วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 217 – Alliance Leader’s Position

Tale of the demon and god novel Chapter 217 – Alliance Leader’s Position

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 217 - ตำแหน่ง ผู้นำของพันธมิตร


บทที่ 217 - ตำแหน่ง ผู้นำของพันธมิตร



แม้ว่าไข่อสูรลึกลับมันจะมีรอยร้าวไปตลอดทั้งใบ แต่ไข่อสูรลึกลับก็มิได้มีท่าที่จะหยุดดูดกลืนพลังแห่งสัจธรรมของเนี้ยหลี่เลยแม้แต่น้อย

"เจ้านี่มันตะกละจริงๆ" เนี้ยหลี่กล่าว

พลังแห่งสัจธรรมของเจ้าตอนนี้ยังไม่ทรงพลังเพียงพอที่จะฟักมันหรอก ยู่หยานกล่าว แต่เธอก็ตระหนักได้ว่าไข่ใบนี้มันแปลกประหลาดจริงๆ ทั้งที่มีขนาดเล็กแค่นั้นแต่กลับดูดซึมพลังแห่งสัจธรรมได้มากมาย มันช่างเป็นสิ่งของที่เป็นปริศนาสมบูรณ์แบบจริงๆ

แม้ไข่จะยังไม่ฟักแต่เนี้ยหลี่ก็รู้สึกได้ถึงกระแสการเชื่อมต่อของเขากับไข่อสูรอยู่

มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะฟักเจ้าไข่ใบนี้และเค้าคงจะต้องใช้เวลาในการฟักอีกนานเลยทีเดียว

แม้ยู่หยานจะสอนเขาเกี่ยวกับพลังแห่งสัจธรรม แต่มันก็มิได้กล้าแข็งพอที่จะฟักไข่ แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้ไข่ใบนี้สร้างการเชื่อมต่อกับเค้าได้นั้นเอง

ขณะที่เนี้ยหลี่กำลังวิเคราะห์ไข่ใบนั้นอยู่ โดยมียู่หยานเกาะอยู่ที่ไหล่

"ไม่ได้เจอกันนานนะท่านบรรพบุรุษ เย่ หยาน" เนี้ยหลีมองไปยังหุ่นเชิดวิญญาณรูปทรงนกที่เค้าได้สร้างขึ้น "เมืองกลอรี่เกือบถูกทำลายไปแล้วเมื่อตอนท่านไม่อยู่"

ข้าได้เฝ้าดูตระกูล หวู๋ กุยที่เข้าจู่โจมเมืองกลอรี่จากระยะไกล ข้าคิดว่า กองกำลังของตระกุลหวู๋ กุยแค่นั้นมิอาจทำลายเมืองกลอรี่ได้หรอก ระหว่างนั้นข้าได้ไปตรวจสอบ ที่ดินแดนใต้พิภพ เจ้าต้องดีใจเป็นอย่างมากแน่ๆถ้ารู้ว่าข้ารู้ความลับอะไรมา เย่ หยานพูดแบบจงใจให้เนี้ยหลี่อยากรู้อยากเห็น

"ท่านไปรู้อะไรมารึ?" เนี้ยหลี่เอ่ยถาม



รีบบอกเร็วสิ ถ้าเจ้าอยากบอกขนาดนั้น จะรีรออะไร ยู่หยานเร่งรัดให้เขาพูด

พี่สาวเทพธิดาท่านควรจะมีความอดทนบ้างนะ ท่านควรใจเย็นฟังที่เขาพูดก่อน และท่านเย่ หยานท่านก็ควรจะเคารพผู้ที่สูงอายุกว่าท่านด้วย เข้าใจไหม?

เย่ หยานเหลือบมองไปที่ยู่หยาน เขาคิดในใจว่า เจ้าเด็กนี่ถ้าจะบ้า ถ้าหญิงชราภาพกว่านี่ข้ายังพอเคารพได้จากใจจริง แต่นี้มันจะให้ข้าทำความเคารพ เด็กผู้หญิงที่มีขนาดเท่ากำปั้นเนี่ยนะ?? เป็นสิ่งที่เขาเหลืออดจริงๆ จึงได้เอ่ยถามเนี้ยหลี่ไปว่า

"เนี้ยหลีเจ้าไปลักพาตัวเด็กหญิงนางนี้มาจากที่ใดกัน"

เมื่อได้ยินคำถาม เนี้ยหลี่และ ยู่หยาน ก็แสดงสีหน้าเหนื่อยใจและเริ่มกล่าวว่า

ข้าต้องขออภัย ข้าลืมแนะนำไป นี่คือ เทพธิดายู่หยาน เพราะประกายไฟแห่งพระเจ้าของเธอได้แตกสลายลงและกายเทพของเธอถูกทำลาย ข้าจึงเขียนอักขระเพื่อสร้างกายเทพให้นางขึ้นมาใหม่ และเธอเป็นเทพวิญญาณ แต่เพราะเธอพึ่งได้กายเทพมาใหม่ตอนนี้จึงยังอยู่ในระดับตำนานขั้นแรกเท่านั้น อ่อ และข้าลืมบอกไปว่า นางมีชีวิตอยู่มาแล้ว รวมหมื่นปี !!

เย่ หยาน ถึงกับสำลัก แล้ว ก่นด่าเนี้ยหลี่ว่า "ก่อนหน้านี่ทำไมเจ้าไม่รีบพูดกันเจ้าเด็กบ้า"

ถ้านางอยู่มารวมหมื่นปี ข้าก็มิต่างจากเด็กทารกเลยหรือ และการที่จะให้เขาเรียกยู่หยานว่าพี่สาวเทพธิดา มันรู้สึกขัดใจจริงๆ    เย่ หยานคิดไม่ออกเลยว่าเนี้ยหลี่ใช้วิธีการใดถึงทำให้มีคนติดตามระดับเทพวิญญาณได้

แล้วยิ่งตัวเขาหาได้มีความรู้เกี่ยวกับ เทพวิญญาณเลยแม้แต่น้อย ตัวตนของ ยู่หยานเลยดูยิ่งใหญ่ขึ้นไปอีก เขาเคยคิดว่ามันมีแต่ในนิทานหรือตำนานที่เล่าขานสู่กันมาแต่โบราณซะอีก

ยู่หยานเริ่มเอือมระอา แล้ว ตะเบงเสียงออกไป "เจ้ามีเรื่องอะไรจะบอกก็รีบบอกสิ !!

จ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพกำลังจะเปิดรับสมัครศิษย์รุ่นใหม่!! นอกจากจะได้เป็นศิษย์แล้วยังมีโอกาสได้ขึ้นครองดินแดนใต้พิภพพร้อมกับครอบครองทรัพย์สมบัติของดินแดนใต้พิภพอีกด้วย เมื่อข่าวนี่แพร่สะพัดออกไป ทำให้เหล่าผู้เชี่ยวชาญ ระดับเซียนไปรวมตัวกัน แม้กระทั่ง เซียนของตระกูลหวู๋ กุย ก็มิเว้น ดังนั้นข้าคาดเดาว่า นับจากนี่เป็นเวลาครึ่งปี ตระกูลหวู๋ กุยคงมิส่งผู้เชียวชาญระดับเซียนมาถล่มเมืองกลอรี่อย่างแน่นอน ถ้าเทียบกับเมืองกลอรี่นั้น ทรัพย์สมบัติและตำแหน่งจ้าวดินแดนใต้พิภพนั้น ยิ่งใหญ่ขนาดเอาเมืองกลอรี่ไปเทียบมิได้เลยแม้แต่น้อย!!

มรดก ทรัพย์สมบัติของจ้าวดินแดนใต้พิภพอย่างงั้นหรอ?? มีแค่คนเดียวสินะที่จะได้เป็นศิษย์โดยตรงของจ้าวดินแดนใต้พิภพ?

จากที่ข้าเคยได้ยินนั้นจะต้องมีการ ผ่านการทดสอบที่ หอคอยมรณะเสียก่อน การที่เจ้าจะเข้าไปในหอคอยนั้นเจ้าต้องอยู่ที่ระดับแบล็คโกลด์เป็นต้นไป นอกจากเจ้าจะต้องฝ่าหอคอยแห่งความตายที่มีถึงเก้าชั้นแล้วเจ้ายังต้องเผชิญกับ เจ้าอสูร และ กลุ่มสมาคมทมิฬ

เจ้าอสูรและสมาคมทมิฬถึงกับสนใจหอคอยมรณะ แสดงว่าตำแหน่งจ้าวดินแดนใต้พิภพนั้นสำคัญมากจริงๆ

"แต่ระดับแบล็คโกลด์นี่มัน" เนี้ยหลี่พยายามครุ่นคิด

"เนี้ยหลี่นี่เจ้าคิดจะเข้าไปในดินแดนนั้นจริงๆหรือ" เย่ หยานเอ่ยถาม

"นั้นไม่ใช่จุดประสงค์ที่ท่านต้องการบอกข้าถึงข่าวนี่หรอกหรือท่านเย่ หยาน" เนี้ยหลี่มองไปยังหุ่นเชิดวิญญาณแล้วกล่าวออกไป

เมื่อถูกเนี้ยหลี่มองบรรพบุรุษเย่ หยานทำได้แค่ยิ้มและตอบกลับไปว่า "ตั้งแต่มีประกาศเรื่องที่จ้าวดินแดนใต้พิภพจะรับสมัครศิษย์นั้น เค้ามิได้สรรหาคนที่แข็งแรงที่สุดแต่เค้าต้องการคนที่มีความสามารถที่สุดต่างหาก"

หากเนี้ยหลี่ได้เป็นศิษย์ของจ้าวดินแดนใต้พิภพ จะมีตระกูลอื่นหาญกล้ามาแตะต้องลูกศิษย์ของจ้าวดินแดนกับเมืองกลอรี่อย่างนั้นหรือ !!

เนี้ยหลี่พยักหน้าให้กับความเห็นของเย่ หยาน

ยู่หยานได้ครุ่นคิดว่า ทุกคนรู้ว่าจ้าวดินแดนนั้นเป็นเทพวิญญาณ แต่ว่าพวกเค้าไม่รู้ถึงความสามารถอื่นๆเลยแม้แต่น้อย และที่สำคัญนี่เป็นจุดเริ่มต้นระหว่างการแข่งขันเอาชีวิตรอดของเผ่าปีศาจกับเผ่ามนุษย์โดยแท้จริง

"เนี้ยหลี่ข้าจะไปหอคอยมรณะกับเจ้า!" ยู่หยานกล่าว

มันคงจะปลอดภัยมากหากมีพี่สาวเทพธิดาเดินทางไปด้วย

หลังจากที่เขาได้ทำการตัดสินใจว่าจะไปแล้ว เขาก็ได้เริ่มตระหนักถึงคนที่เค้าจะนำไปด้วยแน่นอนว่าคนแรกคือต้วนเจี้ยน เพราะด้วยร่างกายระดับตำนานของเขานั้น ต่อให้พบเจออันตรายเขาก็สามารถเอาชีวิตรอดได้อย่างแน่นอน แต่เขากลับเป็นห่วงคนอื่นๆที่เขาอยากจะพาไปด้วยเนี่ยสิ

 เนี้ยหลี่ไปหาต้วนเจี้ยน-

ต้วนเจี้ยนเจ้าอยากไปหอคอยมรณะกับข้าหรือไม่?

"ไม่ว่าจะบุกน้ำลุยไฟที่แห่งหนใดข้าก็จะตามนายท่านไป ขอแค่ท่านเอ่ยปากบอกข้ามา!" ต้วนเจี้ยนกล่าว

แต่ก่อนที่จะไปยังหอคอยมรณะข้าต้องการหัวของ ซิคง ยี่   แววตาของต้วนเจี้ยน ณ ขณะนี้ แฝงไปด้วยรังสีแห่งความอาฆาต ต้วนเจี้ยนคิดในใจว่า หากแม้ว่าข้าได้หัวของซิคง ยี่แล้ว ในอนาคตต่อให้เขาตายเขาก็ไม่มีอะไรที่ต้องมาเสียใจอีกแล้ว!

เนี้ยหลี่ครุ่นคิด ต่อให้ซิคง ยี่เป็นระดับตำนานก็จริงแต่ด้วยระดับพลังของต้วนเจี้ยนตอนนี่เขาคงฆ่า ซิคง ยี่ ได้ไม่ยากเย็นนัก.การเดินทางไปกลับยังดินแดนคุกอเวจีก็ไม่ได้ใช้เวลาหลายวันนัก เขายักไหล่และพูดไปว่า"สำหรับเรื่องนี้ข้าจะเดินทางไปกับเจ้าสองคนที่ดินแดนคุกอเวจี"

เนื่องจากเขาและเย่จื้อหวิ๋นนั้นได้มั่นหมายกันแล้ว,โดยมารยาทแล้วเขาควรจะบอกเธอ,แต่เขานั้นไม่อยากให้เธอเข้ามาเกี่ยวพันในเรื่องนี้ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจที่จัดการด้วยตัวของเขาเอง

"ขอบคุณนายท่านมาก" เขารอคอยวันนี้มานานแสนนาน วันที่เค้าจะได้แก้แค้นให้แก่พ่อแม่ของเค้า

- ณ ดินแดนคุกอเวจี-
หลังจากที่ตระกูลปีกสีเงินโดนเนี้ยหลี่ทำลายและสูญเสียอำนาจ  ทำให้ตอนนี้ตระกุลปีกสีเงินนั้นโดนตระกูลอื่นๆกดขี่ข่มเหงอยู่ แต่ก่อนนั้นตระกูลต่างๆ ต่างหวาดกลัวซิคง ยี่และตระกูลปีกสีเงินเป็นอย่างมาก แต่มันไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว

ตอนนี้ซิคง ยี่ได้ทำการร่อนจดหมายไปยังผู้นำตระกูลต่างๆ เพื่อจัดการประชุมพันธมิตร

พวกผู้นำตระกูลต่างไม่แน่ใจว่าซิคง ยี่ วางแผนการอะไรเอาไว้ถึงได้เรียกผู้นำตระกูลต่างๆมารวมกัน

-ณ ศาลากลางของเมือง-
เต็มไปด้วย ตระกูลต่างๆ นอกจากนั้นยังมี ผู้เชียวชาญระดับโกลด์และแบล็คโกลด์จากตระกูลปีกสีเงิน โดยผู้เชี่ยวชาญเหล่านั้นได้ยืนล้อม ซิคง ยี่และซิคงหงหยู๋ไว้

แม้ใบหน้าของซิคง ยี่จะซีดเซียวแต่ว่าแววตาของเค้านั้นยังคงความน่ากลัวเอาไว้

"ท่านพ่อแผลของท่าน"............ ซิคง หงหยู่ กระซิบ

ซิคง หงหยู่เริ่มน้ำตาไหล "ท่านพ่อ..."

"เจ้าเป็นถึงลูกของซิคง ยี่ เจ้าห้ามร้องไห้ หยุดร้องเดี๋ยวนี้"

"ที่ข้าเรียกทุกท่านมาวันนี่เพียง มีเรื่องจะบอก ข้าต้องการหาผู้นำคนใหม่ เพราะข้า ซิคง ยี่ คงอยู่ได้ไม่ถึงครึ่งปี แต่ข้าจะมอบเทคนิคลับและเงินของตระกูลแก่พวกเจ้า แต่พวกเจ้าจะต้องช่วยดูแลลูกสาวและตระกูลของข้าด้วย ด้วยเงินจำนวนนี่สามารถทำให้ตระกูลปีกสีเงินคงอยู่ไปได้อีกหลายร้อยปีเลยทีเดียว"  ซิคง ยี่กล่าว

"ท่านพ่อ......"

เมื่อได้ยินเรื่องราวทั้งหมด เหล่าผู้นำตระกูลต่างๆ ต่างยืนขึ้นเพื่อทำความเคราพ
จากตระกูลทั้งหมดมีแค่ซิคง ยี่ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญระดับตำนานของตระกุลปีกสีเงิน ส่วนตระกูลอื่นๆ พวกเขามีเพียงผู้เชี่ยวชาญระดับแบล็คโกลด์เท่านั้น

หลี่ เซี่ยวหัวหน้าตระกูลเพลิงศักดิ์สิทธิ์กล่าวขึ้นว่า "พวกข้าทั้งหมดรู้ว่าตระกูลของท่านมิได้แข็งแกร่งดังเช่นก่อนแล้ว ท่านเลยคิดจะติดสินบนใช่หรือไม่ แต่ข้าบอกได้เลยว่าเงินแค่นี้ไม่สามารถซื้อพวกเราได้"

"นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน?"  ซิคง ยี่คิดในใจ

อันที่จริงข้ามีเรื่องสำคัญที่ยังไม่ได้บอก ข้าค้นพบวิธีที่จะพาพวกเจ้าออกไปจากดินแดนคุกอเวจีแห่งนี้ได้ ด้วยอาณาเขตเคลื่อนย้าย และที่สำคัญข้ายังรู้ถึงตำแหน่งของศิลาแห่งแสงที่จะทำให้ประตูนั้นทำงานด้วย !!


ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น