวกเราจะกลับไปสู่ดินแดนใต้พิภพแล้วใช่ไหม? ”
หลั่ว หมิงและอีกสองคนทนรอต่อไปไม่ไหวหลังจากที่ได้รับสิ่งของมากมายมาจากเจ้าเมืองเย่ ซ่ง และ ลอร์ดเย่ โม่ โดยเฉพาะไวน์ เมื่อพวกเขาได้ลองชิมดูแล้วแทบไม่อยากเชื่อว่าจะมีไวน์ที่รสเลอเลิศอย่างนี้อยู่บนโลก เมื่อเปรียบเทียบกับไวน์ที่ดินแดนใต้พิภพก็ไม่ต่างอะไรกับเยี่ยวม้า พวกเขาทนรอไม่ไหวที่จะนำไปให้เจ้าตระกูลของพวกเขาได้ลิ้มลอง
“ ใช่แล้ว ” เนี้ยหลี่พยักหน้า

ได้ยินที่เนี้ยหลี่พูด หลั่ว หมิงและพวกก็อดไม่ได้ที่จะรักษาอาการตื่นเต้นบนใบหน้าเอาไว้ได้ เนี้ยหลี่มองออกไปไกลแล้วคิด ตอนนี้ถัดจากดินแดนใต้พิภพพวกเขาต้องมุ่งหน้าต่อไปยังหอคอยมรณะ 9 ชั้น เขาไม่สามารถคิดได้เลยว่าจะพบเจอกับอะไรในอนาคต อย่างไรก็ตามสถานที่นั้นก็ยังน่าสนใจแม้พวกเขาอาจจะไม่ได้เห็นดวงตะวันไปอีกนานก็คงได้แต่หวังว่าแรงใจของเขาและพรรคพวกจะไม่มอดดับไปเสียก่อน

เนี้ยหลี่มองดู เย่ จื้อหวิ๋น เสี่ยว หนิงเอ๋อ ต้วนเจี้ยน หลู่เปียว ตู่ซือ และคนที่เหลือพร้อมกับความรู้สึกตื่นเต้นในใจ เขาจะก้าวเข้าสู่ระดับสุดยอด เย่ จื้อหวิ๋น เสี่ยว หนิงเอ๋อ และพรรคพวกที่เหลือของเขาจะก้าวไปยังจุดสูงสุดของพลัง อะไรที่จะรอพวกเขาอยู่ในหอคอยมรณะ 9 ชั้นกันนะ?
เย่ จื้อหวิ๋นโบกมือไปยังทิศทางที่เย่ โม่และเย่ ซ่งอยู่ นี่จะเป็นครั้งแรกที่เธอเดินทางออกจากบ้าน
กลุ่มของพวกเขาเดินทางออกจากเมืองกลอรี่และหายไปในทิศทางที่ดินแดนใต้พิภพตั้งอยู่
บนกำแพงเมืองกลอรี่ เย่ โม่และเย่ ซ่งมองพวกเขาจากไป
“ ท่านพ่อ หวิ๋น เอ๋อและเนี้ยหลี่ออกเดินทางไปแล้ว ” เย่ ซ่งกล่าวต่อ เย่ โม่ที่นิ่งเงียบ
“ ใช่ ” เย่ โม่พยักหน้าแล้วถอนหายใจ “ พวกเขาจะต่อสู้เพื่อปกป้องเมืองกลอรี่ในอนาคต พวกเราเริ่มจะแก่มากแล้ว หวังว่าสวรรค์คงจะประทานพรคุ้มครองพวกเขาด้วย ” ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นห่วงหลานสาวสุดที่รัก แต่เมื่อเขาเอาแต่ปกป้องและรักษาไว้ใต้ปีกของเขามันไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่หลานสาวของเขาจะเติบโตและแข็งแกร่งขึ้น

เย่ ซ่งก็ได้แต่ อธิฐานขอความปลอดภัยให้กับเย่ จื้อหวิ๋น เนี้ยหลี่ และพรรคพวกของเขาเช่นกัน แต่ด้วยความแข็งแกร่งของพวกเขาในตอนนี้นั้นก็เพียงพอที่จะปกป้องตัวของพวกเขาเองได้
“ เย่ ซ่งข้าฝากเจ้าดูแลเมืองกลอรี่ด้วยนะ ข้าจะเดินทางไปยังดินแดนคุกอเวจี ” ลอร์ดเย่ โม่กล่าวมาพร้อมกับประกายแสงในดวงตาของเขา เมื่อเนี้ยหลี่และพรรคพวกไม่ลังเลที่จะเดินทางไปยังหอคอยมาณะ 9 ชั้นเพื่อหาทางทำให้เมืองกลอรี่ปลอดภัย มันเป็นเหตุเพียงพอที่เขาจะไม่อยู่เฉยโดยไม่ทำอะไร


“ ครับ ” เย่ ซ่งตอบกลับคำพูดของลอร์ดเย่ โม่ เขาสามารถเข้าใจเรื่องราวได้ในทันที
ไกลออกมา ณ หุบเขาบรรพชน

เนี้ยหลี่และพวกเดินทางออกมาไกลจากเมืองกลอรี่และย่ำเท้าไปบนหิมะที่หนาเตอะมุ่งตรงไปยังตำแหน่งที่ดินแดนใต้พิภพตั้งอยู่

ในหุบเขาบรรพชนได้มีการปรากฏตัวของสัตว์อสูร ทั้งหมีหิมะและวานรน้ำแข็ง อย่างไรก็ตาม เหล่าสัตว์อสูรหาได้มีท่าทีคุกคามต่อพวกของเนี้ยหลี่ เพราะตั้งแต่ที่ต้วนเจี้ยนก้าวเข้าสู่ระดับตำนาน พลังของเขาได้ช่วยส่งผลต่อคนอื่นที่อยู่ในการเชื่อมโยงของขอบเขตจิตวิญญาณ ตลอดการเดินทางเนี่ยหลี่รู้สึกได้ถึงความเร็วในการบ่มเพาะพลังที่เปลี่ยนไปอย่างยิ่งยวดตั้งแต่เขาเลื่อนระดับขึ้นมา
ความเร็วในการบ่มเพาะพลังของเขานั้นเพิ่มขึ้นมาอย่างน่าตกตะลึง

ใครจะรู้พวกเขาทั้งหมดอาจกำลังตกตะลึงจากการใช้อาณาเขตจิตวิญญาณนี้
เมื่อทั้งกลุ่มเข้าใกล้ประตูทางเข้าดินแดนใต้พิภพ ทันใดนั้นได้ปรากฏออร่าพลังลึกลับสองพลังขึ้น ความแข็งแกร่งของพลังก้าวข้ามแม้กระทั่งลอร์ดเย่ โม่ไปไกลเลยทีเดียว
เมื่อรับรู้ได้ถึงพลัง ยู่หยานที่นั่งอยู่บนไหล่ของเนี้ยลี่ก็พลันหน้าเปลี่ยนสีทันที
“ เนี้ยหลี่ พวกมันกำลังมา ” ยู่หยานกล่าวเตือน

ได้ยินคำเตือนของยู่หยาน เนี้ยหลี่รู้สึกหนาวสั่นในจิตใจและรับรู้ได้อย่างรวดเร็วว่าพวกมันเป็นใคร

ต้วนเจี้ยนและที่เหลือเมื่อได้รับรู้ถึงออร่าพลังที่ไม่ธรรมดาก็เข้าสู่การเตรียมรับการโจมตี
ในพายุหิมะปรากฏอสูรสองร่างค่อยๆ เดินเข้ามา พวกมันสวมใส่เพียงผ้าพันคอเท่านั้น ตามตัวของพวกมันก็ยังมีอักขระแปลกๆ อยู่ทั่วร่างกาย หนึ่งในนั้นมีรูปร่างอ้วนและแข็งแกร่งแต่หากว่าแขนของมันนั้นดูประหลาดคล้ายเช่นแขนของวานรเสียมากกว่า และอีกร่างหนึ่งนั้นออกจะผอมแห้งและมีลายสีรุ้งติดอยู่บนใบหน้าของมัน จมูกที่เป็นสันยาวแหลมยื่นออกมา พร้อมทั้งอุ้งมือที่เป็นเหมือนกรงเล็บเหยี่ยว

“ ยู่หยานผู้น่าสังเวชเอ๋ย ในที่สุดพวกข้าก็ตามเจ้าเจอ การตามหาเจ้ามันช่างยากลำบากเหลือเกิน ” อสูรร่างอ้วนกล่าวออกมาด้วยปากที่เปลือยเปล่าไม่มีฟันแม้ซักซี่ ดูแล้วช่างน่าขนลุกเป็นยิ่งนัก
“ เราทั้งสอง เดินทางมาตามร่องรอยจากที่ราบสูงชะตาสวรรค์ ตั้งแต่ที่เจ้าไม่ได้ซ่อนตัวอยู่ในบ่อน้ำผุดทมิฬ  มันถึงเวลาที่พวกเราจะเอาคืนเจ้าแล้ว ” อสูรร่างผอมกล่าวด้วยรอยยิ้มที่น่าขนลุก เมื่อเขาจ้องมองไปยังยู่หยาน


ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น