วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 179 – Prestige

Tale of the demon and god novel Chapter 179 – Prestige

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 179 - เกียรติ


บทที่ 179 - เกียรติ


เสิ่นฮอง เผยรอยยิ้มจืดๆและพูดออกมาด้วยสีหน้าที่ขาวซีด “น้องฮูหยาน เจ้าช่างตลกเสียจริง ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ต่างก็ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเมืองกลอรี่มาโดยตลอด พวกเราจะก่อกบฎไปทำไมกัน?”

“ฮาฮ่า งั้นข้าก็สบายใจหน่อย” ฮูหยานเซี่ยงหัวเราะออกมา

     แม้พวกเขาจะทำตัวสงบเสงี่ยมกันอยู่ แต่ยอดฝีมือจากตระกูลต่างๆก็ไม่ได้ส่งเสียงดังเหมือนอย่างเคย พวกเขารู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่ผิดปกติ ผู้นำตระกูลเหล่านี้ล้วนแต่เจ้าเล่ห์ทั้งนั้น พวกเขาพอจะจับได้รางๆแล้วว่าความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลวายุเหมันต์กับตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์นั้นมีแต่จะย่ำแย่ลงไปเรื่อยๆ

     ฮูหยานเซี่ยงเป็นถึงมือขวาของท่านเจ้าเมือง การกระทำของเขาเป็นการทดสอบตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์อย่างชัดเจนและปฏิกิริยาของพวกเขากลับมีมากจนน่าตกใจ นั่นแสดงว่าจริงๆแล้วพวกเขากำลังเตรียมที่จะเกิดการต่อสู้ขึ้นในไม่ช้าเป็นแน่

เนี่ยหลี่ เย่ ซิ่วและเย่ โจวได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดจากที่นั่งด้านบนของพวกเขา

     เย่ โจวส่ายหัวแล้วถอนหายใจออกมา “น้องฮูหยาน เขาวู่วามเกินไปยิ่งนัก แต่เขาก็รู้ตัวว่าทำอะไรลงไป แต่ถึงอย่างนั้นเขาเพียงแค่จะทดสอบตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น ผลลัพธ์ที่แสดงออกมานั่นหมายความว่า พวกเขาตัดสินใจที่ก่อกบฏขึ้นมาจริงๆ!”




     “เสิ่นฮองนั้นมีจิตใจที่คับแคบและละโมบ เขาเองก็หมายตาที่จะได้ครองตำแหน่งเจ้าเมืองมานานแล้ว ถึงกับทำเรื่องน่าละอายอย่างการส่งให้เสิ่นเหย่ มาสนิทสนมกับหวิ๋นเอ๋อ” เย่ ซิ่วถอนหายใจออกมา ที่อันตรายที่สุดก็คือท่านเจ้าเมือง เย่ ซ่งที่ไม่บุตรชายเอาไว้สืบทอดตำแหน่งเขาเลย มีเพียงบุตรสาวเพียงคนเดียวเท่านั้น แม้ว่าเขาจะรับเอา เย่ ฮั่น มาเป็นบุตรบุญธรรมแต่การทรยศของ เย่ ฮั่นนั้นทำให้ตระกูลวายุเหมันต์ต้องละอายใจยิ่งนัก

     เนี่ยลี่ยังไม่ได้เคลื่อนไหวอะไรมากนัก เขาไม่เคยคิดเลยว่าบิดาของฮูหยานหลานเร่อนั้นจะสามารถรู้ถึงความลับ ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ที่จะทรยศเมืองกลอรี่ได้ขนาดนี้ จากที่ได้สังเกตมา คนที่ เย่ ซ่ง เชื่อใจมากที่สุดคงจะเป็นฮูหยานเซี่ยง เป็นแน่

   งานเลี้ยงไม่ได้เต็มไปด้วยเสียงดัง เหมือนเคย เสิ่นฮองมองไปรอบๆและรู้สึกได้ถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่อตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์      ฮูหยานเซี่ยงได้เตือนตระกูลอื่นๆเกี่ยวกับพวกสัมพันธ์ระหว่างตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์กับตระกูลวายุเหมันต์กำลังจะไปถึงจุดแตกหัก และขอให้ทุกตระกูลรักษาระยะห่างกับพวกเขาเอาไว้ด้วย

     แม้ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์จะเป็นถึงหนึ่งในสามตระกูลใหญ่ก็ตาม ถ้าพวกเขาต้องเลือกระหว่างตระกูลวายุเหมันต์และตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์แล้วล่ะก็ พวกเขาจะเลือกตระกูลวายุเหมันต์อย่างไม่ลังเลเลย เพราะสิ่งที่พวกเขาต่างก็รู้กันก็คือ ตระกูลวายุเหมันต์นั้นปกครองเมืองกลอรี่ หลายร้อยปีแล้ว ตระกูลวายุเหมันต์ได้วางรากฐานเอาไว้จนยากที่จะหยั่งถึง เป็นสิ่งที่ตระกูลอื่นๆนั้นไม่อาจจะทำให้สั่นคลอนได้เลยแม้แต่น้อย

   เสิ่นฮองมองไปยังเหล่าผู้นำตระกุลต่างๆที่อยู่รอบๆ พวกเขาต่างก็หลบหน้าเพราะทำตามคำสั่งที่ให้หลีกเลี่ยงเขาเอาไว้

  เสิ่นฮองเงยหน้าขึ้นไปมองที่นั่งด้านบนของลานจัดงานเลี้ยงที่เป็นที่นั่งของเย่ ซิ่ว เย่ โจวและเนี่ยหลี่ สีหน้าเขาหม่นหมองและดื่มเหล้าเข้าไปอีก

     ปกติแล้ว ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์นั้นมักจะวางแผนอย่างรอบคอบเสมอ หากทุกอย่างสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีแล้วล่ะก็ ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์คงจะไม่ต้องลงทุนมากขนาดนี้และสามารถล้มผู้นำอย่างตระกูลวายุเหมันต์ได้แน่นอน แต่ตอนนี้ ทั้งหมดก็พังทลายตั้งแต่ที่ เจ้าเนี่ยหลี่ได้ปรากฎตัวออกมา

    เสิ่นฮองนั้นรู้สึกเหมือนไม่สามารถหาทางออกได้ ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์นั้นไปเป็นศัตรูกับเนี่ยหลี่ ตั้งแต่ชาติปางก่อนหรืออย่างไร? ทำไมเนี่ยหลี่ถึงได้ต่อต้านตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์มาโดยตลอด? เสิ่นฮองคิดแล้วก็เสียใจเกินกว่าที่จะพรรณนาออกมาได้

    ตอนนี้ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ถูกบีบให้จนมุมซะแล้ว  ด้วยตระกูลมากมายในเมืองกลอรี่ ต่างก็เว้นระยะห่างจากวพวกเขามากขึ้นเรื่อยๆและการกดดันจากตระกูลวายุเหมันต์ก็ยังคงดำเนินต่อไปอย่างนี้ ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์เหลือเพียงแค่สองทางเลือกเท่านั้น หนึ่งคือยอมจำนนแต่โดยดี ส่วนอีกทางก็คือการสมรู้ร่วมคิดกับสมาคมทมิฬและเปิดฉากการโจมตี

   เสิ่นฮองจะไม่มีทางเลือกข้อแรกอย่างแน่นอน แต่การเลือกข้อสอง ถ้าพวกเขาล้มเหลว พวกขาจะโดนประณามไปตลอดกาล

ตอนนี้ ที่โรงเตี๊ยมบางแห่งในเมืองกลอรี่ ที่เป็นส่วนหนึ่งของตำหนักใหญ่ในตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ ในไม่ช้านี้การต่อสู้ก็กำลังจะเริ่ม

     เย่ ซ่งบุกเข้าไปยังตำหนักใหญ่ของตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ การบุกเข้าไปโดยพาเอายอดฝีมือระดับแบล็คโกลด์หลายคนตามไปด้วย ส่วนทหารคุ้มกันได้ล้อมตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์เอาไว้แล้ว ตอนนี้การปิดล้อมนี้น้ำสักหยดยังผ่านไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำ แม้จะกลายเป็นนกก็ไม่มีทางที่จะหนีรอดไปได้แน่นอน

  อย่างไรก็ตาม เย่ ซ่ง และฝีมือของตระกูลวายุเหมันต์ยังไม่ได้สังหารใครเลยสักคน พวกเขาเพียงทำให้คนของตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์บาดเจ็บเท่านั้น

   แต่เมื่อเย่ ซ่งเตรียมที่จะเข้าไปในส่วนของห้องโถงใหญ่ของตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ บริเวณนั้นก็เปล่งแสงออกมามากมาย อักขระและอาคมที่ลึกลับมากมายหลายสิบอันก็ปรากฎออกมาพร้อมกันแล้วหมุนวนไปรอบๆดังเป็นเหมือนกับตาพายุ จนกลายเป็นพลังม่านบาเรียป้องกันเอาไว้

      เย่ ซ่งขมวดคิ้วเข้ามาชนกัน นี่คงเป็นค่ายกลลงอาคมที่บรรพชนของตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์วางเอาไว้ป้องกันอันตรายเป็นแน่

นี่คงเป็นการป้องกันตัวเองของตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์อย่างแน่นอน

  “ค่ายกลนี้เอาไว้ใช้สำหรับพวกสัตว์อสูรเท่านั้น มันจะ ต้านทานข้าได้ยังไงกัน?” ชุดของเย่ ซ่งโบกสบัดไปตามแรงลมและเขาก็เดินตรงเข้าไปยังค่ายกลนั้นอย่างช้าๆ

    ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์นั้นอยู่กับเมืองกลอรี่มานานหลายปี มีหรือที่ตระกูลวายุเหมันต์จะไม่รู้ถึงไพ่ตายที่ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์มีไว้อยู่ในมือ? เย่ ซ่งแทบจะรู้ทุกสิ่งทุกอย่างของตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์จนหมดไส้หมดพุง! มีเพียงสิ่งหนึ่งที่ไม่รู้คือ ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ได้แอบสมรู้ร่วมคิดกันกับสมาคมทมิฬและความสัมพันธ์นั้นไปถึงระดับไหนแล้วเท่านั้น

    “นี่สำหรับการทรยศต่อเมืองกลอรี่...ตายซะเถอะ!” เย่ ซ่งหน้ามืดลงมือเพราะความโกรธ เขากลายร่างเป็นราชันย์วานรวายุเหมันต์และคำรามออกมา ท้องฟ้าโดยรอบพลันเยือกเย็นเหมือนกับถูกแช่แข็งและพลังความเย็นนั้นก็พุ่งไปยังค่ายกลลงอาคมป้องกันของตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์

     ตั้งแต่ที่เขาหลอมรวมกับจิตวิญญาณอสูร ราชันย์วานรวายุเหมันต์ ความแข็งแกร่งของเย่ ซ่งก็เพิ่มขึ้นมาอย่างคลื่นยักษ์ที่โหมกระหน่ำ อีกเพียงนิดเพียงนิดเดียวเท่านั้นเขาก็จะก้าวเข้าไปสู่ระดับตำนานได้สำเร็จ ยิ่งเขาสามารถควมคุม ราชันย์วานรวายุเหมันต์ได้อย่างสมบูรณ์แล้วล่ะก็ พลังของเขาก็จะเพิ่มขึ้นมาถึงสี่เท่าจนน่าตะลึงอย่างที่สุด

 บูมม!...บูมม!...บูมม!

  พายุหิมะยังโหมโจมตีใส่ค่ายกลลงอาคมที่ใช้ป้องกันตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์

เนี่ยหลี่และพรรคพวกยังไม่ได้ออกมาประกาศใดทั้งสิ้น ยอดฝีมือจากตระกูลต่างๆจึงได้เริ่มพูดคุยสนทนากันเสียงดังต่ออีกครั้ง

      หลังจากที่เสิ่นฮองได้ดื่มเหล้าเข้าไปอีกหลายจอก เขาเริ่มมั่นใจแล้วว่ามีบางอย่างผิดปกติ แม้ว่าผู้คนจากตระกูลต่างๆมากันพร้อมหน้าแล้ว ทำไมยังไม่เริ่มงานเลี้ยงกันเสียที? เหมือนว่าพวกเขากำลังถ่วงเวลาเอาไว้ ตระกูลวายุเหมันต์คิดอะไรอยู่กันแน่?แต่หลังจากทันทีที่คิดได้บางอย่างออก เสิ่นฮองก็ถึงกับเหงื่อตก

     เสิ่นฮองตบโต๊ะและลุกขึ้นมา

เสียงจากการกระแทกโต๊ะทำให้ทั่วทั้งงานเงียบเสียงทันที สายตาของทุกคนล้วนมองไปที่เสิ่นฮอง

     “พวกเราไม่ได้มาหารือกันเรื่องการยกทัพของสัตว์อสูรหรอกรึยังไงกัน? หากเป็นดังนั้น ข้าก็จะขอถามอะไรสักอย่าง ท่านเจ้าเมืองอยู่ไหน? ทำไมท่านเจ้าเมืองยังไม่มาปรากฎตัวกันล่ะ? ทำไมต้องให้แขกทุกท่านที่มาจะตระกูลต่างๆต้องรอด้วย?” เสิ่นฮองพูดออกมาอย่างเยือกเย็น แม้เขาจะไม่ได้ใช้เสียงดัง แต่เสียงนั้นลึกและทรงพลัง ทุกคนในงานเลี้ยงสามรถได้ยินเสียงเขาทั้งหมด

      เมื่อได้ยินคำพูดของเสิ่นฮอง ยอดฝีมือจากตระกูลต่างๆก็เริ่มพูดคุยกันว่ามันเป็นความจริง พวกเขาก็รู้สึกสงสัยด้วยเช่นกัน เพราะพวกเขารอมาจนถึงป่านนี้แล้วและยังไม่เห็นท่านเจ้าเมืองออกมาปรากฎตัวเลย ปกติงานเลี้ยงแบบนี้ท่านเจ้าเมืองจะต้องมาเป็นประธานงานนี้ด้วยตัวเขาเองมิใช่รึ?

อย่างไรก็ตาม เสิ่นฮองมีท่าทีที่ลำพองใจขึ้นมาเล็กน้อย

       “ท่านผู้อาวุโสเสิ่นฮอง ท่านเจ้าเมืองมีงานอะไรบางอย่างที่จะต้องไปสะสางอยู่ก็เป็นได้ เขาคงจะมาในอีกไม่ช้านี้หรอกครับ ท่านผู้อาวุโสเสิ่นฮอง หากท่านทนรอไม่ไหว ข้าจะเป็นประธานงานเลี้ยงนี้เอง” เนี่ยหลี่พูดอย่างสุภาพและขมวดคิ้ว เจ้ามารจิ้งจอกเฒ่าในที่สุดก็รู้ตัวแล้ว เมื่อหมามันจนตรอกมันก็ต้องมีแว้งกัดใส่เป็นธรรมดา เนี่ยหลี่รู้สึกประหลาดใจกับการโต้กลับของเสิ่นฮองว่าจะทำแบบนี้

      ณ เวลานั้น สายตาของทุกคนล้วนจ้องมองไปที่เนี่ยหลี่ ก่อนที่เย่ ซ่งจะมาถึง เนี่ยหลี่น่ะหรือที่จะเป็นประธานให้กับงานเลี้ยงนี้? ไม่มีใครคาดคิดว่าเนี่ยหลี่จะมีฐานะที่สูงอย่างนี้เลยสักคน

       “ฮาฮ่าๆ ไร้สาระ! เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอย่างเจ้าน่ะหรือที่จะมาเป็นประธานงานที่ยิ่งใหญ่อย่างนี้ได้น่ะ? นี่ตระกูลวายุเหมันต์กำลังเล่นตลกอะไรกับพวกเรากันแน่เนี่ย?” เสิ่นฮองหัวเราะออกมาอย่างสะใจ เสียงนั้นดังสนั่นไปทั่วทั้งงานเลี้ยงนี้

       ได้ยินคำพูดของเสิ่นฮอง ยอดฝีมือจากตระกูลต่างๆมีความรู้สึกที่แตกต่างออกไป หากผู้นำตระกูลต่างๆไม่เคยได้พบหรือไม่เคยแม้แต่รู้เลยว่าใครคือเนี่ยหลี่ พวกเขาจะมีความคิดเห็นเช่นไรกับนี้ยังไงกันนะ? แต่หลังจากที่การกรีฑาทัพของสัตว์อสูรได้บุกเข้ามา เนี่ยหลี่ได้สร้างผลงานชิ้นใหญ่เอาไว้ เนี่ยหลี่ทำให้ทั้งความเสียหายและจำนวนผู้คนที่เสียชีวิตเหลือน้อยที่สุดกว่าทุกครั้งที่สัตว์อสูรได้บุกมาโจมตี

     ยอดฝีมือคนธรรมดาทั่วไปหรือแม้แต่ผู้นำตระกูลหลายคนไม่ได้ออกมาความเห็น พวกเขาไม่กล้าที่จะพูดเยาะเย้ยหรือถากถางออกไปแบบสุ่มสี่สุ่มห้า บางคนที่ยังไม่เคยเห็นเนี่ยหลี่มาก่อนก็เริ่มพูดคุยกันด้วยเสียงค่อยๆ

“ท่านรู้จักเขามั้ย?คนที่ชื่อเนี่ยหลี่คนนั้นน่ะ!”

“เนี่ยหลี่? นั่นคือคนที่เป็นดาวรุ่ง สุดยอดอัฉริยะของเมืองกลอรี่ มิใช่รึ?”

“ข้าได้ยินมาว่าเขามาจากตระกูลบันทึกสวรรค์ด้วยนะ!”

แม้ว่าพวกเขาจะไม่เคยได้พบเนี่ยหลี่มาก่อน แต่พวกเขาก็ได้ยินชื่อเสียงของเนี่ยหลี่มาแล้วทั้งนั้น

       เหล่ายอดฝีมือในงานเลี้ยงต่างก็มองไปยังตระกูลบันทึกสวรรค์ และเมื่อได้เห็น เนี่ยไฮ้ เนี่ยอิงและคนอื่นๆ พวกเขาก็รู้สึกตื่นเต้นและแสดงออกมาทางสีหน้าของพวกเขา แม้กระทั่งในอกของพวกเขาแทบจะระเบิดออกมา งานเลี้ยงนี้แท้จริงแล้วเนี่ยหลี่เป็นประธานในครั้งนี้ พวกเขามีหรือที่จะไม่รู้สึกภูมิใจแบบนี้มาก่อนเลย? เมื่อพวกเขาทั้งหมดได้รู้ถึงในสิ่งที่เนี่ยหลี่กระทำไปไม่นานมานี้  ในตอนนี้เนี่ยหลี่ก็กลายมาเป็นคนที่สำคัญอันดับหนึ่งของเมืองกลอรี่ไปเสียแล้ว

    เป็นเพราะเนี่ยหลี่ ตระกูลบันทึกสวรรค์ถึงได้ย้ายมาอยู่ในพื้นที่ขนาดใหญ่ใจกลางเมืองกลอรี่ได้ ซึ่งห่างจากตำหนักท่านเจ้าเมือง ไปเพียงไม่กี่ร้อยเมตร อีกทั้งมีอะไรบางอย่างที่ทำให้สมาคมนักปรุงยาได้ติดต่อทำการค้ากับตระกูลบันทึกสวรรค์ และในขณะเดียวกันจำนวนของทหารคุ้มกัน ของตระกูลบันทึกสวรรค์เองก็เพิ่มขึ้นมาหลายพันคนจนกลายเป็นตระกูลที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมาได้

   พวกเขาไม่เคยนึกมาก่อนเลยว่า  ตระกูลบันทึกสวรรค์นั้นจะรุ่งเรื่องได้ถึงขนาดนี้ สายตาของเหล่ายอดฝีมือล้วนเต็มไปด้วยความตื่นเต้น

ความรุ่งเรื่องของตระกูลบันทึกสวรรค์นี้ต้องมาจากเนี่ยหลี่เป็นแน่

     “ข้าได้ยินมาว่าขณะที่กองทัพสัตว์อสูรได้บุกเข้ามา เนี่ยหลี่ได้ใช้วิธีลึกลับบางอย่างจนทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตเหลือน้อยที่สุด มีเพียง 1 ใน 10 เท่านั้น ของจำนวนคนที่ได้เสียชีวิตไปในสงครามต่อสู้กับกองทัพสัตว์อสูรบุกมาโจมตีครั้งที่ผ่านมา!”

“มันเป็นเช่นนั้นหรอกรึ!”

    “ข้ายอมรับในตัวเขา หากไม่ใช่เพราะเขาแล้ว ข้าคงได้ตายไปในการโจมตีของกองทัพสัตว์อสูรเป็นแน่ ในระหว่างกองทัพสัตว์อสูรบุกเข้ามา อสูรวายุเหมันต์กำลังใช้กรงเล็บของมันแทงเข้ามาที่คอของข้า เขาช่วยข้าเอาไว้ก่อนที่หัวข้าจะขาด โชคดีที่มีเพียงอสูรระดับโกลด์เพียงไม่กี่ตัวเท่านั้นที่ปีนขึ้นมาบนกำแพงได้ หากมันไม่เป็นดังนั้นแล้วมันจะเกิดอะไรขึ้นใครเล่าจะรู้ได้!”

“ข้าก็ยอมรับในตัวเขาเช่นกัน มันเป็นเรื่องจริงที่พี่น้องของข้าหลายคนรอดตายจากเหตุการณ์นี้!”

      ยอดฝีมือจากตระกูลต่างๆได้รู้ว่าเป็นเพราะเนี่ยหลี่ที่ได้ช่วยเหลือพวกเขาในขณะที่กองทัพสัตว์อสูรบุกโจมตีเข้ามา พวกเขาทั้งหมดล้วนแต่ยอมรับในตัวเขา เมืองกลอรี่สามารถถูกทำลายโดยกองทัพสัตว์อสูรได้ทุกเมื่อ แต่ถึงกระนั้นทุกตระกูลต่างก็รู้ว่าการร่วมมือกันเท่านั้น พวกเขาจะสามารถป้องกันเมืองกลอรี่เอาไว้ได้จากการกลืนกินและการเสื่อมถอยลงไปเรื่อยๆได้อย่างไร จนต้องมีใครสักคนที่จะสามารถมาช่วยพวกเขาต่อสู้จากการกรีฑาทัพของสัตว์อสูร เขาก็ควรที่จะได้รับการยกย่องสรรเสริญ

     เสิ่นฮองไม่คิดเลยว่าชื่อเสียงของเนี่ยหลี่นั้นจะเข้าไปอยู่ในใจของเหล่ายอดฝีมือจากตระกูลต่างๆได้ถึงขนาดนี้ ในใจของเขาเริ่มกลายเป็นมืดหม่นขึ้นมาเรื่อยๆ ด้วยชื่อเสียงของตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์นั้นไม่อาจจะเทียบได้กับเจ้าเด็กนี้ได้เลยจริงๆ!



ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น