วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 171 – Space-Time Demon Beast?

Tale of the demon and god novel Chapter 171 – Space-Time Demon Beast?

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 171 - สัตว์อสูรเวลา?


บทที่ 171 - สัตว์อสูรเวลา?



          เมื่อเนี้ยหลี่เดินเข้าไปและมองสำรวจอย่างรวดเร็ว เขาก็ถึงกับตกใจ เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าคลังสมบัติของคฤหาสน์เจ้าเมืองจะสะสมของโบราณไว้มากมาย
       

   "ข้าสามารถนำพวกมันออกไปได้งั้นเหรอ?" เนี้ยหลี่ถามอย่างยิ้มแย้มระหว่างมองไปทางเย่ จื้อ หวิ๋น
       

"อื้ม" เย่ จื้อ หวิ๋นพยักหน้าตอบรับ เนี้ยหลี่ช่วยเธอและบิดา บุญคุณนี้นั้นใหญ่หลวงยิ่งนัก มันไม่อาจตอบแทนด้วยของเพียงไม่กี่ชิ้นแน่นอน ไม่ต้องพูดถึงของไม่กี่ชิ้น เย่ จื้อ หวิ๋นตัดสินใจที่จะยอมรับทุกคำขอของเนี้ยหลี่แบบไม่ต้องคิดให้มากความเลยด้วยซ้ำ
       

"ถ้างั้น ข้าขอหยิบอะไรก็ตามที่ข้าชอบละกันนะ"
       

        เนี้ยหลี่ท้าวเอว สายตาของเขาพลันประสบเข้ากับหินบางอย่างในกองสมบัติ เขายื่นมือออกไปเพื่อสำรวจดูพวกมัน
       

       เมื่อเนี้ยหลี่คว้าหินที่ดูธรรมดาขึ้นมาจำนวนหนึ่งจากกองสมบัติอันระยิบระยับ เย่ จื้อ หวิ๋นก็ถามอย่างอดสงสัยไม่ได้ "นั่นมันคืออะไรหรือ?"
       


          "มันคือศิลาสวรรค์ผู้พิทักษ์ ถ้าจำไม่ผิดมันน่าจะถูกสร้างขึ้นที่เหมืองทางเหนือสุดของทวีปสวรรค์ ซึ่งตอนนี้คงถูกปกครองโดยพวกสัตว์อสูรไปแล้ว ผู้เชี่ยวชาญด้านจารึก มักจะสลักรูปแบบจารึกเมื่อพวกเขาได้รับสิ่งของมา มันช่วยเสริมพลังให้กับเขตแดนวิญญาณได้ อีกทั้งยังสร้างม่านพลังได้อีกด้วย ลองเอาศิลาสวรรค์ผู้พิทักษ์ นี่ไปดูเป็นตัวอย่าง มันมีรูปแบบจารึกระดับเหล็กดำสลักไว้ มันสามารถช่วยป้องกันการโจมตีจากพลังระดับเหล็กดำได้ถึงสองครั้งเลยนะ แต่ดูเหมือนว่าจารึกพวกนี้จะถูกใช้ไปแล้ว คงต้องมีการซ่อมแซมนิดหน่อย" เนี้ยหลี่คว้าศิลาสวรรค์ผู้พิทักษ์ มาหกก้อน แล้วจึงเทเลือดของสัตว์อสูรลงไปเพื่อซ่อมแซมรูปแบบจารึก จากนั้นเขาก็ได้ซ่อมแซมศิลาไปถึงสามก้อน แล้วจึงซ่อมแซมที่อยู่บนฝ่ามือของเย่ จื้อ หวิ๋นอีกสามก้อน
       


"นี่มัน..." เย่ จื้อ หวิ๋นมองไปที่ศิลาสวรรค์ผู้พิทักษ์ ทั้งสามก้อนบนฝ่ามือ "เป็นของที่มีค่าสูงมาก..."
       


        "มันเป็นของตระกูลเจ้า ว่าแต่ ทำไมเจ้าถึงถือพวกมันไว้ล่ะ เก็บมันไว้สิ" เนี้ยหลี่หัวเราะและมองไปรอบๆต่อ
       


       แก้มของเย่ จื้อ หวิ๋นแดงเล็กน้อยแล้วเธอจึงเก็บศิลาสวรรค์ผู้พิทักษ์ ทั้งสามลงไป
       


         เนี้ยหลี่ยังคงเดินดูโดยรอบคลังสมบัติ แล้วจึงเดินไปที่ภูเขาสมบัติ เขาจะกลับไปมือเปล่าได้อย่างไร? เขารู้สึกสงสัยว่าจะมีคัมภีร์รูปแบบจารึกระดับตำนานอยู่ที่นี่? ถ้ามันมี เขาคงหยิบมันไปโดยไม่ต้องเอ่ยคำขอแน่นอน ในตอนนี้พลังความสามารถของเขายังห่างไกลกับเป้าหมายยิ่งนัก เขาหวังว่าจะมีของที่ช่วยเป็นหลักประกันชีวิตเขาอยู่บ้างในกองสมบัติพวกนี้
       


          ถ้าอะไรที่ถูกตาต้องใจ โดยเฉพาะสิ่งที่สามารถนำไปใช้ระหว่างการต่อสู้ได้ เนี้ยหลี่คงจะคว้าแล้วโยนมัน ลงแหวนเก็บของโดยไม่ลังเลแน่นอน หรืออาจจะเป็นแหวนเก็บของ ของเย่ จื้อ หวิ๋นหลังจากที่บอกเธอรู้ถึงวิธีใช้งาน
       


        หลังจากนั้นชั่วครู่ เนี้ยหลี่ได้คว้าสมบัติมานับร้อยชนิด ประดุจดังกำลังปล้นคลังสมบัติแห่งนี้อยู่
       


      ถ้าเย่ ซ่งเห็นภาพนี้เข้าหัวใจคงแหลกสลายเป็นแน่  เนี้ยหลี่ใช้ที่นี่อย่างกับเป็นสถานที่ในบ้านของเขาเองอย่างไรอย่างนั้น
       


          "น่าเสียดาย ที่นี่ไม่มีอะไรที่ถูกตาต้องใจข้าเลย คลังสมบัตินี่ช่างน่าผิดหวังยิ่งนัก" เนี้ยหลี่พูดอย่างผิดหวังเล็กน้อย
       


           เมื่อเย่ จื้อ หวิ๋นได้ยินเช่นนั้น เธอถึงกับอับจนคำพูด ไม่มีอะไรที่ถูกตาต้องใจเจ้า? แต่เมื่อครู่เจ้าเพิ่งหยิบของไปนับร้อยชิ้น!?
       


            เนี้ยหลี่พบคัมภีร์จารึกสิบห้าม้วนที่มีเทคนิคต้องห้ามระดับตำนาน แต่น่าเสียดายที่มันไม่ได้ดีอะไรมากมาย สิบม้วนนั้นเป็นเพียงแค่เศษซาก แต่ที่เหลืออีกห้านั้นพอที่จะซ่อมแซมได้ หลังจากที่เนี้ยหลี่ซ่อมแซมคัมภีร์จารึกทั้งห้าแล้ว เขาได้มอบมัน จำนวนสามม้วนให้แก่เย่ จื้อ หวิ๋นและเก็บไว้เองสองม้วน
       

      เนี้ยหลี่ท้าวเอว ส่วนใหญ่ของทุกอย่างที่ผ่านสายตาของเขานั้นถูกนำมาแล้ว ด้วยสมบัติมากมายที่อยู่ด้านข้างมันทำให้เขารู้สึกค่อยยังชั่วอยู่บ้าง
       


          ทันใดนั้นสายตาของเนี้ยหลี่ก็ไปบรรจบกับไข่ลึกลับในบรรดาสมบัติที่เหลือ ไข่ที่ว่านั้นมีสามขนาด มีสีแดงและสีทองพร้อมด้วยรูปแบบจารึกมากมายบนตัวไข่
       

          เนี้ยหลี่เชื่อในสารบบความรู้ของตน แม้ว่าจะไม่อาจเข้าใจรูปแบบจารึกที่สลักอยู่ แต่มันต้องเต็มไปด้วยปริศนาแน่นอน
       


         รูปแบบจารึกพวกนี้แทบไม่คุ้นตาเขาเลย เขาไม่เคยเห็นพวกมันมาก่อนแน่นอน
       


      เมื่อสายตาของเนี้ยหลี่จ้องมองไปยังไข่ประหลาด เย่ จื้อ หวิ๋นก็ถามอย่างสงสัย "มันคืออะไรเหรอเนี้ยหลี่?"
       


         "ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน" เนี้ยหลี่ยิ้มเจื่อนๆ พร้อมส่ายหน้า เนี้ยหลี่ทราบถึงไข่ของสัตว์อสูรส่วนใหญ่ แต่นี่มันแทบไม่อาจรู้ได้เลยว่ามันเป็นไข่อะไร
       

   รูปแบบจารึกบนไข่พวกนี้ช่างลึกลับ ในตอนนี้เนี้ยหลี่ไม่กล้าแม้แต่จะแตะต้องมัน
       


        เนี้ยหลี่ไม่อาจทราบได้ว่ามันคืออะไร หรือมันเป็นเพียงแค่ไข่? เย่ จื้อ หวิ๋นตกใจเล็กน้อย ในใจของเธอนั้นมองว่าเนี้ยหลี่รู้ทุกสรรพสิ่งบนโลกหล้า ไม่อาจมีสิ่งใดที่อยู่นอกเหนือความรู้ของเนี้ยหลี่
       

       "ถ้างั้น เราจะทำยังไงดี?" เย่ จื้อ หวิ๋นมองไปยังเนี้ยหลี่และถามออกมา
       

      เนี้ยหลี่จ้องมองไข่ลึกลับพวกนั้น เขาสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังบางอย่างที่ออกมาจากมัน สิ่งมีชีวิตภายในไข่จะต้องยังคงมีชีวิตอยู่แน่ คลื่นพลังนั้นทำให้เนี้ยหลี่สัมผัสได้ถึงความลึกลับและความกดดัน
       

   'แล้วมันคืออะไรกันล่ะ?' เนี้ยหลี่พยายามครุ่นคิด
       


     เนี้ยหลี่คิดอะไรบางอย่างและพยายามที่จะเคลื่อนตัวเล็กน้อย เขารวมพลังภายในเขตแดนวิญญาณส่งให้มันส่งทะลุเข้าไปภายในไข่ เขาคิดไม่ออกจริงๆว่ามันเป็นไข่ของสัตว์อสูรอะไร เมื่อมันดูดซับพลังวิญญาณของเขา มันได้หลอมรวมเข้ากับพลังของเขาและเขาพยายามทำให้มันศิโรราบ!
       

          เมื่อเขาถอนพลังวิญญาณออกมาจากไข่ เนี้ยหลี่รู้สึกได้ถึงการต่อต้านจากคลื่นพลังของไข่ คาดได้ว่ามันปฏิเสธพลังวิญญาณของเนี้ยหลี่ เหมือนมีม่านพลังปิดกั้นไม่ให้พลังวิญญาณเนี้ยหลี่เข้าไป
       

      เมื่อเขาสัมผัสได้ถึงม่านพลังที่ทรงพลัง เนี้ยหลี่ถึงกับตกใจ นี่มันจะต้องเป็นสัตว์อสูรระดับสูงมากอย่างแน่นอน อีกทั้งมีความเป็นไปได้ว่าไม่ได้มาจากโลกนี้!
       

ถ้าสัตว์อสูรมีม่านพลังเช่นนี้ตั้งแต่ยังเป็นไข่ อย่างน้อยมันก็ต้องเป็นถึงระดับเทพ
       

 เนี้ยหลี่พยายามที่จะแทรกแซงพลังวิญญาณของเขาเข้าไปนับครั้งไม่ถ้วน แต่ว่ามันก็ยังคงล้มเหลว นี่มันช่างน่าท้อใจ แต่ทันใดนั้นเนี้ยหลี่ก็พบว่าเศษเสี้ยวหน้าของตำราภูติห้วงกาลลี้ลับบนอกของเขากำลังส่องสว่าง
       

   หมายความว่าเจ้าไข่นี่มันดึงดูดเศษเสี้ยวหน้าของตำราภูติห้วงกาลลี้ลับรึ?
       

       เนี้ยหลี่มองไปยังเศษเสี้ยวหน้าของตำราภูติห้วงกาลลี้ลับ เศษเสี้ยวหน้านั้นได้ลอยอยู่กลางอากาศพร้อมกับแสงสีขาวที่แผ่ไปยังไข่ลึกลับนั่น แสงนั้นได้หมุนวนอย่างรวดเร็วโดยรอบของไข่ ทันใดนั้นก็บังเกิดแสงสีทองส่องสว่างออกเคียงคู่กับแสงจากเศษเสี้ยวหน้าของตำราภูติห้วงกาลลี้ลับ
       

ภาพอันลึกลับนี้ถึงกับทำให้เนี้ยหลี่และเย่ จื้อ หวิ๋นตื่นตะลึง
       

ตำราภูติห้วงกาลลี้ลับ?
       

       เป็นไปได้ว่าไข่นั่นมีความเกี่ยวข้องกับตำราภูติห้วงกาลลี้ลับ?
       


         "สัตว์อสูร... สัตว์อสูรห้วงเวลา..." เนี้ยหลี่พึมพำ ทันใดนั้นก็บังเกิดความคิดแปลกประหลาดขึ้นภายในใจเขา นั่นจะต้องเป็นสัตว์อสูรในตำนาน สัตว์อสูรห้วงเวลา? สัตว์อสูรห้วงเวลานั้นเป็นหนึ่งในสัตว์อสูรลี้ลับ พวกมันถูกกล่าวถึงในเอกสารอันน้อยนิด
       


           ตามตำนานกล่าวไว้ว่า สัตว์อสูรห้วงเวลานั้นยากยิ่งนักที่จะจับต้อง และจำนวนของไข่สัตว์อสูรห้วงเวลายิ่งมีเพียงน้อยนิดมากๆ พวกมันไม่เคยถูกลงบันทึกไว้ในเอกสารใดๆ
       


           ในอดีตมีผู้คนที่พยายามค้นหาเบาะแสของสัตว์อสูรห้วงเวลา หนึ่งในสัตว์อสูรห้วงเวลาถูกเรียกว่า มูซ ห้วงเวลา พวกมันดูธรรมดามากหากนำไปเทียบกับสัตว์อสูรห้วงเวลาตัวอื่น เมื่อใดก็ตามที่มีใครบางคนค้นพบมูซห้วงเวลา พวกเขามักจะให้หญ้ามันกินและพยายามที่จะเข้าไปใกล้มันเพื่อให้ประตูห้วงเวลาโผล่ออกมา แต่เมื่อมีใครเข้าไปใกล้ พวกมูซ ห้วงเวลาจะโดนดูดกลืนหายเข้าไปในประตูห้วงเวลา พวกมันมักจะกลับไปทุ่งหญ้าภายในห้วงเวลานี้ จากนั้นเพียงชั่วครู่ก็จะหายไปปรากฏขึ้นในสถานที่อยู่ห่างไกลออกไป หรือไม่ก็หายไปเลย
       


        เมื่อมันหายไป พวกมูซห้วงเวลานั้นมักจะปรากฏขึ้นในสถานที่เดียวกันในร้อยปีให้หลัง หรือไม่ก็พันปีหลังจากนั้น เพราะพวกมันนั้นสามารถเดินทางท่องเวลาได้ อย่างไรก็ตาม มูซห้วงเวลานั้นไม่ได้ทำสัญญากับมนุษย์หรือสัตว์อสูร พวกมันจึงไม่ได้ส่งผลอะไรมากกับประวัติศาสตร์
       

          พวกมูซห้วงเวลาเป็นหนึ่งในสัตว์อสูรห้วงเวลาที่ถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ ซึ่งในบันทึกยังมีอีกสองตัวคือ หมาป่าห้วงเวลาและอสูรสิงโตห้วงเวลา พวกมันเป็นผู้ล่าตามธรรมชาติของมูซห้วงเวลา
       


       แต่ไม่ว่าจะเป็นมูซห้วงเวลา หมาป่าห้วงเวลาหรืออสูรสิงโตห้วงเวลา พวกมันเหล่านั้นไม่ได้เป็นสิ่งมีชีวิตที่วางไข่เพื่อสืบพันธ์
       

          แสงจากเศษเสี้ยวหน้าตำราภูติห้วงกาลลี้ลับยังคงส่องประกายอยู่บนไข่ รูปแบบจารึกบนไข่เองบางครั้งก็เรืองแสง บางครั้งก็หม่นลง เนี้ยหลี่ควบคุมพลังวิญญาณของเขาเข้าไปภายในเพื่อค้นหาจุดอ่อนของม่านพลัง ในที่สุดแสงบนไข่ก็มืดลง เนี้ยหลี่สัมผัสได้ว่าม่านพลังได้แตกออกและผลักดันพลังวิญญาณของเขาเข้าไปภายใน
       

บูมม!
       

          เนี้ยหลี่รู้สึกเหมือนหัวของเขาได้ระเบิดแตกกระจาย หัวของเขาเริ่มที่หมุนด้วยความเร็วสูงมาก มันเปรียบดั่งจิตใจของเขาได้ผ่านเวลามาหลายศตวรรษ ทุกภาพของช่วงชีวิตก่อนหน้าได้ปรากฏขึ้นมาภายในหัวของเขา
       

ไข่ลึกลับยังคงดำเนินการดูดพลังวิญญาณของเนี้ยหลี่อย่างต่อเนื่อง
       


          เมื่อเนี้ยหลี่รู้สึกได้ว่าพลังวิญญาณของเขาใกล้เหือดแห้ง เขาจึงรีบถอนพลังออกมาจากไข่นั่นทันที  เขาสัมผัสได้ว่าไข่นั่นไม่ได้ดูดพลังของเขาแล้ว เนี้ยหลี่จึงเป่าปากอย่างโล่งอก ทันใดนั้นเนี้ยหลี่ได้รับรู้ถึงความลึกลับจากไข่ คลื่นพลังภายในไข่ได้เติบโตขึ้นและดูแข็งแกร่งขึ้นนิดหน่อย อีกทั้งเนี้ยหลี่ยังรู้สึกได้ว่าตัวเขาและไข่มีความเชื่อมโยงกันอย่างประหลาด
       

"ข้าจะเอาไข่นี่ไปศึกษาอย่างละเอียด" เนี้ยหลี่พูดพร้อมมองไปยังเย่ จื้อ หวิ๋น
       

        "ได้สิ" เย่ จื้อ หวิ๋นพยักหน้า เนี้ยหลี่นั้นสามารถนำอะไรก็ได้ที่ต้องการจากคลังสมบัติแห่งนี้
       


         เนี้ยหลี่เก็บไข่ลึกลับนั่นลงในแหวนเก็บของ เขารู้สึกได้รางๆถึงความลึกลับของไข่นี่ อีกทั้งยังเกิดความคิดว่าเขาจะสามารถไขปริศนานี่ได้ในอนาคต
       

        ทันทีที่เขาคว้าหน้าที่เหลืออยู่ของเศษเสี้ยวหน้าตำราภูติห้วงกาลลี้ลับ เนี้ยหลี่และเย่ จื้อ หวิ๋นก็เดินออกไปจากคลังสมบัติแห่งนี้
       


        ทันใดนั้นก็เกิดเสียงดังขึ้นมาจากท้องฟ้า เนี้ยหลี่เงยหน้าขึ้นมองก็พบกับนกยักษ์กำลังบินอยู่บนอากาศ
       

นั่นคือบรรพบุรุษผู้ก่อตั้ง เย่ หยาน!
       

  ความสนใจของเนี้ยหลี่จ้องมองไปยังหุ่นเชิดวิญญาณที่กำลังร่อนลงมาจากฟ้า
       

  บรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเย่ หยานพูดอย่างหงอยๆ "เนี้ยหลี่ ในอนาคตข้าจะไม่ทำงานแบบนี้อีกแน่ มันช่างน่าเบื่อยิ่งนัก"
       

          "บรรพชนผู้ก่อตั้งเย่ หยาน พวกสมาชิกของสมาคมทมิฬนั้นเป็นพวกนอกรีต พวกมันกำลังทำสิ่งที่พวกมันต้องการ ถ้าท่านช่วยเมืองกลอรี่จากเนื้อร้ายก้อนนี้ มันจะเป็นสิ่งที่ประเสริฐและสูงส่งมาก ท่านไม่ยินดีเหรอ?" เนี้ยหลี่กล่าวยิ้มๆ
       

          "แม้ว่าข้านั้นจะตายไปหลายพันปีแล้ว พวกลูกหลานเหล่านี้ยังกังวลว่าข้าจะว่างมากเกินไปสินะ ยังจะสร้างสมาคมทมิฬมาเพื่อก่อปัญหาอีก" ในมุมมองของเย่ หยาน ไม่ว่าจะเป็นผู้คนในเมืองกลอรี่หรือสมาคมทมิฬต่างก็เป็นลูกหลานของเขาทั้งนั้น!





ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น