วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 188 – Journey

Tale of the demon and god novel Chapter 188 – Journey

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 188 - การเดินทาง


บทที่ 188 - การเดินทาง





          ที่ลานฝึกของเย่ จื้อ หวิ๋น  เนี่ยหลี่ได้นั่งขัดสมาธิตั้งใจฝึกอยู่
       

         ปรากฏภาพฉายแวบเข้ามาในใจของเขา มีทั้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเย่ จื้อ หวิ๋น เสี่ยว หนิงเอ๋อและคนอื่นๆหลังจากที่เขากลับมา ตอนนี้ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ก็ได้ถูกทำลายลงไปแล้ว เรียกได้ว่าตอนนี้เขาประสบความสำเร็จในเป้าหมายแรกตามที่หวังไว้แล้ว ไม่ว่าอนาคตจะเป็นเช่นไร ทุกอย่างในตอนนี้ก็ได้เปลี่ยนไปหมดแล้ว
       

      หลังจากเรื่องของตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ สมาคมทมิฬคือที่ต่อไป ความลึกลับที่ซ่อนอยู่ของสมาคมทมิฬและเจ้าอสูรนั้นคุกคามเมืองกลอรี่ในทุกเวลา ต้องให้สมาคมทมิฬถูกกวาดล้างและเจ้าอสูรได้ตายลง เนี่ยหลี่ถึงจะกินและอยู่ได้อย่างสงบสุข
       

      อย่างไรก็ตามความเร็วในการบ่มเพาะพลังของเขาในตอนนี้คงไม่สามารถไปถึงระดับตำนานได้ด้วยเวลาอันสั้น แต่ว่าเขายังมีวิธีอื่น!
       

        แนวคิดมากมายผ่านเข้ามาภายในใจของเนี่ยหลี่ อย่างไรก็ตามมันจำเป็นที่เขาต้องออกไปจากเมืองกลอรี่ ชั่วระยะเวลาหนึ่ง นอกเหนือจากการเพิ่มการบ่มเพาะพลังแล้วเนี่ยหลี่ยังต้องการออกไปค้นหารังของสมาคมทมิฬอีกด้วย
       
      เนี่ยหลี่มองขึ้นไปบนท้องฟ้าก็เห็นหุ่นเชิดวิญญาณค่อยๆ ร่อนลงมาเกาะที่ไหล่ของเขา
       

       หลังผ่านการครุ่นคิดชั่วครู่ เนี่ยหลี่ก็พูดออกมา "บรรพบุรุษผู้ก่อตั้ง เย่ หยาน ข้าเตรียมตัวที่จะออกไปจากเมืองกลอรี่เพื่อฝึกฝน ข้าจะเขียนจดหมายไว้จำนวนหนึ่งฝากท่านไว้ เมื่อข้าออกไปแล้วรบกวนท่านนำไปมอบให้กับเพื่อนและครอบครัวของข้าด้วย"
       
        "เจ้าหนู เจ้าจะออกไปฝึกที่ใดกัน?" บรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเย่ หยานถามออกมา "เจ้าต้องการให้ข้าตามเจ้าไปด้วยหรือไม่?"
       


       "ไม่จำเป็น" เนี่ยหลี่ส่ายหัวแล้วพูดต่อ "

 
   สถานที่ที่ข้ากำลังจะไปนั้นอยู่ไม่ไกลมาก อย่างไรก็ตามข้าต้องการไปสำรวจที่โลกใต้ดินที่ท่านพูดถึงครั้งก่อนเกี่ยวกับสมาคมทมิฬอีกด้วย การที่พวกศัตรูอยู่ในที่แจ้ง แต่พวกเราอยู่ในที่มืด เราก็ลืมเรื่องการกำจัดสมาคมทมิฬไปได้เลย"
       

      ได้ยินที่เนี่ยหลี่พูด บรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเย่ หยานก็ตกใจนิดหน่อย "เจ้าเตรียมตัวไปสำรวจสมาคมทมิฬเพียงคนเดียว? มันจะไม่อันตรายเกินไปหรือ?"
       

     "ไม่ ข้ามีวิธีที่จะปกป้องชีวิตของตัวเองอยู่" เนี่ยหลี่กล่าว ตราบใดที่เขายังไม่พบเจ้าอสูรด้วยตนเอง เนี่ยหลี่ก็ยังมีหนทางที่จะปกป้องตัวเองอยู่
       

          เนี่ยหลี่ครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ ตำราภูติห้วงกาลลี้ลับยังคงอยู่ในพระราชวังแห่งทะเลทราย อยู่ไหมนะ? เพราะว่าเขาจะต้องกลับมาภายในสามเดือนเขาคงไม่มีเวลาพอที่จะแวะไปที่พระราชวังแห่งทะเลทรายในตอนนี้ได้ นอกจากพระราชวังแห่งทะเลทราย เนี่ยหลี่ยังมีสถานที่อื่นอีกที่ยังเด่นชัดอยู่ในความทรงจำ
       

         มันต้องมีสิ่งตอบแทนสูงมากถ้าเขาต้องการเข้าถึงระดับตำนานในระยะเวลาอันสั้น นอกจากเขาก็คงไม่มีใครอีกแล้วที่จะรักษาเมืองกลอรี่แห่งนี้ไว้ได้ นี่มันคือความรับผิดชอบของเขา มีวิธีเดียวที่จะบ่มเพาะพลังได้อย่างรวดเร็วคือออกไปฝึกที่ภายนอก
       
เนี่ยหลี่ เขียนจดหมายจำนวนหนึ่งและฝากไว้กับบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเย่ หยาน
       

      "ระวังตัวด้วย" เย่ หยานเตือนเนี่ยหลี่ เขาคว้าจดหมายไว้แล้วบินออกไป
       

      หลังจากที่เนี่ยหลี่มองเย่ หยานบินออกไปจนลับสายตา เนี่ยหลี่ก็ตรงไปที่ห้องของ เย่ จื้อ หวิ๋น
       

      เย่ จื้อ หวิ๋นอยู่ในห้องด้วยอารมณ์โกรธเป็นอย่างมาก เธอฝึกจนเข้าถึงระดับทองได้ จากการที่ผ่านความยากลำบากในการฝึกมาเธอคิดว่าเธอมีความสามารถพอที่จะสู้เคียงข้างพ่อของเธอและสามารถช่วยเนี่ยหลี่ได้ อย่างไรก็ตามเมื่อการต่อสู้มาถึง เนี่ยหลี่และพ่อของเธอกลับจับเธอขังไว้ในห้องลับ
       

     ถึงแม้ว่าเธอจะทราบดีว่าที่เนี่ยหลี่และพ่อของเธอทำเช่นนั้นก็เพราะห่วงเธอ แต่ว่าเธอก็ยังคงมีความรู้สึกขุ่นข้องใจอยู่ อย่างน้อยในวันนี้เธอก็ไม่อยากที่จะเห็นหน้าเนี่ยหลี่
       
   ใครให้เนี่ยหลี่มาหลอกข้ากัน? นี่คือการลงโทษ!' เย่ จื้อ หวิ๋นบุ้ยปากด้วยความโมโห
       

       เธอนั่งขัดสมาธิบนเตียงและเริ่มฝึกพลังวิญญาณ ด้านข้างปรากฏร่างของราชินีหิมะค่อยๆปรากฏขึ้นมา ร่างของเธอนั้นเปรียบดั่งน้ำค้างแข็ง อีกทั้งแสงจันทร์ที่ส่องลงมาในตอนนี้ก็ยิ่งช่วยขับความงดงามของเธอให้เป็นเปรียบดั่งภูตน้อย
       

       เนี่ยหลี่จ้องมองออกไปในค่ำคืนที่เงียบสงบและสัมผัสได้ถึงพลังที่แผ่กระจายยออกมาจากห้องของเย่ จื้อ หวิ๋น เขาทราบดีว่าเธอนั้นพยายามอย่างเต็มที่ในการฝึกฝน เขาเข้าใจความรู้สึกของเย่ จื้อ หวิ๋น เธอพยายามที่จะแข็งแกร่งขึ้นเพื่อปกป้องเมืองกลอรี่แห่งนี้
       

      ก่อนหน้านั้น เขาได้กักขังเย่ จื้อ หวิ๋นไว้ในห้องลับ นั่นก็เป็นเพราะเนี่ยหลี่ไม่ต้องการให้เธอได้รับบาดเจ็บ หลังจากที่ได้รับชีวิตใหม่นี้ เนี่ยหลี่ไม่ต้องการสูญเสียสิ่งใดอีกเป็นครั้งที่สอง
       

      ถ้าเขาบอกเย่ จื้อ หวิ๋น   เสี่ยว หนิงเอ๋อ ตูเซอและคนอื่นว่าต้องการออกไปภายนอกเพื่อฝึกฝน พวกเขาจะต้องขอตามมาด้วยเป็นแน่ มันอันตรายเกินไปถ้าจะไปกันหลายคน ดังนั้นเนี่ยหลี่จึงจากไปอย่างเงียบๆ อย่างไรก็ตามภายในใจของเขาตอนนี้นั้นก็รู้สึกว่าอยาก ให้บรรดาเพื่อนตามมาด้วย
       

      เนี่ยหลี่เดินไปที่ประตูห้องของเย่ จื้อ หวิ๋นและยืนค้างอยู่อย่างนั้น เขาต้องการเคาะประตูอยู่หลายครั้งแต่ก็ยังไม่กล้า
       

      เย่ จื้อ หวิ๋น รู้สึกได้ถึงพลังจากอีกฟากของประตูและลืมตาขึ้น คนที่ยืนอยู่ด้านนอกจะต้องเป็นเนี่ยหลี่แน่
       

        ข้าจะไม่ออกไปเปิดประตูให้เจ้าแน่ วันนี้เจ้าขังข้าเอาไว้ในห้องลับ!' เย่ จื้อ หวิ๋นคิดภายในใจ มันสายไปแล้ว เนี่ยหลี่กำลังพยายามเข้ามาในห้องของเธอ เย่ จื้อ หวิ๋นหัวใจเต้นระรัวและหน้าก็เปลี่ยนเป็นสีแดง ใครจะรู้ว่าเนี่ยหลี่จะทำเช่นนี้ เพราะฉะนั้นเธอจะไม่ยอมเปิดประตูให้เขาแน่นอน! หลังจากที่เธอนึกถึงตอนที่เธอลงไปนอนกับเนี่ยหลี่บนเตียง เธอรู้สึกต้องการที่จะขุดหลุมแล้วกระโดดลงไปจริงๆ
       

      หลังจากที่ยืนอยู่ด้านนอกห้องของเย่ จื้อ หวิ๋นซักพัก หลังจากที่เนี่ยหลี่ครุ่นคิด เขาก็ตัดสินใจที่จะไม่เคาะประตูห้อง มันคงจะดีกว่าถ้าเขาไปโดยไม่พูดอะไร ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่อาจไปอย่างสบายใจได้
       

        เพื่อที่จะได้รับพลังที่จะสามารถต่อกรกับเจ้าอสูรและสมาคมทมิฬได้ เนี่ยหลี่ต้องค้นหาวิธีบ่มเพาะพลังให้ได้อย่างรวดเร็วที่สุด ในการที่จะบ่มเพาะพลังขึ้นไปอีก  เพียงแค่การฝึกมันไม่เพียงพอ เขาต้องออกไปหาบางสิ่งบางอย่างเพื่อกระตุ้น
       

      หลังจากที่เห็นเงาของเนี่ยหลี่ยืนอยู่ที่หน้าประตูของเธอเป็นเวลาพอสมควร เย่ จื้อ หวิ๋นก็ลังเล เธอควรจะเปิดประตูให้เขาดีไหม?
       

         หลังจากที่ขังข้าไว้ในห้องลับ ในระหว่างที่พวกเขาต่อสู้กันอย่างเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย ข้าไม่อาจอภัยให้เจ้าได้โดยง่ายเป็นแน่!' เย่ จื้อ หวิ๋นคิดภายในใจ เนี่ยหลี่นั้นแย่ยิ่งนัก รู้เห็นกับพ่อของเธอ พี่น้องและเนี่ยหลี่ได้ร่วมกันสู้อย่างเสี่ยงตายในขณะที่เธอนั้นถูกขังอยู่ แทบจะนึกออกได้ทันทีเลยว่าตัวเธอนั้นรู้สึกเช่นไร ตัวเธอนั้นในวันนี้ไม่ต้องการคุยกับเนี่ยหลี่อีกแล้ว
       
หลายครั้งที่เย่ จื้อ หวิ๋นต้องการที่จะเปิดประตูให้เนี่ยหลี่ แต่เธอก็หยุดยั้งตัวเองเอาไว้ได้
       

     "ข้าจะไม่ไปเปิดประตูให้เจ้า เพราะเจ้าต้องรังแกข้าอีกครั้งแน่" เย่ จื้อ หวิ๋นแค่นเสียง
       

    ภายใต้แสงจันทร์ แก้มของหญิงสาวที่กำลังแดงปลั่งได้ช่วยให้เธอนั้นงดงามยิ่งขึ้น
       

      หลังจากที่เนี่ยหลี่ลังเลอยู่พอสมควร เขาก็วางจดหมายไว้บนทางเดิน เขาหันหลังกลับและจากไปโดยกลืนหายเข้าไปในความมืดอย่างรวดเร็ว
       

    เมื่อเนี่ยหลี่จากไป เย่ จื้อ หวิ๋นก็รู้สึกตกใจเล็กน้อย เธอกระทืบเท้าออกมา "คนบ้า ทำไมเจ้าไม่เคาะประตู?"
       

     เธอเดินไปที่ประตูและเปิดมันออก พยายามมองไปรอบบริเวณ เธอไม่พบสิ่งใดที่น่าจะเป็นเนี่ยหลี่เลย เธอพบเพียงแค่จดหมายที่ถูกวางไว้บนพื้นเท่านั้น เธอบังเกิดลางสังหรสิ่งที่ไม่สู้ดีแล้วจึงหยิบจดหมายขึ้นมาอ่าน
       

      ชั่วครู่หลังจากที่อ่าน หยาดน้ำตาก็ไหลออกมาอาบใบหน้าของเย่ จื้อ หวิ๋น เป็นเพราะเนี่ยหลี่นั้นมาที่นี่เพื่อที่จะมากล่าวลา
       
     เพื่อออกไปฝึกฝนที่โลกภายนอก ใครจะคาดคิดว่ามีอันตรายที่ต้องเผชิญนั้นมากเพียงไร?
       

        เธอต้องการที่จะบอกเนี่ยหลี่ว่าเธอนั้นไม่ต้องการให้เขาจากไป อย่างไรเสียเมื่อเธอพยายามมองไปรอบๆ เธอก็ไม่พบแม้แต่เงาของเนี่ยหลี่ เย่ จื้อ หวิ๋นเข้าใจได้ทันทีว่าเนี่ยหลี่ต้องการแข็งแกร่งขึ้นเพื่อที่จะสามารถปกป้องเมืองกลอรี่แห่งนี้ เขาเห็นทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของเขา แต่อย่างไรเมืองกลอรี่ก็ยังคงมีท่านปู่และท่านพ่อของเธออยู่ไม่ใช่หรือ?
       

อย่างไรเสียตอนนี้เนี่ยหลี่ก็จากไปแล้ว
       

       เย่ จื้อ หวิ๋นกำจดหมายเอาไว้แน่น ความรู้สึกภายในใจของเธอตอนนี้เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ถ้าเธอรู้ว่าเนี่ยหลี่มาเพื่อที่จะบอกลาล่ะก็ เธอคงไม่ลังเลที่จะเปิดประตูเป็นแน่
       

ที่แห่งใดกันที่เนี่ยหลี่ไป? เขาจะได้รับอันตรายหรือไม่?
       

ที่ตระกูลปีกมังกร
       

         เมื่อเสี่ยว หนิงเอ๋อได้รับจดหมายจากเนี่ยหลี่ ก็เป็นเวลาที่เนี่ยหลี่ไม่อยู่ในเมืองอีกแล้ว เธอถือจดหมายไว้แนบอก เธอยังมีหลายคำพูดที่ต้องการบอกกับเขา แต่ว่ามันก็เป็นได้แค่ความคิด เพราะเนี่ยหลี่ไม่อยู่อีกแล้ว
       

    "ข้าจะรอเจ้ากลับมา!" เสี่ยว หนิงเอ๋อมองออกไป "เมืองกลอรี่ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าคนเดียวจะปกป้องได้ พวกเราจะต้องปกป้องมันด้วยกัน!"
       

         ผมของเธอไสวไปตามลม บางสิ่งบางอย่างที่อยู่ภายในใจของเธอได้ปะทุขึ้นมา สีหน้าของเธอในตอนนี้นั้นช่างหนักแน่น ความคิดที่จะแข็งแกร่งขึ้นถูกจุดขึ้นมาอย่างแรงกล้า
       

สถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์
       

        "เนี่ยหลี่นี่ก็เกินไป จากไปโดยที่ไม่พาพวกเราไปด้วย!" หลู่เพรียวโมโหพร้อมกำหมัดแน่น ถ้าเนี่ยหลี่อยู่ที่นี่ เขาจะต้องขอต่อยมันซักหมัด "เมื่อไหร่ที่เจ้านั่นกลับมา ข้าจะมอบความพ่ายแพ้ให้กับมัน!"
       

   ถ้าพวกเราไปด้วย พวกเราก็เป็นได้แค่ภาระ! ตูเซอ พูดพร้อมกับส่ายหน้า เข้าเข้าใจว่าทำไมเนี่ยหลี่ถึงได้ทำเช่นนี้
       

      "อย่างไรเสียพวกเราก็มีพลังใกล้ๆกัน!" หลู่เพรียวพูดอย่างไม่พอใจ
       

       "ก็จริงที่พวกเรามีพลังใกล้เคียงกัน แต่อย่างไรเสียความสามารถมันก็แตกต่างกันเกินไป" ตูเซอ ยิ้มเล็กน้อยและพูดต่อ "ต่อให้พวกเราทุกคนเข้ารุมโจมตีเนี่ยหลี่ พวกเราก็ไม่สามารถเอาชนะเขาได้หรอก อีกทั้งเขายังมีอสูรจิตเงาพราย ถ้าเขาตกอยู่ในอันตราย เขาสามารถที่จะหายตัวและหลบหนีได้ตามที่ต้องการ แต่ว่าพวกเรานั้นเป็นได้เพียงแค่ภาระของเขาเท่านั้น"
       

      "ถ้าอย่างนั้นตอนนี้เราจะทำอะไรดีล่ะ" หลู่เพรียวก็พูดทั้งรอยยิ้มเจื่อนๆ
       

      "ตั้งใจฝึกฝน" ตูเซอกล่าวอย่างแน่วแน่ "เมื่อเนี่ยหลี่กลับมา พวกเราก็จะมีระดับพลังที่ใกล้เคียงกัน ทุกครั้งที่เนี่ยหลี่มีการบ่มเพาะพลังที่เพิ่มขึ้น เขาต้องผ่านความยากลำบากมากกว่าพวกเรานับสิบเท่า ถ้าพวกเราไม่ปรับปรุงการบ่มเพาะพลังให้มากขึ้น พวกเราก็ทำได้แค่เอาหัวโหม่งกำแพงและฆ่าตัวตาย!"
       

      หลู่เพรียวมองไปที่ต้วนเจี้ยนและถามขึ้น "ต้วนเจี้ยน เจ้าล่ะจะทำยังไง ไม่ได้รับจดหมายจากเนี่ยหลี่บ้างเลยเหรอ?"
       

      ต้วนเจี้ยนเป็นผู้มีระดับพลังถึงทองดำ และร่างกายของเขาก็แข็งแกร่งระดับตำนาน ทำไมเนี่ยหลี่ถึงไม่พาต้วนเจี้ยนไปด้วยกัน?
       

        "เจ้านายบอกว่าสถานที่ที่เขากำลังจะไป ต่อให้ข้าติดตามไปก็คงเป็นการส่งข้าไปตาย เพราะฉะนั้นเขาจึงต้องการให้ข้าอยู่ที่เมืองกลอรี่แห่งนี้และฝึกฝนเพิ่มขึ้น" ต้วนเจี้ยนกล่าวแล้วทอดสายตาออกไปไกล เขาไม่ทราบเลยว่าเนี่ยหลี่จะไปยังที่แห่งใด อย่างไรก็ตามที่เนี่ยหลี่พูดเช่นนั้นก็เป็นเพราะว่าเขามั่นใจว่าตัวเองจะต้องกลับมาได้อย่างปลอดภัย
       

         หลังจากที่ได้ยินคำพูดของต้วนเจี้ยน สีหน้าของทุกคนก็เปลี่ยนไป ต้วนเจี้ยนเป็นคนที่มีร่างกายแข็งแกร่งถึงระดับตำนาน! สิ่งมีชีวิตทั่วไปไม่อาจฆ่าเขาได้แน่นอน แต่ว่าถ้าต้วนเจี้ยนไปยังสถานที่แห่งนี้ มันก็เปรียบเสมือนการส่งเขาไปตาย? เจ้าเนี่ยหลี่มันไปที่ใดของมัน? ทุกคนต่างก็รู้สึกกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้
       
   อย่างไรเสียให้คิดอีกครั้ง   ที่เนี่ยหลี่พูดแบบนั้น แสดงว่าเขาต้องมีความมั่นใจอยู่ อีกทั้งเนี่ยหลี่ก็ไม่ใช่คนที่จะทำสิ่งใดโดยไม่มีความมั่นใจ
       

       ก่อนที่จะจากไป เนี่ยหลี่ได้มอบเทคนิคการบ่มเพาะพลังให้กับต้วนเจี้ยน เขามองไกลออกไป ระหว่างที่เนี่ยหลี่ไม่อยู่ เขาจะต้องฝึกฝนให้แข็งแกร่งจนสามารถที่จะเป็นมือขวาให้กับเนี่ยหลี่ให้จงได้..


ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

1 ความคิดเห็น:

  1. จะอะไรนักหนาทั้งร้องไห้อยากไปด้วยเนี่ยหลี่มันไปเมืองข้างๆ ;(

    ตอบลบ