วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 214 – Unusual transformation

Tale of the demon and god novel Chapter 214 – Unusual transformation

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 214 - การเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติ


บทที่ 214 - การเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติ


โดยเฉพาะการเพิ่มความแข็งแกร่งอย่างรวดเร็ว พวกเขาจะต้องมีความสามารถทีเพียงพอที่จะเผชิญวิกฤติในครั้งต่อไป พวกเขาอยู่ในจุดสำคัญของบ่มเพาะ หากพวกเขาจะหยุดกลางคัน ผลที่ได้รับจะลดลงอย่างมหาศาล

เนี้ยหลี่ยังคงฝึกฝนและดูดซับพลังวิญญาณและพลังแห่งสัจธรรม ดาบเทพอัสนีดาวตกได้ปล่อยพลังงานลึกลับบางอย่างและมีแสงกระจายเป็นระยะๆให้ความรู้สึกสงบ ดาบได้ลอยอยู่ตรงหน้าเขา ดูเหมือนว่าดาบได้ทำการดูดซับพลังงานโดยรอบ ดาบเทพอัสนีดาวตกยังคงกระจายแสงออกมาเป็นระยะ และดูเหมือนมันจะยังคงดูดซับพลังงานโดยรอบเข้าไปเรื่อยๆไม่หยุดพัก

เมื่อดาบเทพอัสนีดาวตกได้ซึมซับเอาพลังวิญญาณและพลังแห่งสัจธรรม  มันดูเหมือนว่าบ่อน้ำวนที่ดูดน้ำเข้าไปเรื่อยๆ

เนี้ยหลี่รู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นของพลังและการเปลี่ยนแปลงของพลังแห่งสัจธรรมที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ทำให้อสูรเขี้ยวแพนด้าเริ่มกลืนกินจิตอสูรได้ง่ายยิ่งขึ้น

ดาบเทพอัสนีดาวตก ได้ปลดปล่อยสายฟ้าออกมาและดูเหมือนจะมีอะไรบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ในสายฟ้าเหล่านั้น เนี้ยหลี่รีบตั้งสติและเริ่มสังเกตเกี่ยวกับมัน มันได้ดึงดูดสติของเขาไปอย่างลึกลับ

ในเวลาเดียวกันนี้ ผู้เชี่ยวชาญระดับตำนานจากตระกูล หวู๋กุยที่ถูกกักขังอยู่ในค่ายกลหมื่นอสูรไม่สามารถออกมาได้ ผู้เชี่ยวชาญหลายคนถูกสังหารโดย เย่ โม่เป็นเหมือนกับพญาเสือในฝูงแกะ คลื่นพลังจากฝ่ามือของเขาทำให้นักสู้ระดับแบล็คโกลด์ 5ถึง6คน ลงไปกองกับพื้น ด้วยลมวายุเหมันต์ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงระดับซิลเวอร์หรือระดับโกล



ในขณะที่กำลังมองคนอื่นถูกฆ่า ตาของผู้เชี่ยวชาญระดับตำนานเริ่มกลายเป็นสีแดง

หนึ่งในผู้เชียวชาญระดับตำนานของตะกูลหวู๋กุยก็พูดออกมาด้วยเสียงอันเยืยกเย็นว่า

“หวู๋ หยู่ใช้เทคนิคต้องห้ามของตระกูลซะ!”

เมื่อหวู๋ หยู่ได้ยินถึงกับลังเลอยู่ซักพัก  แต่ด้วยพลังต้องห้าม เขาจะสามารถพาทุกคนหนีออกจากค่ายกลหมื่นอสูรได้  แต่ยังไงก็ตาม หลังจากที่เขาใช้มันเสร็จ เขาจะได้รับความทรมานอย่างมหาศาลจากผลของมัน

“ถ้าเจ้าไม่ใช้มันตอนนี้ เจ้าจะไม่เหลือเวลาให้ใช้อีกแล้ว!” เหล่าผู้เชี่ยวชาญระดับตำนานคนอื่นพูดออกมา.

ในระหว่างที่หวู่หยู่ กำลังลังเล เย่ ซ่งผู้อยู่ใจกลางของค่ายกลหมื่นอสูร ก็แผ่รังสีอันเยือกเย็นออกมาจากตาของเขา และส่งสัญญาณมือ ค่ายกลเริ่มเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง อสูรระดับแบล็คโกลด์ทั้งหมดรวมพลังกันเปรียบเสมือนมีเงาภูเขาขนาดใหญ่กดลงมาจากฟากฟ้า

พลังอันมหาศาลที่กดทับลงมา ผู้เชี่ยวชาญระดับตำนานคนหนึ่งได้พยายามจะต่อต้านและต่อยหมัดเข้าไปที่ภูเขา

บูมม!

พลังที่เหนือชั้นกว่านั้นได้แทรกเข้าไปในร่างกายของผู้เชี่ยวชาญระดับตำนาน และถูกมันควบคุม

“เกิดอะไรขึ้น?……” ผู้เชี่ยวชาญระดับตำนานคนนั้นกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวดพร้อมๆกับร่างที่ระเบิดออก

บูมม! บูมม! บูมม!

ร่างกายของผู้เชียวชาญระดับตำนานอีก 3 คนระเบิดออกตามๆกันไป

ค่ายกลหมื่นอสูรนั้นทรงพลังเกินกว่าที่ผู้เชี่ยวชาญระดับตำนานจะต้านทานได้.

ผู้เชี่ยวชาญระดับตำนานติดอยู่ในค่ายกลนี้11คน คนหนึ่งตายโดยไม่สามารถเข้าใจถึงพลังของค่ายกล และตายอย่างง่ายๆไปอีก3คน ตอนนี้ เหลือเพียง8

เมื่อเห็นเหตุการณ์นี้ ดวงตาของ หวู๋ หยู่เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ  เขาเข้าใจแล้วว่าถ้าเขาไม่ใช้เทคนิคต้องห้าม ที่นี่จะเป็นหลุมศพของเขา

เมื่อเขาร่ายคาถา ทุกส่วนบนร่างกายของเขามีเลือดไหลออกมา เลือดนั้นเปลี่ยนเป็นหมอกและได้ห่อหุ้มตัวของเขาไว้ มันเปรียบเสมือนอสูรโลหิต

อ๊ากก  เขาคำรามออกมาอย่างเจ็บปวด.

“ตามข้ามา” หวู๋ หยู่คำรามอย่างดุดัน  ในขณะที่ร่างกายของเขาเปลี่ยนเป็น ประกายแสงโลหิต และพุ่งออกไป หวังออกจากค่ายกลหมื่นอสูร

ผู้เชี่ยวชาญระดับตำนานที่เหลืออีกเจ็ดคนตามหลังเขาไป.

บูมม! บูมม! บูมม!

อสูรระดับแบล็คโกลด์จากค่ายกลที่สัมผัสโดนหมอกนั้นระเบิดออกและสลายเป็นเถ้าถ่าน
หวู๋ หยู่ได้กระโจนตัวออกไปโดยที่ไม่คิดจะหยุด.

เมื่อเห็นเช่นนั้น เย่ ซ่งเริ่มขมวดคิ้วและเรียกตราประทับออกมาพร้อมกับผลักมันออกไปอย่างช้าๆ

ภายในค่ายกลนั้น ฝ่ามือขนาดใหญ่ปรากฎออกมาและพุ่งตรงไปหาหวู๋ หยู่

เมื่อเห็นดังนั้น เขาไม่ได้หลบหลีกหรือกลัวแต่อย่างใด แต่กลับยกดาบในมือพุ่งเข้าหาแทน

บูมม!

ดาบในมือของ หวู๋ หยู่ถูกทำลาย แต่เขาสามารถเจาะทะลุฝ่ามือนั้นได้ ในขณะที่พุ่งออกจากค่ายกล. ผู้เชี่ยวชาญทั้ง 7 ก็ได้ตามหวู๋ หยู่ออกมาจากค่ายกลได้สำเร็จ

‘ไม่คิดเลยว่าพวกเขาจะหนีออกไปได้”เย่ ซ่งสบถออกมาอย่างเจ็บใจ.
 เขายังไม่สามารถใช้ค่ายกลหมื่นอสูรได้อย่างชำนาญนัก นี่คือเหตุผลที่หวู๋ หยู่หนีออกไปได้.

นอกจากนี้ เทคนิคต้องห้ามของหวู๋ หยู่นั้นทรงพลังมาก  พลังของเย่ ซ่งในตอนนี้สามารถ ต่อกรกับคนที่อยู่ในระดับ เซืยน ได้อย่างสูสี แต่มันก็ยังไม่พอที่จะหยุดหวู๋ หยู่

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ออกจากค่ายกล หวู๋ หยู่กระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง  และร่างกายกลับสู่ขนาดเดิมอย่างรวดเร็ว เพื่อหลบหนีออกจากค่ายกลหมื่นอสูร เขาต้องใช้เทคนิคต้องห้ามของตระกูลหวู๋กุย นั้นทำให้เขาบาดเจ็บและทรมานอย่างมาก นอกจากนี้ การปะทะก่อนออกทำให้เกิดอาการบาดเจ็บที่ไม่สามารถรักษาได้ในเวลาอันรวดเร็ว

หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญระดับตำนานได้เข้าไปแบกตัวของหวู๋ หยู่ไว้.
หัวหน้ากลุ่มนั้นได้หันหลังกลับไปดูเย่ ซ่ง ที่อยู่ตรงกลางของค่ายกลและเปล่งเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธออกมา
“วันนี้พวกเราตระกูลหวู๋กุย ถูกหลอกโดยเมืองกลอรี่ เราจะกลับคิดบัญชีในเรื่องนี้แน่นอน!ตอนนี้พวกแกแค่ได้ค่ายกลนี้ช่วยไว้ แต่มันใช้ไม่ได้กับทุกครั้งหรอก! ครั้งต่อไป  ข้าจะฆ่าพวกแกให้เหมือนกับที่พวกแกทำไว้กับพวกพ้องของข้า!”

เย่ ซ่งจ้องมองกลับไปอย่างเย็นชา“นี่เป็นบทเรียนเล็กน้อยสำหรับพวกเจ้า หากพวกเจ้ายังกล้ากลับมาอีกครั้ง ที่นี้จะเป็นที่ฝังร่างของเจ้า! หากเจ้าต้องการจะยึดเมืองแห่งนี้ มันก็ขึ้นอยู่กับว่าเจ้ามีความสามารถพอหรือไม่”

เหล่าผู้เชี่ยวชาญตระกูลหวู๋กุยได้ช่วยคนเจ็บของพวกเขาและถอนกำลัง.
ไม่จำเป็นต้องต้อนให้จนมุม แม้ว่าพวกเขาจะมีนักสู้ระดับตำนานที่เหลืออยู่อีก7คน แต่ถ้าหากเย่ โม่ เย่ ซ่งและคนที่เหลือไล่ตามไป มันเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะรอดออกไป

กองทัพของตระกูลหวู๋กุย ถอนกำลังออกไป. บทสรุปของการจู่โจมรอบแรกจบโดยใช้เวลาไม่นานและตระกูลหวู่ กุย ก็ได้พ่ายแพ้ไป. แต่อย่างไรก็ตามไพ่ตายบางอย่างของเมืองกลอรี่ ก็ได้ถูกเปิดเผยออกมาแล้ว. ค่ายกลจะใช้ไม่ได้ผลในครั้งถัดไป.

ในขณะที่ตระกูลหวู๋กุยถอยออกไป ความกังวลเพิ่มเพิ่มมากขึ้นภายในหัวใจของเย่ ซ่ง เพียงแค่กลุ่มสำรวจที่มีระดับตำนานจำนวนมากก็เพียงพอที่จะยึดครองเมืองกลอรี่ได้แล้ว อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่ได้เตรียมพร้อมที่จะปะทะกับค่ายกลหมื่นอสูร แต่ในครั้งถัดไปคงไม่ง่ายเช่นนี้

อย่างไรก็ตาม พวกเขาสามารถขับไล่ศัตรูกลุ่มแรกไปได้แล้ว และ กลุ่มที่ 2 จะไม่มาถึงภายใน 2 เดือนนี้อย่างแน่นอน . อย่างน้อยๆ เมืองกลอรี่ก็มีเวลามากพอที่จะเตรียมแผนการรับมือกับพวกมัน

หลังจากได้รับข้อมูลจากเย่ โม่ ใน15เมืองในดินแดนใต้พิภพ , มีเพียงตะกูลหวู๋กุย และ สมาคมทมิฬเท่านั้นที่รู้ถึงการมีอยู่ของเมืองกลอรี่ และพวกเขาก็มองเมืองนี้เป็นดั่งขุมทรัพย์และไม่ต้องการจะแบ่งให้ใครทั้งสิ้น นั้นคือเหตุผลที่ความลับเรื่องนี้ยังไม่รั่วไหล
ถ้ามันรั่วไหลออกมา คงมีกองกำลังมากกว่า15เมืองในดินแดนใต้พิภพ และในตอนนั้น เมืองกลอรี่จะตกอยู่ในอัตราย

สำหรับตอนนี้ เราสามารถจัดการกับตระกูลหวู๋กุยได้ อนาคตก็ปล่อยให้มันเป็นเรื่องของอนาคตเถอะ

เนี้ยหลี่ที่จมอยู่ในอานุภาพของดาบเทพอัสนีดาวตก หลังจากที่ประกายสายฟ้าได้สงบลง มันดูเหมือนว่าจะมีบางอย่างอยู่ภายในนั้น เขาพยายามตั้งสติและมองลึกเข้าไปในประกายนั้น ทันใดนั้นเอง เสียงระเบิดและสายฟ้าก็ปรากฏขึ้นในประสาทสัมผัสของเนี้ยหลี่

ในขณะที่ถูกฟ้าผ่า เนี้ยหลี่รู้สึกเจ็บปวดตลอดทั้งร่างราวกับว่าเขากำลังจะระเบิด เขารู้สึกถึงความเจ็บปวดที่ฝังลึกเข้าไปถึงจิตวิญญาณ.

เนี้ยหลี่ พยายามควบคุมสติของตัวเองกลับคืนมาแต่กลับถูกล้อมรอบไปด้วยสายฟ้า.

บูมม! บูมม! บูมม!

พลังนั้นเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆราวกับว่ามันพยายามจะทำลายจิตวิญญาณของเขา

วี๊ดดด!

จากความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น เนี้ยหลี่พยายามจะประคองสติของตนเองเอาไว้ อย่างไรก็ตาม สายฟ้าเหล่านั้นดึงดูดสติของเขาเอาไว้
พลังงานในดาบเทพอัสนีดาวตกดูเหมือนจะไม่ได้มาจากโลกใบนี้

เมื่อเขาโดนฟ้าผ่า เนี้ยหลี่รู้สึกได้ว่าสายฟ้าเหล่านั้นไหลผ่านจิตสำนึกของเขาและเข้าไปในดินแดนจิตวิญญาณของเขา แต่เดิมพวกมันกำลังเตรียมที่จะทำลายดินแดนจิตวิญญาณของเขา แต่พวกมันกลับถูกดินแดนจิตวิญญาณของเขาดูดกลืน พวกมันไหลผ่านดินแดนจิตวิญญาณและหายไป

แม้ว่าเขาจะต้องอดทนต่อความเจ็บปวด แต่เขายังคงรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงที่น่าอัศจรรย์ เขาพยายามที่จะล่อให้สายฟ้าถูกดูดเข้าไปในดินแดนจิตวิญญาณของเขา

ในเวลาเดียวกัน เย่จื้อหวิ๋น เสียวหนิงเอ๋อ  ต้วนเจี้ยนและคนอื่นๆอีก7คนที่เหลือ ภายในค่ายกลจารึก รู้สึกได้ถึงพลังที่จะเจาะเข้าไปในดินแดนวิญญาณของพวกเขา พวกเขารู้สึกได้ถึงสายฟ้าที่ทรงพลัง มันดูเหมือนจะฉีกดินแดนวิญญาณของพวกเขาให้เป็นชิ้นๆ

มันคือพลังที่ปลดปล่อยออกมาจากดาบเทพอัสนีดาวตก เพียงแค่รังสีพลังที่ปล่อยออกมาก็มากพอที่จะส่งผลต่อ เย่ จื้อหวิ๋นและคนอื่นๆ

พวกเขาเริ่มผสานร่างกับจิตอสูรในทันทีและเริ่มที่จะต่อสู้กับมัน
ค่ายกลจารึกโคจรหมุนเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ลวดลายของจารึกเปลี่ยนไปอย่างรุนแรงพร้อมๆกับลวดลายแปลกๆที่ปรากฎขึ้นมาโดยรอบ

เทพธิดายู่หยานที่ลอยอยู่บนอากาศจ้องมองอย่างตกตะลึง นางไม่เคยเห็นค่ายกลจารึกไหนสามารเปลี่ยนรูปแบบได้มาก่อน นอกจากนี้ รังสีพลังที่ออกมาจากดาบเทพอัสนีดาวตกยังทำให้เธอรู้สึกกลัว พลังที่ปล่อยออกมานั้นบริสุทธิ์ยิ่งกว่าพลังแห่งสัจธรรม!

หลังจากที่ได้รับรู้ถึงความพิเศษของดาบเทพอัสนีดาวตก ยู่หยานจึงนึกอะไรบางอย่างออกและมันทำให้เธอช็อค “หรือว่าสิ่งนี้นั้นคือ ดาบเทพอัสนีดาวตกกัน? มันเป็นดาบที่แม้แต่เทพวิญญาณอัสนียังไม่อาจควบคุมได้อย่างสมบูรณ์ หลังจากนั้น เมื่อเทพวิญญาณอัสนีดับสูญไป ไม่มีใครรู้ว่าดาบเล่มนั้นหายไปที่ใด ไม่น่าเชื่อว่าบัดนี้มันจะมาอยู่กับเนี้ยหลี่”

ดาบเทพอัสนีดาวตกเป็นดาบลึกลับ ที่แม้แต่เทพวิญญาณอัสนีก็ไม่สามารถเข้าใจมันได้! สามารถบอกได้เพียงว่าดาบเล่มนี้ถูกหลอมจากอุกาบาตที่มาจากนอกโลก

หลังจากได้เห็นลวดลายที่เปลี่ยนไปของจารึกบนค่ายกลที่ปรากฏขึ้น ความสงสัยในใจของยู่หยานยิ่งเพิ่มมากเป็นทวีคูณ เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอควรผลักเนี้ยหลี่และพวกออกจากจารึกหรือไม่และจารึกพวกนั้นจะส่งผลอะไรต่อเนี้ยหลี่?

จารึกทั้งหมดบนค่ายกลระเบิดออกอย่างสุกสกาว แสงสว่างประกายสวยงามพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าเหมือนดังเสาศักดิ์สิทธิ์ต้นใหญ่

เนี้ยหลี่ขมวดคิ้วเมื่อเขารู้สึกถึงสายฟ้าที่วิ่งผ่านเข้าไปในค่ายกลวิญญาณดังใยแมงมุมที่ขยายออกไปจนทั่วบริเวณ ในขณะที่เขาพยายามสำรวจบริเวณที่สายฟ้าได้แผ่ออกไป เนี้ยหลี่สัมผัสได้ถึงร่างของใครบางคนที่ปรากฎขึ้นภายในดินแดนจิตวิญญาณของเขา เย่ จื้อหวิ๋น และเธอกำลังนั่งอยู่ท่ามกลางสายฟ้าที่ห่อหุ้มเธอไว้

ภาพที่เห็นทำให้เนี้ยหลี่ถึงกับชะงักไปชั่วขณะ เหตุใดเย่จื้อหวิ๋น ถึงปรากฎตัวขึ้นภายในดินแดนจิตวิญญาณของเขา หรือว่ามันถึงขีดจำกัด


ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น