วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 212 – Wu Man

Tale of the demon and god novel Chapter 212 – Wu Man

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 212 - หวู๋ หมาน


บทที่ 212 - หวู๋ หมาน




บูมม! บูมม! บูมม!

ขอบเขตจิตวิญญาณของเนี้ยหลี่เกิดการระเบิดขึ้น

เวลาผ่านไปขอบเขตจิตวิญญาณได้ขยายตัวมากไปอีก หลังจากที่มันขยายตัวหลายๆครั้ง
ในที่สุดมันก็เกิดการเปลี่ยนแปลง เฉกเช่นเดียวกับการเปลี่ยนแปลงของเขาทุกครั้ง มันช่างน่าตกใจยิ่งนัก

บูมม!

เกิดออร่าขึ้นรอบๆร่างกายเขา ในที่สุดเขาก็เลือนไปสู่ระดับแบล็กโกลขั้นที่ 1 จากระดับโกลขั้นที่ 5

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงแค่การเริ่มต้นเท่านั้น เขายังคงไม่หยุดกลืนกินจิตอสูรเพื่อที่จะก้าวไปสู่ระดับที่สูงกว่าเดิม แต่ทว่าอสูรเขี้ยวแพนด้านั้นมีการเติบโตที่ดีกว่าเนี้ยหลี่เสียอีก มันเลื่อนเข้าสู่ระดับแบล็กโกลขั้นที่ 2 และยังคงเติบโตต่อไป จนมันไปถึงระดับแบล็กโกลขั้นที่ 3 โดยที่การเติบโตนี่ยังคงดำเนินต่อไป เขากังวลว่าหากอสูรเขี้ยวแพนด้าเติบโตเร็วเกินไป เกรงว่าเขาจะสูญเสียการควบคุมมัน

อสูรเขี้ยวแพนด้ามีอัตราการเจริญเติบโตระดับพระเจ้าและมีความแข็งแกร่งมาก
นี่แค่กลืนกินจิตอสูรแค่ระดับทั่วๆไปเอง หากให้มันได้กินระดับแบล็กโกลละ คงยากที่ใครจะจินตนาการถึงความรวดเร็วของการเติบโตเป็นแน่
พวกคนที่เหลือเองที่เป็นเหมือนเนี้ยหลี่ พวกเขาดูดกลืนพลังวิญญาณและพลังแห่งสัจธรรม ผลกระทบนี้ทำให้เกิดการสะสมพลังวิญญาณและพลังแห่งสัจธรรมรอบตัวมากกว่าปกติหลายร้อยเท่า มิหนำซ้ำพลังที่ออกมาจากร่างกายของเนี้ยหลี่มันถูกกลั่นกรองจนทำให้พวกเขาดูดซึมง่ายเข้าไปอีก

พวกเขานั้นดูดพลังกันอย่างบ้าคลั่ง และทำให้เห็นได้ชัดเลยว่าการบ่มเพาะพลังนั้นดีขึ้น
วันแรกนั้นได้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ระดับพลังของพวกเขานั้นเพิ่มขึ้นอย่างน้อยที่สุดก็ 1 ขั้น แต่ทว่าพวกเขานั้นก็ไม่มีท่าทีว่าจะหยุดเพิ่มเลย
เย่ โม่ และ เย่ ซ่งรับรู้ได้ถึงออร่าแปลกๆภายในคฤหาสน์เจ้าเมือง พวกเขาเหลือบมองไปยังลานฝึกของ เย่ จื้อหวิ๋นเห็นอาณาเขตวิญญาณขนาดมหึมา จนทำให้รู้สึกตกใจ



"เด็กพวกนี้กำลังทำอะไรกัน" เย่ โม่ขมวดคิ้วพูดกับตัวเองเบาๆ มันช่างเป็นพลังงานขนาดมหึมาที่น่าเกรงขามยิ่งนัก
เย่ ซ่งจ้องมองไปที่เนี้ยหลี่และพวกที่เหลือ เขารู้สึกตกใจและกล่าวว่า"ไอ้เด็กบ้า เนี้ยหลี่อาจจะมีเขตแดนวิญญาณลึกลับที่ไหนสักแห่งเป็นแน่ ถึงได้มีการบ่มเพาะพลังได้แบบนี้"

รูปแบบจารึกนี้ลึกลับอย่างมาก แม้แต่เย่ โม่เองก็ไม่สามารถเข้าถึงได้ เย่ โม่เองก็รู้สึกว่าเนี้ยหลี่นั้นเป็นบุคคลที่ลึกลับยากแก่การเข้าถึง อย่างไรก็ตามเย่ ซ่งก็เคยบอกกับเขาเช่นกันว่าเนี้ยหลี่นั้นมีอาจารย์ลึกลับคอยสอน เย่ โม่จึงไม่ได้เป็นกังวลมากนักเกี่ยวกับพลังอันนี้ เขาไม่ทราบว่าอาจารย์เนี้ยหลี่นั้นอาศัยอยู่ที่ใดแต่ก็คงเป็นปรมาจารย์สูงสุดแน่ๆ
1 วันผ่านไป 2 วันผ่านไป 3 วันผ่านไป

เนี้ยหลี่และพรรคพวกตั้งหน้าตั้งตาฝึกต่อไปโดยไม่มีท่าทีจะหยุดพัก จากการที่พวกเขานั้นดูดกลืนพลังวิญญาณและพลังแห่งสัจธรรมนั้นทำให้พวกเขาไม่ได้รู้สึกหิวแต่ประการใดและมันส่งให้พวกเขาเข้าสู่การบ่มเพาะพลังรูปแบบ ไร้ตัวตน (อนัตตา)
ในวันที่ 5 เนี้ยหลี่เลื่อนไปสู่ระดับแบล็คโกลขั้นที่ 2 ส่วนอสูรเขี้ยวแพนด้านั้นไปถึงระดับแบล็กโกลขั้นที่ 5 ใกล้จะถึงระดับตำนานแล้ว

แพนด้าเขี้ยวอสูร ณ จุดจุดนี้ ได้กลืนกินจิตอสูรระดับแบล็คโกลไปแล้วกว่าร้อยดวงแล้ว
เนี้ยหลี่พบว่าอสูรเขี้ยวแพนด้านั้นเริ่มต่อต้านและไม่ฟังคำสั่งเขาอีกต่อไป
หากจิตอสูรนั้นแกร่งกว่าร่างทรงอสูรมันจะส่งผลให้จิตอสูรตนนั้นสามารถแยกตัวออกไปจากร่างทรงอสูร
ถ้ายังคงให้มันกลืนกินต่อไปอาจจะแย่ก็ได้ อย่างไรก็ตามเขานั้นหาได้ต้องการที่จะหยุดไม่ เพราะว่าอสูรเขี้ยวแพนด้านั้นยังคงแกร่งไม่เพียงพอกับอันตรายที่จะเกิดในเร็วๆนี้ เนี้ยหลี่ทำการเรียกเถาว์พลังจากส่วนลึกของขอบเขตจิตวิญญาณเขา เถาว์พลังนั้นเชื่อมโยงกับอสูรเขี้ยวแพนด้าและอสูรเงาพราย เพื่อที่จะลดการต่อต้านของอสูรเขี้ยวแพนด้า

ต่อจากนั้นเขาจึงปล่อยให้อสูรเขี้ยวแพนด้าดูดกลืนต่อไปเพื่อมุ่งสู่ระดับตำนาน
หลังจากที่คิดเขาก็เริ่มทำ เขาปล่อยพลังวิญญาณและพลังแห่งสัจธรรมให้เถาว์พลังดูดกลืน จากนั้นมันก็ใหญ่ขึ้นๆ จนรัดเจ้าอสูรเขี้ยวแพนด้าอย่าแน่นหนาเจ้าอสูรเขี้ยวแพนด้าพยายามขัดขืนแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้เนื่องจากเถาว์พลังนั้นแข็งแรงเกินไป

เจ้าอสูรเขี้ยวแพนด้าหยุดดิ้นรนขัดขืน และมันยังคงดูดกลืนวิญญาณต่อไปเพื่อรอโอกาสในการต่อต้านอีกครา

ณ ตอนนี้เนี้ยหลี่นั้นสามารถควบคุมเจ้าอสูรเขี้ยวแพนด้าได้แล้วแต่ทว่าเขายังคงต้องระมัดระวังเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เพราะการต่อต้านของจิตรอสูรนั้นเป็นเรื่องที่อันตรายมากๆ
หลังจากที่กลืนกินจิตอสูรไปหลายหมื่นดวง เจ้าอสูรเขี้ยวแพนด้าก็ดูดซับพลังงานบางส่วน เพียงแค่นี้ก็สามารถข้ามไปสู่ขีดจำกัดระดับแบล็กโกลขั้นที่ 5 แล้ว แต่ทว่าการเลื่อนไปสู่ระดับตำนานก็ยังยากเย็นอยู่ดี

เนี้ยหลี่และพรรคพวกต่างบ่มเพาะพลังกัน ขอบเขตนี้ จะคงอยู่ได้เพียง 2 เดือน
ขณะที่เนี้ยหลี่และพรรคพวกนั้นกำลังมุ่งมั่นฝึกฝนอยู่นั้น เมฆดำก็ได้ปกคลุมเหนือเมืองกลอรี่
ความรู้สึกกดดันแผ่ขยายไปทั่วเมือง

ผู้เชี่ยวชาญหลายสิบคนเหาะอยู่บนท้องฟ้าพวกเขาไม่เหมือนมนุษย์ทั่วไป พวกมันมีปีกสีดำงอกอยู่บนหลัง และมีลักษณะที่น่าเกียจมากๆ หัวหน้าของมันเป็นระดับตำนาน
"นี่คือเมืองกลอรี่ที่เจ้า เย่ ฮั่นพูดถึง มันช่างรุ่งเรืองกว่าเมืองศิลาทมิฬของเราเป็นไหนๆ เป็นสถานที่ที่ดีจริงๆ แต่เสียดายพวกมันไม่ได้มีผู้เชี่ยวชาญมากมายนัก สวรรค์เข้าข้างข้าแล้ว ดูเหมือนมันจะเป็นของเราตระกูล หวู่กุยแน่ๆ"หวู่ หมานผู้นำกลุ่มและคนอื่นๆหัวเราะ เสียงของพวกเขาดังไปทั่วท้องฟ้า
เฟี้ยว.. เฟี้ยว.. เฟี้ยว..


หลายสิบคนได้เริ่มบินมา, หัวหน้าของพวกเขาคือเย่ โม่ เขานั้นมีพลังไม่ได้อ่อนกว่าผู้เชี่ยวชาญตระกูลหวู่กุยเลยแถมเขายังเข้าถึงพลังแห่งสัจธรรมได้แล้วด้วย
"ผู้มาเยือน จากตระกูลหวู่กุย หากพวกท่านมาในฐานะแขก ข้านั้นพร้อมที่จะต้อนรับ แต่หากมาเพื่อสร้างปัญหาแล้วละก็ อย่าตำหนิข้าภายหลังก็แล้วกัน" เย่ โม่ประกาศ เสียงนั้นเป็นดังคลื่นกระจายทั่วท้องฟ้า
เย่ โม่คิดว่าคนพวกนี้มาแค่สอดแนมเท่านั้น มีเพียง 1 คนเท่านั้นที่เป็นระดับตำนาน ส่วนกองทัพหลักของตระกูลหวู่กุยคงจะยังอยู่อีกไกล


หวู่ หมานขมวดคิ้ว ตามที่เย่ ฮั่นบอกมีเพียงระดับตำนานเพียง 2 คนในเมือง 1 ใน 2นั้นเพิ่งจะเลื่อนเป็นไม่นานมานี้ ส่วนอีก 1 นั้นลึกลับมากและแทบจะไม่ปรากฎตัวออกมาเลย แม้แต่เย่ ฮั่นเองก็แทบจะไม่ได้เห็นเขาเลย ดังนั้นเขาคิดว่าคนที่ประกาศเป็นคนที่เพิ่งจะเลื่อนขั้นสู่ระดับตำนาน แต่ก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมเข้าถึงพลังแห่งสัจธรรมได้ด้วย

หวู่ หมานเขาเป็นถึงระดับตำนานขั้นสุดท้ายกำลังจะเข้าถึงระดับเซียน เป็นธรรมดาที่เขาไม่จำเป็นต้องกลัวใคร

"ถ้าท่านต้องการให้ข้ามาในฐานะแขกงั้นก็คงต้องขึ้นอยู่กับความสามารถของท่านแล้ว ข้าจะทดสอบด้วยการบ่มเพาะละกัน" หวู่ หมานตะโกนแล้วยกมือขึ้นรวบรวมรัศมีแห่งความมืดแล้วนำมันไปใส่ลงบนดาบแล้วฟันไปยังเย่ โม่
เขารีบผสานจิตอสูรทันที กลายเป็น วิหคศักดิ์สิทธิ์แห่งสวรรค์
ปีกสีทองงอกออกมาจากหลังเย่ โม่ พุ่งเข้าหาหวู่ หมานทันที

บูมม! บูมม! บูมม!
ดาบสีดำระเบิดกระจายบนท้องฟ้า บนท้องฟ้านั้นปรากฏรูปของสีดำและสีทองต่อสู้กันอย่างดุเดือด มันเป็นฉากต่อสู้ที่รวดเร็วมากและเร็วมากขึ้นเรื่อยๆ
คลื่นพลังงานอันน่ากลัวได้เกิดขึ้นส่งผลให้ที่รอบๆนั้นเกิดการสั่นไหวภาพที่คนอื่นๆเห็นนั้นดูราวกับว่าพวกเขาพยายามฉีกท้องฟ้า
นี่สินะ การประลองระหว่างระดับตำนานสูงสุด 2 คน
ในระหว่างการประลองนั้นพวกเขาได้ทิ้งร่องรอยพลังแห่งสัจธรรมของกันและกันแม้ว่าหวู่ หมานนั้นยังไม่สามารถเข้าถึงพลังแห่งสัจธรรมได้แต่เขานั้นก็ได้เริ่มสัมผัส ขอบเขตของมันแล้ว แต่ทว่าสำหรับเย่ โม่นั้นอีกเพียงแค่ก้าวเดียวก็ถึงระดับเซียนแล้ว


บูมม!
เกิดการระเบิดขึ้นมาส่งผลให้หวู่ หมานกระเด็นออกมาพร้อมกับเลือดที่มุมปาก เย่ โม่นั้นจัดการเขาได้โดยไม่กี่กระบวนท่า
"ข้าไม่นึกเลยว่าท่านนั้นเก่งกว่าข้าทั้งๆที่เราทั้งคู่นั้นก็เป็นระดับตำนานสูงสุดแท้ๆ"หวู่ หมานพูด เขานั้นไม่ยอมแพ้ และส่งท่าทีเย็นชาใส่เย่ โม่ "ถึงแม้ที่นี่จะมี ระดับตำนาน 2 คน แต่มันไม่มีทางที่จะต่อต้านตระกูลของข้า ตระกูลข้ามีระดับเซียนถึง 3 คน และระดับตำนานอีก 10 คน เมื่อกองทัพข้ามาถึงทั้งเมืองจะพังพินาศ ข้าจะให้โอกาสเจ้า จงก้มหัวให้กับตระกูลข้าแล้วข้าจะละเว้นชีวิตทุกคน"

"ฮึ่ม! มันไม่ง่ายนักหรอกที่จะทำลายเมืองของข้า หากตระกูลเจ้าต้องการบุกตี ก็จงมา"เย่ โม่กล่าวพร้อมท่าทีเย็นชา เขาปล่อยออร่าที่ดูแข็งแกร่งกว่าก่อนหน้านี้เสียอีกหลังจากถูกข่มขู่

"ถ้าเป็นแบบนั้น อย่าหาว่าข้าหยาบคายก็แล้วกัน"เสียงแหลมๆออกมาจากปากหวู่ หมาน
จากป่าภูเขาระยะไกล วูส วูส วูส เงาดำจำนวนนับไม่ถ้วนบินมาทางเมืองกลอรี่ เงาเหล่านี้ปกคลุมท้องฟ้าดังฝูงตั๊กแตน

หลังจากที่เห็นแบบนี้ เย่ โม่นั้นก็ขมวดคิ้วและหันหน้าไปสบตากับเย่ ซ่ง   เย่ ซ่งพยักหน้าพร้อมกับพุ่งไปยังอาณาเขตหมื่นอสูร เพื่อทำให้มันพร้อมใช้งาน ส่วนเย่ โม่เขาเตรียมจะเรียกใช้งานเทพวิญญาณแห่งวายุเหมันต์อยู่ตลอดเวลา

เย่ โม่ไม่ได้หยุดโจมตีพวกตระกูลหวู่กุย พายุหิมะเริ่มปกคลุมท้องฟ้าจนทำให้มันเริ่มกลายเป็นสีเทา
"มีเพียงเจ้าผู้เดียวที่กล้าท้าทายกับตระกูลข้า ถึงเจ้าจะแข็งแกร่งแต่ก็ยังคงห่างไกลอยู่ดี" เขามองดูผู้เชี่ยวชาญระดับตำนานที่กำลังบินมาทางเขา หวู่ หมานนั้นมีท่าทีดุร้ายขึ้น และมีพลังงานที่หน้ากลัวประทุขึ้นภายในร่างกายเขา เขาได้ปล่อยหมัดใส่เย่ โม่

เย่ โม่ปล่อยแสงจากดวงตา เขาเร่งพลังเพิ่มกว่าเดิม ตอนที่เขาได้ต่อสู้ก่อนหน้านี้เขายังไม่ได้ใช้พลังเต็มที่เลย เขาคิดว่าหากไม่รีบฆ่าหวู่ หมานตอนนี้คงจะไม่มีโอกาสในครั้งหน้า
เย่ โม่สร้างน้ำแข็งจำนวนนับไม่ถ้วนและยิงไปยังหวู่ หมาน
หวู่ หมานนั้นไม่ได้รู้สึกกลัวขึ้นมาเลย เขาเป็นคนจากตระกูลหวู่กุย ดังนั้นเขาจึงมั่นใจในพลังด้านร่างกายของเขา ถึงมันเป็นการต่อสู้ที่ทรงอานุภาพ เขาควรที่จะกลัวเจ้ามนุษย์คนนี้ด้วยเหรอ?
บูมม! บูมม! บูมม!


เสาน้ำแข็งระดมยิงไปยังร่างกายของหวู่ หมานจนแทบระเบิดและกลายเป็นเกล็ดหิมะ
"เจ้าเฒ่า เจ้าจะสู้กับข้าด้วยการโจมตีเด็กๆ เช่นนี้หรือ ?"หวู่ หมานกำหมัดและพุ่งไปยังเย่ โม่




ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น