วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 215 – Soul Array

Tale of the demon and god novel Chapter 215 – Soul Array

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 215 - อาณาเขตวิญญาณ


บทที่ 215 - อาณาเขตวิญญาณ



ทันใดนั้นเนี้ยหลี่เห็นอีกร่างหนึ่งปรากฏขึ้นนั้นคือ เสี่ยวหนิงเอ๋อ

เสี่ยวหนิงเอ๋อก็นั่งเงียบๆอยู่ตรงนั้น เธอรู้สึกว่าเขตแดนวิญญาณของเธอกับเนี้ยหลี่นั้นได้เชื่อมต่อกัน หลังจากนั้น ตูเซอหลู่เปียว และ ต้วนเจี้ยน ก็ออกมา ช่วงเวลาต่อมาเนี้ยหลี่สัมผัสได้ว่าเขตแดนวิญญาณของพวกเขาทุกคนได้เชื่อมต่อกันแล้ว เนี้ยหลี่ยังรู้สึกได้อีกว่าเขาสามารถกระจายพลังของเขาไปยังเขตแดนวิญญาณอื่นๆได้

สถานการณ์ประหลาดแบบนี้ขนาดเนี้ยหลี่ยังต้องตกใจ ในอดีตชาติ เนี้ยหลี่ไม่เคยเจอสิ่งล้ำค่าแบบนี้มาก่อน

ดาบเทพอัสนีดาวตกไม่นึกว่าจะมีความสามารถเร้นลับเช่นนี้ซ่อนอยู่มันสามารถเชื่อมต่อไปยังเขตแดนวิญญาณของคนอื่นได้

ในขณะนั้นเนี้ยหลี่และคนอื่นๆรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงที่ประหลาดในเขตแดนวิญญาณของพวกเขา
เย่ จื้อหวิ๋น เสี่ยว หนิงเอ๋อ และพวกเขารู้สึกว่ามีการเปลี่ยนแปลงของพลังวิญญาณ และต้องตกใจเป็นอย่างมากเมื่อตรวจพบว่าพลังวิญญาณ และ ปริมาณของพลังนั้นถูกเพิ่มแบบรวดเดียวถึงมากกว่า 10เท่า จนพวกนางแทบไม่อยากเชื่อ

พวกเขาตรวจสอบเขตแดนวิญญาณอย่างระมัดระวังและได้พบว่าในเขตแดนวิญญาณนั้น ได้ปรากฏรูปแบบของจารึกบางอย่าง



เนี้ยหลี่รู้สึกถึงเขตแดนวิญญาณของคนอื่นๆ รอยจารึกในเขตแดนวิญญาณนั้นแตกต่างกัน แต่เขาก็สามารถเข้าใจได้ว่ารูปแบบของจารึกทั้งหมดนั้น เชื่อมต่อเขตแดนวิญญาณของพวกเขาเข้าหากัน สิ่งที่เกิดขึ้นกับเขตแดนวิญญาณนั้นส่งผลออกมาได้น่าประหลาดใจอย่างมาก

ตราบใดที่ไม่มีการแบ่งกั้นระหว่างมิติ พวกเขาจะรู้สึกถึงอีกฝ่ายแม้ว่าจะอยู่ไกลแค่ไหน แต่ถ้าเกิดหากมีใครสักคนตกอยู่ในอันตราย พวกเขาจะสามารถรู้สึกถึงมันทันที ถ้าอยู่ในเขตแดนวิญญาณเดียวกัน เมื่อเขตแดนแข็งแกร่งมากขึ้นทุกคนที่เชื่อมต่ออยู่ก็จะได้รับประโยชน์จากมันและจะทำให้ระดับพลังของพวกเขาเพิ่มสูงขึ้นด้วย

พวกเขาทั้งสิบเอ็ดได้เชื่อมโยงขอบเขตวิญญาณเข้าหากัน หากพวกเขาไม่ได้อยู่ห่างกันมาก ถ้าเกิดหนึ่งในสิบเอ็ดคนถูกโจมตี พวกเขาจะรับรู้ได้

เขาไม่คาดคิดเลยว่าดาบเทพอัสนีดาวตกจะมีความสามารถนี้

ในค่ายกลวิญญาณนี้มีแกนหลักอยู่ที่เนี้ยหลี่ หากเนี้ยหลี่ตายค่ายกลวิญญาณก็จะถูกยกเลิก อีกทั้งเนี้ยหลี่ยังสามารถที่จะยกเลิกการเชื่อมต่อกันของคนอื่นๆได้และสามารถถ่ายโอนพลังไปให้ใครก็ได้ที่เขาปรารถนา

มันเป็นความสามารถลึกลับที่น่าตกใจ

เขารู้สึกประหลาดใจอย่างมาก ผู้ที่สร้างความสามารถนี้ขึ้นมาจะต้องมีความเข้าใจถึงเขตแดนวิญญาณอย่างมากจึงจะสามารถทำได้ถึงขนาดนี้

น่าเสียดายที่หากเชื่อมสัมพันธ์วิญญาณกันแล้ว หากมันไม่ถูกทำลายก็ไม่สามารถเพิ่มใครเข้าไปได้อีก

ทันใดนั้นเนี้ยหลี่รู้สึกได้ว่าพลังแห่งสัจธรรมที่อยู่ภายในตัวเขาได้ค่อยๆเปลี่ยนแปลง พลังแห่งสัจธรรมเปรียบเสมือนเมล็ดที่ได้รับการปลูกลงในเขตแดนวิญญาณ เมื่อเวลาผ่านไปพลังแห่งสัจธรรมภายในกายของเนี้ยหลี่จะส่งผลต่อเขตแดนวิญญาณของพวกเขาและจะทำให้พวกเขาขึ้นไปถึงระดับแบล็คโกลด์

นี่คือช่วงเวลาหนึ่งที่ทุกๆคนแข็งแกร่งขึ้น พลังของพวกเขาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ความรวดเร็วในการบ่มเพาะที่คาดไม่ถึงนี้ เย่ จื้อ หวิ๋น เสี่ยวหนิงเอ๋อ และพวกเขาทั้งหมดก็ลืมตาขึ้น "เนี้ยหลี่นายก็รู้สึกใช่ไหมว่าเขตแดนวิญญาณของพวกเราเปลี่ยนแปลง" เย่ จื้อ หวิ๋นถามเนี้ยหลี่ขณะที่ภายในใจรู้สึกสับสน

นอกจากเนี้ยหลี่แล้วพวกเขาทั้งหมดรู้สึกสับสนในพลังของพวกเขา

"ไม่ต้องห่วง"เนี้ยหลี่ยิ้ม"เขตแดนวิญญาณของเราได้ทำการสร้างค่ายกลวิญญาณแล้ว"

จากนั้นเขาได้อธิบายถึงวิธีใช้งานค่ายกลวิญญาณ

ทุกคนตกใจและไม่คาดคิดว่าจะมีความสามารถที่ประหลาดแบบนี้ พวกเขาสามารถใช้ประโยชน์จากพลังวิญญาณจากเขตแดนวิญญาณของคนอื่นได้ แบบนี้มันจะเยี่ยมเกินไปแล้ว?

"ก็ดี" ตูเซอ กล่าวหลังจากที่นิ่งเงียบไปพักหนึ่ง"อย่างน้อยถ้าเกิดมีการต่อสู้กัน ค่ายกลวิญญาณก็จะช่วยให้ความแข็งแกร่งของเราเพิ่มมากขึ้นกว่าแต่ก่อน"

"ยังไงก็ตามความเหนื่อยล้าของพลังวิญญานก็เป็นสิ่งที่ดี. เมื่อเกิดการต่อสู้ขึ้นจะสามารถลดการใช้พลังส่วนเกินได้" เนี้ยหลี่กล่าวเพราะมันจะได้ไม่มีปัญหาเวลาจะใช้ หมัดสายฟ้าและพลังแรงโน้มถ่วง

"ฮ่าๆๆ เราไม่ต้องกังวลแล้วสินะว่าจะถูกนายทิ้งห่างเรื่องการบ่มเพาะพลัง" หลู่เปียวดูท่าทางจะตื่นเต้นมาก เขาคิดว่าถึงแม้เขาจะไม่พยายามบ่มเพาะพลังแต่ความเร็วในการบ่มเพาะก็จะยังคงรวดเร็วและแข็งแกร่งขึ้นอยู่ดี

"ด้วยเทคนิคการบ่มเพาะพลังของเจ้าแม้ว่าเจ้าจะฝึกการบ่มเพาะเพียงเล็กน้อย มันก็ยังมีความเร็วมากอยู่ดี แต่ถ้าเกิดเจ้าขี้เกียจก็รังแต่จะเป็นตัวถ่วงของคนอื่นๆข้าคงไม่มีทางเลือกนอกจากถอดเจ้าออกจากค่ายกลวิญญาณ" เนี้ยหลี่ กล่าวขณะที่ถอนหายใจและส่ายหัว

"เนี้ยหลี่เรายังคงเป็นพี่น้องกันอยู่สินะ" หลู่เปียวกล่าวด้วยความขมขื่น

"มันก็ขึ้นอยู่กับตัวเจ้าเอง" เนี้ยหลี่ยักไหล่

หลู่เปียวทำปากจู๋  ทุกคนต่างจ้องไปที่เขาและก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ

"ในขณะที่เรากำลังฝึกอยู่นี้ ตระกูล หหวู๋กุยก็คงเตรียมตัวที่จะโจมตีเมืองกลอรี่ของเรายังดีที่จำนวนผู้เชี่ยวชาญที่มันส่งมานั้นมีไม่มาก เราต้องเร่งการบ่มเพาะของเราให้สูงขึ้นให้เข้าสู่ระดับแบล็คโกลด์หรือใกล้เคียงระดับตำนาน" เนี้ยหลี่กล่าวหลังจากขบคิด มีจิตอสูรจำนวนมากที่ยังไม่ได้ดูดซับมันสามารถเร่งการบ่มเพาะให้พวกเขาได้

หลังจากที่พวกเขาก้าวไปถึงระดับแบล็กโกลด์ เทคนิคกลืนกินจิตอสูรก็จะไม่เป็นผล สำหรับตอนนี้พวกเข้าต้องหยุดที่ระดับแบล็คโกลด์และคิดหาวิธีที่จะยกระดับการบ่มเพาะของพวกเขาในอนาคต

หลังจากที่ได้ยินเนี้ยหลี่พูดพวกเขาอดไม่ได้เลยที่จะตื่นเต้น ก่อนที่เขาจะรู้จักกับเนี้ยหลี่เขาไม่เคยคิดเลยว่าความเร็วในการบ่มเพาะของพวกเขาจะรวดเร็วจนเกือบจะไปถึงระดับตำนานได้

ในป่าห่างจากเมืองกลอรี่หลายพันไมล์ เย่ ฮั่นอยู่อย่างสงบเขาไม่สามารถที่จะมีส่วนร่วมในการต่อสู้ครั้งนี้ได้ ระดับการบ่มเพาะของเขายังอยู่เพียงแค่ระดับโกลด์ นอกจากนี้เขายังมีความสำคัญในฐานะที่เป็นนักจารึกอักขระ ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญจากตระกูลหหวู๋กุยนั้นด้วยจำนวนเพียงเท่านี้ก็เพียงพอที่จะสามารถทำลายเมืองกลอรี่ได้

"ท่านพ่อบุญธรรมท่านบังคับให้ข้าทำแบบนี้เองนะ" ใบหน้าของเย่ ฮั่นแสดงถึงความโกรธ "แต่เดิมข้าเพียงแค่อยากจะเป็นเจ้าเมืองกลอรี่และครองรักกับเย่ จื้อ หวิ๋นเท่านั้น แต่เนื่องจากท่านบีบบังคับให้ข้าทำแบบนี้ถึงแม้ว่ามันจะหมายถึงการทำลายเมืองกลอรี่ทิ้งก็ตาม แต่ข้าได้ขอให้ตระกูลหหวู๋กุยไว้ชีวิตของเย่ จื้อ หวิ๋นแล้ว ข้าจะดูแลนางเองท่านพ่อบุญธรรม"

เย่ ฮั่นนึกถึงภาพที่เมืองกลอรี่ถูกทำลายใบหน้าของเขาก็แสดงออกมาซึ่งความสุข ตั้งแต่ที่ความฝันที่จะเป็นเจ้าเมืองของเขาถูกทำลายลงและการทรยศของเขานั้นเป็นตัวกระตุ้นให้เขาคิดที่จะทำลายเมืองกลอรี่

ในระหว่างนั้นมีกลุ่มคนบางกลุ่มเดินตรงมาทางเขา

มันคือคนในตระกูล่วูกุ๋ย ทำให้เย่ ฮั่นรู้สึกประหลาดว่าเหตุใดผู้เชี่ยวชาญระดับตำนานถึงได้ปรากฏตัวในสภาพที่อนาถเช่นนี้

เย่ ฮั่นรีบเดินเข้าไปและกล่าวถามว่า "มีอะไรผิดพลาดเกินขึ้นที่เมืองกลอรี่อย่างนั้นหรือ?"

หหวู๋ หยู ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บอย่างหนักเหลือบมองไปที่เย่ ฮั่นและกล่าวด้วยความเกรี้ยวกราดแล้วคว้าไปที่เสื้อของเย่ ฮั่น "เราพ่ายแพ้ ไอ้สารเลว แกโกหกเรา แกไม่บอกเรื่องค่ายกล ที่สามารถจัดการกับระดับตำนานได้ เราทุกคนถูกขังอยู่ในนั้นและเกือบจะไม่สามารถหลบหนีออกมาได้"

"ค่ายกลที่ขังพวกเจ้า? มันเป็นไปไม่ได้" ตาของเย่ ฮั่นเบิกกว้าง เขาไม่รู้ถึงความสามารถที่แท้จริงของค่ายกลหมื่นอสูร เขารู้เพียงแค่ว่ามีสัตว์อสูรระดับแบล็คโกลด์อยู่ในนั้นแต่มันก็ไม่น่าจะที่มีความสามารถพอที่จะจัดการกับระดับตำนานหลายคนที่ส่งไปได้

เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าค่ายกลหมื่นอสูรจะแข็งแกร่งได้ขนาดนี้

"หวู๋หยูปล่อยมันไป ถ้าเจ้านี้มันวางแผนอะไรบางอย่างมันคงไม่บอกที่ตั้งของเมืองกลอรี่ให้เรารู้หรอก" หวู๋หมิงกล่าว อีกทั้งเย่ ฮั่นยังเป็นนักจารึกอักขระให้แก่พวกเรา

"ฮึ่มม" หวู๋หยู ปล่อยมือจากเย่ ฮั่น

"แม้ว่าค่ายกลจะแข็งแกร่งแต่มันคงจะไม่สามารถต้านทานผู้เชี่ยวชาญระดับเซียนได้เป็นแน่ ดูเหมือนว่าเราต้องเชิญผู้เชี่ยวชาญระดับเซียนมาจัดการเองซะแล้ว"

หวู๋หมิงกล่าวดวงตาของเขาเป็นประกายพวกเขาได้เห็นแล้วว่าเมืองกลอรี่เป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองมาก จะทำให้ตระกูลของพวกเราร่ำรวยกว่านี้แน่

เย่ ฮั่นจ้องมองไปทางเมืองกลอรี่สายตาของเขาแสดงให้เห็นถึงความโกรธ เขาไม่คาดคิดเลยว่าค่ายกลหมื่นอสูรจะมีความแข็งแกร่งขนาดที่ว่าสามารถกักขังระดับตำนานหลายคนได้

เขาจำได้ว่าเย่ซ่งเคยพูดไว้ว่าอาณาเขตนี้ถูกสร้างโดยเนี้ยหลี่

"ดังนั้นค่ายกลนั้นคงมีความแข็งแกร่งมาก" เย่ ฮั่นกำหมัดแน่นจนปรากฏให้เห็นเส้นเลือดที่แขน ด้วยความสามารถของเนี้ยหลี่แม้ว่าเย่ซ่งจะต้องลงจากตำแหน่งเจ้าเมืองเพื่อยกมันให้กับเนี้ยหลี่เขาคงจะต้องเห็นด้วยกับมันอย่างแน่นอน ไม่ต้องแปลกใจเลยทำไมในงานวันนั้นเนี้ยหลี่ถึงไม่ได้มีความเกรงกลัวอันใดเลย ทุกอย่างที่เขาหวังถูกแย่งไปหมดโดยเนี้ยหลี่

กองกำลังของตระกูลหหวู๋กุยหายจากป่าไปอย่างรวดเร็ว

คฤหาสเจ้าเมือง,ห้องประชุมใหญ่
"พวกเจ้าทั้งหมดอยู่ในระดับโกลด์ขั้นที่ 5  และอีกเพียงไม่กี่ก้าวก็จะไปถึงระดับแบล็คโกลด์แล้วหรือ? และเนี้ยหลี่ก็อยู่ในระดับแบล็คโกลด์แล้ว ?"เมื่อเย่ซ่งได้รับข้อมูลจาก เย่ จื้อ หวิ๋น เขาก็ตกใจอย่างมากเขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าระดับการบ่มเพาะของเนี้ยหลี่จะรวดเร็วปานนี้

เพียงแค่ระดับโกลก็สามารถที่จะเรียกได้ว่าอัจฉริยะแล้วอีกทั้งความสามารถอื่นๆอีก ในปกติจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยก็สามถึงสี่ปี แต่ระยะเวลาที่เนี้ยหลี่ทำได้นี้มัน?

ความสามารถและความเร็วในการบ่มเพาะของเนี้ยหลี่จัดได้ว่าอยู่ในอันดับหนึ่ง ระยะเวลาเพียงแค่นี้เนี้ยหลี่ก็ก้าวมาถึงระดับแบล็คโกลด์และอีกทั้งคนอื่นๆยังมีระดับที่ไม่ห่างกันมาก เมื่อเขามองไปที่เนี้ยหลี่และเห็นถึงความก้าวหน้าขนาดนี้เย่ซ่งก็ อดยิ้มอย่างขมขื่นไม่ได้เพราะว่าครั้งหนึ่งนั้นเขาเคยถูกเรียกว่าอัจฉริยะหมายเลขหนึ่งของเมืองกลอรี่ ทว่าหลังจากเทียบกับเนี้ยหลี่แล้วเขาแทบจะไม่ได้มีอะไรพิเศษกว่าคนอื่นเลย

แต่ถึงอย่างไร,เนี่ยหลี่ไม่ได้กังวลเกี่ยวกับมันซักเท่าไหร่.ในชาติก่อนของเขานั้น ได้ใช้เวลาหลายสิบปีในตำราภูติห้วงกาลลี้ลับเพื่อที่จะไปถึงระดับแบล็คโกลด์ สำหรับในชาตินี้นั้นเขามีความรู้มากมายในการบ่มเพาะพลังและยังมีเทคนิคบ่มเพาะพลังที่มีประสิทธิภาพมาก,เขาจึงใช้เวลาไม่มากนัก



ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น