วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 205 – Senior Inscription Master?

Tale of the demon and god novel Chapter 205 – Senior Inscription Master?

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 205 - นักจารึกอักขระขั้นอาวุโส


บทที่ 205 - นักจารึกอักขระขั้นอาวุโส



"น้องชายเนี้ยหลี่ ข้าจะขอทดสอบอานุภาพของดาบเล่มนี้!" หลั่ว เจี้ยนเดินไปด้วยความตื่นเต้น เขาไม่ได้คิดมากเกี่ยวกับดาบเล่มนี้ เขาไม่เคยเห็นนักจารึกอักขระคนอื่น เมื่อพวกเขานั้นทำการแกะสลักจารึกอักขระมาก่อน ดังนั้นเขาจึงไม่ทราบว่าความเร็วของเนี้ยหลี่นั้นเร็วหรือช้า

“ย่อมได้” เนี้ยหลี่ ส่งดาบที่ผ่านการแกะสลัก รูปแบบอักขระอัคคีให้แก่หลั่ว เจี้ยน

หลั่ว เจี้ยนคว้าจับดาบแห่งอัคคีแล้วกวัดแกว่งมัน ทันใดนั้นคลื่นพลังงานของเปลวเพลิงพลันประทุออกมาพร้อมกับเสียงดัง บูมม! เขาทำให้เกิดรอยแตกที่น่ากลัวนับไม่ถ้วนบนพื้น ความน่าสะพรึงกลัวของมันทำให้หลั่ว เจี้ยนสั่นสะท้านไปทั้งตัว ในขณะที่เขากล่าวเสียงสั่น

“นี่... อานุภาพของดาบเล่มนี้... มันช่างแข็งแกร่งเหนือกว่า ดาบแห่งอัคคีเล่มอื่นที่ถูกแกะสลัก โดยรูปแบบการจารึกอักขระขั้นปฐมภูมิเช่นเดียวกัน”

อานุภาพเช่นนี้ นี่มันเป็นเพียงจารึกอักขระขั้นปฐมภูมิแน่หรือ?

โชคยังดีที่หลั่ว เจี้ยน กวัดแกว่งดาบในบริเวณที่ปราศจากผู้คน มิเช่นนั้น เขาจะต้องได้พลั้งฆ่าใครสักคนโดยง่ายดาย

เมื่อได้เห็นอานุภาพของดาบแห่งอัคคี ประดุจดังปรมาจารย์ของตระกูลผนึกหยก หลั่ว เซี่ยวตกตะลึงถึงที่สุดกับอานุภาพของมัน "นี่มันเป็นจารึกอักขระขั้นปฐมภูมิแน่หรือ อย่างน้อยมันควรจะเป็นอักขระขั้นสูง"

ชายหนุ่มอายุเพียง 13 ไม่เกิน 14 ปี เป็นนักจารึกอักขระขั้นอาวุโสอย่างนั้นหรือ

หลั่ว เซี่ยวรู้สึกว่าสมองของเขาไม่สามารถประมวลผลกับสิ่งที่พึ่งเกิดขึ้นได้



มีนักสลักอักขระอาวุโสเพียงผู้เดียวในดินแดนใต้พิภพ เขามีตำแหน่งสูงส่งและแน่นอนว่าเขามีการดำรงอยู่เหนือกว่ายิ่ง

แม้แต่กองกำลังที่มีอำนาจ ยังจำเป็นต้องให้ความเคารพเมื่ออยู่ต่อหน้านักจารึกอักขระอาวุโส อาวุธและเครื่องป้องกันที่ถูกสร้างขึ้นโดยนักจารึกอักขระอาวุโสมีค่าควรเมือง มีเพียงผู้เชี่ยวชาญระดับสุดยอดที่เหมาะสมจะใช้มัน อิทธิพลของนักจารึกอักขระอาวุโสกว้างไกลมาก เพียงแค่จะไปยังจุดใด แค่ขาน ก็จะได้รับการแหวกทางจากผู้คน

นอกจากนี้ เนี้ยหลี่ยังไปถึงมาตรฐานของนักจารึกอักขระอาวุโสแล้ว ทั้งที่อายุยังน้อย หากหลั่ว เซี่ยวให้การผลักดัน อิทธิพลของเนี้ยหลี่ ก็จะไร้ซึ่งคู่แข่ง นี่เป็นความโชคดีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเผ่าพันธุ์มนุษย์
นักสลักอักขระอาวุโสคนอื่นๆ ล้วนเป็นคนของเผ่าพันธุ์ดาร์คเอลฟ์

หลั่ว เซี่ยว รู้สึกว่า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ตระกูลผนึกหยก อาจจะต้อง พึ่งพา ชายหนุ่มผู้นี้ ถ้าเขาสร้างความสัมพันธุ์อันดีกับชายหนุ่มผู้นี้ เขาน่าจะได้ ผลประโยชน์อย่างไม่มีที่สิ้นสุดมาสู่ตระกูลผนึกหยก ในเรื่องการควบคุมเนี้ยหลี่นั้น หลั่ว เซี่ยวไม่กล้าที่จะคิดเกี่ยวกับมัน ไม่ได้กล่าวถึงว่านักจารึกอักขระอาวุโสทุกคนมีความชาญฉลาด ถ้าเขาพยายามที่จะควบคุมเนี้ยหลี่ วันหนึ่งเขาอาจก่อการกบฏ และมีแนวโน้มอย่างสูงที่จะผลักดันตระกูลผนึกหยกลงไปสู่หุบเหวอันตราย

ยิ่งไปกว่านั้น นักจารึกอักขระผู้เยาว์ ซึ่งมีความสามารถสูงส่งเช่นนี้ ครอบครัวและอาจารย์ของเขาน่าจะเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงและมีอำนาจอย่างมาก ถึงได้สั่งสอนให้เขามาไกลขนาดนี้ได้

“น้องชายเนี้ยหลี่ การที่ท่านได้เข้าถึง อย่างน้อยที่สุดก็น่าจะถึงระดับขั้นผู้เชี่ยวชาญการจารึกอักขระขั้นอาวุโส ทักษะที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ ข้ามีความสงสัยใคร่รู้ ว่าท่านนั้นได้ร่ำเรียนมาจากที่ใดกัน” หลั่ว เซี่ยว กล่าว ด้วยความรู้สึกสะเทือนใจ เนื่องด้วยความสามารถของเนี้ยหลีนั้นได้เกินกว่าจินตนาการของเขา

ปรมาจารย์นักจารึกอักขระขั้นอาวุโส

หลั่ว เจี้ยน ยังคงไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง ทันใดนั้น หลังจากเขาคิดใคร่ครวญบางสิ่ง ดวงตาทั้งสองข้างของหลั่ว เจี้ยนพลันเบิกกว้าง “ว่าอย่างไรนะ ปรมาจารย์นักจารึกอักขระขั้นอาวุโส ท่านพ่อ นี่ท่านกำลังบอกว่า น้องชายเนี้ยหลี่เป็นปรมาจารย์นักจารึกอักขระขั้นอาวุโสอย่างนั้นหรือ ” หลั่ว เซี่ยวพยักหน้าตอบ

หลั่ว เจี้ยนหันศีรษะของเขาไปทางเนี้ยหลี่อย่างไม่สามรถทำใจยอมรับได้ นี่มันช่างน่าตกตะลึง ปรมาจารย์นักจารึกอักขระขั้นอาวุโส ที่มีอายุเพียง 13 ไม่เกิน 14 ปี ? สวรรค์ !

ได้ยินคำกล่าวของหลั่ว เซี่ยว เนี้ยหลี่ไม่รู้สึกว่าปฏิกิริยาที่ตามมานั้นเหนือความคาดหมายแต่อย่างใด เขามีท่าทีสงบนิ่งต่อหลั่ว เซี่ยว ถ้าหลั่ว เซี่ยวเป็นคนที่ฉลาดพอ เขาควรจะเข้าใจถึงความหมาย

เมื่อได้จ้องมองลึกลงไปที่เนี้ยหลี่ ในทันที หลั่ว เซี่ยวพลันลืมอายุของเนี้ยหลี่โดยสิ้นเชิง ณ เวลานี้ เขาไม่สามารถที่จะปฏิบัติต่อเนี้ยหลี่เฉกเช่นเด็กธรรมดาอีกต่อไป หลั่ว เซี่ยวไม่สามารถจินตนาการถึง ว่าผู้ใดจะสามารถจัดการเลี้ยงดูสัตว์ประหลาดเช่นเนี้ยหลี่ได้ เขาครุ่นคิดสักครู่หนึ่ง และกล่าวว่า “น้องชายเนี้ยหลี่ นับตั้งแต่ที่ท่านมีความเต็มใจที่จะแสดงความสามารถอันน่าตื่นตะลึงของท่าน ข้าคิดว่าท่านมีความในใจบางอย่าง ทว่าไม่มีอันตรายแต่อย่างใด ที่จะกล่าวถึงมัน ให้พวกข้าได้รับรู้

เนี้ยหลี่มองทะลุผ่านหลั่ว เจี้ยนไป และได้ปรากฏให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของปรมาจารย์นักจารึกอักขระอาวุโส มันไม่น่าเป็นไปได้ สำหรับเขาที่จะไม่มีเจตนาอันใด

“ข้าได้ยินมาว่าปรมาจารย์นักจารึกอักขระขั้นอาวุโสนั้น มีอำนาจอิทธิพลอย่างยิ่งยวด ข้ามีความต้องการที่จะทำงานกับตระกูลผนึกหยก โดยข้านั้นมีข้อเรียกร้องส่วนแบ่ง 7 ใน 10 ส่วนขณะเดียวกันนั้นตระกูลผนึกหยกจะได้รับ 3 ใน 10 ส่วน นอกจากนี้ ตระกูลผนึกหยกจำเป็นต้องช่วยเหลือข้า ชำระปัญหาบางอย่างเมื่อข้านั้นต้องเผชิญ” เนี้ยหลี่แสดงท่าทีครุ่นคิดและยิ้ม “สำหรับวิธีการที่จะได้รับผลประโยชน์สูงสุดนั้น ข้าต้องขอคำชี้แนะที่ถูกต้องจากท่านลุงหลั่ว ”

เมื่อได้ฟังคำกล่าวของเนี้ยหลี่ หลั่ว เซี่ยวมีความปิติยินดีอย่างรุนแรงภายในหัวใจของเขา แม้จะเป็นเพียง 3 ใน 10 ส่วน ทว่ามันมีความหมายเป็นพิเศษต่อตระกูลผนึกหยกโชคลาภนั้นเป็นเพียงเรื่องที่สองรองลงมา จากอิทธิพลที่เนี้ยหลี่จะนำมันมาสู่ตระกูลผนึกหยก โดยการใช้อิทธิพลของเนี้ยหลี่นั้นตระกูลผนึกหยกสามารถรับสมัครผู้ใต้บังคับบัญชา จากผู้เชี่ยวชาญมายมายจากเผ่าพันธุ์มนุษย์

“พวกเราตระกูลผนึกหยกนั้นมีความตั้งใจที่จะขยายพื้นที่อยู่อาศัยของเผ่าพันธุ์มนุษย์ในดินแดนใต้พิภพแห่งนี้ ถ้าหลานชายเนี้ยหลี่ สามารถยื่นมือให้การช่วยเหลือ ข้าหลั่ว เซี่ยวจะขอบพระคุณอย่างหาที่สุดไม่ หากท่านสามารถให้ความไว้วางใจพวกเราได้ ท่านสามารถเรียกร้องข้อเสนอต่อพวกเรา และพวกเราจะทำอย่างดีที่สุดเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของท่าน พวกเราตระกูลผนึกทั้งหมดจะให้การสนับสนุนอย่างเต็มความสามารถ”

“ท่านลุงหลั่ว เพียงทำตามแผนของท่าน ข้าจะบอกท่านถ้ามีอะไรที่ข้านั้นต้องการความช่วยเหลือจากตระกูลผนึกหยก” เนี้ยหลี่กล่าวพร้อมยิ้มเล็กน้อย ตราบใดที่เขามีตระกูลผนึกหยกคอยให้การสนับสนุนอยู่ข้างๆ เขาก็อาจมีความสามารถที่จะรับมือกับสมาคมทมิฬ

เมื่อได้รับการตอบรับจากเนี้ยหลี่ หลั่ว เซี่ยว รู้สึกตื่นเต้นอย่างหาที่สุดไม่และได้กล่าวถึงรายละเอียดทั้งหมดกับเนี้ยหลี่

หลานชายยังคงไม่สามารถเปิดเผยตัวตนของหลานในตอนนี้ เพราะอาจเชื้อเชิญปัญหาโดยไม่จำเป็น อย่างไรก็ตาม หลานชายสามารถแกะสลักอาวุธและเครื่องป้องกันบางส่วน พวกเราจะทำการขายพวกมันให้ วิธีการนี้ตระกูลผนึกหยกสามารถที่จะเพิ่มอำนาจอิทธิพลของพวกเรา พวกเราย่อมจะทำตามข้อเรียกร้องของหลานชายอย่างเต็มความสามารถและคอยสอดส่องสมาคมทมิฬอย่างใกล้ชิด” หลั่ว เซียวกล่าว

การช่วยเหลือเนี้ยหลี่ในการทำลายสมาคมทมิฬนั้นยังไม่สามารถเป็นไปได้ในตอนนี้ แม้ว่าสมาคมทมิฬจะมี ระดับเซียนเพียงหนึ่ง พวกมันมีความเชื่อมโยงที่ลึกซึ้ง ค่อนข้างน้อยกับกองกำลังอื่น ใน เมืองศิลาทมิฬ

สำหรับเหตุผลว่าทำไมหลั่ว เซี่ยวไม่ยินดีที่จะเปิดเผยตัวตนของเนี้ยหลี่นั้น เขาค่อนข้างมีความแน่ใจบางอย่าง ต่อการดึงดูดปัญหาและเหตุจูงใจในจากความเห็นแก่ผลประโยชน์ นั้นเป็นเพียงแค่เรื่องรอง

ปรมาจารย์นักจารึกอักขระขั้นอาวุโสนั้นเป็นของหายากอย่างมาก ถ้าเนี้ยหลี่ได้รับข้อเสนอที่ดีกว่าและไปจากตระกูลผนึกหยก หลั่ว เซี่ยวจะทำอย่างไรได้

“คงไม่ดีไปกว่าการปิดบังตัวตนที่แท้จริง” เนี้ยหลี่กล่าวในขณะที่ยิ้มเล็กน้อย เหตุใดเขาจะไม่เข้าใจความคิดของหลั่ว เซี่ยว นอกจากนี้เขายังมีการเตรียมการจัดการกับเรื่องเล็กน้อยไว้เช่นกัน

“ตั้งแต่ที่หลานชายเนี้ยหลี่ได้มอบความไว้เนื้อเชื่อใจแก่ข้า ข้าจะช่วยเหลือหลานชายจัดการกับเรื่องบางอย่าง” หลั่ว เซียวกล่าวอย่างกระตือรือร้น ตราบเท่าที่เนี้ยหลี่เต็มใจที่จะให้ความมือกับตระกูลผนึกหยก ตระกูลผนึกหยกสามารถที่จะได้รับผลประโยชน์อันมหาศาล

“หลั่ว เจี้ยน เจ้าจงไปจัดเตรียมสถานที่สำหรับรับรองหลานชายเนี้ยหลี่”

“ขอรับ” หลั่ว เจี้ยนพยักหน้ารับ ในขณะที่เขานำทางเนี้ยหลี่ไปยังสถานที่ ที่จัดไว้สำหรับรับรองเนี้ยหลี่

ข่าวที่ตระกูลผนึกหยกมีปรมาจารย์นักจารึกอักขระขั้นอาวุโสแพร่กระจ่ายไปอย่างรวดเร็ว ไปทั่วทั้งดินแดนใต้พิภพ

ผู้คนบนท้องถนนและตรอกซอกซอยต่างพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องราวนี้

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่นักจารึกอักขระจะบรรลุถึงขั้นปรมาจารย์อาวุโส นอกจากท่านปรมาจารย์ หยู เย่ เพียงไม่กี่คนที่สามารถไปถึง มาตรฐานของปรมาจารย์นักจารึกอักขระขั้นอาวุโส นอกจากนี้แม้ว่าจะมีปรมาจารย์นักจารึกอักขระขั้นอาวุโส ทำไมเขาต้องยืนอยู่ข้างตระกูลผนึกหยกด้วย

ตระกูลผนึกหยกคือลำดับสามของเมืองศิลาทมิฬ อย่างไรก็ตาม หากมีผู้ใดเลื่อนการจัดอันดับของ 15 เมืองใน ดินแดนใต้พิภพ ผู้ใดกันจะรู้ว่าความเป็นจริงนั้นห่างไกลแค่ไหน

ถึงกระนั้นข่าวนี้ยังคงดึงดูดความสนใจของของผู้คนเป็นจำนวนมาก

“ท่านเคยได้ยินหรือไม่ ? ตระกูลผนึกหยกกำลังเตรียมที่จะนำสินค้าบางรายการที่ได้ถูกแกะสลักจากจารึกอักขระออกสู่ตลาด” ด้วยเหตุนี้แม้กระทั่งหอประมูลตราศักดิ์สิทธิ์ ได้ดำเนินการและจัดให้มีการประมูลพิเศษ! ผู้เชี่ยวชาญของครอบครัวต่าง ๆ มีการเตรียมพร้อมที่จะเดินทางไปยังหอประมูลตราศักดิ์สิทธิ์ "

“นักจารึกอักขระอาวุโสอะไรกัน นั่นอาจเป็นเพียงแค่เรื่องตลก ความสามารถของเขาสามารถที่จะเข้าถึงมาตรฐาน ท่านปรมาจารย์ หยู เย่ ได้อย่างนั้นหรือ ? ”

“อาวุธและเครื่องป้องกันที่ถูกสร้างโดย ปรมาจารย์ หยู เย่ ไม่ได้เป็นสิ่งที่คนธรรมดาสามัญสามารถอาจเอื้อม อย่างไรก็ตามหากนักจารึกอักขระอาวุโสปรากฏตัวขึ้นจริงๆ แม้ว่าผลงานของเขาจะด้อยกว่าท่านปรมาจารย์ หยู เย่ ข่าวก็ยังคงทำให้ผู้คนต่างวิ่งพล่าน”

ผู้เชี่ยวชาญในดินแดนใต้พิภพทุกคน ล้วนเต็มเปี่ยมไปด้วยความคาดหวังสำหรับเรื่องความสำเร็จของนักจารึกอักขระอาวุโส ข่าวได้แพร่กระจายออกไปอย่างช้า ๆ และก่อตัวดั่งพายุ ขณะที่การประมูลของหอประมูลตราศักดิ์สิทธิ์ได้เริ่มต้นการประมูลของพวกเขา แน่นอนว่ามันต้องสุดยอด

เนี้ยหลี่คาดไม่ถึงว่า นักจารึกอักขระอาวุโสจะเป็นที่นิยมถึงเพียงนี้ ในดินแดนใต้พิภพ นอกเหนือจากการให้ความร่วมมือกับหอประมูลตราศักดิ์สิทธิ์ หลั่ว เซี่ยวได้ทำการเจรจา จัดการการเดินทางกับทุกตระกูล ด้วยความสามารถของหลั่ว เซี่ยว แน่นอนว่าเขาจะได้รับผลประโยชน์อย่างมหาศาล

ไม่กี่ตระกูลในเมืองศิลาทมิฬ ต่างถามเกี่ยวกับที่มาของเนี้ยหลี่ เพราะมันดูราวกับว่าเขาได้ปรากฏจากกลางอากาศโดยไม่มีใครสังเกตเห็นเขาเลย

ในเวลานี้เนี้ยหลี่ได้เก็บตัวปกปิดตัวตนของเขา จึงไม่กังวลถึงเรื่องความสับสนวุ่นวายจากภายนอก

ขณะนี้เนี้ยหลี่ได้เก็บตัวฝึกฝน การดูดซับพลังจากภายนอกยังคงเป็นวิธีการ ที่เขาใช้บ่มเพาะพลังเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง

เนี้ยหลี่ฝึกฝนอย่างเงียบๆ เขารู้สึกราวกับว่าบางสิ่งบางอย่างมีการเปลี่ยนแปลงภายในขอบเขตจิตวิญญาณของเขาทีละน้อย นับตั้งแต่เขาเข้าใจสัจธรรมแห่งความมืดและแสงสว่าง ขอบเขตจิตวิญญาณของเขาดูเหมือนว่าจะมีการสร้างพลังงานทั้งสองแตกต่างอย่างสิ้นเชิง พลังงานทั้งสองต่างมีการปะทะกันเองอยู่ตลอดเวลา ภาพวาดปรากฏชัดเจน มีเส้นแบ่งเขตระหว่างพลังงานทั้งสอง

เดิมเขาคิดว่า พลังแห่งสัจธรรม จะเป็นเช่นหิ่งห้อยอยู่ด้านหน้าของพลังงานสวรรค์ แต่เขาค่อยๆตระหนักว่าพลังแห่งสัจธรรม มีความซับซ้อนมากกว่าที่เขาคิด พลังแห่งสัจธรรมของความมืดและแสงสว่างมีการปะทะกันเองอยู่ตลอดเวลา พลังงานมีการระเบิดออกมาอย่างไม่มีที่สิ้นสุดภายในขอบเขตจิตวิญญาณของเขา

เนี้ยหลี่เข้าสู่สภาวะการบ่มเพาะอย่างรวดเร็ว พยายามที่จะควบคุมให้พลังแห่งสัจธรรมทั้งสองสงบลง อย่างไรก็ตาม อะไรเป็นสาเหตุให้เขางงงวยว่าพลังแห่งสัจธรรมทั้งสองยังคงอยู่อย่างเป็นอิสระในขอบเขตจิตวิญญาณของเขา เป็นการยากที่จะควบคุมและทำให้อานุภาพทั้งสองสงบลงได้

บุคคลที่ได้รับสัจธรรมแห่งพลังในโลกนี้ คือผู้เชี่ยวชาญขั้นสูงสุดอย่างแน่นอน ในแง่มุมบางอย่าง คนผู้นั้นต้องล้ำหน้ากว่าตัวเนี้ยหลี่ในอดีต

แท้จริงแล้วโลกกว้างใหญ่ไพศาลและไม่มีอะไรที่แปลกประหลาดจนเกินไป ถึงแม้ว่าหลังจากผ่านประสบการณ์สองชาติของเนี้ยหลี่ เนี้ยหลี่ค้นพบเพียงส่วนหนึ่งของโลกใบนี้

ความรู้สึกที่มีพลังแห่งสัจธรรมทั้งสองต่อสู้กันภายในร่างกายของเขา ถ้าเขาไม่สามารถทำให้อานุภาพทั้งสองเชื่องได้ เขาจะสามารถพูดถึงการกลับไปยังระดับสุดยอดได้อย่างไรกัน

ขอบเขตจิตวิญญาณของเนี้ยหลี่นั้นมีสองพลังแห่งสัจธรรมอยู่ภายใน ผลจากการที่พลังแห่งสัจธรรมของความมืดและแสงสว่างมีการปะทะกันเองอยู่ตลอดเวลา ทำให้ขอบเขตจิตวิญญาณของเนี้ยหลี่นั้น ต้องทนทุกข์ทรมานจากผลกระทบที่ค่อนข้างรุนแรง ที่ทำให้เขามีอาการปวดแสบไปทั่วร่างกาย เหงื่อของเขาไหลราวกับสายฝนที่เทลงมา

เมื่อเขาได้ทำความเข้าใจอานุภาพแห่งความมืดและแสงสว่าง พวกมันเป็นเพียงพลังงานขนาดเล็ก อย่างไรก็ตามพลังงานทั้งสองเป็นเหมือนเมล็ดพันธุ์ที่เติบโตภายในร่างกายของเนี้ยหลี่ เมื่อเวลาผ่านไป พลังงานทั้งสองจะแข็งแกร่งและแข็งแกร่งยิ่งขึ้น จวบจนถึงจุดที่มันเกือบไม่สามารถควบคุมได้ เนี้ยหลี่รู้สึกราวกับว่าร่างกายของเขากำลังจวนใกล้จะระเบิด

เขารีบใช้เทคนิคการฝังเข็มปิดผนึก ในการปิดผนึกจุดสำคัญไม่กี่จุด จากนั้นจึงใช้ขอบเขตจิตวิญญาณของเขาในการปรับแต่งพลังแห่งสัจธรรมทั้งสองทีละน้อย



ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น