วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 198 – Sensing the Laws

Tale of the demon and god novel Chapter 198 – Sensing the Laws

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 198 - รับรู้ถึงสัจธรรม


บทที่ 198 - รับรู้ถึงสัจธรรม


เนี่ยหลี่รู้สึกสงสัยเรื่องกายาเทพของยู่หยาน หากเขาสามารถวิเคราะห์ส่วนประกอบของกายาเทพได้ คงเป็นประโยชน์ต่อการฝึกตนของเขาไม่น้อยแน่

“เมื่อเทพียู่หยานอยู่มานานขนาดนี้ นางย่อมจะต้องเป็นคนเปิดกว้างในเรื่องนี้พอสมควร”ด้วยความยินดี เนี่ยหลี่แทบจะลืมเรื่องความคิดไปเลย

ขณะเดียวกัน ที่เหนือผิวน้ำ ยู่หยานขมวดคิ้วเล็กน้อย แม้ว่าสติของนางจะลอยอยู่บนอากาศเหนือบ่อน้ำผุด นางก็ยังสามารถเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในบ่อได้ ในฐานะเทพวิญญาณอัคคี นางนับเป็นตัวตนที่อยู่เหนือสรรพสิ่งทั้งปวง ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่กล้าสบตานางมาก่อน อย่าว่าแต่ลบหลู่นางเช่นนี้

ทว่า กายาเทพของนางยังฟื้นฟูไม่เรียบร้อย ดังนั้นต่อให้เนี่ยหลี่ทำอะไรนาง นางก็ไม่สามารถขัดขืนได้ นางขมวดคิ้วแน่นขึ้นเมื่อเห็นเนี่ยหลี่ยกมือขึ้น เนี่ยหลี่คิดจะทำอะไร? หากเขาจะทำเหมือนร่างของนางเป็นของเล่น นางก็ไม่มีปัญญาขัดขวาง

หากเป็นคนธรรมดาหรือแม้แต่ยอดฝีมือชั้นตำนาน ยู่หยานก็เพียงปล่อยให้พลังรั่วไหลออกก็เพียงพอข่มขู่ให้พวกนั้นแตกตื่นแล้ว ทว่า พลังเทพของนางไม่มีผลต่อเนี่ยหลี่แม้แต่น้อย นางไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด  นางทำได้เพียงมองเนี่ยหลี่เข้าถึงตัวนางเท่านั้น

“โครงสร้างของกายาเทพนี่เป็นยังไงกันนะ?”เนี่ยหลี่คิดในใจพลางยกมือขึ้น สัมผัสลูกกลมแสงสีชาด ใช้สัมผัสที่มือรับรู้ความเปลี่ยนแปลงภายในลูกกลม เพื่อคำนวณโครงสร้างของกายาเทพ

“กายาเทพของเทพียู่หยานมีโครงสร้างแบบเดียวกับมนุษย์?”เนี่ยหลี่คิดขณะใช้นิ้วจิ้ม สัมผัสนุ่มนิ่มส่งมาจากนิ้วของเนี่ยหลี่ นุ่มนวลและยืดหยุ่นเช่นเดียวกันกับผิวหนังของมนุษย์

ความรู้สึกแบบเดียวกันกับผิวหนังของมนุษย์เลย?! เนี่ยหลี่เริ่มเกิดความสงสัยขึ้นในใจ กายาเทพช่างน่าทึ่งเสียจริง



ยู่หยานที่กำลังหลับตาเพื่อรับรู้ความเป็นไปในบ่อน้ำผุด ส่งเสียงร้องแผ่วเบาออกมาเมื่อเนี่ยหลี่แตะกายาเทพของนาง ทันใดนั้น นางลืมตากลมกว้างและรู้สึกว่าวิญญาณของนางกำลังสั่นไหว ในช่วงเวลาหลายหมื่นปีที่ผ่านมา นางเป็นเทพีที่ได้รับการเคารพจากมนุษย์ทั้งปวง แต่เนี่ยหลี่กับกล้าแตะต้องกายาเทพของนาง นี่นับว่าเป็นการกำแหงไปแล้ว!

นางไม่เคยคิดว่าเนี่ยหลี่จะมีความสามารถพอจะทะลวงการป้องกันด้วยพลังแห่งสัจธรรมของนางและสามารถใช้มือเปล่าแตะต้องตัวนางได้ หากเนี่ยหลี่มีเจตนาร้าย และตัดสินใจทำลายแหล่งกำเนิดพลังเทพของนางไป นางก็เท่ากับว่าจบสิ้นแล้ว

อย่างไรก็ตาม เนี่ยหลี่เป็นเพียงเด็กอายุสิบสี่ เป็นเรื่องปกติหากจะมีความอยากรู้อยากเห็นกันบ้าง แต่ในชั่วพริบตาที่เนี่ยหลี่สัมผัสกับกายาเทพของนาง นางรู้สึกถึงกระแสที่ทั้งลึกลับและทรงพลังจนน่าตกใจไหลเวียนอยู่ในร่าง

นี่เป็นพลังแห่งสัจธรรม มันคือพลังแห่งสัจธรรมที่นางคุ้นเคย และดูจะทั้งลึกล้ำและทรงพลังมากเสียด้วย

ยู่หยานพึมพำกับตัวเอง เป็นไปได้หรือไม่ว่าในร่างกายเนี่ยหลี่มีพลังชั้นสูงกว่า? ในโลกนี้ พลังที่ยิ่งใหญ่กว่าเทพวิญญาณควรจะเป็นพลังของเทพผู้สร้างโลกแล้ว เป็นไปได้หรือไม่ว่าเนี่ยหลี่คือผู้สืบทอดของผู้สรรสร้างสรรพสิ่ง?

ยู่หยานจ้องเนี่ยหลี่ เพราะกายาเทพของนางถูกลบหลู่ ตอนนี้นางจึงเริ่มโมโหขึ้นมาบ้าง หากมิใช่ว่าบนหน้าของเนี่ยหลี่ไม่ได้แสดงอารมณ์ในทางลบออกมา เพียงแค่มองอย่างพิจารณาเท่านั้น นางคงไม่สามารถยั้งตัวเองได้

เนี่ยหลี่หลับตาลงพร้อมกับลากนิ้วลูบไปตามร่างกายาเทพของยู่หยาน สัมผัสถึงโครงสร้างของเธอ และเข้าใจได้ในทันที

“ไม่น่าแปลกใจเลยที่โดยทั่วไปแล้วไม่มีใครสามารถฝึกพลังแห่งสัจธรรมได้ในโลกนี้ การฝึกพลังแห่งสัจธรรม คือความเป็นไปได้ที่จะก้าวข้ามชั้นตำนานไปสู่ระดับชะตาสวรรค์ แต่เป็นเพียงแค่โอกาสขั้นแรกเท่านั้น แค่พลังแห่งสัจธรรมอย่างเดียวยังไม่เพียงพอให้ก้าวไปในระดับสูงได้”เนี่ยหลี่คิดในใจ “อย่างไรก็ตาม พลังแห่งสัจธรรมนี้นับว่าลึกล้ำในตัวเอง หากเราสามารถหลอมรวมพลังนี้เข้ากับพลังเทพวิถีฟ้าและใช้มันฝึกฝน บางทีเราอาจจะสามารถก้าวข้ามไปชั้นถัดไปเลยก็ได้”

เนี่ยหลี่คิดในใจ “ยิ่งไปกว่านั้น พลังแห่งสัจธรรมยังสามารถฝึกตัวเองได้ มันมีระดับสูงกว่าพลังวิญญาณเสียอีก หากฝึกมันระดับพลังของเราก็จะสามารถค่อยๆ เพิ่มขึ้นเองได้ แต่พลังฟ้าจะสามารถฝึกได้ก็ต่อเมื่อเข้าขอบเขตขั้นตำนานแล้วเท่านั้นเนี่ยสิ”

พอคิดมาถึงตรงนี้ เนี่ยหลี่ก็รวบรวมความคิดทั้งหมดเอาไว้ด้วยกัน “ก่อนอื่นต้องแปลงพลังวิญญาณทั้งหมดในตัวเราให้เป็นพลังแห่งสัจธรรมก่อน”

เนี่ยหลี่เข้าสู่ภาวะไร้ตัวตนอีกครั้ง

พอเห็นเนี่ยหลี่เริ่มฝึกต่อ ยู่หยานก็จมอยู่ในความคิด นางไม่รู้ว่าในหัวของเนี่ยหลี่กำลังคิดอะไร และรู้สึกว่าเนี่ยหลี่เป็นคนที่ลึกลับมากทีเดียว

หลังจากเนี่ยหลี่ใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่ง ดวงตาของเขาก็พลันเปิดขึ้น “เข้าใจแล้ว!! อยากรู้จริงว่านางฟ้ายู่หยานจะขอบคุณเรายังไง”

แม้ว่าสัมผัสที่ได้รับจะเป็นเช่นเดียวกับผิวหนังมนุษย์ แต่ด้วยประสาทสัมผัสอันคมกริบของเนี่ยหลี่ จึงสามารถรับรู้ได้ถึงโครงสร้างกายาเทพของยู่หยาน ซึ่งความจริงแล้ว แตกต่างจากมนุษย์

แม้ว่าเขาจะแตะต้องเพียงแค่แผ่นหลังอันราบลื่นของยู่หยาน ใช้เวลาสัมผัสเพียงไม่นาน และมีความรู้อันน้อยนิดเกี่ยวกับพลังแห่งสัจธรรม ด้วยความรู้พื้นฐานจากชาติก่อน เนี่ยหลี่ก็ยังสามารถรวมความคิดที่อาจจะสามารถรักษากายาเทพของยู่หยานและเพิ่มความเร็วในการรวบรวมต้นกำเนิดพลังเทพของนางขึ้นได้

เนี่ยหลี่ค่อยๆ โผล่ขึ้นจากผิวน้ำ ก่อนจะกระโดดออกจากบ่อน้ำผุดแล้วรีบสวมเสื้อผ้า

เนี่ยหลี่ลืมตาขึ้น มอไปยังยู่หยานแล้วถามว่า "พี่นางฟ้า เหตุใดที่จึงหน้าดำคร่ำเครียดเช่นนั้นเล่า?"

"ไม่มีอะไร" พอเห็นท่าทางไร้เดียงสาของเนี่ยหลี่ ยู่หยานก็สูดลมหายใจคราหนึ่งแล้วสงบใจลง แม้ว่านางจะเป็นเทพีที่อยู่มาหลายหมื่นปี แต่ชั่วชีวิตของนางก็ผ่านการฝึกฝนบ่มเพาะพลังของสัจธรรมแห่งฟ้าดินมาอย่างต่อเนื่อง ความคิดของนางเทียบกับคนทั่วไปแล้วนับว่าเรียบง่ายกว่ากันมาก

ถึงเนี่ยหลี่จะแตะต้องกายาเทพของนางไป นางก็ไม่อยากจะเอาความเรื่องนี้อีก

เนี่ยหลี่ที่เห็นท่าทางนั้นก็เข้าใจได้ทันที่ว่านางกำลังอดกลั้นเรื่องที่เนี่ยหลี่ไปแตะกายาเทพของนาง

แต่หากเขาไม่แตะกายาเทพของนาง เขาก็ไม่สามารถบอกได้ว่าโครงสร้างของเธอเป็นอย่างไร เนี่ยหลี่ไม่มีความคิดล่วงเกินอะไร ดังนั้นเขาจึงบอกได้ทันที

เนี่ยหลี่มองไปยังยู่หยานแล้วถามอย่างจริงจังว่า "พี่นางฟ้า ข้ามีความคิดดีๆ ที่จะสามารถสร้างกายาเทพของท่านขึ้นมาใหม่ให้ออกไปจากบ่อน้ำผุดทมิฬนี้ ท่านต้องการทดลองหรือไม่?"

"เด็กน้อย เจ้าจะบอกข้าว่าเจ้าสามารถสร้างกายาเทพของข้าขึ้นมาใหม่ได้งั้นหรือ?" ยู่หยานพูดอย่างยิ้มแย้ม มองไปยังเนี่ยหลี่อย่างไม่เชื่อถือ แม้ว่าเนี่ยหลี่จะมีสายเลือดชั้นสูงมาก แต่การสร้างกายาเทพขึ้นใหม่นั้นยากมาก ไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะทำได้

"ข้าทำได้จริง" เนี่ยหลี่พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

"หยุดพูดไร้สาระ แล้วฝึกต่อไปเสีย" ยู่หยานพูด

เมื่อยู่หยานไม่เชื่อ เนี่ยหลี่ก็ช่วยอะไรไม่ได้ มันทำได้เพียงเลิกพูดถึงเรื่องนี้แล้วคอยหาโอกาสพูดให้นางเชื่ออีกครั้ง

ยู่หยานพูดขึ้นหลังจากที่ใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่งว่า "หลังจากที่แช่น้ำผุดเป็นเวลานาน ความแข็งแกร่งของร่างกายของเจ้าเพิ่มขึ้นเร็วมาก เฉพาะความแข็งแกร่งของร่างกายเจ้าอาจจะสามารถก้าวไปถึงระดับตำนานได้ภายในสามเดือน นั่นนับว่าเร็วกว่าที่ข้าคิดไว้มาก เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ควรจะเริ่มสัมผัสพลังแห่งสัจธรรมได้แล้ว"

แม้จะมีเวลาไม่มาก แต่หากเนี่ยหลี่สามารถสัมผัสพลังแห่งสัจธรรมได้แม้จะสัมผัสได้แค่ร่องรอยอ่อนจาง ก็ยังสามารถเข้าใจแนวทางการฝึกฝนบ่มเพาะพลังแห่งสัจธรรมแล้วนำไปฝึกหลังจากที่ก้ามข้ามชั้นตำนานไปแล้วได้ แม้จะเป็นอีกร้อยปีให้หลังก็ตาม

"เอาล่ะ เช่นนั้น ข้าจะสัมผัสพลังแห่งสัจธรรมได้อย่างไร?" เนี่ยหลี่ถาม แม้ว่าจะเริ่มเข้าใจธรรมชาติอันลึกล้ำของพลังแห่งสัจธรรมบ้างแล้วก็ตาม แต่เมื่อกลายเป็นพลังที่ใช้ในการฝึกฝน เนี่ยหลี่ยังรู้ไม่มากนัก

ยู่หยานใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า "ข้าไม่รู้ว่าเจ้าเหมาะสมกับพลังแห่งสัจธรรมแบบไหน ดังนั้นน่าจะลองสัมผัสพลังแห่งแสงก่อน"

พลังแห่งแสงเป็นรองเพียงความยุ่งเหยิงแรกเริ่ม ทรงพลังกว่าพลังแห่งความมืดอยู่นิดหน่อย และยังง่ายต่อการสัมผัสถึงมัน

"ได้" เนี่ยหลี่พยักหน้าแล้วนั่งลงบนก้อนหินใหญ่และปิดตาลง

"ด้วยการชี้นำของข้า เจ้าอาจจะสามารถสัมผัสพลังแห่งสัจธรรมได้เร็วกว่าผู้อื่น เอาล่ะ ตอนนี้จงทำจิตใจให้ว่างเปล่า" ยู่หยานพูด นางสอนเนี่ยหลี่อย่างใจเย็น  เนี่ยหลี่หลับตาลงทั้งสองข้างและเริ่มตัดสิ่งต่างๆ ออกจากความคิด

"พลังแห่งสัจธรรมนั้นมีอยู่ทุกแห่งหน พลังอันลึกล้ำ จงสัมผัสมันด้วยใจ จินตนาการว่าตอนนี้เจ้าอยู่ในความมืด มืดและสงบจนไม่อาจเห็นนิ้วมือหรือได้ยินเสียงใด เจ้าอยู่ในความมืดอันไร้ที่สุด จากนั้นจุดแสงเล็กๆ ก็ปรากฎสัจธรรมขึ้น มันทำให้เจ้าสามารถรับรู้ความอบอุ่นได้......" เสียงของยู่หยานเรียบราวกับกำลังร้องเพลงกล่อมเด็ก

เนี่ยหลี่ทำตามคำชี้แนะของยู่หยาน จินตนาการว่าตัวเองอยู่ในความมืดและและได้เห็นแสงเล็กๆ

"การสัมผัสพลังแห่งสัจธรรมเป็นขั้นตอนที่ยากมาก เจ้าอาจจะต้องผ่านความล้มเหลวนับไม่ถ้วนเพื่อทำให้ตัวเจ้ามีพื้นที่ว่างพอรองรับพลังและให้จิตใจของเจ้าบริสุทธิ์และสะอาดเช่นฟ้าดิน พลังแห่งสัจธรรมจะสัมผัสได้ถึงจิตใจอันน่านับถือนั้นและยอมรับเจ้า" ยู่หยานพูดอย่างช้าๆ ความคิดของนางล่องลอยไป ในยามที่นางยังเป็นเพียงเด็กหญิงผูกผมทรงหางม้า บิดาและมารดาของนางสอนให้นางสัมผัสพลังแห่งสัจธรรม และในชั่วพริบตา ก็ผ่านไปแล้วนับหมื่นปี พ่อแม่นางล้วนจากไปแล้ว นางไม่อาจจำได้แม้กระทั่งรอยยิ้มของพวกท่าน

ในเวลาชั่วพริบตานี้ ความทรงจำอันงดงามก็เลือนลับไป

พอนางมองไปยังเนี่ยหลี่ที่นั่งอยู่บนก้อนหิน ยู่หยานก็ยิ้มออกมา ใครจะรู้ว่าเนี่ยหลี่จะใช้เวลาในการสัมผัสรองรอยของพลังแห่งสัจธรรมนานเท่าใด บางทีคงหลายเดือน หลายปี หรืออาจยาวนานกว่านั้น

"สัมผัสร่องรอยแห่งแสงสว่าง ที่มอบความอบอุ่นแก่ข้า..." เนี่ยหลี่ทำตามคำของยู่หยาน และใช้ใจสัมผัส เนี่ยหลี่รู้สึกว่าตนเองตกลงไปในความมืดอันไร้ก้นบึ้ง และในความมืดนั้น ร่องรอยแห่งแสงปรากฎขึ้นราวกับประกายต้นกำเนิดไฟ

สัมผัสอันอบอุ่นแผ่กระจายไปทั่วร่าง

นี่คือสัจธรรมแห่งแสงสว่างงั้นหรือ? เนี่ยหลี่คิดพลางรับรู้ตัวตนของมัน เนี่ยหลี่เห็นเพียงแสงสีขาวกำลังรวมตัว สว่างขึ้นๆ ร้อนขึ้นๆ เนี่ยหลี่รู้สึกราวกับกำลังถูกดวงอาทิตย์ล้อมรอบ

"อั้ก" เนี่ยหลี่ส่งเสียงร้องออกมาแล้วลืมตาขึ้น เขารู้สึกร้อนมาก ทั้งตัวราวกับจะเดือดด้วยความร้อนของเปลวไฟ จึงรีบกระโดดลงน้ำผุดทมิฬ

บูมม!!!

ทันทีที่เนี่ยหลี่สัมผัสกับผิวน้ำ น้ำในน้ำผุดก็ระเหยเป็นไอน้ำหนาเป็นชั้นๆ


"เกิดอะไรขึ้น?" ยู่หยานคิดว่าเนี่ยหลี่จะฝึกพลังแห่งสัจธรรมนานกว่านี้ ไม่คาดเลยว่าอยู่ๆ เนี่ยหลี่ก็จะกรีดร้องออกมาราวกับเสียสติแล้วกระโดลงบ่อน้ำผุดทมิฬเยี่ยงนี้



ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

1 ความคิดเห็น: