วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 203 – Remnant map?

Tale of the demon and god novel Chapter 203 – Remnant map?

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 203 - ชิ้นส่วนของแผนที?


บทที่ 203 - ชิ้นส่วนของแผนที?

ทองแดง(มี 5 ระดับ Bronze)
เงิน(มี 5 ระดับ Silver)
 ทองคำ(มี 5 ระดับ Gold)
 ทองคำดำ(มี 5 ระดับ  Black Gold)
 ตำนาน(มี 5 ระดับ Legend rank)
 เซียน(Demigod)เป็นขั้นสูงสุดของขั้นตำนาน 



แหล่งกบดานของสมาคมทมิฬสร้างขึ้นด้วยหิน แม้มันจะดูยิ่งใหญ่ แต่สำหรับเมืองศิลาทมิฬแล้ว ดูไม่สะดุดตาเท่าไหร่นัก

หลงชา และ กุยชา กลับไปยังแหล่งกบดานของสมาคมทมิฬ

"หลงชา พวกเราและตระกูลศักดิ์สิทธิ์ถูกหลอกโดย เย่ ฮั่น? เย่ ซ่งมันยังมีชีวิตอยู่ ทำให้เสิ่นฮองและตระกูลศักดิ์สิทธิ์ดับสิ้น. สอดแนมอะไรกัน" กุยชากล่าวด้วยความไม่พอใจ " รู้อย่างนี้ ข้าน่าจะฆ่ามันเสียตั้งแต่มันหนีออกมา น่าโมโหนัก"

หลงชาส่ายหัวและกล่าวว่า " เย่ ฮั่นมันไม่ได้โกหก เขาวางยาเย่ ซ่งแล้วแน่นอน เพียงแต่ไม่มีใครคาดคิดว่ามันจะยังมีชีวิตอยู่ มันคงถูกช่วยไว้ได้โดยใครบางคน" หลงชานึกถึงเด็กที่อยู่กลางค่ายกลหมื่นอสูร ที่แสดงศักยภาพอย่างสูง จึงไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ หากเขาจะช่วยเย่ ซ่ง.

คิ้วของกุยชากระตุกและถาม " ถ้าเย่ ฮั่นทรยศเมืองกลอรี่แล้ว และถ้าเขาแพร่งพรายข้อมูลของเมืองกลอรี่แก่ตระกูลอื่นๆของเมืองศิลาทมิฬ คงไม่ได้หมายความว่า..... ข้ากลัวว่า พวกเราจะโดนเจ้าอสูร ลงโทษ."

"เจ้าอสูร อยู่ในช่วงเก็บตัวฝึกตน, พวกเราไม่สามารถไปรบกวนท่านได้ เพียงแต่ตอนนี้เราทำได้เพียงดูสถานการณ์ไปก่อน" หลงชากล่าวอย่างเคร่งขรึม. เมืองกลอรี่คือเนื้อชิ้นโต ถ้าหากสมาคมทมิฬไม่ได้ ก็อย่าหวังว่าคนอื่นจะได้.

"หลงชา, เราได้ข่าวมาว่า เย่ ฮั่นเข้าร่วมตระกูลหวู๋กุย  เราควรทำอย่างไรต่อไป?" กุยชามองไปยังหลงชา



หลงชาขมวดคิ้วและกล่าวว่า " ตั้งแต่เย่ ฮั่นเข้าร่วมตระกูลหวู๋กุย, แน่นอนว่าเขาคงบอกเกี่ยวกับทางลับ แม้ว่าตระกูลหวู๋กุยจะมีผู้เชียวชาญระดับเซียนอยู่ 3 คน ตาแก่พวกนั้นคงไม่ลงมือเองเป็นแน่ ความจริงที่ว่าเมืองกลอรี่คงไม่ง่ายที่จะถูกจัดการอย่างที่พวกเราคิด ค่ายกลหมื่นอสูรคงจะเป็นปัญหากับ ตระกูลหวู๋กุยหากคิดจะยึดเมืองกลอรี่ พวกเราทำได้เพียงมองดูเพียงเท่านั้น

ได้ยินคำพูด กุยชาตาสว่างขึ้น "ตั๊กแตนจับจักจั่น นกขมิ้นอยู่ด้านหลัง นี่เป็นความคิดที่ดี" ("ถางหลางปู่ฉาน หวงเชว่ไจ้โฮ่ว" หรือ "ตั๊กแตนจับจั๊กจั่น นกขมิ้นอยู่ด้านหลัง" ใช้เพื่อเปรียบเปรยถึงผู้ที่ไร้วิสัยทัศน์ มักเล็งผลระยะสั้นโดยไม่ระวังว่าจะมีผลร้ายในระยะยาวรออยู่ นอกจากนี้ยังใช้กระทบกระเทียบกับผู้ที่เอาแต่จ้องจะคิดบัญชีกับผู้อื่น โดยลืมไปว่าตนเองก็อาจจะกำลังถูกผู้อื่นจ้องจะคิดบัญชีเช่นกัน)

"เราสามารถส่งคนไปจับตาดูความเคลื่อนไหวของตระกูลหวู๋กุย เราต้องการเวลา สำหรับการบ่มเพาะพลัง และรักษาอาการบาดเจ็บ"หลงชากล่าวอย่างเคร่งขรึม หากเมืองกลอรี่ถูกจัดการโดยตระกูลหวู๋กุยจริง ก็จะต้องเสียหายหนักมาก.

"ข้าจะเตรียมการทันที"กุยชาพยักหน้าพร้อมกับปล่อยรังสีอันหนาวเหน็บจากดวงตาของเขา เมื่อท่านเจ้าอสูร กลับมาจากการฝึกสันโดษ ค่อยมาคุยเรื่องตระกูลหวู๋กุย แม้ว่า 3 ตาแก่ระดับเซียนของพวกเขาก็จะไม่สามารถทำอะไรกับเจ้าอสูร ได้.

ผู้เชียวชาญระดับเซียน พวกเขามีการบ่มเพาะขั้นสุดท้ายของระดับตำนาน เว้นแต่พวกเขาสามารถใช้พลังแห่งสัจธรรมได้ระดับหนึ่ง ทำให้พวกเขาก้าวไปสู่เทพวิญญาณเพียงเล็กน้อย เมื่อพวกเขาถือพลังแห่งสัจธรรมได้เมื่อไหร่ พวกเขาจะถึงระดับเทพวิญญาณ

มีผู้เชี่ยวชาญระดับเซียนหลายคนในดินแดนใต้พิภพ ตราบใดที่เทพวิญญาณยังไม่ถูกฆ่าตายและสุญเสียการควบคุมของพลังสัจธรรม เหล่าผู้เชียวญชาญระดับเซียนก็ไม่สามารถเข้าควบคุมสัจธรรมและกลายเป็นเทพวิญญาณได้ ดังนั้นความเป็นไปได้ ที่จะเป็นเทพวิญญาณยากมาก.

เมืองศิลาทมิฬเปล่งรัศมีหนาวเย็นไปทั่วทุกที่

ในดินแดนใต้พิภพนี้ สัจธรรมแห่งบาดาลเป็นที่สุดของที่นี่ รัศมีความเย็นยะเยือกมากเหนือกว่าสัจธรรมแห่งความมืดระดับหนึ่งเลยทีเดียว
"ข้าไม่เคยคิดเลย นี่ก็นานมาแล้ว ความแข็งแกร่งของจ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพจะมาถึงในระดับที่น่าตกใจ ตั้งแต่ข้ามาที่นี่สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของสัจธรรมแห่งบาดาล ข้าไม่เคยคิดเลยว่าดินแดนใต้พิภพนี้จะเป็นค่ายกลของเขา."ยู่หยานส่งเสียงจากแขนเสื้อของเนี้ยหลี่

จำนวนผู้เชี่ยวชาญของดินแดนใต้พิภพมีมากเกินไป ขณะที่พวกเขาเข้ามายังเมืองศิลาทมิฬ, ยู่หยานไม่สามารถเผยตัวออกมาได้

ดินแดนใต้พิภพทั้งหมดเป็นเขตแดนของจ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพ? เนี้ยหลี่ครุ่นคิดถึงระดับความแข็งแกร่งของจ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพนี้น่าจะถึงระดับลิขิตสวรรค์

ในถนนเมืองศิลาทมิฬ, เนี้ยหลี่สวมเสื้อคลุมสีดำเดินเงียบบนถนน และมองไปรอบๆ

เขาไม่เคยคิดเลยว่าดินแดนนี้จะมีสิ่งมีชิวิตที่แตกต่างกันแต่อยู่รวมกัน ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ถ้ำ, ดาร์คเอลฟ์, โกเลม และมนุษย์หางที่ดำรงชีวิตเฉกเช่นมนุษย์ธรรมดา

พวกเขาต่างตะโกนเสนอการซื้อ-ขาย ทำให้เมืองศิลาทมิฬคึกคัก

ขณะที่เขากำลังเดิน เขาได้ยินเสียงโกเลมพูดคุยกันจากในบาร์

โกเลมเหล่านั้นกำลังแท๊ะศิลาผลึกราวกับกัดเม็ดถั่วเหลือง เศษกระจุยกระจายในขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยกัน พวกเขากำลังพูดคุยกันด้วยภาษามนุษย์

"ได้ยินมาว่า" ตระกูลอสูรโลหิตและตระกูลผนึกหยก เกิดการต่อสู้ที่ดุเดือด และตระกูลผนึกหยกบาดเจ็บล้มตายจำนวนไม่น้อย



"สู้เพื่ออะไร? หากทุกคนรักสงบ โลกก็จะสวยงามขึ้น!" หนึ่งในโกเลมสาวพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเจ้าชู้

เสียงนี้ทำให้เนี้ยหลี่ขนลุก เขาค่อนข้างคุ้นเคยกับเสียงโกเลมผู้ชาย แม้ว่าจะเป็นเสียงแหบแห้ง

"มันบอกว่าเมื่อผู้เชี่ยวชาญจากทั้งสองตระกูลเข้ามาในชั้นแรกจากเก้าชั้นของหอคอยมรณะ พวกเขาพบแผนที่สมบัติและต่อสู้กัน."

"แผนที่สมบัติหอคอยมรณะ 9 ชั้นหรอ?" ไม่น่าแปลกใจ! เพียงเข้าไปยังหอคอยมรณะ 9 ชั้น ก็ต้องโทษประหารชีวิตแล้ว ตั้งแต่ตระกูลผนึกหยกกล้าที่จะท้าทายตระกูลอสูรโลหิตก็เหมือนรนหาที่ตาย คนของตระกูลพวกนี้คิดว่าตนเองเก่ง พวกเขามายังดินแดนใต้ดินได้ไม่กี่พันปีและลืมเลือนไปว่าใครเป็นนายของที่นี่?"

"ใครเป็นนาย? ตระกูลอสูรโลหิต?"

"ไม่แน่นอน, เป็นตระกูลโกเลม"

หลังจากฟังบทสนทนาของโกเลม เนี้ยหลี่ใจหายเล็กน้อย ดังนั้นในดินแดนใต้พิภพ สมาคมทมิฬไม่ใช่พวกเดียวที่มีเพียงมนุษย์เท่านั้น ยังมีตระกูลผนึกหยกอีกเช่นกัน

เนี้ยหลี่ทำได้เพียงอมไวน์ในบาร์ มันมีรสชาติเผ็ดร้อน และมีกลิ่นกำมะถัน ชวนขยะแขยงเกินไปที่จะดื่ม เมื่อไม่สามารถดื่มได้ จึงหยิบไวน์ของภายนอกออกมาและรินใส่แก้ว

"ได้ข่าวมาว่า เมื่อเร็วๆนี้ ตระกูลหวู๋กุยมีสมาชิกใหม่ เขาเป็นนักจารึกอักขระ สามารถสร้างรูปแบบจารึกดั้งเดิมได้ ตอนนี้ตระกูลหวู๋กุยทำกำไรมหาศาล ในดินแดนใต้พิภพนี้มีนักจารึกอักขระเพียง 6 คนเท่านั้น"

"ได้ยินว่า หากสลักจารึกลงบนอาวุธสามารถเพิ่มอานุภาพได้อีกหลายเท่าตัว"

"แน่นอน, นักจารึกอักขระหายากมาก นักจารึกอักขระอาวุโสเท่านั้น เจ้า ยู เย่ เป็นคนที่ไม่สามารถเทียบได้เลยในเมืองนี้" เหล่าโกเลมพูดคุยกัน
นักจารึกอักขระขั้นปฐมภูมิ ?

เนี้ยหลี่คิ้วกระตุก เขานึกถึงสิ่งที่นักจารึกอักขระจะทำ? อย่างน้อยต้องระดับอาวุโสงั้นหรือ?

กองกำลังในดินแดนใต้พิภพซับซ้อนมาก ดูเหมือนว่าที่นี่มีความสามารถในการอยู่รอดได้อย่างมี
ประสิทธิภาพมาก โดยเฉพาะจ้าวแห่งดินแดนใต้พิภพที่ลึกลับมาก อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่านักจารึกอักขระจะเป็นที่นิยมมากให้โลกนี้

ขณะที่เนี้ยหลี่กำลังรินไวน์ มีชายสวมเสื้อคลุม 3 คนเดินผ่านตรงถนน พวกเขามองมายังเนี้ยหลี่ ดูเหมือนหัวหน้ากลุ่มจะสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง ดวงตาเขาสว่างขึ้นและเขาตัดสินใจเดินไปข้างหลังเขา

"น้องชาย ดูเหมือนเจ้าไม่ได้มาจากเมืองศิลาทมิฬ" ชายคนหนึ่งนั่งลงข้างๆเนี้ยหลี่ ขณะที่อีกสองคนยืนสงบอยู่ข้างๆ

"โอ้! รู้ได้อย่างไร?" เนี้ยหลี่กวาดสายตามอง อีกฝ่ายเป็นชายหนุ่มอายุประมาณ20ปี การบ่มเพาะพลังน่าจะราวๆระดับแบล็คโกล

"ข้าคุ้นเคยกับผู้เชี่ยวชาญในเมืองศิลาทมิฬไม่มากก็น้อย แต่น้องชายกล้าที่จะมาเดินยังถนนคนเดียว การบ่มเพาะของเจ้าควรจะถึงระดับโกล มิเช่นนั้นเจ้าอาจถูกฆ่าได้ ข้าไม่เคยพบหนุ่มน้อยมากความสามารถเช่นเจ้า ดังนั้นจึงสามารถอธิบายได้ว่าเจ้าไม่ได้มาจากสถานที่แห่งนี้" ชายหนุ่มยิ้มและกล่าวว่า " ข้ามาจากตระกูลผนึกหยก ข้าชื่อหลั่ว เจี้ยน ข้าสงสัยว่า เจ้าอยู่ที่ไหนน้องชาย?"

"เนี้ยหลี่" เนี้ยหลี่กล่าว หลังจากขบคิดสักครู่

"ตระกูลผนึกหยกเรารวบรวมผู้เชี่ยวชาญที่เป็นมุนษย์ เราเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในเมืองศิลาทมิฬ แม้ว่าเราต้องตาย เราต้องขยายพื้นที่สำหรับกลุ่มมนุษย์ เพื่อให้ลูกหลานเราอยู่รอด ตั้งแต่น้องชายมายังเมืองศิลาทมิฬของข้า ข้าสงสัยว่า เจ้าจะยินดีเข้าร่วมตระกูลผนึกหยกของเรามั้ย? " หลั่ว เจี้ยนเชิญชวนเนี้ยหลี่อย่างอบอุ่น

"โอ้? ตระกูลผนึกหยก?" เนี้ยหลี่ครุ่นคิด ก่อนหน้านี้เขาได้ยินบางคนพูดเกี่ยวกับตระกูลผนึกหยก ถือเป็นตระกูลที่ดีในเมืองศิลาทมิฬ นิ้วมือเขาเคาะเบาๆที่โต๊ะ ถ้าแรงจูงใจของตระกูลผนึกหยกคือการขยายพื้นที่อยู่อาศัยของตระกูลมนุษย์แล้ว พวกเขาก็น่าจะมีผลประโยชน์ร่วมกันกับเมืองกลอรี่

หลังจากเนี้ยหลี่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็กล่าวว่า " ไม่มีปัญหา หากข้าจะเข้าร่วมกับตระกูลผนึกหยก แต่ข้าไม่ต้องการที่จะถูกห้ามในทุกการกระทำ"

"สมาชิกตระกูลผนึกหยกของข้าจะไม่ขัดขวางสิ่งที่เจ้าจะทำ ถ้าไม่เกินเลยไป" จมูกหลั่ว เจี้ยนได้กลิ่นอะไรเล็กน้อย และดวงตาเขาเบิกกว้างขึ้น เขามีสีหน้าประหลาดใจ และกล่าวว่า"กลิ่นไวน์ช่างหอมนัก"

ได้ยินคำพูดหลั่ว เจี้ยน เนี้ยหลี่รินใส่ถ้วยและวางไว้ด้านหน้าของเขา

หลั่ว เจี้ยนทำตัวกระเหี้ยนกระหือรือ  เขายกกรึ๊บเดียวหมดแก้วและหัวเราะ "ไวน์ชั้นดี ข้าไม่เคยดิ่มไวน์ที่รสชาติเยี่ยมเช่นนี้มาก่อนเลยในชีวิต หากเทียบกับไวน์ในเมืองศิลาทมิฬที่มีรสชาติเหมือนขยะ นี่เป็นไวน์ที่สุดยอดมากๆ"

ได้คำพูดของหลั่ว เจี้ยน เนี้ยหลี่อมยิ้ม หลั่ว เจี้ยนแค่ดิ่มไวน์ธรรมดาที่หาได้ทั่วไป แต่เมื่อเทียบกับไวน์ในเมืองศิลาทมิฬ ถือเป็นไวน์ที่สุดยอดมากๆ ถ้ามีคนนำไวน์จากเมืองศิลาทมิฬไปที่เมืองกลอรี่ แม้แต่สัตว์ก็คงไม่ดื่ม


"ตกลงข้าขอเข้าร่วมเป็นสมาชิกของตระกูลผนึกหยก" เนี้ยหลี่ยิ้ม เนื่องจากไม่มีข้อจำกัด จึงไม่น่าเป็นปัญหา เขาสงสัยถึงความแข็งแกร่งของตระกูลผนึกหยก

คาดเดาสิ่งที่เนี้ยหลี่คิด หลั่ว เจี้ยนยิ้มอย่างภูมิใจและกล่าวว่า "มี 2 สุดยอดผู้เชี่ยวชาญระดับเซียนในตระกูลผนึกหยกของข้า ถือเป็นอันดับ 3 ในเมืองศิลาทมิฬ แต่...." หลั่ว เจี้ยนทำหน้าเศร้าและกล่าวว่า "เมื่อเร็วๆนี้ เราต่อสู้กับตระกูลโลหิตอสูร จึงยังมีความอันตรายในการเข้าร่วมกับตระกูลผนึกหยก ซึ่งข้าต้องบอกเจ้าก่อน"

หลั่ว เจี้ยนเป็นคนที่ค่อนข้างตรงไปตรงมา

"อะไรที่พวกกองกำลังตระกูลโลหิตอสูรต้องการ" เนี้ยหลี่เอ่ยถาม

"ตระกูลโลหิตอสูรถือว่าแข็งแกร่งที่สุดในเมืองศิลาทมิฬ แข็งแกร่งกว่าตระกูลหวู๋กุย พวกเขามีผู้เชียวชาญระดับเซียน 5 คน พวกเขาต้องการแผนที่ส่วนที่เหลือที่ตระกูลผนึกหยกของเราได้รับมาจากหอคอยมรณะ 9 ชั้น เป็นธรรมดาที่เราจะไม่ยอมง่ายๆเป็นแน่

"แผนที่ส่วนที่เหลือ?" เนี้ยหลี่อยากรู้อยากเห็นเล็กน้อย



ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น