วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 209 – Father and Son

Tale of the demon and god novel Chapter 209 – Father and Son

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 209 - บิดาและลูกชาย


บทที่ 209 - บิดาและลูกชาย




 ณ เมืองกลอรี่ คฤหาสท่านเจ้าเมือง

 ทหารยามวิ่งเข้ามาพร้อมกับโค้งคำนับและกล่าวว่า "ท่านเจ้าเมืองเราได้รับจดหมายจากบุคคลลึกลับดูเหมือนว่าจะระบุถึงท่าน"

เย่ ซ่งเปิดจดหมายหลังจากตรวจสอบด้วยพลังวิญญาณของเขาไม่พบอะไรผิดปกติ เมื่อเขาเปิดจดหมายออกด้วยลายมือที่ชัดเจนและแน่นอนซึ่งฉายออกมาในดวงตาของเขา ดวงตาของเขาฉายแววรังสีหนาวเหน็บเพราะลายมือนี้เป็นของเย่ ฮั่น

 "พ่อบุญธรรมในวันนั้นที่ข้าออกจากเมืองกลอรี่ ข้าได้ทำการขบคิดถึงอดีต อนาคต และไม่สามารถข่มตาหลับได้ในคืนนั้น อันที่จริงแล้วเมื่อข้ากลับไปยังเมืองกลอรี่ ข้าก็รู้แล้วว่ามันเป็นไปไม่ได้สำหรับข้า ที่จะได้รับตำแหน่งเจ้าเมืองต่อไป ในช่วงระยะเวลาการฝึกฝนของข้า เพื่อที่จะปกป้องข้า เขายังเป็นหนึ่งในผู้อาวุโสของตระกูลวายุเหมันต์ที่เต็มใจที่จะให้การสนับสนุนข้า ปราศจากการสนับสนุนของเขาก็ไร้ประโยชน์แม้ว่าท่านอยากที่จะให้ข้าสืบทอดตำแหน่งเจ้าเมือง!

 อย่างไรก็ตามข้าไม่เต็มใจที่จะออกมา! แม้ว่าท่านจะเลี้ยงดูข้าอย่างดี ข้าไม่มีทางเลือกอื่น เพื่อให้ได้ หวิ๋นเอ๋อ ข้าจะไม่ลังเลที่จะทำถึงแม้ว่ามันจะหมายความว่าข้าจะต้องทำลายเมืองกลอรี่ จากช่วงเวลาที่ท่านนำข้าไปคฤหาสน์เจ้าเมืองและครั้งแรกที่ข้าพบนาง ข้าตัดสินใจแล้วว่านางจะต้องเป็นภรรยาของข้าในชีวิตนี้!




 "ถึงแม้ว่าข้าจะพลาดที่สังหารท่านไม่ได้ แต่หลังจากที่ข้ามาถึงที่สมาคมทมิฬข้าได้พบโลกใหม่ที่นี่ ดินแดนใต้พิภพ ปรากฏว่าสมาคมทมิฬหาได้แกร่งที่สุด เจ้าอสูรแห่งสมาคมทมิฬยังไม่ได้เป็นที่น่ากลัว มีหลายตระกูลที่นี่ที่มีผู้เชี่ยวชาญระดับเซียน "

 "ท่านพ่อบุญธรรม ท่านรู้ไหมว่าระดับเซียนคืออะไร? พวกเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญจุดสุดยอดที่ครอบครองพลังแห่งสัจธรรม พวกเขาเหล่านั้นเป็นเป็นขั้นสุดท้ายก่อนที่จะเป็นเทพวิญญาณ

 "ข้าได้รับตำแหน่งที่สำคัญจากตระกูล หวู่ กุย พวกเขายังได้แสดงความสนใจต่อเมืองกลอรี่ ถ้าพ่อบุญธรรมเต็มใจที่จะส่งมอบ แน่นอนว่าท่านจะกลายเป็นลำดับสองรองจากเจ้าเมือง กับเมืองเล็ก ๆ เช่น เมืองกลอรี่ ทำไมท่านไม่มอบให้พวกเขาไปซะละ? ในขณะที่ท่านพ่อบุญธรรมก็อาจจะสามารถที่จะก้าวเข้าไปยังดินแดนของเซียน ถ้าท่านไม่เห็นด้วยแล้วผู้เชี่ยวชาญของตระกูลหวู่ กุยจะลงมาที่เมืองกลอรี่และจะทำให้มันกลายเป็นความล่มสลาย ข้าหวังว่าท่านพ่อบุญธรรมจะพิจารณาอย่างรอบคอบ. "

 เห็นจดหมายฉบับนี้ เย่ ซ่งทุบโต๊ะเส้นเลือดดำบนแขนของเขาโผล่ออกมาและตาทั้งสองของเขาสีแดง

 หลังจากที่ถูกหักหลังโดยคนที่เขาเชื่อใจมากที่สุดก็ยากที่จะรับได้ มันรู้สึกเหมือนมีมีดทิ่มแทงหัวใจของเขาโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาเห็น เย่ ฮั่นเป็นเหมือนลูกของเขาเอง เขาไม่เคยคิดว่าเย่ ฮั่นจะเลือดเย็น ดังนั้น ด้วยปัญญาของเย่ ซ่งเขาคิดออกว่า ตระกูลหวู่ กุยอาจถูกล่อลวงโดยเย่ ฮั่น

 พวกของเย่ ฮั่นแม้จะเป็นอันตรายมากกว่าสมาคมทมิฬที่ไม่ต้องการที่จะครอบครองเมืองกลอรี่เป็นของตัวเอง!

 คิดว่าเมืองกลอรี่เร็ว ๆ นี้จะเผชิญกับภยันตราย หัวใจเย่ ซ่งรู้สึกราวกับโดนมีดเฉือน ที่มาของปัญหาเหล่านี้เป็นเพราะตัวเองที่ไม่สามารถมองเห็นสันดานของคน เขาคิดว่าเย่ ฮั่นลึกๆแล้วเป็นคนชอบวางแผนเขาไม่เคยคิดว่าเย่ ฮั่นจะเป็นคนทรยศและหักหลัง เมืองกลอรี่

 เขามีความคิดว่า เนี้ยหลี่หายไปที่ใด  เย่ ซ่งเพิ่งรู้ว่าหลังจากที่เนี้ยหลี่จากไป เขาไม่มีใครที่จะหารือเกี่ยวกับกลยุทธ์ด้วย เหมือนครั้งที่เนี้ยหลี่ยังคงอยู่ใกล้ๆ   แต่เมื่อ เนี้ยหลี่จากไป ช่วยไม่ได้ที่เขาจะรู้สึกอะไรขาดหายไปบางอย่าง

 เขาเป็นเจ้าเมืองแม้คนที่อยู่ใกล้ๆ รอบๆตัวเขาอย่าง เย่ ซิ่วและคนอื่น ๆ ต่อหน้าทุกคนเคารพเขา ซึ่งมักจะแสดงให้เห็นถึงช่องว่างขนาดเล็กระหว่างพวกเขา เนี้ยหลี่เป็นเพียงคนเดียวที่ไม่เคยมองตำแหน่งของเขาเป็นเจ้าเมืองในสายตาของเขา แม้ว่าเนี้ยหลี่มักจะต่อต้านเขา เขาก็อภัยให้ ซึ่งมันทำให้เขารู้สึกใกล้ชิด

ขนาดที่เย่ ซ่งกำลังคิดถึงแผนการรับมือ เย่ ฮั่นนั้นเอง

"เย่ ซ่ง" เสียงตะโกนดังขึ้น

เย่ ซ่งตกตะลึงเมื่อได้ยินเสียงนั้น เมื่อเค้ามองไปยังประตูห้องโถง

ปรากฏความปิติยินดีบนใบหน้า

ท่านพ่อ ท่านกลับมาแล้ว!!!เย่ ซ่งก้มคำนับ เย่ โม่

" อื้ม ข้ากลับมาพร้อมหลานเขย"เขาพูดพลางพยักหน้า

หลานเขย??!! ใหนหลานเขยรึ??!!เย่ ซ่งมีสีหน้าประหลาดใจ

ขนาดนั้นเองชายหนุ่มคนหนึ่งก็เดิน มาจากด้านหลังเย่ โม่และกล่าวว่า

 " ไม่ได้พบกันนานนะ ท่านพ่อตา"

เมื่อเห็นเนี้ยหลีเย่ ซ่งก็รู็สึกโกรธอย่างมากและกล่าวออกไปว่า" เจ้าเด็กเลว เจ้าเป่าหูพ่อของข้าอย่างงั้นหรือ!!!!"

แม้ว่าการกระทำของเย่ ซ่งอาจจะทำให้ผู้คนทั่วไปตกใจกลัว แต่กับเนี้ยหลี นั้นหามีประโยชน์ไม่ เนี้ยหลียักไหล่และกล่าวว่า

 " ข้าก็แค่บอกทุกๆอย่างเท่านั้นเอง"  เย่ ซ่งจินตนาการถึง ฉากเนี้ยหลีพูดคุยกับเย่ โม่ ...แต่ใครจะไปรู้ละว่าเนี้ยหลีบอกอะไรกับเย่ โม่ไปบ้าง!!!

แค่คิดถึงเรื่องนั้นสีหน้าของเย่ ซ่งก็พลันเปลี่ยนเป็นเข้มงวดและเริ่มตำหนิเนี้ยหลี่ ขนาดที่เย่ ซ่งตำหนิเนี้ยหลีอยู่นั้น เย่ โม่ก็พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นมาว่า "เย๋ซ่ง,ใบหน้าที่เป็นมิตรย่อมนำมาซึ่งความรุ่งโรจน์,ใหนล่ะใบหน้าที่ยิ้มแย้มนั่นบนใบหน้าของเจ้าที่แสดงออกมากับคนในครอบครัวอย่างนั้นรึ?"
เมื่อได้ยินเย่ โม่พูด เย่ ซ่งเค้าก็รู้สึกกลัวขึ้นมาทันที ในชีวิตนี้เค้ากลัวเพียงแค่เย่ โม่เท่านั้นต่อให้ตอนนี้เค้าขึ้นสู่ระดับตำนานแล้วก็ตาม แต่เค้าก็ยังคงกลัวเย่ โม่อยู่ดี

เนี้ยหลีได้ค้นพบข้อมูลสำคัญนั้นก็คือเย่ ซ่งนั้นกลัวเย่ โม่เป็นอย่างมาก

ในภายภาคหน้าเค้าไม่จำเป็นต้องกลัวเย่ ซ่งแล้ว เพราะเค้ามีคนหนุนหลังระดับสุดยอดแล้ว
เมื่อเห็นเย่ ซ่งสั่นกลัว เย่ โม่จึงกระแอมและพูดขึ้นว่า ข้าพึ่งพอใจกับหลานเนี้ยหลี่ เป็นอย่างมาก

เค้าเป็นเด็กที่มีพรสวรรค์ ถึงแม้เค้าจะมาจากตระกูลบันทึกสวรรค์ซึ่งเป็นตระกูลขุนนางเล็กๆ แต่เค้าก็ได้สั่งสอนข้าให้รู้ถึงความเข้าใจของพลังแห่งสัจธรรม

เย่ โม่มองไปยังเนี้ยหลี สีหน้าของเค้าแสดงถึงความชื่นชมในตัวเนี้ยหลี

เย่ ซ่ง พูดอะไรไม่ออกนอกจาก" ใช่ "

เย่ ซ่ง งุนงงไปหมดว่าเนี้ยหลี่ใช้ยาเสน่ห์อะไรถึงทำให้เย่ โม่ ชื่นชมในตัวเค้าได้ขนาดนั้น แต่ต้องมีบางอย่างแน่ที่เนี้ยหลีทำให้ท่านพ่อเปลี่ยนไป (เย่ ซ่งคิด)

เกี่ยวกับพลังแห่งสัจธรรมเย่ ซ่งไม่รู้ว่า เค้าทั้ง2พูดถึงเรื่องอะไร
แต่ถึงอย่างนั้นเย่ ซ่งก็รู้สึกสนอกสนใจถึงการสอนของเนี้ยหลี ที่ทำให้เย่ โม่เข้าถึงพลังแห่งสัจธรรมอยู่ดี

หรือว่าเนี้ยหลีจะถูกฝึกพลังแห่งสัจธรรมตั้งแต่ยังเยาว์วัย เพราะถ้าเค้าไม่ได้รับการบ่มเพาะพลังตั้งแต่เยาววัยแล้วละก็ ทำไมเนี้ยหลี่ถึงได้เก่งกาจได้ถึงเพียงนี้


สิ่งที่เย่ ซ่งไม่รู้ก็คือ แท้ที่จริงแล้วเนี้ยหลี่มิได้เชื่อมต่อกับพลังแห่งสัจธรรมตั้งแต่แรก
เย่ โม่มองไปยังเย่ ซ่งและกล่าวขึ้นว่า ข้าได้รับรู้ถึงเรื่องเย่ ฮั่นแล้ว
เจ้ารู้หรือไม่ว่าสิ่งที่เจ้าทำลงไปนั้นผิด

ข้ารู้ว่าข้าผิด

เย่ ซ่งหน้าชาไปเลย
เจ้าไม่ได้รักเย่ ฮั่น แต่เจ้าก็ยังจะให้มันเป็นเจ้าเมือง และดูสิ่งที่เกิดขึ้น ณ ตอนนี่สิ โชคดีแค่ไหนที่เค้าไม่ได้เป็นเจ้าเมือง และหากเย่ ฮั่นพานักรบระดับเซียนมายังเมืองกลอรี่ละ เจ้าสามารถจิตนาการถึงมันได้ใช่หรือไม่!!!!

เมื่อเย่ ซ่งเห็นความโกรธของเย่ โม่แล้ว เค้าก็มิอาจหาคำใดมาปฏิเสธ คำของเย่ โม่ได้เลย

เจ้าต้องเป็นแบบเนี้ยหลี่สิ เป็นคนที่นำความสงบสุขมาสู่เมืองกลอรี่ แต่ดูกิริยาท่าทางของเจ้าสิ...ช่างน่าเกียจจริงๆ จะเกิดอะไรขึ้นถ้ากับแค่เด็กเจ้ายังขวัญหนีดีฝ่อจนต้องโกรธ แต่กับเย่ ฮั่นเจ้ากับรักและไว้ใจมัน หึ มันช่างไร้สาระยิ่งนึก


ในใจของเย่ ซ่งนั้นรู้สึกหดหู่ทันที เพราะเนี้ยหลี่เคยหลอกล่อเค้ามาหลายทีแล้ว แต่เค้าก็มิบังอาจเอ่ยเรื่องนี้ออกไปให้เย่ โม่ฟัง

ท่านปู่ท่านไม่ต้องโกรธขนาดนั้นก็ได้ ท่านเจ้าเมืองก็ล้อเล่นแบบนี้ตลอดละ ข้าชินแล้ว เนี้ยหลี่พยายามปลอบใจเย่ โม่ โดนไม่สนใจสายตาของเย่ ซ่งที่จ้องมาทางเค้าเลย

นี่ไง เจ้าดูสิ่งที่ เด็กอายุ แค่ 13 14 ปีพูดสิ มันยังดูน่าเชื่อถือมากกว่าสิ่งที่เจ้าทำลงไปเสีย
สำหรับเรื่องแต่งงานของเนี้ยหลี่และหวิ๋นเอ๋อมันถูกกำหนดไว้แน่นอนแล้ว แต้ข้าจะจัดการสะสางปัญหาของตระกูลหวู่ กุยก่อน และข้าจะเดินทางไปยังตระกูลบันทึกสวรรค์เพื่อหารือเรื่องงานแต่งของเจ้าและหวิ๋น เอ๋อ


เย่ ซ่งรู้สึกตกใจและกล่าวออกไปว่า มันเหมาะสมหรือที่จะให้ตระกูลวายุเหมันต์ไปเยี่ยมชมตระกูลบันทึกสวรรค์ ทั้งที่จริงแล้วตระกูลบันทึกสวรรค์ควรจะมาหาตระกูลวายุเหมันต์มากกว่า และข้ายังคิดว่า หวิ๋น เอ๋อนั้น อายุยังน้อยเกินไปที่จะรีบแต่งงาน

เย่ โม่สะบัดมือของเข้าออกไป และตะโกนออกไปว่า "เจ้าโง่!!!!!! " มีครอบครัวใดบ้างที่หญิงสาวมิได้ตกแต่ง ออกเรือนไปตั้งแต่ยังสาวบ้าง!!!! หรือว่าเจ้าจะต้องรอจน เย่ จื้อ หวิ๋นแก่งอมจนไม่สามารถแต่งงานได้!!!

เนี้ยหลี่ถึงกับหลุดหัวเราะออกมาเมื่อเห็นท่าที่แปลกประหลาดของเย่ ซ่ง ไม่น่าแปลกใจที่แม้กระทั่ง ฮูหยานหลานเร่อ จะติดกับเจ้าเด็กนี่ และถ้าฮูหยานหลานเร่อรู้เรื่องที่เย่ โม่กล่าวไว้ ฮูหยานหลานเร่อ จะมีปฏิกิริยาเช่นไร

จะมีวิธีการใดบ้างที่ หวิ๋นเอ๋อไม่ต้องแต่งงานออกไป   และถ้าข่าวเรื่องนี่หลุดออกมา คิดดูสิว่า จะมีกี่ตระกูลกันที่จะมายืนรอหน้าตระกูลวายุเหมันต์เพื่อถามไถถึงเรื่องนี่??

"ก็ได้ "เย่ ซ่งกล่าว ก่อนหน้านั้นเย่ ซ่งวางแผนที่จะค่อยๆพลักดันเนี้ยหลี่เพื่อรอดูพฤติกรรมของเค้า แต่ท่านพ่อ ดันกลับมาเสียก่อน และเมื่อเย่ โม่ประกาศว่าจะให้เจ้าเด็กสารเลวนี่ตกแต่งกับหวิ๋นเอ๋อ  แล้วมีหรือที่เค้าจะกล้าต่อปากต่อคำกับ เย่ โม่

ท่านเย่ โม่ การพูดคุยเรื่องแต่งงานควรจะเริ่มจากตระกูลบันทึกสวรรค์ หลังจากจบเรื่องนี่หัวหน้าตระกูลและท่านพ่อของข้าจะมาพบพวกท่านแน่นอน
เมื่อได้ยินคำพูดของเนี้ยหลี่ เย่ โม่ก็มีความยินดีแสดงขึ้นบนใบหน้า พร้อมกล่าวขึ้นว่า

"ดี--- ดี---ดีมาก เนี้ยหลี่ คลังสมบัติของตระกูลวายุเหมันต์ เต็มไปด้วยสมบัติเจ้าต้องการของขวัญบางอย่างจากการหมั้นหมายนี่หรือไม่" เย่ โม่มองไปยังเย่ ซ่ง    เย่ ซ่งทำได้เพียงนิ่งเงียบ เค้าจะไปกล้าพูดต่อต้านได้ยังไงกัน

ตอนนี่ข้าสนใจเรื่องการจู่โจมของตระกูลหวู่ กุยมากกว่า ถ้าเป็นไปได้ข้าอยากหาวิธีจัดการกับพวกเค้าให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้จะดีกว่า "แต่ก่อนหน้านั้นข้าอยากไปพบกับเย่ จื้อ หวิ๋นก่อน"

เดียวก่อนเนี้ยหลี่ เจ้าอยู่คุยกับข้าก่อน!!! ข้ามีเรื่องจะคุยกับเจ้า
เมื่อเนี้ยหลี่เห็นแววตาของเย่ ซ่งเค้าก็รู้สึกเสียวสันหลัง และกล่าวออกไปว่า
ข้าจากนางไปตั้งนานข้าอยากไปหา หวิ๋น เอ๋อก่อนเป็นอันดับแรก!!!!

เย่ โม่ก็โพล่งออกมา "เนี้ยหลี่เจ้าไปหานางเถิด ถ้าเย่ ซ่งบังอาจขวางเจ้าหรือกล้าแตะต้องเจ้า ให้เจ้ามาบอกปู่ได้เลย ปู่คนนี่จะสั่งสอนบทเรียนให้พ่อตาของเจ้าเอง!!!! "



ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

6 ความคิดเห็น:

  1. มองเห็นภาพเลยตอนนี้ เย่ซงอยู่ในสภาพปากหวอหน้าเหวออยู่แน่ๆ ขัดอะไรไม่ได้ทั้งสิัน

    ตอบลบ
  2. ขำความคิดเนี้ยหลี่ คือเย่ ซ่งกลัว เย่โม่สุดๆ

    ตอบลบ
  3. พระเอก แม่งเกรียนเทพจิงๆ

    ตอบลบ
  4. โคตรกระล่อนจริงๆพระเอก

    ตอบลบ
  5. เย่โม่ มันเป็นเจ้าอสูรเป่าวะ

    ตอบลบ
  6. เย่โมเจ้าอสูร เตี้ยเมิงดิ

    ตอบลบ