วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 218 – Vengeance

Tale of the demon and god novel Chapter 218 – Vengeance

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 218 - แก้แค้น


บทที่ 218 - แก้แค้น

 ทั้งหลี่เซี่ยวและ มู หยาพวกเขารู้สึกประหลาดใจ ซิคง ยี่พบทางออกแล้วงั้น และทุกตระกูล ต่างก็รู้สึกตกใจกับคำพูดนี้เหมือนกัน

" มันเป็นไปไม่ได้ที่จะเลือกนายขึ้นเป็นผู้นำกลุ่มพันธมิตร " หลี่เซี่ยวกล่าวขึ้น ตราบเท่าที่พวกเขาสามารถออกจากดินแดนแห่งนี้ก็มีสิทธิ์เป็นผู้นำพันธมิตรเช่นกัน

หลังจากที่ทุกคนออกจากสถานที่สภาพแวดล้อมรุนแรงเช่นนี้แล้ว พวกเขาก็ต้องให้ซิคง ยี่เป็นผู้นำต่อไปยังงั้นเหรอ ?

ราวกับว่าเขาอ่านความคิดของหลี่เซี่ยวและพวกคนอื่นๆได้ ซิคง ยี่ยิ้มอย่างเย็นชาและกล่าวว่า " ตราบที่พวกท่านทุกคนกินสิ่งนี้ เราจะนำทุกท่านออกไป "

หลี่เซี่ยวและทุกคนหน้าเปลี่ยนสีทันทีเมื่อเห็นเม็ดยาสีดำในมือของซิคง ยี่

" พูดเป็นเล่น เจ้ากำลังจะพาพวกเราไปยังอาณาเขตเคลื่อนย้ายโดยที่พวกเราต้องกินยานรกนี้ ที่ถูกทำโดยตระกูลปีกสีเงินเหรอ " มู หยาเบ้ปากในขณะที่มองไปที่ซิคง ยี่และกล่าวต่อว่า " ท่านคิดง่ายไป "

" ตอนนี้พวกเจ้ามีทางเลือกแค่ 2ทางคือจะต้องกินยานี้หรือไม่ก็ต้องตายอย่างไม่มีทางเลือกอื่นอีก " ซิคง ยี่กล่าวอย่างเย็นชาพร้อมกับระเบิดพลังออกมา ปีกสีเงินบนหลังของเขาได้สยายออกมาราวกับนก  5-6เมตร

แรงระเบิดของซิคง ยี่ทำให้คนรอบข้างต้องถอยหลังออกไป มู หยาและหลี่เซี่ยวได้แต่ตะลึงถึงพลังของซิคง ยี่ที่มีมากกว่าแต่ก่อน

ด้วยสถานการณ์เช่นนี้ทำให้พวกเขาไม่มีทางเลือกนอกจากต้องร่วมมือกันสู้     ซิคง ยี่คำรามเสียงออกมา พร้อมกับกระโจนเข้าใส่มู หยาและหลี่เซี่ยวดั่งเสือร้าย มู หยาและหลี่เซี่ยวกระโดดหลบ เมื่อนั้นก็ได้เริ่มเปิดฉากการต่อสู้ของสามผู้เชี่ยวชาญระหว่างนักสู้ระดับตำนาน



ผู้นำตระกูลต่างๆมองไปยังซิคง ยี่และคิดว่าเขากินยาผิดรึปล่าว? ทำไมเขาถึงกลายเป็นคนเอาแต่ใจขนาดนี้ หากเขาชนะจริงๆพวกเขาที่เหลือก็ไม่สามารถหยุดเขาได้ พวกเขาทำได้แต่ดูการต่อสู้อย่างเงียบๆ

แม้ผลกระทบจากการต่อสู้จะเกิดขึ้นพวกเขาก็พร้อมที่จะรับมันไว้ การต่อสู้ที่รุนแรงยังดำเนินต่อเนื่องเป็นเวลาหลายชั่วโมง ซึ่งถึงแม้หลี่เซี่ยว กับ มู หยาจะร่วมมือกันก็ยังไม่อาจที่จะเทียบกับซิคง ยี่เพียงคนเดียวได้

การที่พลังของซิคง ยี่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนั้นมันน่ากลัวเกินไป เขาเป็นคนที่แข็งแกร่งมากจนสามารถจัดการกับหลี่เซี่ยวและมู หยาได้อย่างสบาย การต่อสู้นี้ได้ส่งผลกระทบจิตใจของคนทั้งหมด

บูมม.........บูมม.......บูมม !!!

หลี่เซี่ยวและมู หยาได้รวมพลังไว้ที่ดาบและทำการพุ่งเข้าไปฟันร่างกายของซิคง ยี่ แต่มันกลับกระเด็นออกมาโดยที่ไม่สามารถทำอะไรกับร่างกายของเขาได้ ด้วยพลังที่บ้าคลั่งของซิคง ยี่ทำให้เขาสามารถปลดปล่อยพลังมาได้มากกว่าเดิมอย่างมหาศาล

" หลี่เซี่ยว มู หยาการกระทำของพวกเจ้ามันไร้ประโยชน์ ดาบของพวกเจ้าไม่สามารถทำอันตรายใดๆต่อข้าได้ ข้าได้ใช้เทคนิคลับของสายเลือดตระกูลปีกเงินปลุกพลังที่แท้จริงแล้ว

มันเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้แล้วนอกจากข้าจะมอบความตายให้พวกเจ้า ในเมื่อพวกเจ้าเลือกที่จะอยู่ฝั่งตรงข้ามกับข้า " เสียงคำรามออกมาจากลำคอของซิคง ยี่ ก่อนที่เขาจะกลายเป็นภาพติดตาและได้จัดการกระแทกฝ่ามือไปที่ร่างกายของมู หยาและหลี่เซี่ยวอย่างรุนแรง ทำให้ทั้งสองจำต้องเหาะหนีขึ้นไป

ทั้งสองกระอักเลือดออกมา การที่เขาทั้งสองโดนพลังฝ่ามือของซิคง ยี่เข้าไปทำให้ร่างกายภายในของเขารับความเสียหายอย่างหนักทำให้ทั้งสองมีสีหน้าเจ็บปวดอย่างน่ากลัว

พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่าพลังของซิคง ยี่จะน่ากลัวขนาดนี้ เมื่อเขาเห็นว่าหลี่เซี่ยวและมู หยา ถูกโจมตีจนบาดเจ็บ ช่วยไม่ได้เลยที่ผู้นำตระกูลต่างๆจะไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ ทำให้บนสีหน้าของพวกเขาเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด

" หลี่เซี่ยว มู หยา ถ้าพวกเจ้าสองคนยังคงปฏิเสธที่จะกินยานี้ก็อย่าตำหนิหาว่าข้าเสียมารยาทก็แล้วกัน " ซิคง ยี่ที่ตอนนี้เปรียบดั่งพระเจ้าแห่งความตายกล่าวอย่างช้าๆต่อหลี่เซี่ยวและมู หยา

ผู้นำตระกูลทั้งสองที่ทำการต่อสู้เพื่อปกป้องตระกูลของพวกเขาเพื่อไม่ให้ตกเป็นเบี้ยล่างของซิคง ยี่ ได้กระอักเลือดออกมา ใบหน้าของเขาดูซีดเซียวมาก เพราะฝ่ามือของซิคง ยี่ทำให้พวกเขาบาดเจ็บอย่างมาก

ทันใดนั้นได้มีเสียงๆหนึ่งดังออกมา

" ซิคง ยี่ เจ้าฆ่าพ่อและแม่ของข้า วันนี้ข้าจะมาเอาหัวของเจ้ามาเซ่นใหว้ให้พ่อแม่ของข้า " เสียงนั้นมาจากร่างที่อยู่ไกลออกไป

เมื่อได้ยินเสียงนี้ซิคง ยี่หัวเราะและกล่าวว่า " ข้าซิคง ยี่ได้ฆ่าคนมานับไม่ถ้วน มีจำนวนมากเกินจนคนจำนวนมากมายต่างหมายชีวิตของข้า ข้าขอดูหน้าหน่อยเถอะว่าใครกันที่ต้องการหัวของข้า " ซิคง ยี่หันหน้าของเขาไปและเมื่อเห็นต้วนเจี้ยน " เจ้า!!! "

" ถูกต้อง ข้าเอง ต้วนเจี้ยน ข้ารอวันนี้มานานเหลือเกิน " กล้ามเนื้อในร่างกายต้วนเจี้ยนได้ระเบิดพลังอันรุนแรงออกมาพร้อมกับดาบเพลิงทมิฬได้ฟันไปที่ซิคง ยี่

" เจ้าคนอ่อนแอ ในที่สุดเจ้าก็กลับมาแล้ว คราวที่แล้วข้าไม่ได้ระมัดระวังเจ้าถึงหลบหนีออกไปได้ แต่ในเมื่อเจ้ากล้ากลับมาเผชิญหน้ากับข้า ก็ถึงเวลาตายของเจ้าแล้ว การที่เจ้ายังคงต้องการแก้แค้นให้กับพ่อแม่ของเจ้านั่นมันเป็นความคิดที่อ่อนหัดยิ่งนัก " ซิคง ยี่หัวเราะ

ถ้าหากต้วนเจี้ยนไม่กลับมา เขาก็สามารถเก็บชีวิตของเขาไว้ได้ แต่เมื่อเขากล้าที่จะกลับมาเองก็เท่ากับรนหาที่ตาย!!!

ปีกของซิคง ยี่กระพือขึ้นมาในขณะที่เขากำลังจะจัดการกับต้วนเจี้ยน

*บูมม.*

สองพลังงานที่แข็งแกร่งได้ปะทะกันอย่างรุนแรงจนพวกเขาทั่งคู่กระเด็นออกมาจากจุดศูนย์กลาง

พลังของพวกเขาช่างน่ากลัวราวกับจะกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างไว้  แสงสีดำและสีน้ำเงินได้ปลดปล่อยพลังออกมาบนท้องฟ้าราวกับมังกรสองตัวได้ทำการต่อสู้กัน

เมื่อเห็นฉากนี้ผู้นำตระกูลต่างๆก็รู้สึกสงสัยปนประหลาดใจและเอ่ยถามว่า " ชายหนุ่มคนนี้เป็นใคร ทำไมถึงไม่เคยเห็นเขามาก่อน? "

" ข้าไม่เคยคิดเลยว่าจะมีบุคคลที่มีความแข็งแกร่งทัดเทียมกับซิคง ยี่ "

" ชายหนุ่มคนนี้เรียกว่าต้วนเจี้ยน นอกจากนี้ยังมีปีกมังกรบนหลังอีก เขาเป็นคงเป็นลูกหลานของตระกูลมังกรทมิฬ  " ต้วนหลงเฟย ผู้นำตระกูลมังกรทมิฬดูชายหนุ่มต่อสู้กับซิคง ยี่ สายเลือดมังกรทมิฬถ้ามันได้ตื่นขึ้นมาจะแข็งแกร่งยิ่งกว่าตระกูลปีกสีเงินเสียอีก อย่างไรก็ตามการจะปลุกสายเลือดมังกรทมิฬนั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก ในหมื่นคนก็ไม่อาจรับประกันได้ว่าจะสามารถปลุกได้สำเร็จ

และแล้วเขาก็จำได้รางๆว่า " รึต้วนเจี้ยนจะเป็นลูกชายของต้วนหยุน " เกี่ยวกับเหตุการณ์ในครั้งนั้นต้วนหลงเฟยได้ตระหนักถึง แต่ด้วยกำลังของตระกูลปีกเงินมีมากเกินไปทำให้ตระกูลมังกรทมิฬต้องแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น จนต่อมาถึงได้รู้ว่าต้วนหยุนถูกสังหาร

เขาไม่เคยคิดเลยว่าลูกชายของต้วนหยุนจะเติบโตและแข็งแกร่งขนาดนี้ ความแข็งแกร่งของเขาน่าจะอยู่ในระดับผู้เชี่ยวชาญระดับตำนานแล้ว ถ้าตระกูลมังกรทมิฬมีผู้เชี่ยวชาญระดับตำนานอยู่ อำนาจของพวกเขาภายในสิบสามตระกูลจะต้องเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน

ในขณะที่ต้วนเจี้ยนต่อสู้กับซิคง ยี่ เนี้ยหลี่ ยู่หยาน หลั่วหมิงและผู้เชี่ยวชาญระดับตำนานอีกสองคนได้เฝ้าดูอยู่ภายนอกคอยสังเกตการณ์ต่อสู้อยู่

เมื่อหลั่วหมิงและอีกสองผู้เชี่ยวชาญระดับตำนานได้ตามเนี้ยหลี่มายังดินแดนคุกอเวจี ทำให้พวกเขาตกใจเป็นอันมาก พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่าจะมีโลกที่กว้างใหญ่ขนาดนี้ แม้ว่าทรัพยากรจะมีเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเมืองกลอรี่แต่ก็ยังนับว่ามากกว่าดินแดนใต้พิภพอยู่ดี

ยู่หยานมองไปที่เนี้ยหลี่และถามว่า " เนี้ยหลี่เจ้าไม่ไปช่วยสหายของเจ้าหรือ " เนี้ยหลี่ส่ายหัวและกล่าวว่า " มีแต่ต้วนเจี้ยนเท่านั้นที่จะตัดสินเรื่องนี้ด้วยตนเอง "

" เนี้ยหลี่นายต้องระวังให้มากนะ ในหมู่คนเหล่านี้มีคนที่แข็งแกร่งอย่างมากอยู่ ถึงว่าแม้จะเป็นข้าในตอนนี้ก็ไม่อาจจะช่วยเหลือได้ " ยู่หยานกล่าวพร้อมกับทำหน้าเคร่งขรึม

เนี้ยหลี่ก็รับรู้ได้ถึงกลิ่นอายที่แข็งแกร่งนี้ ซึ่งเป็นกลิ่นอายที่คุ้นเคยมาก หรือจะเป็นคนที่เขาได้เคยพบมาสองครั้งก่อนหน้านี้ หรือจะเป็นชายชราที่เราได้เจอก่อนหน้านี้ ซึ่งแน่นอนว่าเขาไม่ต้องการที่จะเจอในตอนนี้

แต่เนื่องจากเขาสัญญากับต้วนเจี้ยนไว้แล้ว เขาก็ต้องรอจนกว่าต้วนเจี้ยนจะล้างแค้นสำเร็จเพื่อที่จะได้กลับออกมาพร้อมกัน

ในขณะที่การต่อสู้ระหว่างต้วนเจี้ยนและซิคง ยี่ได้ทวีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งทั่งสองฝ่ายได้ทำการระเบิดพลังที่มีอยู่ออกมาให้ได้มากที่สุด

ตาของต้วนเจี้ยนได้กลายเป็นสีแดง ด้วยสายเลือดมังกรในร่างกายของเขาทำให้ร่างกายของเขาไม่ได้รับบาดเจ็บมากนักจากการโจมตีเล็กๆน้อยๆของซิคง ยี่และทุกครั้งที่เขาโจมตีซิคง ยี่ เขาได้ใส่พลังลงไปอย่างสุดแรงจนเหมือนกับว่าเขาพร้อมที่จะพินาศไปพร้อมกัน

แม้ว่าการเพาะปลูกของซิคง ยี่จะแข็งแกร่งกว่าแต่เขาก็ไม่สามารถสร้างความบาดเจ็บใดๆบนร่างกายของต้วนเจี้ยนได้เลย นอกจากนี้ต้วนเจี้ยนยังต่อสู้ราวกับว่าเขาได้ละทิ้งซึ่งชีวิตของตัวเอง ทำให้เขาไม่สามารถที่จะประมาทได้

ในระหว่างต่อสู้ซิคง ยี่ตกใจมาก เขาไม่คาดคิดเลยว่าการบ่มเพาะพลังของต้วนเจี้ยนจะรุดหน้าเยี่ยงนี้

นานแค่ไหนกันที่เขามีพลังขนาดนี้ตั้งแต่ที่เขาหนีไป? ต้วนเจี้ยนมีความแข็งแกร่งอย่างก้าวกระโดด จากการจัดอันดับในตอนนั้นเขาอยู่เพียงระดับโกลด์เท่านั้น ?

' จะปล่อยให้มันมีชีวิตต่อไปไม่ได้ ถ้าเราไม่ได้ฆ่ามันในตอนนี้ต่อไปภายภาคหน้าเราอาจจะไม่ใช่คู่ต้อสู้ของมันอีกต่อไป' ซิคง ยี่คิดในใจ

ต้วนเจี้ยนเต็มไปด้วยความเกลียดชังต่อซิคง ยี่ ทั้งดวงตาทั้งสองของเขาแดงเสมือนปีศาจ เขาย้อนนึกถึงในวัยเด็กของเขาที่เขาใช้ชีวิตได้อย่างไร้กังวล จนกระทั่งคนพวกนี้ได้มาพรากสิ่งเหล่านี้ไปจากเขา

จากวันนั้นเป็นต้นมาเขาได้ใช้ชีวิตเพียงเพื่อการแก้แค้น ความเจ็บปวดและทรมานที่ไม่มีวันสิ้นสุดทำให้กลายเป็นดั่งเหล็กกล้า

ปัจจุบันเขาได้ใช้พลังงานเป็นจำนวนสูงสุดของขอบเขตจิตวิญญาณซึ่งเต็มไปด้วยพลังแห่งสัจธรรม เพราะเนี้ยหลี่สังเกตเห็นว่าภายในเขตแดนวิญญาณของเขาสามารถที่จะใช้พลังได้ถึงสองเท่าได้เพราะมีพลังแห่งสัจธรรมที่มีอยู่ภายในร่างกายของเขาเอง

ดาบเพลิงทมิฬของเขาได้สร้างเสาเพลิงยักษ์ขึ้นมา

บูม บูม บูม!!!

เสาเพลิงได้โจมตีใส่ซิคง ยี่อย่างต่อเนื่องราวกับว่ามันจะแยกท้องฟ้าออกได้ เขาเหมือนปีศาจที่กระหายการต่อสู้ ขอบเขตจิตวิญญาณของต้วนเจี้ยนเริ่มเกิดรอยร้าว แต่เขาไม่ได้รู้สึกถึงมันและยังคงเมามันในการโจมตีของเขา

เห็นต้วนเจี้ยนสู้กับซิคง ยี่แล้วทุกคนได้แต่รู้สึกทึ่งในความแข็งแกร่งของต้วนเจี้ยน ซิคง ยี่นั้นเป็นถึงผู้เชี่ยวชาญระดับตำนาน อาจจะแข็งแกร่งที่สุดถ้าเกิดมีการจัดอันดับด้วยซ้ำ

แต่ที่ทุกคนเห็นในตอนนี้คือเขาถูกต้วนเจี้ยนทำให้ถอยหลังไปทีล่ะน้อยๆ น่าสงสัยจริงๆว่าชายหนุ่มคนนี้มาจากไหนกัน

ซิคงหงหยู๋ กำหมัดแน่น ภายในใจของเธอเต็มไปด้วยความเสียใจ เธอควรจะฆ่าเขานานแล้วเมื่อมีโอกาศ แต่เธอไม่คิดเลยว่าต้วนเจี้ยนจะสามารถแข็งแกร่งขึ้นได้ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ

อย่างไรก็ตามเนี้ยหลี่ได้มองดูเงียบๆพร้อมกับครุ่นคิด ต้วนเจี้ยนดูเหมือนจะรุนแรงเกินไปจนทำให้เขตแดนจิตวิญญาณของเขากำลังถึงขีดจำกัดและได้ดำเนินการเพิ่มความแข็งแกร่งให้มากที่สุด

แต่ถึงอย่างไรเนี่ยหลี่ก็มองดูเงียบๆพร้อมกับขมวดคิ้วเล็กน้อย,ต้วนเจี้ยนนั้นเต็มไปด้วยความแค้น ซึ่งดูเหมือนจะมากเกินไปเสียด้วยซ้ำ แต่ถึงอย่างนั้นการที่จะก้าวต่อไปสู่ความแข็งแกร่งนั้นเขาจำเป็นที่จะขจัดความแค้นเหมือนอสูรให้ออกไปจากจิตใจ,ไม่เช๋นนั้นแล้ว เข้าอาจจะไม่สามารถเลื่อนไปสู่ระดับชะตาสวรรค์ได้

ในใจของเนี้ยหลี่นั้น,ต้วนเจี้ยน ได้กลายมาเป็นคนสำคัญกลายเป็นดั่งมือขวาของเขาและเขาก็ต้องการช่วยให้ต้วนเจี้ยนนั้นเป็นผู้เชียวชาญที่แกร่งที่สุดด้วย



ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น