วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 176 – Monster!

Tale of the demon and god novel Chapter 176 – Monster!

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 176 - สัตว์ประหลาด!


บทที่ 176 - สัตว์ประหลาด!





เสี่ยว หยุน เฟิงหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึงไปชั่วขณะ ก่อนที่จะได้พูดออกมาอย่างเร่งรีบว่า “หลาน เนี่ยหลี่ ข้าจะ.......”


   “เมื่อไม่นานมานี้ หนิงเอ๋อได้ช่วยเหลือข้าเอาไว้มากมาย ถือซะว่านี่คือของขวัญแทนคำขอบคุณจากข้า ท่านลุงไม่ต้องให้เกียรติข้าขนาดนั้นหรอก” เนี่ยหลี่มอบของเหล่านั้นให้ เสี่ยว หยุน เฟิงและส่งยิ้มให้กับเสี่ยว หนิงเอ๋อ

เสี่ยว หนิงเอ๋อถึงกับหน้าแดงขึ้นมาแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร


     เสี่ยว หยุน เฟิงมองไปที่ เสี่ยว หนิงเอ๋อ คนเป็นพ่อย่อมรู้ใจลูกสาวของตนเองดีที่สุด เขาเข้าใจบางอย่างได้ทันที จึงพยักหน้าและพูดว่า “งั้นข้าจะรับมันเอาไว้”


    แม้ว่าเขาจะได้ยินมาว่า เนี่ยหลี่นั้นสนิทสนมกับ เย่ จื้อ หวิ๋น เสี่ยว หยุน เฟิงก็ไม่ได้ใส่ใจแต่อย่างใด เพราะคนจากตระกูลของชนชั้นสูงต่างก็มีภรรยา 3 – 4 คน มันเป็นเรื่องปกติ ตอนนี้เนี่ยหลี่เป็นสุดยอดอัจฉริยะอันดับหนึ่งของเมืองกลอรี่  เสี่ยว หนิงเอ๋อคงไม่ต้องมาทนลำบากถ้าเธอได้อยู่กับเนี่ยหลี่


    อีกด้านหนึ่ง เสี่ยว หยุน เฟิงล่วงรู้ว่าพรสวรรค์ของเสี่ยว หนิงเอ๋อนั้นการบ่มเพาะพลังของเธอได้รับการชี้แนะมาจากเนี่ยหลี่ ดังนั้นคนที่สืบเชื้อสายมาจากตระกูลปีกมังกรต้องตอบแทนความหวังดีของผู้อื่นนั่นถือเป็นเรื่องปกติของคนในตระกูลที่ยึดถือกันมา


เนี่ยหลี่ไม่เคยคิดเลยว่าของขวัญครั้งนี้จะทำให้ เสี่ยว หยุน เฟิงต้องคิดหนัก




     ได้เห็นเนี่ยหลี่และเสี่ยว หนิงเอ๋อกำลังคุยกันอยู่ เสิ่นฮองก็จ้องเขม็ง ตระกูลปีกมังกรที่เคยอยู่ภายใต้ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ แม้กระทั่งเสี่ยว หนิงเอ๋อที่เป็นคู่หมั้นของลูกชายเขา แต่ตอนนี้ตระกูลปีกมังกรกลับตีตัวออกห่างจากตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์และยกเลิกการแต่งงาน แม้แต่ลูกชายของเขา เสิ่นเฟยก็ถูกจัดการ เสิ่นฮองพยายามอดกลั้นเอาไว้ ความโกรธในตัวเขามีแต่จะทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ


   เสิ่นฮองมองไปที่ ต้วนเจี้ยน คนที่อยู่ข้างๆเนี่ยหลี่  ต้วนเจี้ยนก้าวเดินอย่างมั่นใจและสายตาที่เฉียบคมของเขาแสดงถึงความน่ากลัวออกมา


“เสิ่นซิ่ว” เสิ่นฮองพูดด้วยเสียงค่อย

   “คะ ท่านพี่ ท่านต้องการสิ่งใดงั้นรึคะ” เสิ่นซิ่วถามเสิ่นฮอง


      “พา เสิ่นหยาน ไปทดสอบความแข็งแกร่งของเจ้าหนุ่มนั้นที่อยู่ข้างหลังเจ้าเนี่ยหลี่ที ยิ่งไปกว่านั้น ส่งคนไปสืบความสัมพันธ์ระหว่างพวกมันด้วย” เสิ่นฮองพูดออกมา ถ้าเจ้าเด็กหนุ่มคนนี้มีความแข็งแกร่งที่เหมาะสมและถ้าไม่ได้มีความสนิทสนมกับเนี่ยหลี่ เขาก็จะรับคนคนนี้เอาไว้เป็นพวกด้วย


  “ค่ะ” เสิ่นซิ่วมองไปที่เนี่ยหลี่ด้วยความเย็นชา สายตาของเธอแฝงไปด้วยความเยือกเย็น


เธอยืนขึ้นและเดินตรงไปทางเนี่ยหลี่พร้อมกับ เสิ่นหยาน ที่เดินตามหลังเธอมา


     เมื่อสังเกตได้ถึงทิศทางที่คนจากตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์มุ่งมา เสี่ยว หยุน เฟิงเริ่มขมวดคิ้วล็กน้อย เสี่ยว อี้และคนอื่นๆต่างก็เป็นกังวล แม้ว่าตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์จะถูกกำราบโดยตระกูลวายุเหมันต์ แต่พวกเขาก็ยังมีความน่ากลัวอยู่ ลำพังเพียงแค่ตระกูลปีกมังกรไม่อาจะจะต่อต้านตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ได้


เย่ ซิ่ว และเย่ โจวที่อยู่บนแท่นพิธีได้เห็นเหตุการณ์นี้


     เย่ โจว มองไปที่ เย่ ซิ่ว และถามว่า “เย่ ซิ่ว เสิ่นฮองส่งยอดฝีมือระดับแบล็คโกลด์ออกมา ข้าเกรงว่าเนี่ยหลี่ไม่อาจจะรับมือไหว เราจะไม่ยื่นมือเข้าไปช่วยเขางั้นรึ”


      เย่ ซิ่ว ยิ้มจากนั้นก็สั่นหัวและพูดว่า “มันคงแปลกไม่น้อยถ้าเขาต้องพ่ายแพ้ เราเพียงแค่มองดูอยู่ห่างๆก็พอ เขาสามารถรับมือกับมันได้แน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นเราจะได้มีโอกาสรู้ถึงความแข็งแกร่งของเด็กหนุ่มที่อยู่ข้างกาย เนี่ยหลี่ อีกด้วย”


เย่ โจว มอง เย่ ซิ่ว อย่างประหลาดใจ เขาไม่เคยคิดว่า เย่ ซิ่ว จะมั่นใจในตัวเนี่ยหลี่มากถึงเพียงนี้ ท้ายที่สุดเขาก็พยักหน้า


  เนี่ยหลี่ มองไปยัง เสิ่นซิ่ว กำลังใกล้เข้ามา เสิ่นซิ่วที่สวมใส่ชุดราตรี การยั่วยวนของเธอดึงดูดความสนใจจากยอดฝีมือจากตระกูลต่างๆ พวกเขาเริ่มสนทนากันเอง


    “นี่พวกท่านรู้หรือเปล่าว่า แท้จริงแล้ว ตระกูลปีกมังกรได้ทำการหมั้นหมายกับตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ แต่ตอนนี้พวกเขากลับยกเลิกสัญญานั่น คุณชายใหญ่ เสิ่นเฟย ของตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์รู้สึกไม่พอใจจึงตรงไปยังตระกูลปีกมังกรเพราะรู้เรื่องที่เกิดขึ้น ท้ายที่สุดเขากลับถูก เสี่ยว หนิงเอ๋อ ซัดซะน่วมและถูกแบกออกมา”


     “เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นมาได้ยังไงกัน? ข้าได้ยินมาว่า เสิ่นเฟย เขาได้ก้าวเข้ามาสู่ระดับโกลด์แล้วนี่ เขาจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของ เสี่ยว หนิงเอ๋อ ได้ยังไงกัน? เขาเนี่ยนะที่ถูกเสี่ยว หนิงเอ๋อจัดการ? มันเป็นไปได้มั้ยว่าอาจจะมีใครสักคนในตระกูลปีกมังกรยื่นมือมาเข้าไปช่วยเธอ?”


    “ข้าพนันได้เลยว่าเจ้ายังไม่รู้สินะว่า เสี่ยว หนิงเอ๋อ  เพิ่มระดับพลังจนมาถึงระดับโกลด์และมี วิหคอัสนีบาตแห่งสวรรค์ เป็นจิตวิญญาณอสูรอีกด้วย ช่างไร้สาระยิ่งนัก เสิ่นเฟย จะเป็นคู่ต่อสู้กับ เสี่ยว หนิงเอ๋อ ได้รึ?”


   “ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ที่ผ่านมา แค่โชคร้ายเท่านั้นและตระกูลปีกมังกรเพียงโยนหินถามทาง ครั้งนี้เห็นทีว่าคงจะไม่เป็นการดีแน่ๆ”


     “ไร้สาระ คิดว่าพวกเราไม่รู้อย่างนั้นเรอะว่าเจ้า เสิ่นเฟย มันเป็นคนยังไง เจ้าเด็กนี่ ทำความผิดที่ไม่อาจให้อภัยไว้มากมายนับครั้งไม่ถ้วน มีเด็กสาวไร้เดียงสาไม่รู้ตั้งกี่คนแล้ว ที่ต้องมาถูกมันย่ำยี แต่เด็กคนนั้น เสี่ยว หนิงเอ๋อ นับว่าไม่เลวเลยที่เธอได้จัดการ เสิ่นเฟย เสียที”


      ยอดฝีมือจากตระกูลต่างๆต่างก็จดจ้องไปในที่เดียวกัน พวกเขายังสงสัยว่าตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ว่าต้องการจะทำอะไรกันแน่แล้วตระกูลปีกมังกรจะมีท่าทีอย่างไร แต่อย่างไรก็ตามผู้คนส่วนใหญ่นั้นเลือกที่จะเข้าข้างตระกูลปีกมังกร ทั้งหมดนั้นเป็นเพราะการกระทำของ เสิ่นเฟย นั่นเอง


      เมื่อได้ยินการสนทนาเหล่านั้น เสิ่นซิ่ว ถึงกับหน้าซีด เมื่อเธอได้พบว่า เสิ่นเฟยพ่ายแพ้ให้กับ เสี่ยว หนิงเอ๋อ เธอรู้สึกโกรธแค้นอย่างที่สุด นี่เป็นเหมือนการมาตบหน้าตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ชัดๆ


    “จุ๊ จุ๊... เสี่ยว หนิงเอ๋อ ตอนที่ข้ายังอยู่ที่สถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์ ข้าได้เห็นเจ้าแอบไปมีชายอื่นลับหลัง เสิ่นเฟย ในตอนนี้เจ้ายังกล้าเสนอหน้ามาอีกงั้นรึ เจ้าไม่ละอายบ้างหรืออย่างไรกัน?” เสิ่นซิ่วพูดออกมาพร้อมกอด อกเธอเอาไว้ ขณะที่กำลังเหยียดหยาม     เสี่ยว หนิงเอ๋ออยู่


       เมื่อเสี่ยว หนิงเอ๋อได้ยินคำพูดเหล่านั้น เธอก็ลุกขึ้นมาและมอง เสิ่นซิ่ว ด้วยความโกรธแค้น “เสิ่นซิ่ว เจ้าพูดจาไร้สาระยิ่งนัก ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ของเจ้ามีสิทธิ์อะไรมายุ่งกับข้า”


      เสี่ยว หยุน เฟิง คิ้วขมวด เขาจ้องไปที่ เสิ่นซิ่ว และ เสิ่นหยาน ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์มีเจตนาที่จะมาหาเรื่องกันชัดๆ เขาต้องรู้ให้ได้ว่าตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์วางแผนที่จะทำอะไรกันแน่ ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ไม่อาจจะทนการ แข็งข้อของตระกูลปีกมังกรต่อสายตาของผู้คนมากมายเช่นนี้ได้เป็นแน่


      “โดนแหย่แค่นี้ก็เจ็บแล้วงั้นรึ ฮืม...ถ้าเจ้าไม่ต้องการให้คนอื่นรู้ เจ้าก็ไม่ควรจะฝ่ายที่เริ่มก่อนนะ” เสิ่นซิ่วแสยะยิ้มออกมา “ต่อหน้าสายตาของยอดฝีมือจากตระกูลต่างๆที่นี่ ข้าจะเผยโฉมที่แท้จริงของเจ้าออกมา นางแพศยา”


      “เจ้า....” เสี่ยว หนิงเอ๋อ โกรธจนน้ำตาไหลออกมา หัวใจของเธอเต็มไปด้วยความโศกเศร้า หลายปีที่ผ่านมาเธอต้องทนต่อความโหดร้ายต่างๆนาๆและทั้งหมดนั้นมาจากตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ทั้งสิ้น คนอื่นๆต้องการที่จะบีบเธอจนตายถึงจะมีความสุขใช่ใหม


     “เจ้าเป็นอะไรไป ไม่กล้าแล้วเรอะ ฮืม.. เจ้าได้หมั้นหมายไว้กับหลานชายของข้า เสิ่นเฟย นี่เป็นความเห็นชอบของผู้หลักผู้ใหญ่ของทั้งสองตระกูล การแต่งงานนั้นก็ยังคงมีอยู่ เจ้าต้องการจะยกเลิกมันงั้นรึ? คิดว่าตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์จะยอมให้ถูกข่มเหง งั้นเรอะ ช่างปะไรเจ้าจะยอมทำตามตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ของข้านั้นหรือไม่นั้น ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าจะตัดสินใจได้สักนิด” เสิ่นซิ่ว มองด้วยสายตาเหยียดหยามไปที่เสี่ยว หนิงเอ๋อ


ผู้หญิงคนนี้ช่างปากคอเราะร้ายนัก หนิงเอ๋อจะต่อปากต่อคำกับ เสิ่นซิ่ว ได้อย่างไรกัน?


     “เสิ่นซิ่ว เจ้านี่มันจัดการยากเสียจริงๆ คนใจร้ายอย่างเจ้าควรจะหุบปากได้แล้วนะ เสี่ยว หนิงเอ๋อไม่ต้องการที่จะแต่งงานเพราะอะไรนะหรือ? มันไม่ใช่เพราะตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าบีบบังคับอย่างนั้นหรอกรึ?” เนี่ยหลี่จ้องไปที่ เสิ่นซิ่ว อย่างโกรธแค้น “เสี่ยว หนิงเอ๋อเป็นคนที่มีจิตใจดีงาม นางไม่เคยทำอะไรกับเจ้าเลยสักครั้งเดียว แต่อย่างไรก็ตามเจ้าทำให้ข้าโมโหขึ้นมาซะแล้วสิ ข้าขี้เกียจที่จะพูดจาไร้สาระกับเจ้าอีกต่อไป หรือเจ้าอยากจะถูกข้าจัดการซะที่นี่?”


พลังมหาศาลได้โพยพุ่งออกมาจากตัวเนี่ยหลี่ เมื่อเขาก้าวเดินเข้ามา พลังของเขาก็พุ่งไปทาง เสิ่นซิ่ว


     ได้เห็นท่าทางดุร้ายของเนี่ยหลี่   เสิ่นซิ่วก็กลัวจนต้องถอยหลังไปหลายก้าว พลังที่เยือกเย็นเช่นนี้ทำให้เธอรู้สึกกดดัน  เธอนึกถึงงานเลี้ยงครั้งก่อนที่ เนี่ยหลี่ ได้ทำตัวโอหัง เนี่ยหลี่ก็ยังกล้าที่จะทำแบบนั้นอีกครั้ง


     เมื่อก่อน เสิ่นซิ่ว ไม่มีเนี่ยหลี่อยู่ในสายตาของเธอเลยสักนิด ในตอนนั้นเธออยู่ในระดับซิลเวอร์และเนี่ยหลี่ยังไม่ถึงระดับทองแดงเลยด้วยซ้ำ แต่บัดนี้เนี่ยหลี่เป็นถึงระดับโกลด์แล้วและเธอก็เป็นเพียงระดับซิลเวอร์เท่านั้น ถ้าพวกเขาต้องต่อสู้กัน เธอต้องได้เจอดีอย่างแน่นอน มันช่วยไม่ได้ที่เธอจะพูดออกมาด้วยเสียงสั่นว่า “เจ้าจะทำอะไร?...เจ้าจะรังแกผู้หญิงอย่างนั้นรึ? เจ้ามันไม่ใช่ลูกผู้ชาย”


     “ผู้ชายที่ทำร้ายผู้หญิงดีๆหน่ะ สมควรแล้วที่จะไม่สมกับเป็นลูกผู้ชาย แต่กับผู้หญิงชั่วร้ายแบบเจ้า แม้ว่าข้าจะทำจนเจ้าตาย มันก็สมควรแล้ว”เนี่ยหลี่พูดออกมาด้วยความโกรธและกำลังเดินตรงมาเรื่อยๆ เสิ่นซิ่วกลัวจนสั่นไปถึงหัวใจ


เนี่ยหลี่เป็นคนเลวทรามแน่นอน เขาไม่มีแม้แต่ลักษณะของชนชั้นสูงเลย


     มีการพูดคุยออกไปอย่างใหญ่โตแต่ก็ไม่เท่ากับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าได้ เสิ่นซิ่วกำลังสั่นอยู่แล้วมีอาการตื่นกลัวเล็กน้อย


       เสี่ยว หนิงเอ๋อ อดไม่ได้ที่จะรู้สึกโล่งใจ ทุกครั้งที่เธอตกอยู่ในอันตราย เนี่ยหลี่จะต้องช่วยเหลือเธอทุกครั้ง ถ้าไม่ใช่เพราะเนี่ยหลี่เธอก็ไม่รู้ว่าจะต้องแก้ไขอย่างไร ได้มองแผ่นหลังของเนี่ยหลี่ เธอรู้สึกปลอดภัย ตราบที่เนี่ยหลี่ยังอยู่ เธอจะรู้สึกปลอดภัยและสามารถมีใครสักคนที่พึ่งพาได้เสมอ


ผู้หญิงอย่าง เสิ่นซิ่ว การโต้เถียงกับเธอมีแต่จะทำให้เธอลำพองใจมากขึ้นไปอีก กับเธอแล้วมีแต่ต้องเล่นไม้นี้เท่านั้น


 “นะ..นี่งานเลี้ยงฉลองของท่านเจ้าเมืองกำลังจะเริ่มกันแล้ว ทำไมพวกเจ้ามีหยุดสู้กัน หล่ะ?” เสี่ยว อี้ลุกขึ้นมาโดยพยายามที่จะยุติเรื่องนี้


      “ไปให้พ้น!” เสิ่นซิ่ว จ้องไปที่ เสี่ยว อี้ อย่างเย็นชา เธอถอยห่างออกไปหลายก้าว หลังจากเพิ่มระยะห่างจากเนี่ยหลี่และยืนอยู่ข้าง เสิ่นหยาน เธอก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาบ้าง แล้วแสยะยิ้มออกมา จากนั้นจึงมองไปที่เสี่ยว หนิงเอ๋อที่อยู่ข้างหลังเนี่ยหลี่ แล้วพูดว่า “เจ้ามันช่างน่าไม่อายจริงๆ เจ้าแสดงมันออกมาแล้วนี่ ทำไมต้องกลัวว่าจะเป็นขี้ปากชาวบ้านอีกละ? ในเมื่อเจ้าให้ชู้ของเจ้าออกมาพูดแทนแล้วนี่ หึ ....ทีนี้ตาสว่างกันได้แล้วสินะ!”


   เสิ่นซิ่ว พูดใส่ร้ายป้ายสีให้กับเนี่ยหลี่ เขาทำเพียงแค่ยืนฟังอยู่เฉยๆ เนี่ยหลี่ถอนหายใจออกมาแล้วพูดว่า “ผู้หญิงคนนี้ช่างปากมากจริงๆ ต้วนเจี้ยน จัดการนางแทนข้าทีแล้วโยนนางออกไปจากที่นี่ซะ!”


“ครับ” ต้วนเจี้ยน ก้าวออกมาแล้วตรงไปที่ เสิ่นซิ่ว


   เสิ่นซิ่ว สัมผัสได้ถึงความน่ากลัวที่ออกจากร่างกายของต้วนเจี้ยน ความกลัวของเธอมีมากขึ้นจนทำให้ถอยหลังไปอีกก้าวทันที


เสิ่นหยาน คนที่ยืนอยู่ข้าง เสิ่นซิ่ว ยิ้มแล้วยื่นฝ่ามือไปที่ต้วนเจี้ยน


    “ยอดฝีมือระดับแบล็คโกลด์งั้นรึ!” เนี่ยหลี่ขมวดคิ้วเล็กน้อย อย่างไรก็ตามแม้จะเป็นยอดฝีมือระดับแบล็คโกลด์เมื่อได้อยู่ต่อหน้าต้วนเจี้ยนแล้วก็ดูไร้ค่าไปเลย ไม่มีใครในตระกูลศักด์สิทธิ์ที่จะสามารถต่อกรเขาได้ ยกเว้น เสิ่นฮอง


  เสิ่นหยาน สัมผสได้ถึงพลังระดับแบล็คโกลด์จากร่างของต้วนเจี้ยน ในใจของเขาถึงกับตะลึง เขาไม่เคยแม้แต่จะคิดเลยว่าเด็กหนุ่มธรรมดาๆคนนี้จะแข็งแกร่งได้ขนาดนี้! เขาไม่อาจที่จะประมาทฝ่ายตรงข้ามได้เลยเขาจึงได้ซัดพลังทั้งหมดออกไป

  บูมม!.......


  เสิ่นหยาน ใช่ท่าไม้ตายของเขา พลังที่ฝ่ามือของเขาเพิ่มขึ้นมาหลายเท่าขณะที่จับแขนของต้วนเจี้ยนเอาไว้


  ถ้าเป็นระดับยอดฝีมือแบล็คโกลด์ธรรมดาทั่วไปแขนคงแตกหักเพราะการฟาดด้วยฝ่ามือของเสิ่นหยาน  แต่อย่างไรก็ตามตอนนี้เขาจับแขนต้วนเจี้ยนเอาไว้และบีบให้แน่นเท่าที่ทำได้ ต้วนเจี้ยนไม่ได้ขยับเลยสักนิด เขาเพียงจ้องด้วยสายตาที่เย็นชาไปที่ เสิ่นหยาน  รังสีอาฆาตถูกแฝงอยู่ในดวงตาของเขา


  ในเมื่อต้วนเจี้ยนไม่ได้ขยับตัวเลยแม้แต่นิดเดียว เสิ่นหยานก็เผยรอยยิ้มที่มุมปาก เจ้าเด็กคนนี้ยังอ่อนหัดนัก เขาช่างดื้อด้านเสียจริง เสิ่นหยานรวมพลังวิญญาณจากภายในกายและปล่อยพลังออกจากฝ่ามือด้วยพลังเพลิงสีชาดมันสามารถละลายทุกสิ่งที่ได้สัมผัสกับมัน


    เมื่อได้เห็นเหตุการณ์นี้ แม้แต่ เย่ ซิ่ว   เย่ โจวและคนอื่นๆถึงกับชะงัก นี่มัน ฝ่ามืออัคคี ของตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ ท่านี้ทำได้แม้แต่ละลายเหล็กเลยด้วยซ้ำ ต้วนเจี้ยนที่ถูกจับไว้แล้ว ยังโดนฝ่ามืออัคคีเข้าด้วยระยะแค่นั้น ถึงแขนจะทำมาจากเหล็กก็คงจะไม่เหลือซากเป็นแน่!


   “เสิ่นหยาน หยุดนะ!” เย่ ซิ่ว ตะโกนออกมา แต่อย่างไรก็ตาม มันก็ไกลเกินกว่าที่จะยื่นมือเข้าไปช่วยเสียแล้ว


   นี่ทำให้รู้สึกได้ถึงคลื่นความร้อนโพยพุ่งออกมา ยอดฝีมือจากตระกูลต่างๆที่อยู่โดยรอบมีสีหน้าที่เปลี่ยนไป พวกเขารู้สึกเสียใจที่ไม่ได้เตือนต้วนเจี้ยนเอาไว้ เกรงว่าแขนของต้วนเจี้ยนคงจะไม่เหลือซากเสียแล้ว


   ด้วยการใช้วิธีที่ต่ำช้าเช่นนี้ในงานเลี้ยง ยอดฝีมือจากหลายตระกูลต่างก็รู้สึกว่าตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ทำเกินไป เด็กหนุ่มที่เก่งคนนี้ควรจะมาเป็นกำลังให้กับเมือง เมืองกลอรี่ ถ้าเขาต้องเป็นอะไรไปเพราะความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจากภายใน มันช่างน่าเสียดายยิ่งนัก


   เสิ่นหยาน ก็รู้สึกพอใจอยู่ได้ไม่นาน จากนั้นสีหน้าเขาก็เปลี่ยนไปเป็นมึนงงไปทันที ต้วนเจี้ยนยังคงจ้องมองเขาด้วยสายตาที่เย็นชาอยู่เหมือนเดิม ฝ่ามืออัคคีของเขาไม่แม้กระทั้งทิ้งร่องรอยไว้บนแขนของต้วนเจี้ยนเลยแม้แต่น้อย


   มันเป็นไปได้ยังไง? ฝ่ามืออัคคีของข้าละลายได้แม้กระทั้งเหล็ก ถ้าเป็นเช่นนั้น แขนของเจ้าเด็กคนนี้มันทำมาจากอะไรกันแน่เนี่ย?


  เนี่ยหลี่ก็เผยรอยยิ้มที่มุมปากขึ้นมา ในบรรดาชนเผ่ามังกร ธาตุหลักของพวกเขาก็คือธาตุไฟ ร่างกายของชนเผ่ามังกรไม่จำเป็นต้องกลัวต่อไฟของมังกรเลยด้วยซ้ำ แล้วทำไมจะต้องไปกลัวกับฝ่ามืออัคคีเล็กๆแค่นี้ด้วย? ฝ่ามืออัคคีจะมาสู้กับไฟของมังกรได้ยังไงกัน?


   เสิ่นหยานเริ่มรู้สึกว่ามีอะไรมาติดคอ ราวกับว่าเขากำลังจะหายใจไม่ออก   เขาไม่เคยคิดเลยว่าฝ่ามืออัคคีของเขาจะไม่มีผลเลยแม้แต่น้อยไม่เพียงแค่ เสิ่นหยานเท่านั้นที่ตะลึง แม้แต่คนที่อยู่รอบๆต่างก็มองไปที่แขนของต้วนเจี้ยน แขนของเขาไม่ได้รับบาดแผลเลยสักนิด ช่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก


ร่างกายนั้นมันอะไรกันแน่? เด็กคนนี้เป็นสัตว์ประหลาดหรือยังไงกัน?



ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น