วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 201 – Dreamcloud World

Tale of the demon and god novel Chapter 201 – Dreamcloud World

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 201 - อาณาจักรเมฆาฝัน


บทที่ 201 - อาณาจักรเมฆาฝัน



เนี่ย หลี่ยังต้องการคนหนุนหลังอีกเหรอ? ยู่หยานคิดว่าเนี่ย หลี่นั้นเพียงแค่ล้อตนเล่น เพราะด้วยความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเนี่ย หลี่ในตอนนี้นั้น คนที่กุมไพ่เหนือกว่าคือเนี่ย หลี่แถมคนที่ช่วยเธอก็คือเนี่ย หลี่ด้วย! นี่ยังไม่รวมที่ว่าเนี่ย หลี่มีพลังแห่งสัจธรรมตั้งสองอย่างอีกด้วย ด้วยเหตุนี้การฝึกของเนี่ย หลี่คงจะรวดเร็วขึ้นมากจน หากใครรู้เข้าคงจะตื่นตกใจเป็นแน่บางทีในไม่กี่เดือนนี้เขาอาจจะฝึกฝนจนบรรลุถึงระดับตำนานเลยก็ได้! แล้วแบบนี้เขายังอยากได้เธอเป็นคนหนุนหลังอีกเหรอ?
“สักวันเราจะตอบแทนที่เจ้าได้ช่วยเราในวันนี้เป็นแน่ งั้นต่อจากนี้เราก็ควรจะต้องปกปิดพลังและรีบออกจากที่นี่สินะ?” ยู่หยานเอ่ยถามเนี่ย หลี่พร้อมทั้งเหลือบมองเด็กหนุ่มตอนนี้เธอรู้สึกได้เลยว่ากายเทพของเธอสามารถเคลื่อนไหวได้ตามที่ใจต้องการ ทั้งพลังแห่งไฟในรอบๆบริเวณนี้ก็ถูกเธอดูดซับอยู่เรื่อยๆจนแทบจะหมดแล้ว



หากเป็นแบบนี้สงสัยว่าต่อจากนี้เธอคงต้องทำตามอย่างที่เนี่ย หลี่บอก คือออกเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆเพื่อดูดซับพลังแห่งไฟให้ได้มากกว่านี้ และรีบฟื้นคืนพลังของตนให้เทียบเท่าเมื่อครั้งอดีต
“ถ้าหากพวกเราอยากจะออกจากที่นี่ คงต้องรบกวนให้ท่านเทพธิดาทำตามวิธีของข้าแล้วล่ะนะ ”เนี่ย หลี่ยิ้มเล็กน้อย “เพราะหากออร่าของพี่สาวถูกพวกนั้นสัมผัสได้...ข้าตายแน่!”
“เราเข้าใจ ในเผ่าอสูรมีผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจจับอยู่ ทั้งตัวเราในตอนนี้นั้นยังทำได้เพียงแต่หลบซ่อนตัวเท่านั้น ถ้าหากเราถูกจับได้คงไม่พ้นถูกปลิดชีพเป็นแน่ ฉะนั้นหากวิธีของเจ้าฟังดูดีมีเหตุผล...เราจะเชื่อเจ้า ”






ยู่หยานเอ่ยพร้อมพยักหน้าเห็นด้วย ถึงแม้จะลำบากใจอยู่บ้างที่จะต้องทำตามเนี่ย หลี่ แต่เพื่อการที่จะฟืนฟูพลังให้แข็งแกร่งกว่าตอนนี้และปกป้องอนาคตของเผ่ามนุษย์ เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมฟังและเชื่อใจเนี่ย หลี่

“ข้าจะซ่อนตัวท่านผ่านอักขระพลังแห่งความมืดเพื่อกลบพลังของท่าน จากนั้นขอให้ท่านพยายามย่อตัวให้เล็กที่สุดแล้วมาหลบอยู่ในช่องของแขนเสื้อข้า มันอาจจะดูอึดอัดสักเล็กน้อยแต่เราก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว แต่ก่อนอื่นใดข้าคงต้องรบกวนให้ท่านนอนลงไปยังวงอักขระที่ข้ากำลังจะวาดแล้วใช้พลังแห่งไฟของท่านสร้างไอพลังปลอมขึ้นมาเพื่อให้พวกนั้นเข้าใจผิดว่าท่านยังอยู่ในที่แห่งนี้” เนี่ย หลี่กล่าว


ยู่หยานพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ เธอรู้ว่าเนี่ย หลี่กำลังคิดจะทำอะไรอยู่

เธอทำตามอย่างที่เด็กหนุ่มว่าทันที ร่างเล็กๆของเธอเหาะไปรอบๆถึงแม้ว่าตัวเธอจะเล็กแต่ความเร็วของเธอกลับไม่น้อยลงไปด้วย

ในวงอักขระที่เนี่ย หลี่วาด เธอนอนลงไปอย่าง ช้าๆ ผ่านไปไม่นานก็มีรูปร่างของใครบางคนปรากฏขึ้นตรงใจกลางของวงอักขระร่างปริศนานั้นที่ดูเหมือนยู่หยานทุกประการเว้นเพียงแต่ว่ามันไม่มีชีวิต
หลังจากทุกอย่างถูกจัดการเรียบร้อยแล้ว เนี่ยหลี่ก็มองไปยังร่างน้อยๆของยู่หยานแล้วเอ่ยว่า “ท่านเทพธิดา ต่อจากนี้คงรบกวนให้ท่านย่อตัวให้เล็กที่สุดแล้วล่ะนะ”

ยู่หยานมองไปหว่างแขนเสื้อของเนี่ย หลี่ แล้วก็อดรู้สึกอึดอัดใจไม่ได้ ถึงแม้เธอจะสามารถย่อตัวจนเหลือเพียงฟุตกว่าๆได้(ประมาณ33เซน) แต่ช่องว่างระหว่างหว่างแขนเสื้อของเนี่ย หลี่ก็ยังเล็กเกินไปอยู่ดี แต่ถึงกระนั้นเธอก็ไม่มีตัวเลือกอื่นใดนอกจากทำตามที่เนี่ย หลี่บอก
เพื่ออนาคตของเผ่าพันธุ์มนุษย์ เธอไม่อาจมาจุกจิกกับเรื่องเล็กน้อยแบบนี้ได้! ยู่หยานค่อยๆย่อตัวลงจนเหลือเพียงฟุตกว่าๆแล้วสลายร่างเป็นแสงพุ่งเข้าไปหลบในระหว่างแขนเสื้อของเนี่ย หลี่ทันที
ช่องว่างตรงหว่างแขนเสื้อของเนี่ย หลี่นั้นคับแคบมาก เพียงแค่เข้าไปในนั้นยู่หยานก็แทบจะขยับตัวไม่ได้ ยู่หยานฝืนขยับตัวไปมาด้วยความอึดอัดภายในแขนเสื้อของเนี่ย หลี่ ทว่าแขนของเนี่ย หลี่นั้นเปรียบดั่งเสาหินที่กดทับเธอไว้ไม่ให้ขยับไปไหนได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ยู่หยานจึงช่วยไม่ได้นอกจากจำใจแผ่ร่างของตนลงแนบชิดกับแขนของเนี่ย หลี่อย่างอึดอัดใจ
 “พี่เทพธิดา อย่าดิ้นไปมาสิ!” เนี่ย หลี่ยิ้มเจื่อนๆเขารู้ว่าช่องว่างแขนเสื้อตัวเองนั้นแคบเกินไปสำหรับยู่หยานแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากกลับมาสนใจในการคุมพลังแห่งความมืดเพื่อคงสภาพจารึกอักขระในฝ่ามือของตนไว้
เนี่ย หลี่เริ่มเรียกพลังจากวงจารึกอักขระแห่งความมืดที่ตนสร้างไว้แล้วค่อยๆนำพลังนั้นมาห่อหุ้มตัว ยู่หยาน

ทันใดนั้นยู่หยานก็รู้สึกได้เลยว่าไอพลังของเธอถูกกลบโดยพลังจากจารึกอักขระแห่งความมืดของเนี่ย หลี่อย่างสมบูรณ์ เธอไม่คาดคิดเลยว่าเนี่ย หลี่จะใช้พลังได้คล่องแคล่วรวดเร็วขนาดนี้หลังจากเพิ่งได้ครอบครองพลังเพียงไม่นาน ในใจของยู่หยานตอนนี้นั้นเริ่มรู้สึกอยากรู้จริงๆแล้วว่าเนี่ย หลี่นั้น...แท้จริงแล้วเป็นใครกันแน่

เนี่ย หลี่ไม่รู้เลยว่าตอนนี้ยู่หยานกำลังคิดอะไรอยู่ แต่กระนั้นตอนนี้เขากลับสัมผัสได้ถึงความรู้สึกแปลกๆบนต้นแขนของตน เนี่ย หลี่สัมผัสได้ถึงผิวที่เนียนนุ่มและหุ่นที่สมบูรณ์แบบน่าสัมผัสของยู่หยาน...นี่มันยั่วยวนกันชัดๆ! เนี่ย หลี่อยากจะหัวเราะดังๆ ขนาดในอดีตชาติของเขา เขายังไม่เคยประสบพบเจอสถานการณ์แปลกประหลาดขนาดนี้มาก่อนเลยด้วยซ้ำ
ก่อนจะเข้ามาในถ้ำนี้ เนี่ย หลี่คิดเพียงแต่ว่าที่นี่น่าจะมีเพียงสมบัติล้ำค่าและอุปกรณ์ระดับตำนานขึ้นไปซุกซ่อนไว้อยู่เพียงเท่านั้น แต่เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่านอกจากจะได้อุปกรณ์แล้วเขายังได้เทพธิดาอีกด้วย! ...ไม่ได้สมบัติอะไรกลับไปแต่ได้เทพธิดากลับบ้านซะอย่างนั้น โชคชะตาช่างยากลึกที่จะหยั่งถึงยิ่งนัก

ถึงแม้ว่าแขนเสื้อของเนี่ย หลี่จะคับแคบเมื่อมียู่หยานอยู่ข้างใน แต่เมื่อมองจากข้างนอกกลับดูปกติไม่มีอะไรแปลกเลยแม้แต่น้อย
“ไปกันเถอะ!” เนี่ย หลี่พูดกับยู่หยานที่หลบอยู่ในแขนเสื้อของตนพร้อมทั้งก้าวเท้าเดินย้อนกลับจากทางที่เข้ามา
หลังจากออกจากถ้ำ เนี่ย หลี่ก้มมองดูเหวแต่กลับมองไม่เห็นก้นเหว มีเพียงความมืดปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณ จากที่ยู่หยานได้กล่าวไว้ เหวลึกนี้มีอสูรระดับขั้นตำนานสูงสุดหลบซ่อนอยู่เพียงไม่กี่ตัว แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ต้องปกปิดไอพลังของยู่หยานไว้ให้ดีไม่ประมาท
ในระหว่างที่เนี่ย หลี่กำลังปีนหน้าผาอยู่นั้น บ่อยครั้งจะมีเสียงอสูรร้องคำรามดังมาจากก้นเหวเสียงคำรามพวกนี้น่าจะเป็นเสียงของอสูรระดับสูงที่แข็งแกร่ง เสียงของมันดังจนน่าจะทำให้อสูรรอบข้างสั่นกลัวเป็นแน่ โชคดีที่พวกอสูรที่เฝ้าจับตาดูยู่หยานนั้นมีระดับสูงกว่าทำให้อสูรพวกนั้นไม่กล้าเคลื่อนไหวตามใจตน ทว่าถ้าหากพวกมันรู้ตัวว่าเขาได้พาตัวยู่หยานหนีออกมาแล้วและเริ่มออกมาตามไล่ล่าแล้วล่ะก็ เนี่ย หลี่คงไม่มีอะไรไปสู้กับพวกมันเป็นแน่
แม้แต่ยู่หยานตอนนี้ก็ระวังตัวอย่างสุดขีด เธอพยายามซ่อนไอพลังที่ปล่อยออกมาให้เหลือน้อยที่สุดด้วยใจเต้นโครมคราม

เนี่ย หลี่ปีนขึ้นมาจากหนาผาด้วยความรวดเร็วก่อนจะใช้มือปัดเป่าฝุ่นที่ติดตามร่างกายออกไป ในการผจญภัยที่น้ำผุดทมิฬครั้งนี้ถือว่าได้กำไรงามทีเดียวเชียว เนี่ย หลี่กระชับชุดแล้วมุ่งหน้าตรงไปยังที่ราบชะตาสวรรค์ทันที ในตอนแรกเนี่ย หลี่คิดว่าในวันนั้นวันเดียวน่าจะเพียงพอสำหรับตนในการเก็บเอาอุปกรณ์และสมบัติต่างๆในถ้ำนั้น เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าเขาจะได้พบเข้ากับ ‘ยู่หยาน’ แทน และเสียเวลาในนั้นมากพอสมควร

ในวันแรกๆนั้น เสี่ยวกวงกับลูกน้องได้มารอการกลับมาของเนี่ย หลี่อยู่หลายวัน แต่เมื่อพวกเขาไม่เห็นเนี่ย หลี่กลับออกมาเลย เสี่ยวกวงจึงคิดว่าเนี่ย หลี่ได้ตายตกไปในบ่อน้ำผุดทมิฬเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พวกเขาจึงเดินทางกลับที่ราบชะตาสวรรค์ด้วยความหดหู่เล็กน้อย
พอรู้ว่าเนี่ย หลี่ยังไม่กลับออกมาจากน้ำผุดทมิฬ เสี่ยวอู่ ก็รู้สึกใจหายขึ้นมาทันที ถ้าหากเจ้าเมืองกลอรี่รู้เรื่องนี้เข้า พวกเขาจะไม่มาทำลายที่ราบชะตาสวรรค์หรอกหรือ?

พวกเขาไม่กล้าส่งใครไปเมืองกลอรี่หากยังไม่เห็นว่าเนี่ย หลี่ว่าปลอดภัย และเมื่อได้ยินข่าวว่ามีคนพบเห็นกลุ่มลูกน้องของเสี่ยวหลาง  เสี่ยวอู่ก็จับตัวพวกนั้นมาสอบปากคำทันที
หลังจากได้ข้อมูลจากลูกน้องทั้งหกของเสี่ยวหลางเสี่ยวอู่ ก็รู้สึกสงสัยเป็นอย่างมากว่าเนี่ย หลี่ทำอย่างนั้นไปทำไม ด้วยการที่เนี่ย หลี่สั่งให้พวกลูกน้องเสี่ยวหลางต่อเชือกให้ยาวๆ คงไม่ใช่ว่าเขาจะลงไปในน้ำผุดทมิฬหรอกนะ?

จากตำนานที่เล่าขานสืบทอดกันมาของน้ำผุดทมิฬ พวกเขาอดไม่ได้ที่จะสั่นเทิ้มด้วยความกลัว พวกเขาได้แต่หวังว่าเนี่ย หลี่จะกลับออกมาอย่างปลอดภัย มิเช่นนั้น หากคนจากเมืองกลอรี่ตามรอยเนี่ย หลี่และพบที่นี่เข้า ที่ราบชะตาสวรรค์คงจบเห่เป็นแน่ พวกเขามั่นใจได้เลยว่าเนี่ย หลี่นั้นต้องมีความสัมพันธ์กับเมืองกลอรี่อย่างแน่นอน บางที่อาจจะเป็นถึงลูกท่านเจ้าเมืองเลยก็ได้
ณ ตลาดที่ราบชะตาสวรรค์

ในขณะที่เนี่ย หลี่กำลังเดินอยู่นั้น ยู่หยานก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ในยุคของเธอนั้น เผ่ามนุษย์ถูกตามล่าอย่างหนักหน่วงจากพวกอสูร ทว่าพอได้เห็นภาพตรงหน้า ยู่หยานก็โล่งใจไปเปราะหนึ่งที่เผ่ามนุษย์ยังไม่ถูกลบหาย

เนี่ย หลี่เห็นเช่นนั้นก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามยู่หยาน “ท่านเทพธิดา มีที่ไหนบ้างที่ยังคงมีมนุษย์เหลืออยู่”
“เราก็ไม่มั่นใจเหมือนกัน” ยู่หยานส่ายหน้า “หลังจากสงครามครั้งยิ่งใหญ่ ถึงแม้ว่ามนุษย์จะยังอยู่รอดไปได้และระหงระแหงกระจัดกระจายไปทั่ว แต่หากฝั่งอสูรมีอสูรระดับจิตแห่งเทพปรากฏ เมื่อนั้นมนุษย์จะได้พบกับความพ่ายแพ้ที่แท้จริง”

ยู่หยานหยุดคิดเล็กน้อยและพูดต่อ “แม้ว่าสงครามระหว่างมนุษย์และอสูรจะรุนแรง แต่มันก็ยากที่ฝั่งอสูรจะลบเผ่าพันธุ์มนุษย์ออกไปได้ นักสู้ระดับจิตแห่งเทพยังคงสืบสกุลสายเลือดสู่ลูกหลานแพร่ไปยังทั่วอาณาจักรและดินแดน ทั้งในสงครามในโลกหลักยังมีมนุษย์ตายไปไม่มากและยังได้ไปควบคุมดินแดนต่างๆ ซึ่งด้วยไม้กายสิทธิ์จากไผ่ม่วง นักสู้ระดับจิตแห่งเทพจำนวนหนึ่งก็ได้วางการ์ดของพวกเขาลงและอาศัยอยู่ในดินแดนนั้นนับหมื่นๆปี และถึงแม้นักสู้ระดับจิตแห่งเทพจะตายไปจนหมดจากเผ่ามนุษย์ พวกอสูรก็ยังไม่อาจข้ามยังเดินแดนนั้นได้”

สรุปว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์นั้นยังคงครอบครองหลายๆดินแดนอยู่
“ในเผ่าพันธุ์มนุษย์ ตระกูลที่แข็งแกร่งที่สุดน่าจะเป็นปฐมตระกูล ที่ได้สืบทอดสายเลือดมากจากปฐมบทแห่งกลียุคจิตแห่งเทพ ในตระกูลนั้นมีนักสู้ระดับเซียนอยู่มากมาย ทั้งพวกเขายังได้ก่อไม้กายสิทธิ์จากไผ่ม่วง ไว้ปกป้องพวกเขาอีกด้วย หากมีนักสู้ระดับจิตแห่งเทพของเผ่าอสูรขวางทางพวกเขาล่ะก็ พวกมันตายแน่ ถึงแม้เราจะเป็นหนึ่งในพยานที่เห็นว่าปฐมบทแห่งกลียุคจิตแห่งเทพได้เข้าสู่การหลับไหล แต่เขากลับเป็นคนที่ลึกลับที่สุดแล้วในหมู่พวกเรา ขนาดเรายังไม่มั่นใจเลยว่าเขาจะหาทางฟื้นร่างกลับมาได้ไหม”

“งั้น...เราสามารถไปยังดินแดนอื่นได้ไหม?” เนี่ย หลี่ถามเสียงต่ำ

“ไปได้สิ ขอแค่มีศิลาเมฆาฝัน นำมันไปวางไว้ในแท่นประตูมิติที่จะพาไปดินแดนเมฆาฝันแค่นี้เราก็ไปได้แล้ว ได้ยินว่าที่นั่นเป็นดินแดนเสรีที่มีดอกไม้บานสะพรั่งอยู่ทุกฤดู ทั้งยังเจริญรุ่งเรืองและอุดมสมบูรณ์ แถมยังเล็กกว่าโลกหลักเพียงไม่เท่าไหร่อีกด้วย” ยู่หยานกล่าว เธอเป็นหนึ่งในน้อยคนที่รู้เกี่ยวกับวิธีการเข้าไปยังดินแดนเมฆาฝันที่มีคนรู้เพียงน้อยนิด


ดินแดนเมฆาฝันที่อยู่ภายใต้การปกครองของมนุษย์นั้นต้องปลอดภัยกว่าโลกหลักเป็นแน่แท้ นอกจากนี้มันยังเหมาะสำหรับการดำรงชีวิตของมนุษย์อีกด้วย


ถ้าหากสามารถย้ายเมืองกลอรี่เข้าไปยังดินแดนเมฆาฝันได้ล่ะก็ ชาวเมืองก็จะอยู่อย่างปลอดภัยมากขึ้น
เนี่ย หลี่คิดในใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามยู่หยาน “แล้วเราจะหาศิลาเมฆาฝันได้จากที่ไหนหรือ”
“เพื่อที่จะตัดการเชื่อมต่อระหว่างดินแดนเมฆาฝันกับโลกหลัก พวกเผ่าอสูรจึงได้ไล่ปล้นชิงศิลาเมฆาฝันจำนวนมหาศาลมาไว้กับตน ตอนนี้จึงมีเพียงสองก้อนเท่านั้นที่ถูกซ่อนไว้กับมนุษย์ และก่อนที่เราจะเข้าสู่การหลับใหล เราก็ได้ซ่อนแหวนมิติเก็บของไว้ในโลกหลัก มันไกลจากที่นี่ประมาณหมื่นกว่าไมล์ ถ้าหากหาแหวนของเราเจอ เราก็สามารถไปดินแดนเมฆาฝันได้อย่างแน่นอน” ยู่หยานกล่าวทั้งถอนหายใจ
แหวนมิติเก็บของของเทพธิดายู่หยาน? ด้วยความแข็งแกร่งของเธอ ข้างในแหวนนั่นจะต้องมีสิ่งของดีๆมากมายเลยใช่หรือไม่?

แต่อย่างไรก็ตาม หมื่นไมล์ก็ค่อนข้างไกลเลย
เนี่ย หลี่ค่อนข้างจะหวังกับดินแดนเมฆาฝันไว้สูง ในอดีตชาติ พื้นที่ที่เขาได้ผจญภัยส่วนใหญ่มีแต่ในโลกหลัก เขาไม่เคยไปดินแดนย่อยเลย ยิ่งดินแดนเมฆาฝันด้วยแล้วเขานั้นไม่เคยได้ยินด้วยซ้ำ
ยู่หยานเหมือนจะนึกอะไรได้และเอ่ยออกมาว่า “พวกเราคงต้องรีบออกจากที่นี่แล้วล่ะ ไม่งั้นที่ราบชะตาสวรรค์ได้ย่อยยับแน่”


หากพวกอสูรที่อยู่ในน้ำผุดทมิฬรู้ว่ายู่หยานได้หลบหนีออกไปแล้ว พวกมันคงจะไล่ฆ่าทุกอย่างที่ขวางหน้าเป็นแน่ ถึงแม้เนี่ย หลี่จะวางจารึกอักขระไว้แล้ว แต่ใครจะรู้ล่ะว่าพวกนั้นจะรู้ตัวเมื่อไหร่?
“อืม” เนี่ยเหลียผงกหัวรับ แต่ก่อนจะจากไปเนี่ย หลี่ก็เปิดเผยใบหน้าตัวเองในตลาดสักเล็กน้อย และจากไปทันที




ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น