วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 187 – Confrontation

Tale of the demon and god novel Chapter 187 – Confrontation

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 187 - เผชิญหน้า


บทที่ 187 - เผชิญหน้า



          เนี่ยหลีหลี่ตาลงนิดหน่อย ในตอนนี้เขาได้ใช้พลังของค่ายกลหมื่นอสูรอย่างเต็มพลังจนถึงขีดสุด
       
           บูมมม!
       
      เสียงนั้นทำให้ทั้งโลกและสวรรค์ถึงกับสะเทือน มันเป็นเสียงที่น่ากลัวดั่งคลื่นยักษ์ที่โถมกวาดผืนแผ่นดิน ในขณะนั้นทุกผู้คนต่างก็รับรู้ได้ถึงพลังอันน่าสะพรึงจากคลื่นกระแทกที่แผ่กระจายไปยังอาคารต่างๆ จนถึงกับทำให้มันแตกร้าวได้
       

เป็นพลังที่น่ากลัวเกินไปแล้ว!
       

นี่มันไม่ใช่พลังที่มนุษย์ผู้หนึ่งจะมีได้เลย!
       

        เย่ ซ่ง และผู้อาวุโสระดับทองดำต่างก็เปลี่ยนสีหน้า ภายในใจต่างคิด ถ้าหากต้องเผชิญหน้ากับพลังขนาดนี้ พวกเขาคงเป็นผุยผงภายในพริบตาเป็นแน่
       
        เมื่อหลงชาอยู่ภายใต้พลังระดับนี้ หน้าของเขาก็ซีดเผือดทันที ผิวหนังของเขานั้นเปิดออกจนเห็นกล้ามเนื้อภายใน นี่มันเป็นพลังที่ถึงกับทำลายร่างมังกรของเขาได้ พริบตาที่เขากำลังจะเข้าปะทะกับพลังนี้ หลงชาถึงกับต้องใช้งานของวิเศษบางอย่างในมือเขาทันที
       
        บูมม! บูมม! บูมม!
       
      ของวิเศษที่เขาใช้เพื่อป้องกันถึงกับระเบิดเป็นผุยผง ของวิเศษพวกนี้เขาได้รับมาจากเจ้าอสูรเมื่อครั้งที่หลงชาเข้าถึงระดับตำนาน มีทั้งเกราะผู้พิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์ โล่แห่งความมืด และอื่นๆอีกหลายชิ้น
       
        อย่างไรก็ตามเมื่อของพวกนี้ เข้าปะทะกับพลังของค่ายกลหมื่นอสูร พวกมันก็แทบจะกลายเป็นขี้เถ้าในทันที
       



         หลงชาไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าพลังของค่ายกลหมื่นอสูรจะมีพลังที่สุดยอดขนาดนี้ ต่อให้เป็นของวิเศษระดับตำนานก็คงไม่อาจช่วยปกป้องตัวเขาได้
       

บูมม!
       
      หลงชากระเด็นลอยออกไปหลายร้อยเมตร หน้าอกของเขากระเพื่อมขึ้นลงแสดงถึงลมหายใจที่ยังคงมีอยู่ เสื้อผ้าของเขาแหลกสลาย ร่างกายต่างก็เต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์ หลงชาตกอยู่ในสภาวะเสียใจเป็นอย่างมาก ถ้าเขาไม่เสียสละของวิเศษจำนวนหนึ่ง ตัวเขาคงตายไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
       
      ต่อให้ระดับพลังของเขาตอนนี้เป็นระดับตำนาน เขาก็ไม่อาจที่จะรับการโจมตีได้แม้เพียงครั้งเดียวเมื่ออยู่ต่อหน้าค่ายกลหมื่นอสูร!
       
     ความหวาดกลัวเข้าครอบงำหลงชา ตัวเขานั้นประเมินตนสูงเกินไป
       
    เย่ ซ่ง และคนอื่นๆต่างก็ไม่คิดว่าหลงชาจะทรงพลังขนาดนี้ ถ้าเขาเป็นหมายเลขสองของสมาคมทมิฬและมีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับนี้ ถ้าอย่างนั้นเจ้าอสูรที่เป็นหัวหน้าที่แท้จริงของสมาคมทมิฬจะมีพลังขนาดไหนกัน?
       
       หลงชาจับหน้าอกของเขาด้วยใบหน้าที่ซีดเผือดแต่ก็แฝงด้วยความเคารพและพูดว่า "ค่ายกลหมื่นอสูรทรงพลังจริงๆ ถ้าไม่ใช่เพราะของวิเศษที่ข้าใช้เพื่อรักษาชีวิตละก็ ข้าคงกลายเป็นเถ้าถ่านไปเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่ที่ข้ารับมือกับการโจมตีจากเจ้า ข้ากับเจ้าอสูรจะรอเจ้าไปเยี่ยมเยือนที่สมาคมทมิฬ! ภายในสามเดือน ถ้าเจ้ายังไม่ไปเยือน พวกเราจะมาส่งคำเชิญให้กับเจ้าเอง!"
       
     หลังจากที่พูดจบ หลงชาก็คว้ากุยชาและลอยจากไป เขาค่อยๆหายออกไปบนฟากฟ้าและลับตาไป
       
         ได้เห็นหลงชาและกุยชาหลบหนีไปเช่นนั้น เนี่ยหลีก็หลี่ตาลง ถ้าเขายังคงใช้ค่ายกลหมื่นอสูรอย่างต่อเนื่อง เขาคงจะบังคับให้หลงชากับกุยชา ยังคงอยู่ที่นี่ได้ อย่างไรก็ตามถ้าเขาฆ่าหลงชาและกุยชา ในใจของเขาก็จะเกิดความกังวลเกี่ยวกับเรื่องที่เจ้าอสูรจะออกมาเอง จากที่เห็นพลังของหลงชาแล้วมีความเป็นไปได้ว่าเจ้าอสูรจะต้องน่ากลัวกว่าหลงชาหลายเท่าแน่นอน นอกจากนี้เจ้าอสูรอาจเป็นคนที่ได้ผ่านพิธีการย้ายร่างจิตวิญญาณด้วยแล้วความแข็งแกร่งของเขาจะต้องเหนือกว่า เย่ โม่แน่นอน ถ้าเขาพบว่าหลงชากับกุยชาถูกฆ่า เจ้าอสูรจะต้องบ้าคลั่งถึงกับทำให้เมืองกลอรี่ตกอยู่ในสภาวะวิกฤตแน่นอน
       
        ในตอนนี้หลงชาได้หวาดกลัวต่อพลังของเนี่ยหลีแล้ว อีกทั้งเขายังมีเวลาอีกสามเดือน อย่างไรก็ตามสามเดือนมันเป็นเวลาที่สั้นนัก แต่มันเพียงพอสำหรับเนี่ยหลีที่จะพัฒนาตนเองขึ้นไปอีกหลายระดับ อีกอย่างท่านจ้าวเย่ โม่ ก็คงกลับมาแล้วเมื่อถึงเวลานั้น
       
     หลงชาเข้าใจผิดคิดว่าเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับสูงที่ผ่านการย้ายร่างจิตวิญญาณมาแล้วหลายครั้ง นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้เขาเป็นที่น่าหวาดหวั่น  เนี่ยหลีคิดเมื่อหลงชาพูดถึงระยะเวลาสามเดือน เขาคงไม่กลับมาที่นี่อีกแน่นอนภายในระยะเวลานั้น
       

      เนี่ยหลีถึงกับคิ้วกระตุกแล้วคิดภายในใจ 'ถ้าเช่นนั้นก็เจอกันอีกครั้งในสามเดือนหลังจากนี้'
       
     เย่ ซ่ง เย่ ซิ่วและคนอื่นๆต่างก็มายืนข้างเนี่ยหลี
       
      เย่ ซ่ง ถอนหายใจ "เจ้าหลงชาตอนนี้น่าจะอยู่ระดับตำนานสามดาว เหนือนั้นมันยังมีเจ้าอสูร อีกทั้งระดับพลังของเจ้าอสูรก็ยังไม่แน่ชัด ถ้าคนพวกนี้เข้าโจมตีเมืองกลอรี่ล่ะก็... ข้ากังวลว่าจะมีเวลามากพอที่จะหยุดพวกมัน!"
       

          ความกังวลยังคงมีอยู่ภายในใจของเย่ ซิ่วและคนอื่น การโจมตีที่เนี่ยหลีได้กระทำนั้นมันช่างทรงพลังอย่างน่าอัศจรรย์ อย่างไรก็ตามมันก็ยังไม่อาจฆ่าหลงชาได้ ความแข็งแกร่งของหลงชาทำให้พวกเขาถึงกับตกใจเป็นอย่างมาก ไม่ต้องพูดถึงเจ้าอสูรที่ต้องมีพลังเกินกว่าจะจินตนาการอีก
       

           "พวกเราหวาดกลัวต่อสมาคมทมิฬ แต่อย่างไรพวกเราก็มีท่านเย่ ซ่งและเย่ โม่ ที่เป็นระดับตำนานอยู่เคียงข้าง ถ้าพวกเราใช้ชีวิตเดิมพันในการต่อสู้ พวกเราก็คง จะต้องสูญเสียหนักพอสมควรเช่นกัน" เนี่ยหลีพูด
       

           "เนี่ยหลี เจ้าไม่ใช่ผู้ผ่านการย้ายร่างจิตวิญญาณใช่ไหม?" เย่ ซ่งจ้องมองไปที่เนี่ยหลี ก่อนหน้านี้เนี่ยหลีและหลงชาได้สนทนากัน เย่ ซ่งต้องได้ยินมันแน่นอน
       

          “คนที่ใช้วิชาย้ายร่างจิตวิญญาณนั้นจะต้องทนทุกข์ทรมานนิจนิรันดร์ และในทุกคืนจิตวิญญาณของพวกเขาจะต้องถูกเผาไหม้ไม่หยุดหย่อน ใครจะไปใช้วิชาปีศาจแบบนั้นกัน? ข้าก็แค่ฉลาดกว่าคนทั่วไป และมีความรู้เกี่ยวกับตำนานและพระเจ้าก็เท่านั้น” เนี่ยหลีรีบแก้ต่างความเข้าใจผิด
       

         ความรู้เกี่ยวกับพระเจ้า? เย่ ซ่ง และคนอื่นๆ ถึงกับมึนงง อย่างไรก็ตามให้คิดอีกครั้งเกี่ยวกับเนี่ยหลี เนี่ยหลีนั้นก็ไม่เหมือนคนที่จะใช้วิชาย้ายร่างจิตวิญญาณมาก่อนหน้านี้แน่นอน
       

            “หลังจากที่ผ่านการย้ายร่างจิตวิญญาณ คนผู้นั้นจะต้องเข้าใกล้จุดสูงสุดของพลังระดับตำนาน ตราบใดที่พวกเขายังคงพัฒนาพลังอย่างต่อเรื่อง การข้ามไปสู่อีกระดับพลังก็ไม่ใช่เรื่องเกินจริง ข้าเชื่อว่าเจ้าอสูรจะต้องใกล้ถึงระดับนั้นแล้วแน่นอน” เนี่ยหลีกล่าวอย่างลุ่มลึก เจ้าอสูรทำให้เนี่ยหลีรู้สึกกดดันเป็นอย่างมาก ถ้าเขาปรารถนาที่จะปกป้องเมืองกลอรี่ เขาก็ต้องล้มเจ้าอสูรลงให้ได้
       
เขากำลังคิดถึงหนทางที่จะพัฒนาตนเองขึ้นไป!
       

        เย่ ซ่ง   เย่ ซิ่วและคนอื่นๆ ต่างก็ทอดสายตาออกไปยังฟากฟ้าอันแสนไกล   เมืองกลอรี่กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตอันยิ่งใหญ่เกินกว่าที่พวกเขาจะคาดคิด ตอนนี้เย่ ซ่งเข้าใจแล้วว่าทำไมท่าน เย่ โม่ถึงต้อง คิ้วขมวดทุกครั้งที่กลับมา อีกทั้งเย่ ซ่งยังไม่ทราบอีกว่าเขาไปยังที่แห่งใด เขาทราบเพียงแค่ว่าท่านเย่ โม่ในตอนนี้กำลังจับตามองการเคลื่อนไหวของสมาคมทมิฬอยู่ ในระหว่างที่สำรวจพื้นที่ลึกลับก็ปล่อยให้เมืองกลอรี่เผชิญศึกกับสมาคมทมิฬ
       

   ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ถูกกวาดล้างและสมาคมทมิฬก็ยอมล่าถอย สำหรับเมืองกลอรี่นี่นับเป็นข่าวดีอยู่บ้าง
       
          มองไปรอบบริเวณ หลังจากที่ผ่านการศึกครั้งใหญ่สถานที่แห่งนี้นับได้ว่าเละเทะยิ่งนัก อีกทั้งความสูญเสียจากการจากไปของผู้เชี่ยวชาญหลายตระกูลก็ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ อย่างไรก็ตามเย่ ซ่งก็ยังคงสามารถรับมือกับเรื่องนี้ได้อยู่บ้าง
       

       ภายในระยะเวลาสามเดือน ในใจของเนี่ยหลีตอนนี้เต็มไปด้วยความเร่งรีบ ระหว่างเขากับสมาคมทมิฬจะต้องเกิดการศึกขึ้นแน่นอน อีกทั้งเจ้าอสูรจะต้องขึ้นไปถึงจุดสูงสุดของระดับตำนานอีกด้วย!
       
หลายพันไมล์ห่างออกไป ลึกเข้าไปในหุบเขา หลงชาและกุยชาเดินจากไปโดยทิ้งรอยเท้าไว้บนหิมะ
       

        “หลงชา แผลของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?” กุยชาถามขึ้น หลงชาคือคนที่มีร่างกายสายเลือดของเผ่ามังกร แม้ว่าหลังจากที่โดนโจมตีโดยค่ายกลหมื่นอสูร เขาก็ยังคงได้รับบาดแผลฉกรรจ์ เมื่อเขานึกถึงพลังของค่ายกลหมื่นอสูรกุยชาก็ถึงกับเผยแววตาหวาดกลัวออกมาจากหัวใจ
       

       “ข้าไม่เคยคิดเลยว่าค่ายกลหมื่นอสูรจะทรงพลังขนาดนี้ มันเกือบที่จะทำลายวิญญาณข้าได้เลย” หลงชาพูดแล้วยิ้มเล็กน้อย “แม้ว่าข้าจะใช้ของวิเศษระดับตำนานถึงสามชิ้นปกป้องชีวิตนี้ไว้ มันคงรักษาให้หายขาดไม่ได้ภายในสองปีนี้.มันเป็นเรื่องใหญ่ที่มีผลกระทบต่อการบ่มเพาะพลังในอนาคตเป็นอย่างมาก”
       
หลงชาจับหน้าอกแล้วไอออกมาเป็นเลือดทำให้พื้นหิมะสีขาวบริสุทธิ์เต็มไปด้วยเลือด
       
“เป็นเรื่องจริงอย่างนั้นรึ?” กุยชาถามอย่างตกใจ
       

       “จากที่ข้าเริ่มต้นฝึกฝนการบ่มเพาะพลังจนถึงวันนี้ เคียงข้างเจ้าอสูร จนถึงตอนนี้มีไม่กี่คนที่สามารถทำร้ายข้าได้ในรอบหลายสิบปีมานี้ ข้าไม่เคยคิดเลยว่าวันนี้จะมาถึง ข้าประเมินพลังของค่ายกลหมื่นอสูรต่ำไป!” หลงชาพูด
       

         “ข้าคิดว่าค่ายกลหมื่นอสูรน่าจะมีพลังขนาดที่สามารถฆ่าผู้มีพลังระดับตำนานระดับสูงได้ด้วยซ้ำ ด้วยความแข็งแกร่งของร่างข้า ข้าคิดว่าข้าสามารถรับมือมันได้ แต่ข้าไม่เคยคิดเลยว่าวิญญาณของข้าจะได้รับการโจมตีจากมันเช่นกัน!”
       

         “คนที่ควบคุมค่ายกลหมื่นอสูรนั้นช่างน่ากลัวยิ่งนัก ในอนาคตเราคงทำได้เพียงแค่ป้องกันและระมัดระวังเท่านั้น!” หลงชาพูดออกมาด้วยความกลัวจากหัวใจของเขา เขาถึงกับดีใจด้วยซ้ำที่หนีออกมาจากเมืองกลอรี่ได้ โชคดีที่ร่างกายของเขานั้นแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ไม่เช่นนั้นในช่วงเวลานั้นเขาคงทำได้เพียงแค่สาปแช่งฟ้าดินเท่านั้น”
       

        “ใช่!” หลงชาพยักหน้าตอบรับ หลังจากที่คิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ เขาถึงกับเสียวสันหลัง ตั้งแต่ที่หลงชาเกือบตายโดยค่ายกลหมื่นอสูร เขาก็คิดแค่ว่าโชคดีมากแล้วที่ยังมีชีวิตรอดมาได้
       

         “เราจะกลับไปที่สมาคมทมิฬและเตือนพวกระดับล่างไม่ให้ออกไปไหนโดยไม่มีคำสั่งภายในระยะเวลาสามเดือน! เราจะตัดสินใจกันหลังจากที่เจ้าอสูรกลับมาจากการฝึกพลัง” หลงชากล่าว  จิตใจของเขานั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัวต่อเนี่ยหลี เพราะเขาเข้าใจว่าเป็นเพราะคู่ต่อสู้ของเขานั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญอันทรงพลังที่ผ่านการย้ายร่างจิตวิญญาณมา ถ้าเกิด ถูกติดตามมาก่อนที่เจ้าอสูรจะกลับมาล่ะก็พวกเขาคงต้องตายทั้งหมดอย่างแน่นอน อีกทั้งสภาพของเขาในตอนนี้ก็อ่อนแอเป็นอย่างมาก สภาพของเขาในตอนนี้ แม้แต่เย่ซ่งพวกเขายังไม่สามารถต่อกรได้เลย
       

        หลังจากที่พวกเขาสองคนพักกันชั่วครู่ พวกเขาก็กลับไปยังสาขาหลักของสมาคมทมิฬ หากพวกเขายังอยู่ที่ภายนอกนานเกินไป นั่นก็หมายถึงอันตรายที่เพิ่มมากขึ้น
       

        เป็นเพราะคฤหาสน์เจ้าเมืองได้ผ่านการต่อสู้ครั้งใหญ่มา ตอนนี้มันเปรียบเสมือนซากปรักหักพัง เมื่อผู้คนในเมืองกลอรี่พบว่าตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ทรยศเมืองกลอรี่และเข้าร่วมกับสมาคมทมิฬ พวกเขาทุกคนต่างก็ปฏิเสธและดูถูกเหยียดหยาม ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์อย่างชัดเจน อีกทั้งยังรู้สึกดีเป็นอย่างมากที่ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์โดนกวาดล้างไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พวกสมาชิกของสมาคมทมิฬที่แฝงตัวอยู่ในเมืองกลอรี่ต่างก็ล่าถอยกันออกไป อีกทั้งผู้คนยังได้ยินมาอีกว่าผู้เชี่ยวชาญระดับสูงจากสมาคมทมิฬสองคนได้กลับไปพร้อมกับความพ่ายแพ้และบาดแผลอันสาหัส
       

       เกี่ยวกับการศึกในครั้งนี้ หัวข้อที่ผู้คนกล่าวถึงกันมากที่สุดคือเรื่องของเนี่ยหลีที่ควบคุมค่ายกลหมื่นอสูร ความดีความชอบที่เนี่ยหลีขับไล่สมาคมทมิฬออกไปได้ อีกทั้งการที่พวกสัตว์อสูรถูกกวาดต้อนมาทำให้เกิดการปะทะก็เป็นเพราะสมาคมทมิฬ เนี่ยหลีในตอนนี้มีชื่อเสียงเป็นรองแค่ท่านเย่ โม่กับเย่ ซ่งเพียงเท่านั้น
       

      ผู้คนต่างเชื่อมั่นว่าเนี่ยหลีนั้นจะต้องเป็นเจ้าเมืองคนต่อไปแน่นอน ต่อให้เข้าไม่ใช่เจ้าเมืองคนต่อไป อย่างไรเสียเขาก็คือบุตรเขยของเย่ ซ่ง ตั้งแต่ที่เย่ ฮั่นทรยศต่อเมืองกลอรี่มันก็ถูกประณามโดยทุกผู้คน
       
       แม้ว่าความแข็งแกร่งของสมาคมทมิฬจะฝังอยู่ในจิตใจของทุกผู้คน แต่พวกเขาก็ยังคงเชื่อมั่นว่าเมื่อใดที่ท่านเย่ โม่กลับมา เขาจะต้องเข้าห้ำหั่นกับเจ้าอสูรเป็นแน่ อนาคตของเมืองกลอรี่ช่างส่องประกายยิ่งนัก พวกเขายังไม่สูญเสียความหวังไป
       
       เย่ ซ่ง เย่ ซิ่วและคนอื่นต่างก็กำลังเผชิญกับผลที่ตามมา ทางด้านเสี่ยวหนิงเอ๋อและพรรคพวกต่างก็กลับไปยังตระกูลของตน
       
       แสงอรุณเบิกฟ้าได้ฉายมายังเมืองกลอรี่ที่อยู่ในหุบเขา หลังจากที่ผ่านศึกใหญ่มา ทุกอย่างก็กลับไปอยู่ในสภาวะสงบ อาคารต่างๆ ที่ได้พังลงก็ถูกก่อสร้างขึ้นมาใหม่เปรียบเสมือนการเริ่มต้นชีวิตใหม่.



ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น