วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 219 – Two wrong don’t make a right

Tale of the demon and god novel Chapter 219 – Two wrong don’t make a right

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 219 - ไม่เอาชนะความชั่วด้วยความชั่ว..


บทที่ 219 - ไม่เอาชนะความชั่วด้วยความชั่ว..


ซิคง ยี่ คำรามลั่นพร้อมกับเร่งพลังวิญญาณมาปกคลุมไว้ทั่วทั้งร่าง แสงสีเงินส่องสว่างประกายชวนแสบตา บนท้องฟ้าปรากฏซึ่งนกอัสนียักษ์จำนวนมหาศาลและพุ่งเข้าใส่ต้วนเจี้ยนอย่างรวดเร็ว

บูมมมม!!

อัสนีบาตฟาดฟันใส่ทั่วร่างของต้วนเจี้ยนตามมาด้วยเสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดของเขา อัสนีบาตนี้ได้โจมตีใส่เขตแดนวิญญาณของเขาโดยตรง โดยไม่สนพลังป้องกันภายนอกอันแข็งแกร่งของเขาเลย

“เจ้าหนู มีดีแค่นี้ บังอาจจะมาลองดีกับข้าเรอะ! ถึงข้าจะยอมรับก็เถอะว่าการบ่มเพาะพลังของเจ้านั้นแข็งแกร่งมาก แต่มันก็ยังเร็วเกินไปที่เจ้าจะมาเป็นคู่มือของข้า! ตายซะ!!!” ซิคง ยี่ค่อยๆกลายร่างเป็นปักษาอัสนีพร้อมกับที่เขาปล่อยเสียงคำรามดังกึกก้องไปทั่วท้องนภา

บูมม! บูมม! บูมม!

เส้นแสงอัสนีบาตรฟาดฟันใส่ทั่วร่างของ ต้วนเจี้ยนอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง  ในตอนนี้ต้วนเจี้ยนรู้สึกราวกับว่าร่างกายของตนแทบจะฉีกออกเป็นชิ้นๆ แต่กระนั้นเขาก็ยังคงกัดฟันทน พร้อมกับจ้องเขม็งไปที่ซิคง ยี่อย่างโกรธแค้น หากไม่ใช่เพราะร่างกายอันแข็งแกร่งของเขา เขาคงตายไปแล้วแน่!

ต้วนเจี้ยนพยายามกระพือปีกบินและค่อยๆมุ่งไปหาซิคง ยี่อย่างช้าๆจนระยะห่างระหว่างทั้งสองค่อยๆลดลง

“เป็นไปไม่ได้!” ดวงตาของซิคง ยี่เบิกกว้างจนแทบจะถลนออกมาด้วยความตกใจ เขาไม่คิดเลยว่าต้วนเจี้ยนจะยังสามารถกระพือปีกบินได้อีกทั้งๆที่ถูกโจมตีด้วยอัสนีบาตมากมายขนาดนี้



“ไอ้สารเลวซิคง ยี่ เรื่องนี้คงต้องขอบคุณแกแล้วล่ะที่ทรมานข้าทั้งวันทั้งคืนจนข้ามีร่างกายที่แข็งแกร่งแบบนี้!” ต้วนเจี้ยนกัดฟันกรอด ทนรับการโจมตีที่พุ่งเข้ามาอย่างไม่ลดละ เขาสะบัดดาบเพลิงทมิฬในมือฟาดฟันใส่ซิคง ยี่ด้วยความรวดเร็ว

ซิคง ยี่รีบหลบทันทีพร้อมกับที่เขาฟาดฟันอัสนีบาตใส่ต้วนเจี้ยนด้วยความโกรธ อัสนีบาตที่ถูกปล่อยออกมาเหล่านั้นก็แปรเปลี่ยนกลายเป็นดาบอัสนีจำนวนมหาศาลพุ่งไปยังต้วนเจี้ยนทันที

แต่กระนั้นต้วนเจี้ยนก็ยังคงนิ่งเฉยกับอัสนีบาตรเหล่านี้ ถึงแม้พลังของพวกมันจะทำให้เขตแดนวิญญาณของเขาแทบจะแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ แต่ด้วยความชิงชังในใจที่มากล้นของเขานั้นกลับกลายเป็นแรงผลักดันที่ทำให้สติยังคงอยู่กับเนื้อกับตัวได้

ในที่สุดเขาก็จะได้แก้แค้นแล้ว เขาไม่มีทางทิ้งโอกาสนี้ให้หลุดมือเป็นแน่

ต้วนเจี้ยนเงยหน้าคำรามลั่นพร้อมกับเกล็ดสีดำทมิฬผุดขึ้นบนร่างกายเขา ปีกทั้งสองข้างค่อยๆขยายใหญ่ขึ้นจนยาวเกือบเจ็ดเมตร เพลิงทมิฬผลาญไปทั่วทั้งตัว ทั้งเขตแดนวิญญาณของเขาก็พัฒนาไปอีกขึ้นหนึ่ง พร้อมกับที่พลังมากมายมหาศาลระเบิดออกมาจากทั่วทั้งตัวของต้วนเจี้ยน

ภายใต้การโจมตีอันรุนแรงและต่อเนื่องของอัสนีบาต

ในที่สุดเขตแดนวิญญาณของต้วนเจี้ยนก็เริ่มเปลี่ยนแปลงแล้ว เขาได้ได้ทำลายกำแพงกั้นของระดับแบล็คโกลด์ขั้นที่ 5 และบรรลุกลายเป็นระดับตำนาน! และเมื่อรวมกับพลังแห่งสัจธรรมที่ได้รับมาจากเนี้ยหลี่ ความแข็งแกร่งของเขาก็เพิ่มขึ้นมากมายมหาศาล

ระดับตำนาน!!!

บูมม! บูมม! บูมม!

เสียงระเบิดบูมมตามด้วยเสียงดังอย่างต่อเนื่องโดยมีต้วนเจี้ยนเป็นศูนย์กลางก่อกำเนิดเสียง   พอสัมผัสได้ถึงการแปรผันของพลังอันน่ากลัวนี้ สีหน้าของซิคง ยี่ก็ซีดลงอย่างเห็นได้ชัด เขาไม่คิดเลยว่าต้วนเจี้ยนจะเลื่อนระดับได้ในสถานการณ์แบบนี้ ถึงตอนแรกเขาจะรู้สึกว่าอีกฝ่ายไม่มีทางเทียบกับตนได้เป็นแน่ แต่ตอนนี้ซิคง ยี่ กับรู้สึกว่าตนไม่ใช่คู่มือของอีกฝ่ายด้วยซ้ำ!

ทางด้านเนี้ยหลี่ก็เผยรอยยิ้มออกมา พอเห็นว่าต้วนเจี้ยนได้เลื่อนระดับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในตอนแรกต้วนเจี้ยนนั้นยังอยู่ที่ระดับแบล็คโกลด์ขั้นที่ 5 และใกล้จะบรรลุถึงระดับตำนานแล้ว แต่เขาก็ไม่คิดเลยว่าการโจมตีด้วยอัสนีบาตของซิคง ยี่จะทำให้ต้วนเจี้ยนบรรลุเป็นระดับตำนานได้แบบนี้ และในจังหวะที่ต้วนเจี้ยนบรรลุระดับตำนาน เขาก็สัมผัสได้ว่ามีพลังที่มหาศาลได้เข้าไปแทรกอยู่ในเขตแดนวิญญาณของต้วนเจี้ยนด้วย

ในเมื่อพวกเขาได้เชื่อมเขตแดนวิญญาณกัน และต้วนเจี้ยนได้บรรลุเป็นระดับตำนานแบบนี้ เนี้ยหลี่กับผองเพื่อนคนอื่นๆก็พลอยได้รับผลประโยชน์ไปด้วย!

พอสัมผัสได้ว่าพลังที่ถูกปล่อยออกมาจากตัวของต้วนเจี้ยนเป็นอะไรที่ตนไม่สามารถรับมือได้ ซิคง ยี่ก็หันหลังกับและพยายามที่จะหลบหนีทันที

“ซิคง ยี่ ไอ้แก่สารเลว เจ้าคิดจะหนีไปไหน?!” ต้วนเจี้ยนคำรามด้วยความโกรธแค้นพร้อมๆกับที่ภาพลักษณ์มังกรยักษ์ทมิฬปรากฏขึ้นรอบๆแขนของเขาก่อนที่กำปั้นจะถูกฟาดออกไป

พลังที่บ้าคลั่งและรวดเร็วจนมองแทบไม่ทันได้ปะทะเข้ากับตัวซิคง ยี่ ส่งผลให้ร่างอ้วนของมันพุ่งกระแทกพื้นอย่างรุนแรงทันที

บูมม!

รอยพื้นแตกกระจายกลายเป็นหลุมโดยมีร่างของซิคง ยี่นอนอยู่ตรงกลาง ปีกของเขาหักไปครึ่งหนึ่ง ก้อนเลือดคำโตกระอักออกมาจากปาก สีหน้าของเขาดูเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส ขนาดเมื่อกี้เขาได้ใช้เคล็ดวิชาลับประจำตระกูลปีกสีเงินและเร่งพลังจนถึงขีดสุด แต่กระนั้นเขาก็ยังคงไม่ใช่คู่มือของต้วนเจี้ยน หลังจากถูกโจมตีอย่างรุนแรงแบบนี้ พลังของเขาก็เหือดหายไปหมดทันที

“ข-ข้าแพ้เจ้าต้วนเจี้ยนไปได้ยังไงกัน? เจ้าเด็กเหลือขอนั้นน่ะนะ!” ในใจของซิคง ยี่เต็มไปด้วยความสับสนและเหมือนจะยังยอมรับความจริงยังไม่ได้

ต้วนเจี้ยนยกดาบเพลิงทมิฬขึ้นก่อนจะสะบัดไปทางซิคง ยี่พร้อมกับที่เขาร้องลั่นด้วยความโกรธแค้น “ตายซะ!”

“ท่านพ่อ! ในขณะที่ซิคง ยี่อยู่ห่างจากความตายเพียงแค่เอื้อม ซิคงหงหยู๋ก็ได้กระโดดพุ่งมาขวางซิคง ยี่ไว้และสะบัดดาบใหญ่ในมือของเธอรับการโจมตีของต้วนเจี้ยน

บูมม!

ซิคงหงหยู๋ถูกคลื่นพลังกระแทกกระเด็นถอยหลังไปพร้อมกับกระอักเลือดออกมาคำโต แต่ถึงกระนั้นเธอก็รีบกลับมาตั้งหลักและยืนเป็นโล่ให้ซิคง ยี่ตามเดิมและจ้องขมึงกลับไปที่ต้วนเจี้ยน

พอเห็นการกระทำของซิคงหงหยู๋ ต้วนเจี้ยนก็ชะงักไปครู่หนึ่งพร้อมกับที่เขาหวนนึกถึงวันวานเมื่อสมัยที่เขายังเป็นเด็ก เขายังจำได้ดีตอนที่เขาพยายามจะปกป้องพ่อแม่ของตนด้วยทุกสิ่งที่มี แต่กระนั้นพลังอันน้อยนิดของเขาก็ไม่อาจปกป้องพ่อแม่จากเงื้อมมือของตระกูลปีกสีเงินได้

...พ่อแม่ของเขาก็ถูกฆ่าตายต่อหน้าต่อตาภายใต้เสียงคร่ำครวญของตัวเขาเอง ในตอนนั้น...เขาทำได้เพียงแค่มองดูเท่านั้น   และภาพตรงหน้าตอนนี้ก็ทำให้เขารู้สึกว่า ซิคงหงหยู๋นั้นไม่ต่างจากตัวเขาเองเมื่อครั้งก่อนเลย

“ข้าอาจละมือจากเจ้าได้ แต่ไอ้สารเลวซิคง ยี่จักต้องตาย! แต่หากเจ้ายังคงดื้อรั้นไม่ยอมหลบไป ข้าจะฆ่าพวกเจ้าทั้งสองซะ!” ต้วนเจี้ยนก้าวเท้าไปข้างหน้าพร้อมกับตวัดดาบเพลิงทมิฬไปข้างหน้า

ฉับ!

ดาบอัคคีเพลิงทมิฬเฉือนใส่คอขาวของซิคงหงหยู๋ทิ้งรอยน้อยๆไว้พร้อมกับที่เลือดเจิ่งนองออกมา แต่กระนั้นซิคงหงหยู๋ก็ยังคงรั้นอยู่ตรงนั้นและจ้องมองต้วนเจี้ยนด้วยสายตาเย็นชา “ต้วนเจี้ยน... ข้าไม่คิดเลยว่าทั้งพ่อและข้าจะต้องมาจบชีวิตลงด้วยเงื้อมมือของเจ้าแบบนี้... แต่กระนั้น หากเจ้าคิดจะปลิดชีพพ่อข้า เจ้าต้องข้ามศพข้าไปก่อน!”

ต้วนเจี้ยนจ้องเข้าไปยังนัยน์ตาของซิคงหงหยู๋พร้อมกับที่ความทรงจำมากมายไหลเจิ่งนองเข้ามาในหัว ศัตรูที่เขาอยากจะฆ่ามาโดยตลอดตอนนี้ได้อยู่ตรงหน้าเขาแล้วและผลที่จะตามมาก็มีเพียงความตายของพวกมันเท่านั้น! แต่กระนั้น...ในจังหวะที่เขากำลังจะฟาดเฉือนอีกฝ่าย เขากลับยั้งมือของตนไว้...

เขาฝันที่จะเด็ดหัวซิคง ยี่มานับครั้งไม่ถ้วน แต่ตอนนี้...เขากลับลังเล

ในขณะที่ต้วนเจี้ยนได้ยั้งมือไว้ เสียงของใครบางคนก็เอ่ยขึ้น ““ความผิดสองครั้ง ไม่ได้
ทำให้เกิดความถูกต้องเสมอไป ตอนนี้ซิคง ยี่ได้สูญเสียพลังไปหมดแล้ว และต่อให้เจ้าไม่ฆ่าเขา เขาก็คงทำอะไรในดินแดนคุกอเวจีต่อจากนี้ไม่ได้อีก ทั้งพลังชีวิตของเขาก็ถูกใช้ไปจนหมดทำให้เหลือชีวิตอยู่ไม่ถึงสามวันเป็นแน่ รู้เช่นนี้แล้วทำไมเจ้าไม่ลองปล่อยวางความแค้นชิงชังในใจเจ้าดูล่ะ หากเจ้าวางมันลงได้ ฟ้าดินคงจะสรรเสริญเจ้าเป็นแน่...”

เสียงที่เอ่ยออกมาดูราวกับล่องลอยมาตามลม ไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเสียงนี้แต่เดิมมาจากจุดไหน

เนี้ยหลี่ขมวดคิ้วเข้าหากัน เป็นไปได้ไหมว่าคนที่เอ่ยคำพวกนี้จะเป็นชายแก่แปลกๆนั่นที่เขาเคยเห็น?

ต้วนเจี้ยนหันซ้ายแลขวาหาเจ้าของเสียงนั้นแต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า เขาวกกลับมามองสองร่างตรงหน้าที่สภาพแต่ละคนดูแทบไม่ได้ ความเกลียดชังในใจเขาก็ค่อยๆน้อยลง พลังซิคง ยี่หายไปหมดจากตัวแล้ว ต่อให้เขาไม่ทำอะไร คนจากตระกูลอื่นก็คงไม่ปล่อยซิคง ยี่ไปง่ายๆเป็นแน่และจักต้องจบชีวิตลงอย่างไม่ต้องสงสัย เพียงแค่นี้ก็เพียงพอสำหรับการแก้แค้นแล้ว

ต้วนเจี้ยนเก็บดาบเพลิงทมิฬของตนไว้ก่อนจะค่อยๆเดินไปยังทิศทางที่เนี้ยหลี่อยู่
พอเห็นการกระทำต้วนเจี้ยน เนี้ยหลี่ก็ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก ในเมื่อต้วนเจี้ยนปล่อยวางความแค้นลงไปได้ การบ่มเพาะพลังของเขาในอนาคตจะต้องดีขึ้นมากเป็นแน่ คงต้องขอบคุณชายแก่นั่นสินะที่ทำให้ต้วนเจี้ยนละความโกรธแค้นในใจลงได้

พอมองดูแผ่นหลังของต้วนเจี้ยนที่ค่อยๆเดินจากไป ซิคงหงหยู๋ก็จ้องอีกฝ่ายอย่างไม่วางตาด้วยสีหน้ายากจะคาดเดา ผ่านไปชั่วครู่ เธอก็ร้องออกมาอย่างควบคุมอารมณ์ไว้ไม่ได้ “ทำไมเจ้าไม่ฆ่าพวกข้าล่ะ!? ทำไมเจ้าไม่ฆ่าพวกข้า!? ข้าไม่ต้องการความเห็นใจจากเจ้าหรอกนะ!”

ต้วนเจี้ยน วกหัวกลับไปมองพ่อลูกคู่นั้น ดวงตาของซิคง ยี่ ดูว่างเปล่าราวกับไร้ชีวิต เขาจึงเอ่ยว่า “เหตุผลที่ข้าไม่ฆ่าพวกเจ้าเป็นเพราะมันจะทำให้มือข้าสกปรกเสียเปล่าๆ ข้าไม่อยากกลายเป็นคนแบบพวกเจ้าหรอกนะ! และถึงยังไงต่อจากนี้ก็จะมีคนมาคิดบัญชีกับพวกเจ้าอยู่แล้ว!”

ได้ยินคำที่อีกฝ่ายกล่าว ซิคงหงหยู๋ก็ชะงักค้างไปครู่หนึ่ง ก่อนที่น้ำตาจะพรั่งพรูออกมาอาบใบหน้าของเธอพร้อมกับที่เธอหวนนึกถึงสิ่งที่เธอกับพ่อกระทำมาในช่วงเวลาหลายปีนี้  ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามีชีวิตอยู่ทั้งแบบนี้ มันแย่เสียยิ่งกว่าตายไปให้พ้นๆอีก!

ซิคง ยี่และซิคงหงหยู๋นั่งนิ่งอยู่บนพื้นทั้งอย่างนั้น ดวงตาของพวกเขาดูเหม่อลอยไร้ชีวิตชีวา คนของตระกูลปีกสีเงินเห็นดังนั้นก็ถอยห่างออกจากพวกเขาทันทีและเตรียมตัวที่จะหนี ตอนนี้ซิคง ยี่ได้พ่ายไปแล้ว จุดจบของพวกเขาก็คงจะไม่ต่างกันหากยังอยู่กับซิคงยี่

“ต้วนเจี้ยน! ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะละทิ้งความชิงชังในใจเจ้าไปได้... ดีมาก!” เนี้ยหลี่ตบบ่าต้วนเจี้ยนพร้อมกับเอ่ยด้วยรอยยิ้ม

“ขอบคุณขอรับ” ต้วนเจี้ยนพยักหน้ารับก่อนที่ดวงตาของเขาจะพร่าเลือนจากน้ำตาที่เอ่อไหล ท่านพ่อ...ท่านแม่... ข้าแก้แค้นให้พวกท่านได้แล้วนะ... ต่อจากนี้ไปข้าจะใช้ชีวิตให้ดียิ่งกว่าเก่า พวกท่านหลับให้สบายในปรโลกเถอะนะ มิต้องเป็นห่วงข้าอีกแล้ว...

จู่ๆเสียงถอนหายใจก็ลอยตามมากกับสายลมก็ดังขึ้นอีกครั้ง เสียงนี้ทำให้หัวใจของทุกคนตื่นขึ้นอีกครั้ง

เป็นชายแก่ปริศนานั่นอีกแล้วสินะ? ในเมื่อเขามอบข้อคิดให้แก่ต้วนเจี้ยนแบบนี้ บางทีเขาอาจจะไม่ใช่คนเลวก็ได้... เนี้ยหลี่ไม่เข้าใจเลยว่าอีกฝ่ายต้องการอะไรกันแน่ เป็นมิตรหรือศัตรู แต่ในเมื่ออีกฝ่ายเป็นผู้สานต่อเจตนารมณ์ของจักรพรรดิคงหมิง อยู่ห่างๆอีกฝ่ายไว้ก่อนคงเป็นการดีที่สุด

ยู่หยานเผยสีหน้าปั้นยากออกมานิดหนึ่ง ในเสียงถอนหายใจที่ลอยตามลมมานี้ เธอรับรู้ได้ซึ่งถึงความอันตรายที่ยากจะอธิบาย

“เนี้ยหลี่ รีบกลับกันเถอะ!” ยู่หยานบอกเนี้ยหลี่อย่างเร่งรีบ

“ตกลง” เนี้ยหลี่พยักหน้ารับ

ต้วนเจี้ยนเงยหน้าขึ้นมองเนี้ยหลี่ ในเมื่อเขาแก้แค้นสำเร็จแล้ว ต่อจากนี้ไม่ว่าเนี้ยหลี่จะไปไหน จะสั่งอะไร เขาจะทำตามอย่างไม่คัดค้านเลย

“ในเมื่อเรื่องมันจบแล้ว เราก็กลับกันเถอะ!” เนี้ยหลี่พูดขึ้นหลังจากหยุดคิดครู่หนึ่ง

ในตอนนั้นเองที่ชายหนุ่มสวมชุดเนื้อดีก็เดินมาหาเนี้ยหลี่ เขาคือหลี่ เฮงจากตระกูลเพลิงศักดิ์สิทธิ์

“นายน้อย ท่านยังจำข้าได้หรือไม่” หลี่เฮงคำนับมือพร้อมกล่าว

“จำได้อยู่แล้ว” เนี้ยหลี่พยักหน้ารับ

“ขอบคุณสำหรับการช่วยเหลือครั้งนี้ หากไม่รบกวนจนเกินไปข้าอยากให้นายน้อยไปเยี่ยมเยียนตระกูลเพลิงศักดิ์สิทธิ์ของข้าดูสักเล็กน้อยจะได้ไหม?” หลีเฮงกล่าว เขาเห็นว่าต้วนเจี้ยนนั้นเป็นคนติดตามของเนี้ยหลี่ การจะคุมคนที่มีพลังแข็งแกร่งอย่างต้วนเจี้ยนได้นั้น แสดงว่าตัวตนของเนี้ยหลี่จักต้องไม่ธรรมดาเป็นแน่

หลังจากครุ่นคิดชั่วครู่ เนี้ยหลี่ก็กล่าวว่า “พวกข้ายังมีธุระอื่นที่ต้องจัดการอีกและกำลังจะจากไปแล้ว” เนี้ยหลี่มองไปยังคนจากตระกูลต่างๆรอบๆและเอ่ยต่อว่า “เดิมทีข้ามิใช่คนของดินแดนคุกอเวจีนี้หรอก หากพวกท่านสนใจอยากจะจากที่นี่ไป ต่อจากนี้ไม่นานข้าจะส่งคนมาจัดการเรื่องนี้ให้”

ด้วยหลากหลายตระกูลที่อยู่ในดินแดนคุกอเวจีนี้ ความแข็งแกร่งของพวกเขาย่อมไม่ธรรมดาอยู่แล้ว และด้วยสภาพความเป็นอยู่ของที่นี่ พวกเขาย่อมต้องอยากที่จะจากไปเป็นแน่แท้ หากพวกเขาย้ายไปเมืองกลอรี่ได้ คงจะเพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่เมืองกลอรี่ได้มากเป็นแน่ เพราะถึงยังไงพวกเขาก็มีนักสู้ระดับตำนานถึงสองคนและมีนักสู้ระดับแบล็คโกลด์อีกมากมาย

ส่วนชายแก่ปริศนานั่น ถึงเนี้ยหลี่จะยังไม่รู้เรื่องของอีกฝ่าย แต่อีกฝ่ายจะต้องไม่ก่อความวุ่นวายให้เมืองกลอรี่เป็นแน่ ยิ่งไปกว่านั้นอีกฝ่ายจะต้องรู้เรื่องอาณาเขตเคลื่อนย้ายโบราณอยู่แล้วด้วย แต่ด้วยพลังที่ยากจะหยั่งถึงของอีกฝ่ายคงไม่ใช่อะไรที่เขาจะรับมือได้ในตอนนี้อย่างแน่นอน



ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น