วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 197 – Divine Body

Tale of the demon and god novel Chapter 197 – Divine Body

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 197 - กายเทพ


บทที่ 197 - กายเทพ





  "ข้าควรทำอย่างไรก่อน?" เนี่ยหลี่ถาม


    "ขั้นแรกคือการเพิ่มความแข็งแกร่งของกายหยาบ น้ำผุดทมิฬนี้เก็บกักพลังต้นกำเนิดพลังเทพของข้าเอาไว้ส่วนหนึ่ง ข้าจะเปิดม่านพลัง ให้เจ้าสามารถเข้ามาแช่ในน้ำผุด มันจะช่วยปรับปรุงกายหยาบของเจ้า หากเจ้าสัมผัสกับพลังแห่งสัจธรรมโดยไม่ได้มีร่างกายที่แข็งแรงเพียงพอจะรองรับพลังนั้น มันจะบ่อนทำลายตัวเจ้าเอง" เมื่อยู่หยานพูด นางอดยิ้มอย่างผิดหวังไม่ได้ เนี่ยหลี่คงสามารถทนได้เพียงไม่นานเท่านั้น ยิ่งสัมผัสโดยตรงยิ่งเป็นปัญหาใหญ่ ไม่ต้องพูดถึงว่าเขามีโอกาสถูกพลังนั้นทำลาย แต่นั่นเป็นเรื่องที่ไม่ต้องกังวลเพราะเป็นขั้นตอนที่จำเป็นต้องทำ "พลังในน้ำผุดทมิฬแข็งแกร่งเกินไป หลังจากเจ้าแช่ตัวลงไปสักนาที หากเจ้ารู้สึกว่าผิวหนังของเจ้าร้อนราวกับถูกเผา เมื่อเจ้าทนไม่ไหว ให้ขึ้นมาจากบ่อน้ำผุดทันที"


 "เข้าใจแล้ว" เนี่ยหลี่พยักหน้ารับ เตรียมตัวลงไปในบ่อ


  "ถอดเสื้อผ้าออก" ยู่หยานพูดด้วยความเยือกเย็น



 เนี่ยหลี่กลับเป็นฝ่ายอาย เขาไม่เคยถอดเสื้อผ้าต่อหน้าสตรีอื่นใดนอกจากเย่ จื้อ หวิ๋น  เนี่ยหลี่เงยหน้าขึ้นมองยู่หยานแล้วถามว่า "พี่เทพี ท่านจะถ้ำมองข้าหรือ?..."



      พอได้ยินที่เนี่ยหลี่พูด ยู่หยานถึงกับขมวดคิ้ว เด็กคนนี้คงมีสมองที่ไม่สมประกอบเป็นแน่? นางเป็นเทพเจ้าที่อยู่มานานกว่าหลายหมื่นปีเหตุใดนางต้องไปถ้ำมองเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมเช่นเนี่ยหลี่? ต่อให้นางเห็นแล้วจะเป็นไร? ไม่ใช่ว่านางไม่เคยเห็นเสียหน่อย หากนางต้องการดู ต่อให้เนี่ยหลี่ยังสวมเสื้อผ้า มันก็ขัดขวางนางไม่ได้





    "เช่นนั้น ข้าจะไม่มองแล้วกัน" ยู่หยานพูดเบาๆ นางยังมีความทรงจำเรื่องความเป็นส่วนตัวจากสมัยเมื่อนางเป็นมนุษย์ ดังนั้นนางจึงพอจะเข้าใจความรู้สึกนั้นอยู่ แต่อารมณ์ในลักษณะรักโลภโกรธหลงนั้นไม่อยู่ในความคิดของนางอีกต่อไปแล้ว



     เนี่ยหลี่เพิ่งนึกได้ว่าเขายังมีร่างกายของเด็กน้อยอยู่ หลังจากนึกขึ้นได้  จึงถอดเสื้อผ้าแล้วกระโดดลงบ่อน้ำผุด



    ทันใดนั้น เขาก็รู้สึกได้ถึงพลังบางอย่างที่อยู่ในน้ำผุดทมิฬ พลังชนิดนี้บริสุทธิ์ยิ่งกว่าพลังวิญญาณ บริสุทธิ์จนเนี่ยหลี่รู้สึกว่าผิวหนังของเขาเริ่มไหม้อย่างรวดเร็ว เนี่ยหลี่จึงรีบตั้งจิตเตรียมเขตแดนวิญญาณและเริ่มดูดซับพลังนั้น


  บูมมๆ ๆ



   เขตแดนวิญญาณของเนี่ยหลี่ดูดซับพลังงานบริสุทธิ์นั้นไว้ทันที พอเนี่ยหลี่โคจรพลังวิญญาณ ความรู้สึกถูกเผาไหม้ก็ค่อยๆ เบาบางลง เมื่อเนี่ยหลี่ดูดซับพลัง ส่วนหนึ่งเข้าไปสู่เขตแดนวิญญาณของเนี่ยหลี่ และดูดหายไป เขตแดนวิญญาณของเขาราวกับเป็นหลุมดำไร้ก้น หลังจากที่ดูดซับพลังไปมากมายขนาดนั้น แต่กลับไม่มีการสั่นไหวแม้แต่น้อย พลังส่วนที่เหลือค่อยไปส่งเสริมร่างกายให้แข็งแรงขึ้น



        เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วเนี่ยหลี่ก็เข้าสู่ภวังค์สมาธิ น้ำผุดทมิฬเป็นขุมทรัพย์ของผู้ฝึกตนโดยแท้ เขารู้สึกได้เลยว่าร่างกายแข็งแรงขึ้น


      ยู่หยาน ก้มหน้ามองเนี่ยหลี่ แม้ว่านางจะเป็นเทพวิญญาณที่มีชีวิตอยู่มานานกว่าหลายหมื่นปี และต้นกำเนิดพลังเทพของนางอยู่ระหว่างรวมตัวกันจากสภาพเสียหาย นางก็ยังมีตา หากนางมองไปยังคนทั่วไป นางจะสามารถเข้าใจพวกเขากระจ่างดุจลายนิ้วมือ แม้กระทั่ง คิดอะไรในหัวก็ทราบได้ ทว่า นางกลับไม่สามารถมองทะลุเนี่ยหลี่ได้



     ในขณะที่นางมองไปยังเนี่ยหลี่ ยู่หยานมั่นใจว่า การที่เนี่ยหลี่เข้ามาที่นี่ได้เป็นการจัดการของเทพวิญญาณแห้งกาลอวกาศ นางมองไปยังโครงกระดูกข้างบ่อน้ำผุดทมิฬแล้วถอนหายใจ ในตอนที่พวกเขาปกป้องต้นกำเนิดพลังส่วนที่เหลือของนางอยู่ที่นี่ เวลาอันยาวนานจนไม่อาจนับได้ก็ผ่านไป เนี่ยหลี่เป็นมนุษย์เพียงคนเดียวที่เข้ามาถึงที่นี่ได้ในช่วงเวลาหาหลายปีมานี้



    ห้านาที.....สิบนาที



   ยู่หยานยังไม่เห็นเนี่ยหลี่ออกมาจากน้ำผุดทมิฬ หลังจากผ่านเวลามานานมากแล้ว ปกติแล้ว คนธรรมดาย่อมไม่สามารถทนพลังบริสุทธิ์นั้นได้แม้สักนาที พลังแห่งสัจธรรมในบ่อน้ำผุดทมิฬรุนแรงเกินไป ไม่ใช่สิ่งที่ใครๆ ก็สามารถควบคุมได้ นางมองไปยังเนี่ยหลี่และเห็นเนี่ยหลี่แช่ร่างในบ่อน้ำผุดทมิฬ และดูเหมือนเขาจะมีสีหน้ายินดีเสียด้วย


    เหตุใดจึงไม่มีแม้แต่ร่องรอยความเจ็บปวดบนหน้าของเนี่ยหลี่?



     'เด็กนี่ไม่ธรรมดาจริงๆ' ยู่หยานคิดในใจ การแสดงออกของเนี่ยหลี่นับว่าไม่ธรรมดา นางควรจะให้โอกาสกับเขามากกว่านี้ เพื่อไม่ให้การจัดการของเทพวิญญาณแห่งกาลอวกาศเสียเปล่าหรือไม่?



    เนี่ยหลี่สัมผัสได้ว่าเถาว์พลังภายในกายเติบโตอย่างกะทันหันด้วยการดูดซับพลังแห่งสัจธรรม ใบอ่อนใบที่สองงอกออกมา ตามมาด้วยใบที่สาม และหยุดหลังจากใบที่ห้างอกออกมา เนี่ยหลี่สัมผัสได้ว่าเมื่อใดก็ตามที่เถาว์พลังในกายของเขาเติบโตขึ้น ปริมาณพลังที่เขตแดนวิญญาณของเขาสามารถรองรับได้ก็ขยายตัวออกพร้อมกับพลังวิญญาณอันไร้ที่สุด



  ธรรมชาติของพลังแห่งสัจธรรมก็คือพลังวิญญาณ เพียงแต่มันมีรูปแบบที่บริสุทธิ์ยิ่งกว่าพลังวิญญาณตามปกเท่านั้น



    ภายใต้พลังแห่งสัจธรรม พลังวิญญาณของเขาในเขตแดนวิญญาณ เริ่มเปลี่ยนแปลง การฝึกเช่นนี้นับว่าเห็นผลเร็วกว่าฝึกด้วยศิลาหมอกม่วงเสียอีก พลังของเนี่ยหลี่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว



    ก่อนหน้านี้เนี่ยหลี่เพิ่งก้าวไปถึงสามดาวระดับโกลด์ และควรจะใช้เวลาอีกราวครึ่งเดือนในการก้าวเข้าสู่ระดับสี่ดาว แต่ตอนนี้ หลังจากที่เนี่ยหลี่ดูดซับพลังแห่งสัจธรรม พลังของเขาก็มาถึงขีดจำกัดของระดับโกลด์สามดาวแล้ว



    เขตแดนวิญญาณของเขาขยายตัวอย่างต่อเนื่องจนมาถึงขีดจำกัด พอเวลาผ่านไป เสียงระเบิดก็ดังขึ้น ราวกับม้าทลายคอก พลังวิญญาณของเขาไหลบ่าออกมา พุ่งไปทั่วสรรพกาย



  เนี่ยหลี่ไม่คิดเลยว่าเขาจะสามารถมาถึงระดับโกลด์สี่ดาวได้เร็วขนาดนี้ พลังแห่งสัจธรรมนี้นับว่าไม่ธรรมดา



     หลังจากก้าวเข้าสู่ระดับโกลด์สี่ดาว เขตแดนวิญญาณของเนี่ยหลี่ขยายตัวขึ้นอีกหลายเท่า และพลังแห่งสัจธรรมก็หลั่งไหลเข้ามามากกว่าเดิม



   เถาว์พลังที่ก้นเขตแดนวิญญาณของเนี่ยหลี่ดูดซับพลังแห่งสัจธรรมอย่างบ้าคลั่งพอๆ กับการเติบโตของมัน


      เมื่อเนี่ยหลี่เริ่มแช่ตัวลงในบ่อน้ำผุด พลังแห่งสัจธรรมที่ผิวน้ำนับเพียงพอให้เนี่ยหลี่ดูดซับไป แต่พอเวลาผ่านไป กลับกลายเป็นว่ายิ่งดูดซับยิ่งเหลือน้อยและไม่เพียงพอขึ้นมา



    เห็นเช่นนั้นแล้ว ยู่หยานได้แต่ตื่นตระหนก พลังแห่งสัจธรรมในบ่อน้ำผุดนั้นมีปริมาณมหาศาล พลังที่เนี่ยหลี่ดูซับไปเพียงพอให้ไปถึงระดับยอดฝีมือระดับแบล็กโกลด์หรือชั้นตำนานและหากได้รับพลังเกินขนาดอาจถึงขั้นตัวระเบิดเลยด้วยซ้ำ



 แต่ตอนนี้พลังของเขายังเพิ่งอยู่แค่ระดับโกลด์เท่านั้น!!



      นี่นับว่าสร้างความสงสัยให้กับยู่หยาน ระดับโกลด์ที่ดูดซับพลังแห่งสัจธรรมมากขนาดนั้นโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยได้อย่างไร? พลังที่เนี่ยหลี่ดูดซับไปอยู่ตรงไหน? เขตแดนวิญญาณของระดับโกลด์ควรมีขีดจำกัดมิใช่หรือ?



     ขณะที่ยู่หยานสงสัย เนี่ยหลี่ก็รู้สึกว่าพลังที่แห่งสัจธรรมที่ผิวน้ำนั้นเบาบางเกินไป ไม่เพียงพอให้เขาดูดซับ เขาจึงปล่อยให้ร่างจมลึกลงไปจึงสามารถสัมผัสพลังแห่งสัจธรรมที่หนาแน่นขึ้นได้



   เนี่ยหลี่ทำตัวราวกับเรือดำน้ำ มุ่งสู่ก้นบ่อเพื่อดูดซับพลังแห่งสัจธรรม ยิ่งลึก พลังแห่งสัจธรรมยิ่งหนาแน่น


   พอเห็นสิ่งที่เนี่ยหลี่ทำ ยู่หยานที่ลอยอยู่เหนือบ่อน้ำผุดถึงกับหน้าเปลี่ยนสี



   "กลับออกมาเดี๋ยวนี้ ออกมาเร็ว!!" ยู่หยานตะโกนใส่บนบ่อน้ำผุด แม้ว่านางจะสามารถรับรู้เหตุการณ์ใต้น้ำได้ แต่นางลงไปในน้ำหรือทำอะไรใต้น้ำไม่ได้


  เนี่ยหลี่อยู่ในภวังค์จิตสมาธิจึงไม่ได้ยินเสียงที่ยู่หยานตะโกน



    แม้จะดำน้ำลึกลงไปแต่เนี่ยหลี่ก็ไม่จมน้ำถึงจะอยู่ใต้น้ำสักครึ่งวัน นี่เป็นเพราะนี่ยหลี่ได้ผนึกสัมผัสทั้งหกไปแล้ว และเหลือไว้เพียงแสงนำทางเรืองๆ ให้พอเห็นได้เท่านั้น


  พลังแห่งสัจธรรมในบ่อน้ำผุดทมิฬยิ่งมากและยิ่งหนาแน่น จนเกือบจะกดดันเนี่ยหลี่ให้แตกสลาย



     เนี่ยหลี่เปิดเขตแดนวิญญาณแล้วเถาว์พลังก็เริ่มเติบโตต่อ ด้วยความรวดเร็ว ใบที่หกและเจ็ดงอกออกมาทันที ทันใดนั้น เขตแดนวิญญาณของเนี่ยหลี่ก็ว่างเปล่า แล้วเนี่ยหลี่ก็เริ่มดูดซับพลังแห่งสัจธรรมมากกว่าเดิม ยู่หยานก็ต้องตกใจอีกครั้ง เนี่ยหลี่ดูดซับพลังแห่งสัจธรรมขนาดนั้นโดยไม่ระเบิดตายได้อย่างไร? เหตุผลนั้นก็เพราะเถาว์พลังในเขตแดนวิญญาณของเนี่ยหลี่



 ไม่ว่าจะดูดซับพลังแห่งสัจธรรมไปมากเท่าใด ก็ดูจะยังไม่เพียงพอให้เถาว์พลังหยุดโต



    ดูเหมือนเขาจะก้าวเข้าสู่ขอบเขตอันลึกล้ำ ทั้งแพนด้าเขี้ยวอสูรและปิศาจเงาพราย ภายใต้การส่งเสริมจากเถาว์พลัง และการเปลี่ยนแปลงจากการที่มันก้าวถึงระดับโกลด์ห้าดาว


 เนี่ยหลี่ก้าวเข้าสู่ระดับใหม่อย่างเงียบๆ ความเร็วในการเพิ่มระดับพลังสร้างความตื่นเต้นให้เนี่ยหลี่


 ทันใดนั้น แสงสว่างจุดหนึ่งก็ดึงดูดความสนใจของเขา


   'นั่นมันอะไร?' เนี่ยหลี่คิด ในใจเกิดความสงสัย 'คงไม่ใช่ว่ามีขุมทรัพย์อะไรอยู่ก้นบ่อหรอกนะ?'


 หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง เนี่ยหลี่ก็ว่ายเข้าไปหาแสงนั้น


    ยิ่งเข้าใกล้ เนี่ยหลี่ยิ่งรับรู้ได้จากหัวใจที่เต้นแรงขึ้น พลังไฟที่รุนแรงอะไรอย่างนี้!!


   ลูกแสงสีแดงขนาดพอๆ กับหินหลักบอกระยะ ส่องแสงอยู่ตรงหน้า



 'มีอะไรบางอย่างอยู่ในนั้น' เนี่ยหลี่คิดพลางฝืนลืมตา ใช้พลังแห่งสัจธรรมคุ้มครองดวงตาแล้วมองเข้าไปในแสง



    ทันใดนั้น เนี่ยหลี่ถึงกับนิ่งอึ้ง



     ในลูกแสงสีแดงนั้น มีหญิงงามผิวขาวซีดขดตัวราวกับทารกอยู่ เรือนร่างของนางเปล่งประกาย
ทรงเสน่ห์ที่สามารถละลายจิตใจชายทุกคน



      ทว่า นางงามกลับมีขนาดเพียงเท่าเด็กทารกเท่านั้น หากมิใช่รูปร่างของนางไม่เหมือนกับทารก คงทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดแล้ว ทว่า แม้ว่านางจะมีขนาดตัวเล็ก ยังสามารถทำให้ชายที่พบเลือดลมสูบฉีดได้เพียงแค่มองเท่านั้น



   หากเป็นคนทั่วไปมาเจอกับภาพนี้ อาจไม่สามารถควบคุมตนได้ด้วยความงามตรงหน้า แต่โชคดีที่เนี่ยหลี่ไม่หลงไปกับสิ่งที่เห็น



     พอเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เนี่ยหลี่ก็เข้าใจ แสงสีชาดนี้กำลังรวบรวมต้นกำเนิดพลังเทพของยู่หยานอย่างช้าๆ นางงามในแสงนั่น คงเป็นกายาเทพของนางที่ต้นพลังค่อยๆ สร้างขึ้นมาใหม่



      ในชาติก่อน เนี่ยหลี่ไม่ได้ฝึกพลังแห่งสัจธรรม แต่เป็นพลังฟ้าและใช้พลังนั้นฝืนก้าวข้ามขีดจำกัดไปสู่ชั้นชะตาสวรรค์ พลังอันลี้ลับของสัจธรรมสร้างความสนใจให้เนี่ยหลี่มาก พลังแห่งฟ้าสามารถปรับปรุงโครงสร้างร่างกายใหม่ได้ แต่พลังแห่งสัจธรรมสามารถสร้างร่างเนื้อตั้งแต่ต้นด้วยพลังแห่งสัจธรรมได้เลย



   ฟ้าดินกว้างใหญ่ ไม่ว่าสิ่งใดล้วนไม่ใช่เรื่องแปลก



      แม้จะคิดว่าร่างของยู่หยานเล็กมาก แต่ก็ยังน่าสนใจ เนี่ยหลี่รับรู้ได้ถึงพลังที่บรรจุอยู่ในลูกแสงนั้นและรู้สึกราวกับร่ายกายกำลังถูกเผา


    ร้อน!!



      เนี่ยหลี่รีบโคจรเขตแดนวิญญาณ ภายใต้การปะทะจากคลื่นความร้อน เถาว์พลังในเขตแดนวิญญาณของเนี่ยหลี่มีใบงอกขึ้นมาอีกสองใบ จากนั้นความรู้สึกเย็นสบายและสดชื่นก็แผ่ไปทั่วกายราวกับคลื่นความร้อนในตอนแรกนั้นไม่มีผลอันใด



 ดีที่เถาว์พลังดูดซับพลังแห่งสัจธรรม ไม่เช่นนั้น เนี่ยหลี่คงจะทำให้ตัวระเบิดตายเพราะไม่สามารถรองรับพลังได้ แม้แต่ยอดฝีมือชั้นตำนานยังไม่สามารถรองรับพลังบ้าคลั่งขนาดนี้ได้ดังเช่นเขา



ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น