วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 181 – Real intentions revealed

Tale of the demon and god novel Chapter 181 – Real intentions revealed

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 181 -  เปิดเผย


บทที่ 181 -  เปิดเผย


เจตนาที่แท้จริงถูกเปิดเผย



       “ผู้อาวุโสเสิ่นฮองรู้จักวิชาลับในบทที่สาม ความลับที่หกจากคัมภีร์จิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ การชำระจิตวิญญาณหรือไม่? เนี่ยหลี่หัวเราะและมองไปที่เสิ่นฮอง

          การชำระจิตวิญญาณ? การชำระจิตวิญญาณเป็นวิธีการสอบสวนที่ทรงอำนาจวิธีหนึ่ง มันสามารถดึงจิตวิญญาณของผู้คนออกมาได้ เมื่อมันถูกดึงออกมาแล้วจิตวิญญาณจะไม่มีสำนึกรับรู้ ดังนั้นคำตอบที่ได้จะเป็นความจริงที่สุด

         ฟังคำของเนี่ยหลี่แล้ว ใบหน้าของเสิ่นฮองเคร่งขรึมลงพูดว่า “ข้าย่อมต้องรู้จักวิธีการชำระจิตวิญญาณ ผู้ที่เรียนรู้วิธีที่โหดร้ายเช่นนี้มีไม่มากนัก

     เนี่ยหลี่เจ้ารู้จักด้วยรึ?”

    คัมภีร์จิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์เป็นหนึ่งในคัมภีร์ที่เรียกได้ว่าเป็นคัมภีร์ลับ แม้ว่าจะมีผู้คนที่ได้ยินเรื่องราวของวิธีชำระจิตวิญญาณมาก่อนก็ตามแต่ผู้ที่สามารถใช้ได้มันได้มีน้อยมาก เนี่ยหลี่ย่อมต้องรู้จักวิธีระดับล่างเช่นนี้ จากระดับขั้นของเขาตอนนี้ที่อยู่ในระดับทอง มันก็เพียงพอที่จะดึงเอาวิญญาณของเสิ่นหมิงออกมาได้แล้ว

       “ข้าเองก็แค่พอจะรู้จักวิธีชำระจิตวิญญาณงั้นข้ายกให้เนี่ยหลี่จัดการก็แล้วกัน” เย่ โจว ยิ้ม




        ได้ยินคำพูดของเย่ โจวแล้ว สีหน้าของเสิ่นฮองเปลี่ยนไป เย่ โจวนั้นมีตัวตนที่ลึกลับยิ่งนัก คนอื่น ๆ อาจจะไม่รู้จักเย่ โจวแต่เขานั้นรู้จักเย่ โจวดี    เย่ โจวเป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีหน้าที่ในการสวบสวนการลอบสังหารและบังคับให้รับสารภาพของตระกูลวายุเหมันต์ เขาเป็นคนที่ยากจะรับมือ


        “ผู้อาวุโสช่วยข้าด้วย ข้าเสิ่นหมิง ซื่อสัตย์ต่อตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์มาตลอด ข้าขอร้องท่าน ท่านผู้อาวุโสได้โปรดช่วยชีวิตข้าด้วย!” ได้ฟังคำของเย่ โจวแล้วเสิ่นหมิงหน้าซีดเผือด หากวิญญาณของเขาถูกดึงออกมา เขาอาจจะต้องตาย


        เสิ่นฮองมองดู เย่ โจวและคนอื่น ๆ แล้วพูดอย่างเย็นชา “ตระกูลวายุเหมันต์กระทำการดังนี้มิใช่จะโหดร้ายเกินไปหน่อยหรือ ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตามเสิ่นหมิงได้ทำงานรับใช้ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์มาอย่างยาวนานหลายปี ถึงแม้ว่าข้าจะขับไล่ไสส่งเขาออกจากตระกูลไปแล้ว แต่ข้าก็ไม่ยอมให้ใครมาลบหลู่เขาหรอกนะ!”


        “ข้ารู้ว่าทำไมผู้อาวุโสเสิ่นฮองถึงได้กลายเป็นเป็นคนที่ตรงไปตรงมาเช่นนี้! จริง ๆ แล้วเสิ่นหมิงเป็นคนรับใช้เก่าแก่ของตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องไม่ดีหากพวกเราแบบนั้นลงไป!” จากนั้นเนี่ยลี่พูดด้วยความเคร่งขรึม “พาตัวอีกคนเข้ามา”

      หลังจากนั้นสักครู่ หยุนหัว ดิคอน1ในชุดเสื้อคลุมสีเทาก็ถูกนำตัวเข้ามา เขาดูท่าทางน่ากลัว


 “ผู้อาวุโสเสิ่นหมิงรู้จักคนผู้นี้หรือไม่?” เนี่ยหลี่ยิ้มและมองดูเสิ่นฮอง


   เสิ่นฮองขมวดคิ้วและพูดด้วยเสียงเย็นชา “เหตุใดข้าถึงจะต้องรู้จักเขา?”


         “ชื่อของเขาคือหยุนหัว เขาเป็นผู้ช่วยระดับล่างของสมาคมทมิฬ เป็นผู้รับผิดชอบเรื่องการติดต่อกับตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ แล้วท่านจะไม่รู้จักเขาได้อย่างไร?” เนี่ยหลี่พูดพลางยิ้ม เขามองอย่างสงบไปที่เสิ่นฮอง เนี่ยรู้ว่าการพยายามเปิดโปงเสิ่งฮองเป็นเรื่องเปล่าประโยชน์ สิ่งที่เขาต้องทำในตอนนี้ก็คือการถ่วงเวลาเพื่อรอคอยให้ เย่ ซ่งกลับมา


    “ฮืม เนี่ยหลี่เจ้ามีหลักฐานอะไรมายืนยันคำพูดของเจ้า?” เสิ่นฮองหัวเราะอย่างเยือกเย็น


      “หากข้าไม่สามารถใช้วิธีการชำระจิตวิญญาณกับผู้อาวุโสเสิ่นหมิง อย่างนั้นเราก็สามารถใช้วิธีชำระจิตวิญญาณกับหยุนหัว ดิคอนแห่งสมาคมทมิฬได้สินะ ผู้อาวุโสเสิ่นฮองคงไม่มีความเห็นอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ใช่มั๊ย?” เนี่ยหลี่พูดยิ้ม ๆ แล้วมองไปที่เสิ่นฮอง


        “ข้าย่อมต้องไม่มีความเห็นอะไรกับเรื่องนี้แน่นอน” เสิ่นฮองพูดพลางยิ้ม เขาชำเลืองมองไปที่หยุนหัว ดิคอนที่ถูกพันธนาการอยู่อย่างแน่นหนา มือขวาของเขารีบวาดผนึก ถ้าคนอย่างหยุนหัว ดิคอนยังมีชีวิตอยู่ ผลลัพธ์ที่ปรากฏออกมามีเพียงอย่างเดียวนั่นคือหายนะ!


          เมื่อหยุนหัว ดิคอนได้ยินคำพูดของเนี่ยหลี่ หน้าของเขาก็ซีดเผือดลงด้วยความกลัว ก่อนเขาจะเอ่ยคำพูดอะไรออกมา ทันใดนั้นเอง ตาของเขาก็เปลี่ยนเป็นสีดำ รอยเลือดรอยหนึ่งปรากฏออกมาที่มุมปากของเขา พลังงานมหาศาลปะทะเข้ากับหัวใจของเขาจนแหลกสลายในทันทีนั้น เขาชี้นิ้วมาที่เสิ่นฮองและพูดว่า “เจ้า...” ก่อนที่จะพูดคำต่อไปร่างของเขาก็ร่วงลงสู่พื้น ลมหายใจของเขาหยุดสนิท


        ฮืม มันสมควรตายแล้ว เมื่อเห็นหยุนหัว ดิคอนตาย การแสดงออกของเสิ่นฮองไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรสักนิด เขาจ้องมองเนี่ยหลี่ด้วยสายตาที่เย็นชา
ร่างของหยุนหัว ดิคอนถูกวางลงพื้นอย่างเงียบ ๆ เลือดสด ๆ นองไปทั่วบริเวณ


        “นายน้อยเนี่ยหลี่ เกิดอะไรขึ้นกับเขา? ทำไมเขาถึงได้ตายอย่างกะทันหันเช่นนี้? นายน้อยเนี่ยหลี่คงจะใช้คนตายมาใส่ร้ายป้ายสีตระกูลศักดิ์สิทธ์ของข้าไม่ได้แล้วใช่หรือไม่?” เสิ่นฮองพูด ขณะหัวเราะ แสดงว่าเขาไม่ได้กลัวอะไรเลย


        เนี่ยหลี่ขมวดคิ้วเล็กน้อย วิธีห่วงโซ่วิญญาณอีกแล้ว เมื่อผู้ใดก็ตามถูกตราด้วยห่วงโซ่วิญญาณ แม้กระทั่งเนี่ยหลี่ก็ไม่สามารถปลดมันออกได้ เป็นธรรมดาที่สมาชิกของสมาคมทมิฬระดับล่างอย่างหยุนหัว ดิคอนจะถูกตราด้วยห่วงโซ่วิญญาณ ก่อนหน้านี้หยุนหัว ดิคอนจะไม่ตายถ้าหากคนที่ใช้ห่วงโซ่วิญญาณอยู่ไกลจากตัวเขามากเกินไป นั่นจะทำให้ไม่สามารถกระตุ้นการทำงานของห่วงโซ่วิญญาณได้ ชั่วขณะที่หยุนหัว ดิคอนปรากฏตัว เสิ่นฮองสามารถใช้ห่วงโซ่วิญญาณฆ่าหยุนหัว ดิคอนได้


       ในการเผชิญหน้าครั้งนี้ สามารถพูดได้ว่าตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์นี้เข้มงวดยิ่งนัก แม้กระทั่งเนี่ยหลี่เองก็ไม่สามารถช่วงชิงเป็นฝ่ายได้เปรียบ


        อย่างไรก็ตาม ผู้อาวุโสทั้งหมดก็มีสายตาที่แหลมคม พวกเขาสังเกตเห็นอะไรบางอย่างก่อนที่หยุนหัว ดิคอนจะตาย เสิ่นฮองได้ใช้มือของเขาวาดผนึกอะไรบางอย่าง ความกลัวต่อตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ได้เกิดขึ้นในใจของพวกเขาเล็กน้อย มันเป็นไปได้ว่าตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์สมรู้ร่วมคิดกับสมาคมทมิฬเช่นนั้นหรือ? พวกเขาไม่ได้กระวนกระวายจนเกินเหตุแต่ก็นิ่งเงียบคอยดูว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นอีก


        เนี่ยหลี่ไม่ได้คาดหวังว่าความตายของหยุนหัว ดิคอนจะทำอะไรตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ได้ ความตายของหยุนหัว ดิคอนหมายถึงคำเตือนที่ส่งไปถึงเหล่าผู้อาวุโสทั้งหลาย ตอนนี้เขาทำได้แค่ถ่วงเวลา ถ้าเขาใช้หลักฐานที่แน่นหนาต่อสู้กับตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ตรง ๆ พวกเขาอาจจะต้องต่อสู้ตัดสินความเป็นความตาย และเมื่อการการต่อสู้เริ่มต้นขึ้น ใครจะรู้ว่ามีอีกกี่ชีวิตที่จะต้องสูญเสีย?


         ถ้าหากพวกเขาสามารถถ่วงเวลาได้นานพอที่เย่ ซ่งจะกลับมาหลังจากจัดการกับสาขาสมาคมทมิฬและรังของตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์แล้ว มันก็จะเป็นสถานการณ์ที่ดีที่สุด


        เสิ่นฮองมั่นใจว่าตระกูลวายุเหมันต์จะไม่สามารถเค้นเอาหลักฐานมาจากเสิ่นหมิงและหยุนหัว ดิคอนได้ เขาสามารถฆ่าพวกมันได้ทุกเมื่อโดยปราศจากคำพูดและปราศจากหลักฐาน พวกเขาจะไม่สามารถทำอะไรกับตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ได้ อย่างไรก็ตามเสิ่นฮองก็รู้สึกหดหู่เล็กน้อยที่เหล่าผู้อาวุโสต่างก็ต่อต้านเขา แม้ว่าตระกูลวายุเหมันต์ไม่สามารถหาพยานและหลักฐานมาพิสูจน์ว่าตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ทรยศได้ แต่ตราบใดที่ตระกูลวายุเหมันต์ชี้นิ้วมาที่ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์แล้วล่ะก็ คนส่วนใหญ่จากตระกูลอื่น ๆ ก็จะเชื่อว่ามันเป็นความจริง


        ถึงแม้ว่าเย่ ซ่งจะไม่อยู่และเสิ่นฮองได้พูดว่าเขาตายไปแล้ว ตระกูลวายุเหมันต์ก็กดขี่ข่มเหงตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์มาเป็นเวลานานแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งนั่นเป็นคำสั่งจากเย่ ซ่ง


     เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว จะเห็นได้ว่าผู้อาวุโสคนอื่น ๆ จะเชื่อคำพูดของของเย่ ซิ่ว   เย่ โจว และฮูหยานเซียงมากกว่า!


ณ ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์


     เย่ ซ่งทลายค่ายกลมหึมาและนำกลุ่มคนทะลวงเข้าสู่ห้องโถงกลาง

ผู้อาวุโสระดับทองดำสามคนของตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์โจมตีพร้อมกัน และปรี่เข้าหาเย่ ซ่ง


        หนึ่งในผู้อาวุโสระดับทองดำพูดอย่างเกรี้ยวกราด “ท่านเจ้าเมืองตระกูลของข้าทำความผิดอะไรจึงนำไปสู่การที่พวกท่านจะมาทำลายล้างเรา? เราจะเรียกร้องขอความเป็นธรรมจากท่าน เย่ โม่ ในเรื่องนี้!”


         เย่ ซ่งตวาด “ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์สมรู้ร่วมคิดกับสมาคมทมิฬทรยศหักหลังนครรุ่งโรจน์ หากพวกเจ้ายอมสิโรราบ ข้าอาจจะให้โอกาสเจ้าได้มีชีวิตอยู่ต่อไป ถ้าหากยังขืนต่อต้านอย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ!”


      ได้ยินคำพูดของเย่ ซ่ง สามผู้อาวุโสต่างมองหน้ากันไปมาแล้วเงียบไป จากนั้นจึงลงมือจู่โจมใส่เย่ ซ่ง


           หลังจากเห็นการกระทำของผู้อาวุโสทั้งสาม ทำไมเย่ ซ่งจะไม่รู้ว่าสามผู้อาวุโสของตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์จะยึดติดอยู่กับความคิดเดิม   เย่ ซ่งคำรามอย่างเกรี้ยวกราด เขาผสานร่างเข้ากับดวงจิตอสูรวานรยักษ์เหมันต์และเริ่มทำการจู่โจม นักสู้ระดับทองดำสามคนที่มากับเย่ ซ่งตรงเข้าล้อมกรอบผู้อาวุโสทั้งสาม


    การต่อสู้ที่ดุดเดือดเริ่มต้นขึ้นทันที


ณ จวนท่านเจ้าเมือง ห้องโถงกลาง


    การปะทะคารมกับเนี่ยหลี่ทำให้เสิ่นฮองรู้สึกสังหรณ์ใจ เขารู้สึกได้ว่าเนี่ยหลี่และพวกกำลังถ่วงเวลาเพื่อจุดประสงค์อะไรบางอย่างอยู่


      เสิ่นฮอง คิดอะไรขึ้นมาได้ในทันที หากเย่ ซ่งไม่ตายหรือ เย่ ฮั่นเป็นคนของเย่ ซ่ง อย่างนั้นเย่ ซ่งก็สามารถยืนยันได้ว่าตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ทรยศ ด้วยการที่เย่ ซ่งเป็นคนที่ทำอะไรรวดเร็วและเด็ดขาด เขาอาจจะสร้างความหายนะขึ้นที่รังของตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ไปแล้ว


         “เนื่องจากตระกูลวายุเหมันต์ไม่ไว้วางใจตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ของข้า นั่นหมายถึงตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ยังมีสิทธิ์เสนอหน้าอยู่ที่นี่อีกหรือ? พวกเรากลับ!” เสิ่นฮองพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาแล้วตบโต๊ะปังพร้อมกับลุกขึ้นยืน




  คนของตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์สองถึงสามร้อยคนลุกขึ้นเช่นเดียวกัน


        “ผู้อาวุโสเสิ่นฮอง ท่านเจ้าเมืองของพวกเรามีคำสั่ง การประชุมนี่เกี่ยวโยงกับความปลอดภัยของนครรุ่งโรจน์ ถ้าใครออกไปโดยไม่ได้รับอนุญาตจะถือว่ามันผู้นั้นเป็นคนทรยศ” เย่ ซิ่วคำราม


     พวกเขาไม่เคยคิดว่า เย่ ซิ่วจะหนักแน่นมั่นคงขนาดนี้ เหล่าผู้ช่ำชองจากตระกูลอื่น ๆ จับตามองมาที่ เสิ่นฮองและสมาชิกของตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์


        ทุกคนรู้สึกถึงบรรยากาศที่เป็นปรปักษ์ พวกเขาสงสัยว่าสถานการณ์จะดีขึ้นได้อย่างไร จะมีการต่อสู้กันเกิดขึ้นหรือไม่? ตระกูลวายุเหมันต์จะจัดการอย่างไรกับตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์?


        เสิ่นฮองมองเย่ ซิ่วและพวกแล้วพูด “ถ้าหากท่านเจ้าเมืองต้องการให้พวกเราอยู่ เราก็ไม่มีอะไรจะโต้แย้ง อย่างไรก็ตามอะไรคือสิ่งที่เจ้าตัดสินใจ? เจ้าสามารถพูดแทนตระกูลวายุเหมันต์ได้อย่างนั้นหรือ? เจ้าสามารถพูดแทนท่านเจ้าเมืองได้หรือ? ตอนนี้ไม่มีใครรู้ว่าท่านเจ้าเมืองยังมีชีวิตหรือหรือไม่ พวกเจ้ามีเจตนาอะไรซ่อนอยู่ พวกเจ้านั้นกำลังพยายามจะสร้างความโกลาหลให้กับนครรุ่งโรจน์!”


        แม้ว่าผู้อาวุโสจากหลาย ๆ ตระกูลจะยังคงเชื่อคำพูดของเย่ ซิ่วและพวก แต่พวกเขาก็ยังลังเลเกี่ยวกับตัวของเย่ ซิ่วและพวกเช่นกัน พวกเขาแสดงออกถึงการต่อต้านตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์? อะไรจะเกิดขึ้นหากเสิ่นฮองพูดความจริง?


      “หากตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์เชื่อฟังคำของพวกเรา ทำไมท่านถึงรีบร้อนด่วนจากไป ทำไมพวกเราไม่รอให้ท่านเจ้าเมืองกลับมาล่ะ แบบนั้นเป็นยังไง?” เย่ ซ่ง หรี่ตา เขาสังเกตว่าจิ้งจอกเฒ่ารู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่าง ในตอนนี้เขาทำได้แค่เพียงข่มขู่เสิ่นฮอง


        “ใครจะรู้ว่าเจ้ามีเจตนาอะไรซ่อนอยู่ถึงได้เรียกพวกเหล่าผู้อาวุโสมาประชุมกัน?” เสิ่นฮองคำราม “มันอาจจะเป็นกลยุทธ์ล่อพวกเราออกมาแล้วส่งใครไปทำลายตระกูลของเรา!”


      ทุก ๆ คำพูดของเสิ่นฮองทิ่มแทงเข้าไปในใจของพวกเขา แม้กระทั่งผู้อาวุโสจากหลายตระกูลก็ยังลังเล


         “เสิ่นฮอง การชุมนุมครั้งนี้ท่านเจ้าเมืองเป็นคนที่เรียกประชุมด้วยตัวของท่านเอง เจ้าสงสัยท่านเจ้าเมืองงั้นรึ?” เนี่ยหลี่จับจ้องเสิ่นฮอง เขารู้ว่าจิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์ไม่สามารถควบคุมได้แล้ว เขาแค่ต้องถ่วงเวลาให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้


      “ใครจะรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับท่านเจ้าเมือง? ใครจะรู้ว่าพวกเจ้าวางแผนอะไรเอาไว้?” เสิ่นฮองคำราม  เราจะจากไปเดี๋ยวนี้แล้ว! ข้าจะดูซิว่าใครจะกล้าต่อต้านพวกเรา!”


      ผู้อาวุโสของตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์เดินไปที่ทางออกของห้องโถงกลาง

     ตอนแรกผู้อาวุโสของตระกูลอื่น ๆ ยังยึดมั่นความคิดเดิม หลังจากปราศจากหลักฐาน พวกเขาก็ไม่รู้ว่าจะเชื่อใครดี พวกเขาได้แต่เฝ้ามองจากวงนอกเท่านั้น


    เย่ ซิ่วและพวกทั้งหมดคำราม “หยุดพวกเขาเอาไว้!”



ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น