วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 175 – Gift

Tale of the demon and god novel Chapter 175 – Gift

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 175 - ของที่ระลึก


บทที่ 175 - ของที่ระลึก




ภายในห้องลับของตำหนักเจ้าเมือง

งานใกล้จะเริ่มขึ้นแล้ว หลังจากที่เนี่ยหลี่ หนีพ้นจาก ฮูหยาน หลานเร่อ เขาก็พาเย่ จื้อ หวิ๋นมาที่นี่

      ที่ห้องลับรายล้อมไปด้วยแผ่นหินทำเป็นผนังของห้อง แต่ละฝั่งจะลงอาคมที่เพิ่มความแข็งแกร่งของผนังเอาไว้ มันมีไว้เพื่อเป็นที่ซ่อนตัวเมื่อกองทัพอสูรบุกเข้ามาได้สำเร็จ เจ้าเมืองคนก่อนๆต่างก็สร้างให้มันสมบูรณ์แบบที่สุดสืบต่อกันมาเรื่อยๆ เพื่อให้ที่แห่งนี้เป็นสถานที่ปลอดภัยที่สุดของตำหนักเจ้าเมือง

     “เนี่ยหลี่ เจ้าบอกว่าพ่อของข้าให้พาข้ามาที่แห่งนี้ แต่เราจะทำอะไรกันที่นี่หล่ะ” เย่ จื้อ หวิ๋น สงสัยจึงถามออกมา

    ภายในห้องลับ ทั้งว่างและพร้อมมีพร้อมไปด้วยเสบียง โดยที่ไม่มีสิ่งอื่นนอกจากนี้

      “งานเลี้ยงกำลังจะเริ่มแล้ว ครั้งนี้พวกเราต้องกำจัดพวกตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ แน่นอนว่าต้องมีการต่อสู้กันเกิดขึ้น ในเวลานี้ข้าเกรงว่ามันอาจจะมีสถานการณ์ที่เราไม่สามารถควบคุมได้” เนี่ยหลี่พูดและมองไปที่เย่ จื้อ หวิ๋นด้วยความเศร้า

    “แต่เรามาทำอะไรกันที่นี่หล่ะ” เย่ จื้อ หวิ๋นขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ทันทีที่นางคิดได้ นางก็พูดออกมาด้วยความตกใจ “เนี่ยหลี่ นี่เจ้า.....”

     ขณะที่เย่ จื้อ หวิ๋นกำลังจะมีปฏิกิริยา เนี่ยหลี่ก็เปิดกลไกบนผนังหิน  เกราะป้องกัน ก็โผล่ขึ้นมาระหว่าง เย่ จื้อ หวิ๋นกับเนี่ยหลี่    เย่ จื้อ หวิ๋นถูกกักไว้อยู่ในห้องลับ

     “นี่เป็นคำขอร้องจากพ่อของเจ้า” เนี่ยหลี่พูดและยิ้มออกมา  ความจริงแล้ว เย่ ซ่งกับเนี่ยหลี่นั้นไม่ถูกกัน แต่ก็มีบางอย่างที่เขาทั้งสองคนสามารถเข้ากันได้

    เพื่อความปลอดภัยของเย่ จื้อ หวิ๋น แม้ว่าเย่ จื้อ หวิ๋นต่อต้านสำหรับเรื่องนี้ แต่เย่ ซ่งกับเนี่ยหลี่จำเป็นต้องขังเธอไว้ที่ห้องลับแห่งนี้



    “เนี่ยหลี่ ปล่อยข้าออกไปนะ เร็วเข้า! การต่อสู้กำลังจะเกิดขึ้น เจ้าขังข้าไว้แบบนี้ทำไม” เย่ จื้อ หวิ๋นมองไปที่เนี่ยหลี่ด้วยความโกรธเธอรวบรวมพลังวิญญาณเพื่อที่จะทำลายเกาะป้องกันออกมา แต่พลังของเธอก็ถูกดีดกลับมา

     “เกรงว่าข้าคงทำไม่ได้ ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์จะต้องตอบโต้เราแน่นอน เจ้าเป็นลูกหลานที่สืบเชื้อสายจากตระกูลหลักของวายุเหมันต์ ตกเป็นเป้าหมายได้ง่าย เจ้าคือจุดอ่อนของพวกเรา ดังนั้นเจ้าจึงต้องอยู่ที่นี่” เนี่ยหลี่พูดออกมาและยิ้มให้กับเย่ จื้อ หวิ๋น “วางใจได้ แม้ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์คงสร้างปัญหาได้ไม่มากเท่าไหร่ เจ้ารออยู่ที่นี่ไปก่อน อีกไม่นานข้าจะกลับมาหาเจ้า”

หลังจากที่พูดเสร็จ เนี่ยหลี่ทะยานออกไป

     “เนี่ยหลี่ เจ้ากลับมานะ” เย่ จื้อ หวิ๋น พูตะโกนออกมาด้วยความโกรธ “ถ้าวันนี้เจ้าไม่ปล่อยข้าออกไป เจ้าอย่างหวังว่าจะได้พบข้าอีก....”

      เสียงของเธอดังก้องไปทั่วทั้งทางลับ เนี่ยหลี่ก็หายไปจากทางเข้าห้องลับอย่างรวดเร็ว เย่ จื้อ หวิ๋นกระทืบเท้าด้วยความโกรธ เธอตกหลุมพรางของเนี่ยหลี่อีกแล้วรึนี่ ตอนที่เนี่ยหลี่พาเธอมาที่นี่ เธอก็ควรที่จะสะกิดใจให้เร็วกว่านี้ เธอพยายามที่จะพังเกาะป้องกันออกมาแต่ไม่ว่าจะทำกี่ครั้งก็ไม่เป็นผล เธอได้แต่รอให้ใครสักคนเข้ามาช่วยเธอออกไปหรือรอจนกว่าเกาะป้องกันจะหยุดทำงานในอีก 3 วันหลังจากนี้ แต่ในเวลานี้การต่อสู้กำลังจะเกิดขึ้นที่จะนำไปสู่การจบเรื่องราวทั้งหมด

จะเป็นอย่างไรถ้าพ่อของเธอและเนี่ยหลี่ต้องตกอยู่ในอันตราย

  น้ำตาเธอก็เริ่มไหลลงมาบนแก้มของเธอ ในตอนนี้เธอไม่สามารถทำอะไรได้เลย ใจเธอกลัวว่าเนี่ยหลี่จะต้องตาย แม้ว่าเนี่ยหลี่จะบอกกับเธอว่าอีกไม่นานเขาจะกลับมา แต่เธอก็ยังคงอดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี

แขกเริ่มเข้ามาที่งานเลี้ยง

   ตำหนักของเจ้าเมือง ดูมีชีวิตชีวามากขึ้น เหล่ายอดฝีมือจากตระกูลต่างๆมีการสนทนาและทำความรู้จักกับคนอื่นๆ

ผู้ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์สูงคือ เย่ ซิ่วกับเย่ โจว

     เนี่ยหลี่ได้รู้จากเย่ ซิ่วว่า เย่ โจวเป็นคนที่ลึกลับเป็นอย่างมากในตระกูลวายุเหมันต์ เขาเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังในการควบคุมกำลังคนของตระกูลวายุเหมันต์ เขาจะหาคนจากสถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์มาเป็นพวกของตนและเขาก็เป็นผู้ที่มีอำนาจที่น่ากลัวไว้อยู่ในมือ

     ในเมืองกลอรี่ มีไม่มากนักที่จะรู้จักชื่อ เย่ โจว แต่ภายในตำหนักของเจ้าเมืองเขาถือเป็นอันดับสองรองจากเย่ ซิ่ว  และเป็นอันดับสี่ของตระกูลวายุเหมันต์อีกด้วย

เขาเป็นคนแก่ที่ทรงอิทธิพล

เมื่อเย่ โจวเห็นเนี่ยหลี่ เขาก็ยิ้มออกมาเล็กน้อย

  ได้เห็นรอยยิ้มของเย่ โจว เนี่ยหลี่ รู้สึกสงสัยจึงถามออกไป “ผู้อาวุโส เราเคยพบกันมาก่อนรึเปล่าครับ”

      ทั้งชาติที่แล้วและในชาตินี้ เนี่ยหลี่ไม่ได้รู้จักหรือคุ้นเคยกับเย่ โจวเลย ถ้าเนี่ยหลี่ได้เห็นเพียงครั้งเดียวเขาจะสามารถจดจำพวกเขาได้ทันที หลังจากที่ใช้ชีวิตมาทั้งสองชีวิต เขาจำได้เหมือนกับได้ถ่ายรูปเอาไว้ด้วยซ้ำ แต่เนี่ยหลี่มั่นใจอย่างแน่นอนว่าเขาไม่เคยพบชายแก่คนนี้มาก่อน

     “เจ้าอาจจะไม่เคยพบข้ามาก่อน แต่ข้ารู้จักเจ้า ในวันนั้นที่เจ้าได้ทะเลาะกับเสิ่นซิ่ว ข้าได้เห็นทั้งหมดจากข้างนอก แม้กระทั้งเรื่องตำแหน่งที่ให้เจ้าดูแลห้องสมุดทั้งหมดก็เป็นฝีมือของข้าเอง ข้าไม่เคยนึกมาก่อนเลยว่า ในเวลาอันสั้นเช่นนี้ เราจะได้พบกันอีกครั้งในสถานการณ์เช่นนี้” เย่ โจว พูดและหัวเราะออกมา

      วันที่เนี่ยหลี่มีปากเสียงกับเสิ่นซิ่ว เขาสัมผัสได้ว่ากำลังถูกจับตามองอยู่โดยยอดฝีมือ และรู้สึกถึงพลังน้ำแข็งที่ถูกปล่อยออกมา เนี่ยหลี่เดาว่าคนๆนั้นน่าจะต้องมาจากตระกูลวายุเหมันต์ แต่เขาก็ไม่รู้นั่นคือ เย่ โจว นั่นเอง

 ถ้าไม่ใช่เพราะเขารู้ว่ามีคนจากตระกูลวายุเหมันต์อยู่ เนี่ยหลี่คงจะไม่ยั่วโมโหใส่เสิ่นซิ่ว

    “ข้าไม่คิดมาก่อนเลยว่า ผู้อาวุโสคนนั้นก็คือท่าน ข้าขอขอบคุณท่านที่ช่วยเหลือข้าเอาไว้” เนี่ยหลี่คารวะและขอบคุณ เย่ โจว

   เย่ โจวหัวเราะออกมาแล้วยังพูดว่า “ข้าคงไม่จำเป็นต้องช่วยเหลือเจ้าอีกแล้ว ข้าเกรงว่าทุกอย่างได้อยู่ภายใต้การคำนวณของเจ้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ข้าคงทำได้เพียงทำไปตามกระแสเท่านั้น”

 ทั้งสองคนหัวเราะออกมา เพราะต่างก็เข้าใจและรู้ใจกันทั้งสองฝ่าย

   “ข้าไม่เคยคิดเลยว่าเจ้าจะสามารถทำลายม่านพลังของเขตแดนจิตสีชาดได้และการเพิ่มพลังของเจ้าที่เพิ่มขึ้นมาแบบก้าวกระโดด แม้แต่ข้าเองก็เทียบไม่ได้ ข้าละอายใจเหลือเกินที่จะพูดมาออกมาว่าคนแก่อย่างเราคงต้องเกษียณตัวเองเสียที เรื่องของอนาคตคงต้องฝากไว้กับคนรุ่นใหม่อย่างพวกเจ้า” เย่ โจวหัวเราะออกมาจนหัวของเขาสั่นไปหมด

      “ท่านผู้อาวุโส ท่านกล่าวหนักไปแล้ว ท่านนะหรือชราภาพ ไม่จริงซะหน่อย พวกเราคนรุ่นหลังยังต้องการคำชี้แนะจากผู้อาวุโสอย่างพวกท่านอีกมากนัก นี่อาจจะไม่มากนักแต่เพื่อเป็นการแสดงความนับถือจากข้า โปรดรับไว้ด้วย” เนี่ยหลี่ดึงเอาผลึกโลหิตหลายอันออกมาและมอบให้แก่ เย่ โจว

เขาจะต้องสร้างความสันพันธ์ที่ดีต่อเหล่าผู้อาวุโสระดับแบล็คโกลด์ของตระกูลวายุเหมันต์เอาไว้

     เมื่อได้เห็นผลึกโลหิตที่อยู่ในมือของเขา เย่ โจวถึงกับตะลึงไปชั่วขณะ ผลึกโลหิตนั่นเป็นของที่ล้ำค่า แม้แต่ยอดฝีมือระดับตำนานก็ยังต้องการมัน เขารู้สึกประหลาดใจที่เนี่ยหลี่ไปหาของพวกนี้มาจากที่ไหนกันแน่

   เย่ ซิ่วเริ่มเข้าใจแล้วว่าเนี่ยหลี่นั้นวางแผนอะไรไว้จึงหัวเราะและพูดออกมาว่า “รับมันไปถอะ ก่อนหน้านี้ข้าก็ได้มันมาด้วยเช่นกัน ถ้าท่านไม่รับไว้ เนี่ยหลี่เองก็คงจะไม่สบายใจ”

   เย่ โจวมองไปที่เนี่ยหลี่และเย่ ซิ่ว เขาเข้าใจได้ว่าทั้งคู่นั้นต้องการอะไร เหตุผลที่เนี่ยหลี่มอบของขวัญที่ล้ำค่าเช่นนี้ต้องเป็นเพราะ หวิ๋นเอ๋อเป็นแน่ เขาได้รู้เรื่องราวระหว่างเนี่ยหลี่กับเย่ จื้อ หวิ๋น เขาจึงหัวเราะออกมาและพูดว่า “งั้นข้าจะรับมันเอาไว้”

     เนี่ยหลี่หัวเราะออกมาเล็กน้อย เย่ ซิ่วเริ่มทำความสนิทสนมกับเขา เย่ โจวด้วยเช่นกัน ดูเหมือนว่าผู้อาวุโสระดับแบล็คโกลด์ของตระกูลวายุเหมันต์นั้นคุยด้วยกันง่าย   ด้วยการมีทั้งผู้มีตำแหน่งระดับสูงของตระกูลวายุเหมันต์ การอนุมัติจากเย่ ซ่ง ความสำเร็จอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว

     ผู้คนจากตระกูลต่างๆมากมายมีจำนวนมากขึ้น ไม่นานพื้นที่ทั้งหมดก็เต็มไปด้วยผู้คน พวกเขาต่างเข้าไปนั่งอยู่ในพื้นที่ที่ได้จัดเตรียมไว้ให้ ต่างก็มีมุมเป็นของตนเอง อย่างไรก็มีจำนวนคนที่มาร่วมงานของตระกูลวายุเหมันต์นั้นมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น

      “ทำไมคนของตระกูลวายุเหมันต์ยังมาไม่ถึงกันหล่ะ” เสิ่นฮองรู้สึกไม่ชอบมาพากล เหล่ายอดฝีมือทั้งหมดจากตระฏุลต่างๆก็มากันพร้อมแล้ว มีเพียงหนึ่งถึงสองคนจากสิบคนของตระกูลวายุเหมันต์มาร่วมงาน ที่สำคัญมีเพียงเย่ ซิ่ว กับ เย่ โจวเท่านั้น

    ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ได้ตำแหน่งใจกลางงาน ล้อมรอบได้ด้วยตระกูลต่างๆ ในเวลาเช่นนี้ถ้าเขาทำอะไรออกไปก็เท่ากับเปิดเผยให้ตระกูลอื่นๆรู้เข้า

    เนี่ยหลี่ออกไปนอกพื้นที่จัดงานและเห็นเสี่ยว หนิง เอ๋อ หลู่เพี่ยวกับพรรคพวกแม้กระทั้งคนจากตระกูลบันทึกสวรรค์และต้วนเจี้ยนก็มาร่วมงานเลี้ยงนี้ด้วยเช่นกัน แม้เนี่ยหลี่จะไม่ยอมให้พวกเขามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วยแต่พวกเขาก็ต้องการที่จะเข้าร่วมอยู่ดี เขาจึงต้องเตือนพวกนั้นเอาไว้ก่อน

    เนี่ยหลี่เดินตรงไปทาง ตระกูลบันทึกสวรรค์อยู่

      ได้เห็นเนี่ยหลี่ เนี่ยไฮ้ เนี่ยอิงและพรรคพวกก็รู้สึกตื่นเต้น เมื่อเนี่ยหลี่เดินมาด้านหน้าของห้องโถงหลัก พวกเขาเห็นคนสำคัญจากตระกูลวายุเหมันต์ถึงสองคนด้วยกัน ให้เกียรติกับเขา ด้วยสิ่งนี้มีคำถามมากมายเกิดขึ้นเกี่ยวกับฐานะของเขาในตอนนี้ มีข่าวลือแพร่สะพัดออกไปอย่างบ้าคลั่งว่าเนี่ยหลี่กลายเป็นตัวเกร็งว่าจะได้เป็นลูกเขยของท่านเจ้าเมือง ในเวลานี้พวกเขาต่างก็พูดถึงเรื่องนี้ พวกเขาต่างก็รู้สึกตื่นเต้นและภาคภูมิใจ  บางตระกูลก่อนที่เคยมีเรื่องบาดหมางกันต่างก็ก้มหน้าและเดินหลบออกเมื่อได้เห็นพวกเขา

      เนี่ยหลี่เดินมาหาเนี่ยไฮ้และเนี่ยอิงที่อยู่ข้างๆพูดกระซิบข้างหูว่า “คืนนี้จะมีบางอย่างเกิดขึ้น ดูแลคนของเราให้ดี”

      ได้ยินคำพูดของเนี่ยหลี่ เนี่ยไฮ้และเนี่ยอิงถึงกับจับใจสั่นไปเล็กน้อยพวกเขาพยักหน้าตอบ แม้ว่าพวกเขาจะไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นแต่ที่แน่ๆพวกเขาก็ต้องระวังตัวอย่างมากไว้ก่อน

    โชคดีที่เนี่ยหลี่ส่งคนไปแจ้งพวกเขาเอาไว้ก่อนแล้ว นั่นคือเหตุผลที่เนี่ยไฮ้และเนี่ยอิงพาพวกมีฝีมือมาเพียงไม่กี่คน อย่างไรก็ตามเนี่ยหลี่ก็ไม่ได้เผยข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับพวกเขา ความลับเช่นนี้ยิ่งรู้น้อยที่สุดยิ่งดี

   เนี่ยหลี่มองไปที่ต้วนเจี้ยนและพูดว่า “ต้วนเจี้ยน เจ้าตามข้ามา”

“ครับ” ต้วนเจี้ยนยืนขึ้นและเดินตามหลังเนี่ยหลี่

    ขณะที่เนี่ยหลี่กำลังเดินอยู่ เขาใช้เสียงแผ่วๆที่พวกเขาจะได้ยินกันเพียงสองคนและพูดว่า “คืนนี้ เมื่อการต่อสู้ได้เริ่มขึ้น เจ้าต้องจับตาคนๆหนึ่งเอาไว้ นั่นคือ เสิ่นฮอง แม้ว่าเจ้าจะไม่สามารถล้มเขาได้ ยังไงเจ้าก็ต้องขัดขวางเขาเอาไว้”

      ตอนนี้ ต้วยเจี้ยนก้าวเข้าสู่ระดับแบล็คโกลด์ แต่ก็ยังไม่ใช่คู่มือของเสิ่นฮอง อย่างไรก็ตามด้วยความแข็งแกร่งทางร่างกายของ  ต้วนเจี้ยนนั้น แม้จะต้องสู้กับยอดฝีมือระดับตำนาน เขาพอมีโอกาสยื้อการต่อสู้ได้

  “ครับ ข้าเข้าใจแล้ว” ต้วนเจี้ยน ผงกหัวตอบรับอย่างจริงจัง

 เนี่ยหลี่และต้วนเจี้ยนเดินตรงไปทางตระกูลปีกมังกร

      เมื่อเสี่ยว หยุน เฟิงและคนจากตระกูลปีกมังกรเห็นการปรากฎตัวของ เนี่ยหลี่ พวกเขาทั้งหมดล้วนยืนขึ้น ตอนนี้เนี่ยหลี่คือคนที่มีทั้งอิทธิพลและทรงอำนาจมากคนหนึ่งเลยทีเดียว

      “เนี่ยหลี่” เสี่ยว หนิง เอ๋อยืนขึ้นและมองไปที่เนี่ยหลี่ ดวงตาของเธอดูเปล่งประกายงดงามยิ่งนัก

      เนี่ยหลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อยและพูดกับ เสี่ยว หยุน เฟิงว่า “ยินดีที่ได้พบครับ ท่านลุง”

       ได้ยินคำพูดของเนี่ยหลี่ เสี่ยว หยุน เฟิงเต็มไปด้วยรู้สึก ปลาบปลื้ม และรีบตอบกลับว่า “หลานเนี่ยหลี่ ข้าต้องขอขอบคุณเจ้าที่ช่วยเหลือดูแลเสี่ยว หนิง เอ๋อตลอดมา”

    เสี่ยว หยุน เฟิงและคณะรู้ถึงตัวตนเองเนี่ยหลี่แล้วจากนั้นจึงมองไปที่ ต้วนเจี้ยนผู้ที่ยืนอยู่ข้างหลังเนี่ยหลี่ ทั้งสองคนนั้นทำให้พวกเขารู้สึกสงสัยอยู่ลึกๆ

       “ท่านลุง ท่านกล่าวหนักไปแล้ว หนิงเอ๋อเป็นเพื่อนที่สนิทของข้า ดังนั้นท่านลุงไม่ต้องเป็นห่วง นี่เป็นครั้งแรกที่เราได้พบกันข้าขอมอบของขวัญเพื่อแสดงความนับถือ โปรดรับไว้ด้วย” เนี่ยหลี่ดึงขวดยาหลายขวดออกมาและมอบให้เสี่ยว หยุน เฟิง

      เมื่อเห็นของขวัญที่เนี่ยหลี่มอบให้ เสี่ยว หยุน เฟิง เสี่ยว อี้และคนอื่นๆก็อิจฉาตาร้อนขึ้นมา เนี่ยหลี่ช่างร่ำรวยมหาศาลนัก บรรดาขวดยาเหล่านั้นมีทั้ง ยาเสริมพลังกายสีชาด, ยาเสริมวิญญาณและยาเปลี่ยนรูปทั้งเก้าอันเลื่องชื่อ ยาแต่ละชนิดนั้นมีมูลค่ามากมายมหาศาลและเนี่ยหลี่มอบให้มาหลายขวดด้วยกัน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงยาเสริมพลังกายสีชาด เพียงไม่กี่เม็ดก็มีมูลค่าสูงแล้ว

     อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนั้นเป็นของขวัญที่มอบให้แก่เสี่ยว หยุน เฟิง เสี่ยว อี้และพวกของเขาได้แต่รู้สึก เศร้าสลด ทำไมพวกเขาไม่ได้ให้กำเนิดบุตรสาวดีๆมาสักคนหนึ่ง



ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น