วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 177 – Help getting out of embarrassment

Tale of the demon and god novel Chapter 177 – Help getting out of embarrassment

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 177 - ขวยเขิน


บทที่ 177 - ขวยเขิน

   แม้แต่ผู้นำตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ เสิ่นฮอง ยังไม่หายจากการช็อค ถึงแม้จะเป็น เย่ ซ่งการจะรับฝ่ามืออัคคีในระยะแค่นี้อาจได้รับบาดเจ็บจากฝ่ามือนี้ แล้วนี่เขาใครกัน เด็กหนุ่มลึกลับคนนี้เนี่ยนะ? มีร่างกายที่ทรงพลังขนาดนี้ได้ยังไงกัน? เป็นไปได้มั้ยว่าเขาไปถึงระดับตำนานแล้ว?


    ก่อนที่ทุกคนจะเรียกสติกลับคืนมาได้ มือของต้วนเจี้ยนคว้าแขน เสิ่นหยานเอาไว้ทันทีแล้วเตะเข้าไปที่บริเวณท้องของเขา


       ทันใดนั้นเอง เสิ่นหยาน สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นสีเขียวและอ้วกออกมาแทบหมดไส้หมดพุง การโจมตีที่หนักหน่วงนี้ร่างกายของเขาไม่อาจจะทนได้ จนทำให้กระดูกบางจุดถึงกับหัก


       เนี่ยหลี่พยักหน้าเล็กน้อย ต้วนเจี้ยนนั้นทราบดีว่าควรจะทำอย่างไรที่จะใช้ร่างกายของเขาให้ได้เปรียบ โดยเริ่มแรกต้องจงใจเผยจุดอ่อนให้เห็น ให้ฝ่ายตรงข้ามจู่โจมเข้ามา จากนั้นเมื่อ เสิ่นหยาน ลดการป้องกันลงก็คว้าแขนเขาเอาไว้เพื่อไม่ให้เสิ่นหยานหลบหนีได้และเตะเข้าไปอย่างไม่ปราณี ง่ายๆและรุนแรงแต่มันจะได้ผลดีเกินคาด ถ้าเป็นยอดฝีมือระดับแบล็คโกลด์ทั่วไปคงอาการสาหัสจากการโจมตีโดนปราศจากคำเตือน การโจมตีนี้อาจจะทำให้เขาไม่สามารถกลับมาต่อสู้ได้อีกต่อไป





     “ต้วนเจี้ยน อย่าฆ่าเขา” เนี่ยหลี่พูดออกมาอย่างสงบ ถ้าเขาฆ่าคนของตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ตอนนี้ อาจจะไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้เป็นแน่ ตอนนี้มันยังไม่ถึงเวลาที่จะทำ!


 “ครับ!” ต้วนเจี้ยนปล่อยมือและเสิ่นหยานก็ร่วงลงไปกองกับพื้น ถึงกับขดตัวเป็นกุ้งอยู่ที่พื้น


แค่ทีเดียว เขาก็ทำให้ยอดฝีมือระดับแบล็คโกลด์ลงไปนอนกองกับพื้นได้เลยงั้นรึ?


    ที่ลานจัดงานเลี้ยงทุกคนถึงกับเงียบกริบ พวกเขายังตกใจและมองไปที่ต้วนเจี้ยน เด็กหนุ่มคนนี้ช่างน่ากลัวยิ่งนัก


       เย่ ซิ่วและเย่ โจวมองหน้ากัน พวกเขาต่างเห็นสายตาที่กำลังทึ่งของพวกเขาเอง แม้จะสัมผัสได้ว่าพลังของต้วนเจี้ยนนั้นก็ไม่ธรรมดานั้น แต่มันก็เกินกว่าที่พวกเขาคาดเอาไว้ ด้วยการที่โดนฝ่ามืออัคคีในระยะใกล้แค่นั้นกลับไม่เป็นอะไรเลย จากนั้นก็เตะสวนกลับไปอย่างไม่ปราณี


ความแข็งแกร่งขนาดนี้ คงจะไม่เป็นรองเย่ ซ่งหรอกนะ ใช่มั้ย?


ประเด็นคือ เด็กหนุ่มคนนี้ทำตามคำสั่งของเนี่ยหลี่! เนี่ยหลี่มีลูกน้องที่เก่งขนาดนี้ได้ยังไง!


       ยอดฝีมือจากตระกูลต่างๆใช้เวลาสักพักกว่าจะเรียกสติกลับมาได้ พวกเขาสูดลมหายใจเข้าไปเฮือกใหญ่ ด้วยความแข็งแกร่งของต้วนเจี้ยน ในเมืองกลอรี่ คงมีไม่เกินสามคนที่จะสามารถล้มเขาได้! ปัญหาคือ พวกเขาไม่เคยได้ยินเรื่องราวขางเด็กหนุ่มคนนี้มาก่อนเลย จู่ๆเขาก็โผล่มาราวกับดาวหาง นี่เป็นเหตุผลที่คนอื่นๆต่างก็ตกตะลึง


  ในขณะนั้น มือของเสิ่นฮองก็สั่นเล็กน้อย ถ้าเปรียบกับความแข็งแกร่งของเขา ต้วนเจี้ยนก็ไม่ได้เป็นรองเขาเลย เนี่ยหลี่มีลูกน้องที่ทรงพลังยิ่งนัก!


     ในตอนนั้น เสี่ยวอี้ และพรรคพวกถึงกับตาโต พวกเขาจ้องเขม็งไปที่เนี่ยหลี่และนัยน์ตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความกลัว พวกเขาเข้าใจแล้วว่าประเมินเนี่ยหลี่ ต่ำไป ด้วยพรสวรรค์ในการบ่มเพาะพลังของเขา, ความแข็งแกร่งของคนที่อยู่ใต้อาณัติของเนี่ยหลี่นั้นต่างก็ทำให้พวกเขาหวาดกลัว


ได้เห็นเสิ่นหยาน นอนกองอยู่บนพื้น เสิ่นซิ่วก็อดไม่ได้ที่ในใจจะรู้สึกกลัวขึ้นมาอีกครั้ง เธอถึงกับหน้าซีดแล้วถอยออกมา


      “ข้าเกลียดผู้หญิงที่เลวทรามที่สุด!” ต้วนเจี้ยนจ้องอย่างเย็นชาไปที่เสิ่นซิ่ว เขานึกย้อนถึง ซิคง หงหยู่ ที่เฆี่ยนตีเขา นั่นทำให้ความดุร้ายในตัวเขาปะทุออกมา เขายกแขนขึ้นมาอย่างช้าๆ

เปรี้ยง!


   เสิ่นซิ่วถึงกับกระเด็นลอยไปจากการตบ หน้าของเธอบวมขึ้นมาและนอนอยู่บนพื้น ผมของเธอกระเซอะกระเซิง ช่างดูแล้วน่าอนาถใจยิ่งนัก


       “เจ้า...” เสิ่นซิ่ว น้ำหูน้ำตาไหลออกมา เธออยากจะพูดบางสิ่งแต่ปากเธอบวมเจ่อ ยิ่งทำให้เธอดูน่าสังเวชเข้าไปอีก เธอเป็นถึงน้องสาวของผู้นำตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ เธอไม่เคยรู้สึกน่าอดสูเช่นนี้มาก่อน เสิ่นซิ่วจึงอดไม่ได้ที่จะร้องไห้ออกมา

    ขณะที่ต้วนเจี้ยนกำลังจะลากตัวเสิ่นซิ่วออกมา ก็มีคนหนึ่งปรากฏตัวต่อหน้าเขา เขาคนนั้นดูยิ่งใหญ่ราวเป็นภูเขา พลังที่ปล่อยออกมาถูกส่งให้มากดตัวต้วนเจี้ยนเอาไว้


  คนคนนี้เป็นยอดฝีมือ! ในใจของต้วนเจี้ยน รู้สึกทึ่ง เขาเงยหน้าขึ้นมาและพบว่าคนนั้นก็คือผู้นำตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ เสิ่นฮองนั่นเอง


   “เจ้าหนุ่ม ถอยไปซะที่ยังมีโอกาส มันจะเป็นการดีกว่านะ และข้าขออภัยแทนเสิ่นหยาน กับ เสิ่นซิ่วที่ได้ล่วงเกินท่านไปด้วย” เสิ่นฮองพูดขณะกำลังมองต้วนเจี้ยน


   เนี่ยหลี่ก็ยักคิ้วตอบ แม้เรื่องราวจะเลยเถิดมาไกลขนาดนี้ จิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์คนนี้ยังทนอยู่ได้ นั่นทำให้เนี่ยหลี่ยิ่งสนใจว่าตาเฒ่าเจ้าเล่ห์คนนี้วางแผนอะไรเอาไว้


    ต้วนเจี้ยนหันไปมองเนี่ยหลี่และเนี่ยหลี่ก็พยักหน้าเล็กน้อย ต้วนเจี้ยนเพียงยืนหยัดเอาไว้และไม่ได้ขัดขืนต่อเสิ่นฮองอีก เขาเพียงแค่ทรงตัวเอาไว้เท่านั้น


คนอื่นๆจากตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์รุดเข้ามาและพาเสิ่นหยานกับเสิ่นซิ่วออกไป


     เมื่อได้ช่วยพวกเขาแล้ว เสิ่นฮองจึงหันกลับและเตรียมที่จะผละออกไป เขาจ้องไปที่ต้วนเจี้ยนและพูดด้วยเสียงที่เบาลงว่า “เจ้าหนุ่มด้วยความแข็งแกร่งของเจ้า มันช่างน่าสมเพชนักที่ต้องทำตามคำสั่งของเจ้าเด็กนั่น ถ้าเจ้าสนใจแล้วล่ะก็ หลังจากผ่านวันนี้ไป เจ้าสามารถมาเยี่ยมเยียนตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ของข้าได้นะ ประตูของตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ยินดีเปิดรับเจ้าเสมอ!”


 หลังจากที่ได้พูดเสร็จ เสิ่นฮองก็กลับไปยังพื้นที่ของตระกูลของเขา


       ได้ยินสิ่งที่เสิ่นฮองพูด ต้วนเจี้ยนยิ้มออกมาเล็กน้อย เสิ่นฮองนั้นพยายามที่จะดึงตัวเขาไปร่วมด้วย แต่ เสิ่นฮองคงคิดไม่ถึงว่า เขากับเนี่ยหลี่ไม่มีความสัมพันธ์แบบลูกน้องที่ธรรมดาทั่วไป เขาตั้งใจที่จะติดตามเนี่ยหลี่ ไม่ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้นถึงแม้ว่าจะต้องตาย เขาจะไม่มีทางทรยศต่อเนี่ยหลี่โดยเด็ดขาด


      ได้เห็นเสิ่นฮองกลับไป เนียหลี่มองไปที่ เสี่ยว หยุน เฟิงและเสี่ยว หนิงเอ๋อจึงได้เผยรอบยิ้มออกมา “พวกคนที่ปากเสียโดนไล่ไปแล้ว ที่นี้ก็ได้เงียบสงบสักที ข้าคงจะไม่รบกวนท่านลุงกับหนิงเอ๋อแล้ว เชิญพวกท่านตามสบาย”


      เสี่ยว หนิงเอ๋อ ที่ยืนอยู่ หน้าของเธอก็ปรากฏน้ำตาไหลออกมา เธอมองเนี่ยหลี่ด้วยความรู้สึกที่ซาบซึ้งใจและต้องการที่จะพูดสิ่งที่เธอรู้สึกต่อเนี่ยหลี่ที่มีอยู่มากมาย แต่เธอไม่รู้ว่าจะพูดมันออกมายังไง


       เนี่ยหลี่ยิ้มอย่างเปิดเผยและพูดว่า “หนิงเอ๋อ เจ้าไม่ต้องกังวลไปหรอก หากมีคนจากตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์มารังแกเจ้าอีก เจ้าเพียงมาบอกข้าแล้วข้าจะทำให้เจ้าเห็นว่าข้าจะจัดการพวกมันยังไง!”


     เสี่ยว หยุน เฟิง คำนับและพูดออกมาด้วยความจริงใจว่า “หลานเนี่ยหลี่ ขอบคุณสำหรับการช่วยเหลือพวกเราในครั้งนี้!”


      ด้วยการเป็นถึงผู้นำ ตระกูลปีกมังกร เขาต้องนึกถึงภาพรวมและต้องไม่ขัดใจตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์จนเกินไป แต่กลับทำให้  หนิงเอ๋อ ต้องทนทุกข์ทรมาน อย่างไรก็ตาม เนี่ยหลี่ไม่ยอมให้เธอต้องทนทุกข์อีกแม้แต่น้อย เสี่ยว หยุน เฟิงมองไปที่หนิงเอ๋อ ตามธรรมเนียมผู้หญิงต้องแต่งงานออกไป เขาครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ นี่เขาควรจะเข้าไปหารือกับผู้นำตระกูลบันทึกสวรรค์ดีหรือไม่?


        เสี่ยว หนิงเอ๋อ และ เสิ่นเฟยได้มีการหมั้นหมายเอาไว้แล้ว ถ้าเป็นตระกูลอื่น คงไม่กล้าที่จะขัดใจกันตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ เนี่ยหลี่เป็นเพียงคนเดียวที่กล้าเผชิญหน้ากับตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์อย่างเอาเป็นเอาตาย แม้ว่าตระกูลบันทึกสวรรค์จะเป็นเพียงตระกูลขุนนางเล็กๆตระกูลหนึ่ง หากมีเนี่ยหลี่กับต้วนเจี้ยนอยู่ พวกเขาจะต้องมีชื่อเสียงขึ้นมาอย่างแน่นอน อย่าว่าแต่จะกลายเป็นตระกูลชนชั้นสูงเลย แม้แต่การเป็นหนึ่งในตระกูลหลักก็ไม่ไกลเกินเอื้อม


     เนี่ยหลี่เดินเข้าไปหาเสี่ยว หนิงเอ๋อและกระซิบที่ข้างหูของเธอว่า “คืนนี้, พวกเราจะจัดการกับตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ เมื่อถึงเวลานั้นเจ้าต้องระวังตัวเอาไว้ด้วย”


      ได้ยินคำพูดของเนี่ยหลี่  เสี่ยว หนิงเอ๋อจ้องมองเขาด้วยความตะลึง นี่เป็นเรื่องที่น่าตกใจอย่างยิ่ง หลังจากนั้นเพียงชั่วครู่ เธอก็พยักหน้าของเธอ ถ้าพวกเขากำลังจะจัดการกับตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ นี่คงจะเป็นสงครามครั้งใหญ่อย่างแน่นอน


“ท่านลุง ข้าขอตัวก่อน!” เนี่ยหลี่พูดพลางยิ้มออกมา ยังมีเรื่องอีกมากที่เขาจะต้องไปจัดการให้เรียบร้อย


     หลังจากที่กล่าวลากับเสี่ยว หนิงเอ๋อ  เสี่ยว หยุน เฟิงและพรรคพวก เขายังไปเตือนให้หลู่เพี่ยวและคนอื่นๆเอาไว้ด้วย


  ผู้คนยังทยอยเข้ามากันอย่างต่อเนื่อง ยิ่งเวลาล่วงเลยผ่านไป จำนวนคนเองก็มีมากขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน


   หลังจากเนี่ยหลี่ตรวจพื้นที่เสร็จแล้ว เขาจึงเดินกลับไปยังที่นั่งด้านบนและนั่งลงข้างๆ เย่ ซิ่วและเย่ โจว   ต้วนเจี้ยนเองก็ยืนอยู่ข้างๆเนี่ยหลี่ด้วยท่าทีที่เคร่งขรึม


  เย่ ซิ่วและเย่ โจวหันหน้าไปมองต้วนเจี้ยน เมื่อได้เห็นท่าทางของต้วนเจี้ยน พวกเขาต่างก็ไม่กล้าที่จะสนทนากับเขา

เย่ ซิ่วมองเนี่ยหลี่และพูดว่า “เนี่ยหลี่ จัดที่นั่งให้ต้วนเจี้ยนเถอะ”


    สำหรับต้วนเจี้ยนที่แข็งแกร่งมากด้วยอายุเพียงเท่านี้ นั่นเป็นเหตุที่ทำให้พวกเขาใส่ใจเขาเป็นพิเศษ  ในอนาคต ต้วนเจี้ยนคงจะมีความสามารถที่ไม่อาจจะประเมินค่าได้


เนี่ยหลี่หันไปมองต้วนเจี้ยน แต่ต้วนเจี้ยนสั่นหัว เนี่ยหลี่จึงยิ้มและพูดว่า “ช่างเถอะ เขาไม่ต้องการที่จะนั่ง”


    เย่ ซิ่วและเย่ โจวต่างก็รู้สึกสงสัย เนี่ยหลี่ใช้วิธีอะไรถึงทำให้ต้วนเจี้ยน จงรักภักดีได้ขนาดนี้? พวกเขาต่างก็คิดไม่ออก เย่ ซิ่วรู้เพียงว่าต้วนเจี้ยนนั้นเป็นคนที่เนี่ยหลี่พากลับมาจากดินแดนพันธนาการแห่งอเวจี แต่เขาก็ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับที่นั่นเลย


       เนี่ยหลี่ เย่ ซิ่วและเย่ โจวเริ่มสนทนากันและหัวเราะด้วยกัน เมื่อยอดฝีมือจากตระกูลต่างๆได้เห็นสิ่งเหล่านี้ พวกเขาต่างก็คิดในใจ มีข่าวลือมากมายเกี่ยวกับเนี่ยหลี่ มีความสันพันธ์ใกล้ชิดกับบุตรสาวของท่านเจ้าเมือง ก่อนหน้านี้ทุกคนต่างก็รู้ว่า แม้พรสวรรค์ของเนี่ยหลี่นั้นช่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก แต่หวังสูงเกินไปที่จะหมายเด็ดดอกฟ้าอย่างบุตรสาวของท่านเจ้าเมือง แต่ตอนนี้พวกเขากลับคิดว่ามันไม่ได้เป็นดังที่คิดไว้


     ด้วยการมีลูกน้องมือขวาที่แข็งแกร่งอย่างต้วนเจี้ยน พวกเขาต้องประเมินเนี่ยหลี่ใหม่เสียแล้ว ต้วนเจี้ยนผู้ที่อยู่ระดับแบล็คโกลด์ซึ่งเทียบเท่ากับระดับของท่านเจ้าเมือง ยิ่งไปกว่านั้นเขายังอายุน้อยอยู่


        ประเด็นหลักคือ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าเมือง เย่ ซ่งหรือตระกูลวายุเหมันต์ หากพวกเขาต้องการที่จะจัดการแต่งงานให้กับเนี่ยหลี่และเย่ จื้อ หวิ๋น ซึ่งบ่อยครั้งที่มีตระกูลต่างๆที่ต้องการเชื่อมสัมพันธ์กันด้วยการแต่งงานและเพื่อความมั่นคงของตระกูลพวกเขา อย่างไรก็ตามต้องเหมาะสมกันทั้งสองฝ่าย นั่นจึงจะทำให้การแต่งงานมีโอกาสสูงขึ้นที่จะได้รับความเห็นชอบจากทั้งสองฝ่าย


และเนี่ยหลี่ก็มีคุณสมบัติเหล่านั้นครบถ้วน


ผู้นำตระกูลต่างๆเดินตรงไปยังตระกูลบันทึกสวรรค์ ต่างก็เข้าไปพบเนี่ยไฮ้


       เหล่าผู้นำตระกูลมากมายที่เข้ามาในกลุ่มคนเหล่านั้นก็มีตระกูลของชนชั้นสูงรวมอยู่ด้วย เนี่ยไฮ้เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ปิติยินดี เขาลุกขึ้นยืนทันที หน้าตาเขาดูมีสง่าราศีขึ้นและคำนับตอบจากการอวยพรของเหล่าผู้นำตระกูลต่างๆ เขาเข้าใจได้เลยว่าความรุ่งเรืองที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ นั้นมาจากเนี่ยหลี่ทั้งสิ้น


    “ท่านเนี่ยไฮ้ ขอให้ข้าได้ดื่มอวยพรให้กับท่านด้วย นี่คือบุตรสาวของข้า หนิงเอ๋อ นางเป็นเพื่อนของเนี่ยหลี่” เสี่ยว หยุน เฟิง พาเสี่ยว หนิงเอ๋อมาคาราวะต่อเนี่ยไฮ้


  เสี่ยว หนิงเอ๋อก็มีอาการหน้าแดงเล็กน้อยด้วยความเขินอาย อย่างไรก็ตามด้วยการแนะนำแบบนี้ เธอไม่ได้ขัดขืนและคำนับออกมาปกติ


   “ขอบคุณ ท่านประมุขเสี่ยว ข้าจะขอดื่มให้กับท่านก่อน” เนี่ยไฮ้ก็ยกจอกดื่มเข้าไปหนึ่งจอก เขามองไปที่เสียวหนิงเอ๋อ เขารู้สึกว่าหากเป็นดังที่ได้พูดมาการที่เนี่ยหลี่ช่วยเหลือเสี่ยว หนิงเอ๋อนั้น แสดงว่าเสี่ยว หนิงเอ๋อ ต้องมีความสำคัญต่อเนี่ยหลี่เป็นอย่างมาก มิเช่นนั้นเขาคงไม่ยอมเสี่ยงลุกขึ้นมาต่อต้านตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์เป็นแน่ อย่างไรก็ตามเขาได้ยินมาว่าเนี่ยหลี่นั้นตามตื้อบุตรีของท่านเจ้าเมืองอยู่ก่อนแล้ว นั่นทำให้เขารู้สึกสับสนเล็กน้อย



ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

1 ความคิดเห็น:

  1. ลุงเอ้ยไม่ต้องสับสนหรอก เจ้าเนี้ยมันมีใจให้2คนนั่นแหละ

    ตอบลบ