วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 194 – Mysterious Inscription Pattern

Tale of the demon and god novel Chapter 194 – Mysterious Inscription Pattern

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 194 - รูปแบบการจารึกอาคมลึกลับ


บทที่ 194 - รูปแบบการจารึกอาคมลึกลับ





    เสี่ยว กวงกล่าวเสียงแหบพร่าว่า "เป็นไปไม่ได้หรอก? ผู้ใดจะมีความสามารถขนาดโค่นเสี่ยว หลางลงไปได้ในการโจมตีครั้งเดียว? ท่านพ่อ ข้าเกรงว่าแม้แต่ท่านก็ทำไม่ได้"



    "ใช่ แม้แต่ข้าก็ทำไม่ได้"เสี่ยว อู่ฝืนยิ้มพลางส่ายหน้า จากนั้นจึงพูดต่อว่า "ดูที่บาดแผลสิ มันไม่ใช่บาดแผลจากหมัดหรือเท้ามนุษย์ น่าจะเป็นการใช้วิญญาณภูติ วิญญาณอสูรตนนี้ดูจะมีความสามารถสู้ประชิดตัวระดับสูงขนาดยากจะจินตนาการได้ทีเดียว เพียงการโจมตีครั้งเดียวก็ส่งเสี่ยว หลาง ลอยไปไกลหลายสิบเชี๊ยะแล้ว"



     "วิญญาณอสูรสำหรับต่อสู่ประชิดตัวที่มีความสามารถส่งเสี่ยว หลางลอยไปไกลเป็นสิบๆ เชี๊ยะ?" เสี่ยว กวงตื่นตระหนกขึ้นมาทันที



     "ถูกแล้ว"เสี่ยว อู่พยักหน้า เพียงแค่ร่างทรงอสูรที่ทรงพลังก็ทำให้ผู้อื่นนั่งไม่ติดแล้ว วิญญาณอสูรที่ฆ่าเสี่ยว หลางจะต้องโหดเหี้ยมมากแน่ๆ หากบุคคลเช่นนี้กลายเป็นศัตรูกับที่ราบสูงชะตาสวรรค์ล่ะก็ ที่ราบสูงทั้งหมดอาจจะถูกคนผู้นี้ทำลายทิ้งได้ด้วยตัวคนเดียว



     "ท่านพ่อ เป็นไปได้หรือไม่ว่าคนที่ฆ่าเสี่ยว หลางจะเป็นเด็กหนุ่มผู้นั้น? แต่...เขายังเด็กเกินไป!!" เสี่ยว กวงถามด้วยความตื่นตระหนกเมื่อนึกได้ถึงบางสิ่ง แต่นั่นจะเป็นไปได้อย่างไร? เขาเป็นเพียงเด็กชายอายุสิบสี่ปีเท่านั้น





     หากเขาสามารถโค่นเสี่ยว หลางลงได้ ย่อมแปลว่าความแข็งแกร่งของเขาเทียบได้กับนักสู้ชั้นเหล็กนิลทมิฬ!!



    "เมื่อก่อน อัจฉริยะมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง ยอดฝีมือระดับเหล็กนิลทมิฬอายุสิบสี่ยังไม่นับว่าหายาก แต่เมื่อครั้งที่พวกเราอพยพมา กลับไม่มีวิชาฝึกพลังของร่างทรงอสูรตกทอดมาเลย ถึงอย่างนั้น หากเมืองกลอรี่มียอดฝีมือมากมายล่ะก็ อาจจะมีวิชาฝึกพลังฉบับเต็มตกทอดมาด้วยก็ได้"เสี่ยว อู่ พูด "เมื่อเด็กหนุ่มนั่นอ้างว่าตัวเองมาจากจวนเจ้าเมือง บางทีถึงแม้ว่าตัวเขาเองจะมิได้ทรงพลังในระดับเหล็กนิลทมิฬ แต่จะต้องมียอดฝีมือระดับเหล็กนิลทมิฬคอยคุ้มครองอยู่แน่ คราวหน้าเราต้องทำตัวให้ดี ดูแลอย่าให้ขาดตกบกพร่องล่ะ"



     "ขอรับ" เสี่ยว กวงรับคำอย่างนอบน้อม โชคดีที่ก่อนหน้านี้เขาฉลาดพอจะไม่ล่วงเกินเนี่ยหลี่ มิเช่นนั้นแล้วเขาคงจะตายอย่างงงวยเช่นนี้เป็นแน่



   เสี่ยว อู่ทำการสำรวจพื้นที่นานขึ้นอีกเล็กน้อย แล้วพูดว่า "มีเจ็ดคนมุ่งหน้าไปทิศทางนี้ หกในนั้นมีฝีเท้าหนัก บางทีคงเป็นสมุนของเสี่ยว หลาง ผู้ที่มีฝีเท้าเบาคงเป็นเด็กหนุ่มนั่นแล้ว"



     พวกมันตามรอยเท้าไปจนถึงทางแยก



     "ท่านพ่อ พวกนั้นไปทางนี้ บางที พวกนั้นอาจจะต้องการไปที่ตาน้ำผุดทมิฬ?" เสี่ยว กวงพูดด้วยความตื่นตระหนก



      "หากผู้ใดย่างกรายเข้าไปในตาน้ำผุดทมิฬ มันผู้นั้นก็เท่ากับว่าตายไปแล้ว แม้แต่ร่างทรงอสูรระดับเหล็กนิลทมิฬก็มิอาจกลับออกมาได้"เสี่ยว อู่พูดพลางสูดลมหายใจอย่างหนาวเหน็บ พวกเขาไม่กล้าติดตามไปมากกว่านี้ เพราะคำสอนที่ตกทอดกันมาตั้งแต่ครั้งบรรพบุรุษ ห้ามมิให้ผู้ใดเข้าไปที่ตาน้ำผุดทมิฬ


    ในช่วงเวลาที่ผ่านมา มีหลายต่อหลายคนไม่เชื่อฟัง และเข้าไปที่ตาน้ำผุดทมิฬ และไม่เคยได้กลับออกมาอีกเลย


   "พวกลูกน้องของเสี่ยว หลางจะต้องไม่กล้าเข้าไปในตาน้ำผุดทมิฬแน่ อาจจะเป็นเด็กหนุ่มนั่นที่บังคับให้พวกเขาเข้าไป เด็กหนุ่มนั่นต้องการอะไรจึงไปที่ตาน้ำผุดทมิฬกัน?"เสี่ยว อู่ขมวดคิ้วพลางทอดสายตาไปยังความมืดมิดของป่าทมิฬ ซึ่งเนี่ยหลี่และพวกเข้าไปนานขนาดพระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่าพวกเขาผ่านไปนานเท่าใดแล้ว



        "ท่านพ่อ พวกเราจะทำอย่างไรดี?" เสี่ยว กวงถาม



        "เสี่ยว อู่มองไปยังป่าทมิฬพลางพูดอย่างเคร่งขรึมว่า "เจ้ารออยู่ที่นี่กับคนของเราสักหลายคน แต่ห้ามเข้าไปในป่า รออย่างน้อยสองวัน หากเด็กหนุ่มนั่นออกมา ให้พากลับมาหาเราในฐานะแขกทันที หากเขาไม่ออกมาภายในสองวัน เจ้าค่อยกลับ"


"ขอรับ" เสี่ยว กวงพยักหน้า


ลึกเข้าไปในป่าทมิฬ



    พื้นที่นี้เต็มไปด้วยแสงสว่างเรืองๆ และหมอกดำ ขณะที่กลุ่มคนกำลังเดินทาง ก็ยังเห็นได้ว่าไม่พบเจอร่องรอยว่าเคยมีคนผ่านมาบริเวณนี้เมื่อเร็วๆ นี้เลย เห็นแต่หญ้าป่าขึ้นเต็มพื้นที่รกไปหมด ไม่มีแม้กระทั่งสัตว์อสูร ทว่า บนพื้นกลับเต็มไปด้วยกระดูกมนุษย์และสัตว์อสูร


      ทั้งหกคนเดินอยู่ด้านหน้าพลางสั่นสะท้านเมื่อเห็นสิ่งเหล่านี้ ยิ่งมากันเยอะ จนเลี่ยงไม่ได้ที่จะเหยียบลงไปบนเศษกระดูก เสียงกรอบแกรบของกระดูกที่โดนเหยียบหักนั้น ราวกับเศษกระดูกอันแหลมคมแทงใจที่สั่นสะท้านของทั้งหกคน


  เมื่อเวลาผ่านไป ทัศนะวิสัยของพวกนั้นก็เริ่มพร่ามัว พวกเขาเริ่มโซเซราวกับกำลังจะหมดสติ


   เนี่ยหลี่ยกมือขึ้นคราหนึ่ง ลูกกลมหกลูกก็ลอยเข้าปากทั้งหกคน บังคับให้พวกนั้นกลืนลงไป


เนี่ยหลี่เองก็กลืนลงไปด้วยลูกหนึ่ง


        ป่าแห่งมีนี้ทั้งบรรยากาศหนักอึ้งและว่างเปล่าในเวลาเดียวกัน ที่นี่มีต้นกระทงลายมากมายและนั่นทำให้มีสารพิษในอากาศ สารพิษเหล่านี้สะสมกันจนแม้แต่สัตว์อสูรยังได้รับพิษทันทีที่เข้ามาในป่า และเริ่มสะสมสารพิษไว้ในตัว ซึ่งจะทำให้พวกมันค่อยๆหมดสติ ล้มลง และตายไป จากนั้นซากศพเหล่านั้นก็จะเน่าเสียกลายเป็นแอ่งพิษขังอยู่บนพื้น



     หลังจากกลืนยาเม็ดของเนี่ยหลี่ ทั้งหกรู้สึกสดชื่นขึ้น พวกมันเข้าใจเป็นอย่างดีว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อครู่นี้พวกมันเกือบจะล้มลงหมดสติและกลายเป็นหนึ่งในโครงกระดูกที่นอนอยู่บนพื้นแล้ว แต่โชคดีที่ยาทิพย์ของเนี่ยหลี่ใช้ได้ผล


    หลังจากผ่านป่าดงดิบมาได้ ทั้งหมดก็เริ่มเดินเข้าสู่พื้นที่หนองบึง


"ไม่มีทางไปแล้ว"


      "ข้างหน้านี้มีแต่พื้นที่ลุ่มน้ำ พื้นที่นี้เต็มไปด้วยปลักโคลน หากก้าวพลาดไป ได้ร่วงลงไปแน่ ไม่ว่าจะฝึกฝนถึงระดับใดก็ไม่มีประโยชน์ เพราะปลักโคลนเหล่านั้นเต็มไปด้วยพิษ หากสัมผัสผิวหนังก็จะเน่าเปื่อยในพริบตา"


    ทั้งหกคนมองไปที่เนี่ยหลี่ ด้วยความหวังว่าเนี่ยหลี่จะไม่ไปต่อและปลดปล่อยพวกเขาไป


 "ตัดไม้ลงมา สร้างเป็นไม้กระดานสำหรับเดินทางผ่านบึงนี้ไป" เนี่ยหลี่พูดอย่างใจเย็น


      พอได้ยินคำพูดของเนี่ยหลี่ ทั้งหมดได้แต่เบิกตากลมกว้างแต่ไม่กล้าพูดอันใด บึงในสถานที่อื่นเช่นที่ราบสูงชะตาสวรรค์ พวกมันก็ใช้วิธีนี้ แต่พวกมันคิดว่าหากไม่พูดอะไร เนี่ยหลี่คงจะยอมแพ้แล้วหันหลังกลับ พวกมันไม่คิดว่าเนี่ยหลี่จะแก้ปัญหาได้ง่ายๆ เช่นนี้


      ทั้งหกได้แต่คร่ำครวญในใจ ว่าเหตุใดตนถึงต้องมาเจอกับสัตว์ประหลาดโหดเหี้ยมตนนี้ด้วย นอกจากจะมีพลังระดับเหล็กนิลทมิฬตั้งแต่อายุสิบสี่ปีแล้ว ทั้งสติปัญญา ไหวพริบ และความคล่องแคล่ว ต่างก็นับว่าลึกล้ำจนน่าหวาดหวั่น ไม่มีใครรู้ว่าในหัวของเนี่ยหลี่ตอนนี้คิดอะไรอยู่


      "หากพวกเจ้าช่วยข้ากระทำเรื่องราวอีกสองอย่าง พวกเจ้าก็ไปได้ ประการแรก เรียงไม้กระดานลงบนบึงเป็นทางข้ามบึงไป ประการที่สอง ให้หาเถาวัลย์มาฟั่นเป็นเชือกยาวสักหลายลี้ แน่นอนว่าจะต้องทำให้แข็งแรง หากพวกเจ้าทำได้ไม่ได้ล่ะก็ ข้าจะให้พวกเจ้าอยู่ที่นี่ตลอดไป อ้อ แล้วก็อย่าได้คิดตุกติกล่ะ ยาทิพย์ที่ข้าให้ไปจะบรรเทาพิษได้เพียงหนึ่งในสี่ชั่วยามเท่านั้น ต่อให้พวกเจ้าออกไปจากที่นี่ได้ พิษก็ยังไม่หายไปอยู่ดี ต้องได้รับยาแก้พิษจริงๆ เท่านั้น พวกเจ้าถึงจะสามารถถอนพิษได้ทั้งหมด" เนี่ยหลี่พูดอย่างเยือกเย็น


     "นายน้อย หากพวกเราสามารถกระทำเรื่องราวเหล่านี้ให้ท่านเสร็จ พวกเราไปได้จริงๆหรือ?" หนึ่งในหกถามอย่างมีความหวัง ตอนแรกทุกคนต่างก็คิดว่าตัวเองจบสิ้นแล้ว ไม่เคยคิดเลยว่าเนี่ยหลี่จะยอมมอบเส้นทางรอดให้สายหนึ่ง


     อีกห้าคนที่เหลือ มองไปที่เนี่ยหลี่ ตอนที่พวกมันถูกบังคับให้มายังตาน้ำผุดทมิฬ พวกมันก็คิดกันหมดว่าได้ตายแน่ๆ แต่หากเนี่ยหลี่ยอมปล่อยพวกมันไป พวกมันค่อยมีความหวังรอดขึ้นมา


       "ข้าเป็นคนรักษาคำพูด หากพวกเจ้า ทำได้ดี ข้าจะปล่อยพวกเจ้าไป ในเมื่อหัวโจกที่ทำผิดตายแล้ว พวกเจ้าทั้งหกจงปรับปรุงตัวซะ มิเช่นนั้น ข้าจะตามไปเก็บพวกเจ้าให้หายไปทั้งหมด" เนี่ยหลี่แค่นเสียงอย่างเย็นชา


"พวกเราจะปรับปรุงตัวแน่นอนขอรับ!!"


"ขอบคุณนายน้อย ที่ไว้ชีวิต!"


"พวกเราจะทำงานอย่างสุดความสามารถเลยขอรับ"


        ทั้งหกรีบคุกเข่าโขกศีรษะขอบคุณ หากพวกมันได้กลับไป จะไม่มีวันทำเรื่องชั่วร้ายอีกเด็ดขาด สาเหตุหนึ่งเป็นเพราะเสี่ยวหลางตายแล้ว อีกประการก็เพราะเหตุการณ์ในวันนี้สร้างเงามืดในจิตใจของพวกเขา เมื่อพวกมันได้กลับบ้าน ก็นับว่าต้องขอบคุณสวรรค์แล้ว


 "เร่งมือด้วย" เนี่ยหลี่พูด พลางหาที่นั่งลงขัดสมาธิทำการฝึกพลังวิญญาณ


     ทั้งหกคนเริ่มทำงานอย่างรวดเร็ว ตัดไม้ หาเถาวัลย์ ถึงแม้ว่าพวกมันจะอ่อนแอเมื่อเทียบกับเนี่ยหลี่ แต่จะอย่างไร พวกมันก็เป็นถึงยอดฝีมือระดับซิลเวอร์และโกลด์ การทำงานต่างๆ ย่อมเป็นไปอย่างรวดเร็ว


   พอครบกำหนดเวลาหนึ่งในสี่ชั่วยาม ทั้งหกคนก็เริ่มรู้สึกสายตาพร่ามัวอีกครั้ง เนี่ยหลี่จัดการส่งยาทิพย์ให้ทั้งหมดรับประทาน เห็นได้ชัดว่ายาหมดฤทธิ์ตรงเวลา คราวนี้ทั้งหกคนไม่กล้ามีความคิดหลบหนีอีก


  หลังจากผ่านเวลาไปสองชั่วยามครึ่ง งานทั้งหมดก็เสร็จเรียบร้อย ทั้งหกคนส่งมอบเชือกให้เนี่ยหลี่


   "นี่เป็นยาถอนพิษ พวกเจ้าไปได้แล้ว" เนี่ยหลี่พูด พลางส่งยาทิพย์ให้แต่ละคน


   "ขอบพระคุณ นายน้อย ที่ไว้ชีวิต"


   "หลังจากนี้พวกเราจะปรับปรุงตัวขอรับ" ทั้งหกคนคุกเข่าโขกศีรษะให้เนี่ยหลี่ รับยาทิพย์ และล่าถอยไปทันที


   พวกมันไม่ต้องการรั้งอยู่ในสถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยอันตรายเยี่ยงนี้นานขึ้นแม้สักวินาทีเดียว


   ตาน้ำผุดทมิฬเป็นสถานที่ลี้ลับ ในชาติก่อน เนี่ยหลี่บังเอิญหลงเข้าไปโดยไม่ได้ตั้งใจ โชคดีที่รอดชีวิตมาได้และได้พบกับเศษซากอารยะธรรมบางประการ


    อย่างไรก็ตาม ตอนที่เขามาถึง ความรู้ในชาติก่อนไม่เพียงพอที่จะช่วยเหลือเขา เขาจึงไม่ได้ประโยชน์จากสถานที่นี้ และได้แต่กลับออกไปมือเปล่า


   จนกระทั่งได้พบว่าเศษซากเหล่านี้ไม่ธรรมดา พวกมันถูกทิ้งไว้โดยยอดฝีมือระดับไร้เทียมทานทีเดียว


   หลังจากเดินไปตามทางที่ปูลาดด้วยแผ่นไม้กระดาน เนี่ยหลี่ก็ก้าวผ่านบึงและมาถึงกองหินปูดขนาดใหญ่ ที่ตีนกองหินมีช่องว่างที่ลึกจนไม่เห็นก้น


    เมื่อมองลงไป ก็จะพบว่ามันเป็นหุบเหว ที่มีแนวน้ำผุดสีดำไหลลงไป กลายเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ ที่หน้าผา มีหินยื่นออกไปเป็นเหมือนพื้นยื่นออกมา ดูเหมือนว่านี่จะเป็นการกระทำของมนุษย์ ที่ก้นหุบเหว มีบ่อน้ำที่ลึกจนไม่เห็นก้น


    ในน้ำนั้น มีรังสีอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ออกมาราวกับมันรั่วไหลออกมา


    ยังมีเสียงคำรามของสัตว์อสูรดังมาแว่วๆ ให้ความรู้สึกราวกับส่งออกมาจากเบื้องลึกใต้บาดาล


     หากผู้ใดตกลงไปในบ่อน้ำนี้ คงไม่เหลือแม้แต่ซากศพ แม้เนี่ยหลี่จะไม่รู้ว่ามีอะไรอยู่ในบ่อ แต่แน่ใจได้ว่าจะต้องมีสัตว์อสูรที่น่ากลัวมากอยู่ด้วยแน่ๆ


      เนี่ยหลี่มัดปลายเชือกด้านหนึ่งเข้ากับต้นไม้ใหญ่อย่างแน่นหนา และส่งปลายอีกด้านลงไปที่ก้นเหว จากนั้นก็ค่อยๆ โรยตัวลงมาช้าๆ จนไปหยุดอยู่บนพื้นยื่น


     พื้นยื่นมีพื้นที่ประมาณสองผิง (ประมาณ 6 ตารางเมตร) ทั้งผิวพื้นและผนัง เต็มไปด้วยลวดลายอาคมแปลกตา


     ในชาติก่อน เนี่ยหลี่มาถึงแค่ตรงนี้ก่อนจะตัดสินใจหันหลังกลับ และพลาดโอกาสที่จะได้รับประโยชน์จากลวดลายอาคมเหล่านี้ จนกระทั่งได้เขาเข้าไปในตำราภูติห้วงกาลลี้ลับและได้เรียนรู้ลวดลายอาคมในเชิงลึกยิ่งขึ้น ลวดลายอาคมบนพื้นและผนังนี้นับว่าลึกล้ำมาก แม้แต่ยอดฝีมือระดับสูงสุดยังไม่แน่ว่าจะสามารถวาดขึ้นมาได้..




ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

1 ความคิดเห็น: