วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 186 – Spiritual Constellation Technique?

Tale of the demon and god novel Chapter 186 – Spiritual Constellation Technique?

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 186 - เทคนิค ย้ายร่างจิตวิญญาณ ?


บทที่ 186 - เทคนิค ย้ายร่างจิตวิญญาณ ?





บูมม..ๆๆ


ภาพของเงาขนาดเท่าภูเขา กระหน่ำใส่ กุยชา จนตกลงมาสู่พื้น กุยชา สามารถรู้สึกได้ว่า แต่ละการโจมตีที่เข้ามานั้นรุนแรงกว่าก่อนหน้านี้หลายเท่า ด้วยพลังขนาดนี้ ไม่ใช่อะไรที่ กุยชา จะสามารถรับมือได้ด้วยพลังกายของเขา ถึงแม้ว่าเขาจะมีพลังกายของสัตว์อสูร อสูรปีศาจกระหายเลือด ก็ตาม


พลังค่อยๆเพิ่มขึ้นจนเลยจุดที่เขาสามารถรับไหว กุยชา รู้สึกได้ว่ากล้ามเนื้อที่แขนของเขานั้นเริ่มฉีกขาดออกเรื่อยๆ ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อ ร่ายกายของเขาต้องแหลกละเอียดแน่นอนด้วยพลังขนาดนี้ นี่คือพลังของค่ายกลหมื่นอสูร  พลังของค่ายกลนั้นมาจากวิญญาณสัตว์อสูรระดับแบล็คโกลถึงหมื่นตัว เนี่ยหลี่ใช้แค่10เปอร์เซนต์ของพลังของมันก็เพียงพอที่จะฆ่า กุยชาได้แล้ว


เมื่อเห็นภาพตรงหน้านี้ เสิ่นฮอง ตกใจกลัวจนขวัญกระเจิง  ร่างของเขากลายเป็นแสงยาวๆและพยายามที่จะหนีชั่วขณะนั้น เขาคิดแค่จะหนีและออกจากเมืองกลอรี่อย่างเดียว


เย่ ซ่ง จะลืมเสิ่นฮองได้อย่างไร?


เมื่อเห็นเสิ่นฮองกำลังหนีอย่างน่าทุเรศ    เขาถอนหายใจ ถ้าเขาต้องมามีสภาพแบบนี้ แล้วทำไมก่อนหน้านี้เขาถึงตัดสินใจอย่างนั้นหละ? ดาบในมือของเขากลายเป็นแสงยาว แล้วพุ่งเข้าหาเสิ่นฮองที่กำลังหนี


"ในเมื่อแกเลือกที่จะทรยศเรา  เราก็จะไม่เอาแกไว้อีกต่อไป"


เย่ ซ่งนั้นอยู่ระดับตำนานแล้วในตอนนี้  ไม่ใช่ใครที่เสิ่นฮองจะสามารถรับมือได้




 
 ฉึก!!!!


ดาบแทงทะลุอกของเสิ่นฮอง



เสิ่นฮองไม่เชื่อสายตาตัวเองเมื่อมองที่ดาบนั้นแทงทะลุอกของเขา ,ไม่คาดคิดมาก่อนว่าเขาจะมามีจุดจบที่น่าอนาถอย่างนี้ ความทะเยอทะยานที่ยิ่งใหญ่ของเขาและทุกๆสิ่ง หายไปในอากาศเหมือนหมอกควัน มันกลายเป็นว่าทั้งหมดนั้นไม่ใช่อะไรเลยนอกจากความฝัน เขาตาย  ตระกูลศักดิ์สิทธิ์อันเก่าแก่หลายร้อยปีนั้น ได้จบลงด้วยมือของเขา



     เสิ่นฮอง ถอนหายใจ ค่อยๆหลับตาลง  มันอาจจะเป็นเพราะการกระทำทั้งหมดของเขานั้นมันผิดใช่ไหม?   เห็นที นี่คงเป็นจุดจบของเขา  พลังงานค่อยๆออกจากร่างของเขา ในขณะที่มันตกลงมาจากฟ้า


ผู้นำตระกูลคนอื่นๆเห็นร่างของเสิ่นฮองตกลงมา  เหลือแค่   กุยชา เท่านั้นที่ยังรอด ซึ่งกำลังอดทนต่อความเจ็บปวดจากการถูกโจมตี เขาพยายามฝ่าเงาที่เหมือนภูเขานั้น มันกำลังกดทับเขาอยู่   อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าเขาจะพยายามเท่าไหร่  เงาที่เหมือนภูเขานั้นมันเต็มไปด้วยพลังที่ไม่สามารถประเมินได้   ทำให้เขาขยับไม่ได้เลยซักนิดเดียว
ถ้าฆ่า กุยชาได้ เมืองกลอรี่ก็จะปลอดภัย


เนี่ยหลี่ถอนหายใจอย่างเย็นชา ขณะที่เขาเพิ่มพลังของค่ายกลหมื่นอสูร


ถ้าพลังนี้ปะทะลงไปแค่ครั้งเดียว กุยชา นั้นต้องตายอย่างแน่นอน



ทันใดนั้น! เกิดเสียงดังสนั่นขึ้น  เงาขนาดเท่าภูเขาได้แตกออกเป็นเสี่ยงๆ ปรากฏคนๆหนึ่ง ได้บินอย่างรวดเร็วไปที่ กุยชา  คว้าตัวเขาไว้และคำรามแล้วบินไปยังท้องฟ้า เขาสามารถทำลายภูเขานับพันชั้นของค่ายกลหมื่นอสูรได้จริงๆรึ เป็นไปได้ว่าชายคนนี้ อย่างน้อยต้องอยู่ระดับตำนาน



เนี่ยหลี่เพ่งมองไปที่ชายที่ใส่เสื้อคลุมบางๆสีขาว เป็นหนุ่มหล่อมากๆคนหนึ่ง ภายในสมาคมทมิฬ นั้น มีเพียงสองคนที่มีระดับพลังเหนือ กุยชา   เขาไม่คิดเลยว่าหนึ่งในนั้นจะปรากฏตัวจริงๆ



เมื่อ กุยชา ถูกช่วยไว้แล้ว เย่ ซ่งถอนหายใจอย่างเย็นชา  "คิดจะหนีรึ  มันไม่ง่ายหรอก"  เขารีบรวมร่างกับวานรวายุเหมันต์ทันที และสร้างพายุหิมะไรสิ้นสุดขึ้น  มันหมุนเข้าหาชายหนุ่มคนนั้น และในเวลาเดียวกัน วิญญาณเทพวายุเหมันต์ ที่ตั้งท่ารออยู่แล้ว ก็คำรามอย่างบ้าคลั่งทันที  และจับชายเสื้อของชายหนุ่มเอาไว้


เมื่อ กุยชา ลืมตาขึ้นอย่างงุนงง  และเห็นชายหนุ่มชุดขาว  เขาก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก



" หลงชา ทำไมเจ้าถึงมาที่นี่"


ชายหนุ่มชุดขาวไม่ตอบ แต่สายตาที่เฉียบคมของเขา จับจ้องไปที่ศูนย์กลางของเขตอาคมหมื่นอสูรสังหาร ที่มุมปากของเขา ปรากฏรอยยิ้มลึกๆ
"นอกจาก เย่ โม่ แล้ว ที่นี่ยังมีคนน่าสนใจอยู่อีก ข้าเชื่อว่า เจ้าอสูร ต้องสนใจคนๆนี้อย่างแน่นอน"



ขณะที่มองเย่ ซ่ง และวิญญาณเทพวายุเหมันต์ กำลังโจมตีเข้ามา ชายหนุ่มในชุดขาวก็สะบัดแขนเสื้อของเขา แล้วหินลึกลับสองก้อนก็หล่นออกมา หินลึกลับสองก้อนนั้นสร้างพลังงานที่ไม่เป็นรูปเป็นร่างขึ้น และระเบิดในทันที คลื่นกระแทกเหวี่ยงวิญญาณเทพวายุเหมันต์กระเด็นถอยหลังไป ทำให้มันต้องทรงตัวเพื่อรักษาสมดุล เย่ ซ่ง นั้น ถูกส่งลอยออกไป และกระอักเลือดออกมาเต็มปาก


ไม่มีใครรู้ว่าหินสองก้อนนั้นคืออะไร แต่มันมีพลังทำลายมหาศาล



ชายหนุ่มชุดขาวยังคงสงบนิ่งเมื่อมองมาทางเนี่ยหลี่ และถามว่า



"ข้าสงสัย เจ้าชื่ออะไร ผ่านการย้ายวิญญาณมากี่ครั้งแล้ว? จากมุมมองของข้า ไม่จำเป็นต้องต่อสู้กันอีกแล้ว ถ้าเจ้าสนใจ เจ้าสามารถไปเที่ยวชมสมาคมทมิฬของข้าได้ และไปพบกับ ท่านเจ้าอสูร พร้อมกับข้า เราจะรอคอยการไปเยี่ยมของเจ้า "




เมื่อได้ยินคำนั้น "ย้ายจิตวิญญาณ" เนี่ยหลี่ผู้ซึ่งยืนอยู่ตรงกลางของค่ายกลหมื่นอสูร   เปลือกตากระตุกทันที เคล็ดย้ายวิญญาณ นั้นเป็นเทคนิคลับที่น่ากลัวมาก ในขั้นตอนการใช้เทคนิคนี้นั้น ต้องสังเวยชีวิตเด็กนับไม่ถ้วน เพื่อใส่วิญญาณของตัวเองลงไปในร่างของเด็กแค่คนเดียวเพื่อให้ได้รับชีวิตใหม่ ตราบใดที่วิญญาณยังไม่ถูกทำลาย ก็ยังสามารถมีชีวิตอยู่ได้หลายชั่วอายุคน แน่นอน มันมีผลข้างเคียงมากมายในการใช้เทคนิคนี้  วิญญาณจะได้รับความเจ็บปวดจากการถูกเผา  และร่างใหม่จะได้รับความเสียหายอย่างรวดเร็วจากผลข้างเคียงนี้



ในเมื่อเด็กอย่างเนี่ยหลี่ครอบครองความรู้มากมายเกินจินตนาการได้ขนาดนี้ และยังสร้างเขตอาคมขนาดใหญ่อย่างค่ายกลหมื่นอสูรได้  ในมุมมองของหนุ่มชุดขาวนี้  เขาต้องใช้เคล็ดย้ายวิญญาณอย่างแน่นอน  มิฉะนั้น เขาคงไม่มีความสามารถมากขนาดนี้ อย่างไรก็ตาม ที่เขาไม่รู้ก็คือ เนี่ยหลี่นั้นกลับมาในชีวิตนี้เพราะ ตำราภูติห้วงกาลลี้ลับ ไม่ใช่เพราะเคล็ดย้ายวิญญาณ



เคล็ดย้ายวิญญาณนั้นลึกลับซับซ้อนมาก  นอกจากมีไม่กี่คนเท่านั้นที่เคยได้ยินเกี่ยวกับมัน แล้วเขาก็ยังไม่คิดว่ามันมีอยู่จริงๆ



หลังจากที่มนุษย์ไปถึงจุดสูงสุดของระดับตำนานแล้วพวกเขาจะพบว่ามันยากมากในการบ่มเพาะพลังของพวกเขาเพื่อเข้าสู้ระดับพลังขั้นต่อไป  ร่างกายของเขาจะเริ่มเสื่อมถอย และเข้าสู่สภาพที่เขาไม่สามารถเพิ่มระดับพลังได้อีกต่อไป ยอดฝีมือจำนวนนับไม่ถ้วน ได้ตายลงไปพร้อมกับความเสียใจนี้ ผลที่ตามมาคือ มียอดอัจฉริยะคนหนึ่ง ค้นพบวิธีที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดของเขา  ซึ่งก็คือเคล็ดย้ายวิญญาณนั่นเอง  เพื่อรักษาวิญญาณไว้และได้ครอบครองร่างใหม่ หลังจากนั้น  เขาจะสามารถเริ่มต้นบ่มเพาะพลังได้ใหม่จาก



ทุกครั้งที่เขาไปถึงจุดสูงสุดของระดับตำนาน และพบว่าเขาไม่สามารถพัฒนาระดับพลังได้อีกต่อไป  และร่างของเราเริ่มเสื่อมถอย  เขาจะใช้เคล็ดย้ายวิญญาณอีกครั้ง  ด้วยวิธีนี้ เขาจะสามารถขยับเข้าใกล้ระดับพลังขั้นต่อไปได้ที่ละนิดๆ ระดับรองหัวหน้าสมาคมทมิฬนี้ประกาศเองว่าเป็นลูกน้อง เจ้าอสูร เป็นไปได้ไหมว่า  เจ้าอสูร เองก็ใช้เคล็ดย้ายวิญญาณเช่นเดียวกัน



ชายหนุ่มชุดขาวน่าจะเป็นหมายเลขสองของสมาคมทมิฬ  หลงชา เนี่ยหลี่ ไม่ปล่อยให้ศัตรูคนนี้หนีไปแน่นอนมิฉะนั้น ปัญหาก็จะตามมาไม่สิ้นสุด! ระดับของหนุ่มชุดขาวคนนี้ อย่างน้อยก็น่าจะระดับตำนาน


      "อยากจะคุยกับข้าเหรอ? ได้เลย! ยังไงก็ตาม ลองรับมือการโจมตีของข้าให้ได้ก่อน ถ้าเจ้ามีคุณสมบัติพอ" เนี่ยหลี่พูดอย่างใจเย็นขณะที่เขาเริ่มการทำงานของค่ายกลหมื่นอสูรอย่างรวดเร็ว เขาไม่หุนหันพลันแล่นในเวลาแบบนี้  ดังนั้น เขาจึงใช้พลังสูงสุดของค่ายกลหมื่นอสูร



ค่ายกลหมื่นอสูรเริ่มหมุนอย่างรวดเร็ว แล้ววิญญาณอสูรระดับแบล็คโกลหมื่นตัวก็ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า  พลังงานของพวกมันไปรวมกันที่จุดๆเดียว



      "ฮ่าๆ แน่นอน สุดยอดฝีมือนั้นไม่ได้แค่คุยเป็นอย่างเดียว" ชายหนุ่มชุดขาวนั้นยิ้มอย่างภูมิใจ จุดสนใจของเขานั้นอยู่บนฟ้า เขามั่นใจในพลังของเขาอย่างมาก  เขากำลังจะถึงจุดสูงสุดของระดับตำนานในเร็วๆนี้  ทำไมเขาจะต้องกลัวกับแค่เขตอาคมนี้ ?



ชายหนุ่มชุดขาวนั้นยืนอยู่บนพื้นอย่างภูมิใจ เสื้อผ้าของเขาสะบัดไปตามลม  เขามีใบหน้าขาวสะอาด  ตาสีดำของเขามีประกายคมลึก  คิ้วหนา  จมูกโด่ง และริมฝีปากที่ละเอียดอ่อน เผยให้เห็นความมีสง่าราศี ถ้าไม่มีใครรู้ตัวตนที่แท้จริงของเขา และดูแค่ภายนอกอย่างเดียวนั้น  มันสามารถยั่วยวนผู้หญิงได้นับไม่ถ้วน



เนี่ยหลี่จ้องมองอย่างเย็นชาไปที่เขา ถ้าเนี่ยหลี่ไม่สามารถบอกได้อย่างแน่นอนถ้าพบเขาบนถนนของเมืองกลอรี่  ทั้งกริยาท่าทางและชื่อนั้นไม่ได้แตกต่างจากคนทั่วไปเลย



ถ้า  หลงชา ต้องการจะหนี  ถึงแม้ว่าเนี่ยหลี่สามารถใช้ค่ายกลหมื่นอสูรหยุดเขา  มันก็คงจะไม่ได้ผล ในเมื่อฝั่งตรงข้ามมีความมั่นใจมาก  เนี่ยหลี่ก็จะไม่ปราณี  เขาจะใช้พลังทั้งหมดของค่ายกลหมื่นอสูร วิญญาณสัตว์อสูรหมื่นตัว เปลี่ยนเป็นพลังงานที่น่ากลัว กลายเป็นฝ่ามือสีทองเลือดหมูขนาดใหญ่ และพุ่งเข้าหา   หลงชา


"หลงชา ระวัง  อย่าประมาทค่ายกลหมื่นอสูรนี้" กุยชา รีบเตือนเขา



หลงชา พ่นลมหายใจอย่างเย็นชา และพูดว่า " ข้าไม่เชื่อว่าค่ายกลนั่นจะทำอะไรข้าได้" เขากำลังจะก้าวสู่จุดสูงสุดของระดับตำนานในเร็วๆนี้ เขามีร่างกายที่เป็นเลือดมังกรบริสุทธิ์ และเขามีสมบัติมากมายหลายชนิดที่จะปกป้องเขาได้ ทำไมเขาจะต้องมากลัวค่ายกลนี่ ? เขาแค่อยากจะทดสอบพลังของค่ายกลนี่เท่านั้น



ทุกคนที่เลื่อนระดับสู่ระดับตำนานนั้นจะรู้สึกว่าเขาขึ้นสู่จุดสูงสุดของโลกนี้แล้ว ในมุมมองของพวกเขา ระดับตำนานนั้นเปรียบเสมือนเทพ จากเลเวลต่ำสุดของมนุษย์  พวกเขากลายมาเป็นสุดยอดฝีมือ  ความภาคภูมิใจของการอยู่บนจุดสูงสุดแบบนี้ ไม่ใช่สิ่งที่จะสั่นคลอนได้ด้วย ค่ายกลหมื่นอสูร



เนี่ยหลี่เข้าใจความคิดของยอดฝีมือระดับตำนานคนนี้  เมื่อเจอกับคู่ต่อสู้ที่ทรงพลัง  พวกเขาอยากจะลองทดสอบฝีมือของพวกเขา เมื่อเห็นหลงชาจ้องมองไปยังพลังมหาศาลที่หาอะไรมาเทียบไม่ได้ภายใต้ท้องฟ้านั้น เนี่ยหลี่ก็ยิ้มที่มุมปาก หลงชานี้ ก็เหมือนกับเขา ตอนที่เขาก้าวเข้าสู่ระดับตำนาน  ณ เวลานั้น เขาดูถูกทุกสิ่งภายใต้ท้องฟ้านี้  รู้สึกเหมือนเขาคือยอดฝีมือที่ไม่มีใครมาเทียบเทียมได้ และสร้างปัญหาไปทุกที่ อย่างไรก็ตาม  เขาไม่คิดฝันเลยว่าเขาจะถูกไล่ล่าโดยสัตว์อสูรหลายสิบตัว



วิ่งหนีไปทั่วโลก  และ บังเอิญ เขาสามารถเข้าไปในมิติของตำราภูติห้วงกาลลี้ลับ หลังจากเหตุการณ์นั้น  เขาเข้าใจความหมายของคำว่าความรู้นั้นไม่มีที่สิ้นสุด และมีคนที่แข็งแกร่งกว่าตัวเองอยู่เสมอ



"ในเมื่อเป็นแบบนี้  ก็ลองรับการโจมตีของข้าดู!" มีประกายแสงพุ่งออกมาจากดวงตาของเนี่ยหลี่   ควบคุมค่ายกลและผลักฝ่ามือของเขาพร้อมกับคำรามด้วยเสียงต่ำ


ฝ่ามือนั้นเต็มไปด้วยพลังของค่ายกลหมื่นอสูร  ขณะที่ผลักฝ่ามือออกไป  ท้องฟ้าก็เต็มไปด้วยความโกลาหล  และพื้นดินก็ถูกปกคลุมไปด้วยความมืดมิด  บดบังดวงจันทร์และดวงอาทิตย์  ความกดดันที่น่ากลัวนี้เหมือนกับคลื่นที่ถาโถมเข้าใส่ หลงชา


เมื่อเห็นพลังที่น่ากลัวนี้  หลงชา ขมวดคิ้วทันที  นี่เป็นพลังที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา ตั้งแต่เข้าสู่ระดับตำนาน



        "ดีเลย  เข้ามา "  หลงชาก็ยังคงไม่มีความกลัวใดๆ  และรวบรวมพลังภายในร่างทั้งหมดของเขา  กล้ามเนื้อของเขาโป่งพอง  ทำให้ขนาดของเขานั้นใหญ่ขึ้นหลายเท่า หางขนาดใหญ่งอกขึ้นที่หลังของเขา  หัวไหล่นั้นแยกออกจากกันเหมือนปีกของเขาที่เติบโตขึ้นบนหลัง และเขาก็ผลักฝ่ามือไปข้างหน้า มันเหมือนระดับตำนานทั่วไป  ถ้าเขาถอยหลังเพราะคู่ต่อสู้แข็งแกร่ง  ถ้าอย่างนั้น เขาก็จะไม่สามารถ พัฒนาการบ่มเพาะพลังของเขาในชีวิตนี้ได้อีกต่อไป


สัตว์อสูรที่ หลงชา รวมร่างด้วยนั้น คือวิญญาณอสูร มังกรปีกทอง  เป็นสัตว์อสูรเชื้อสายมังกรอย่างแท้จริง  แข็งแกร่งกว่ามังกรพสุธาเกล็ดทมิฬของเย่ ซ่งมากนัก



      "ข้าขอดูพลังที่แท้จริงของค่ายกลหมื่นอสูรของแกหน่อยซิ "  หลงชาพูด  เขามีร่างกายที่แข็งแรงของเผ่ามังกร  ด้วยธรรมชาติของเขาแแล้ว  เขาไม่คิดว่าค่ายกลหมื่นอสูรจะทำอะไรเขาได้.


ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น