วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 170 – Treasury of the City Lord’s Mansion

Tale of the demon and god novel Chapter 170 – Treasury of the City Lord’s Mansion

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 170 - สมบัติโบราณที่คฤหาสเจ้าเมือง


บทที่ 170 - สมบัติโบราณที่คฤหาสเจ้าเมือง




เนี่ยหลี่ส่งกระแสพลังจิตวิญญาณให้ไหลเวียนเข้าไป  เขาใช้เทคนิคเต๋าหยินค่อยๆขับพิษในหัวใจของ เย่ ซ่งออกอย่างช้าๆ เริ่มจากที่หัวใจ, เขาค่อยๆกดไล่แล้วเคลื่อนให้พิษมารวมไว้นิ้วมือซ้ายนิ้วหนึ่ง จากนั้นเนี่ยหลี่ก็ใข้เข็มปักลงไป ส่งผลให้เลือดสีดำเข้มจำนวนไม่น้อยไหลออกมาจากแผล  (เทคนิคเต๋าหยิน: เป็นศาสตร์การฝังเข็มแบบนึงที่ใช้การนวดตามร่างกายและกดจุดสะท้อนต่างๆ เพื่อกระตุ้นการรักษา โดยใช้พลังวิญญาณแผ่เข้าไปบำบัด และขจัดปัญหาในร่างกายของผู้ป่วย)




เมื่อได้เห็นภาพเบื้องหน้า,ทั้งเย่ จื้อ หวิ๋นและ เย่ ซิ่วก็รู้สึกตกตะลึง นี่มันเวทมนต์อะไรกันแน่? เย่ ซิ่วพูดอะไรไม่ออก นี่เนี่ยหลี่สามารถขับพิษออกจากร่างท่าน เย่ ซ่งได้จริงๆหรือนี่? นี่พวกเรามีหวังที่จะเห็นท่านเย่ ซ่งรอดปลอดภัยใช่ไหม? เมื่อนึกถึงเรื่องนี้, ก็ช่วยไม่ได้เลยที่จะทำให้เย่ ซิ่ว รู้สึกปิติยินดีขึ้น เนี่ยหลี่ช่างสร้างความประหลาดใจให้เขาได้ครั้งใหญ่ซะจริงๆ


เนี่ยหลีเดินหน้าใช้เทคนิคเต๋าหยินขับพิษ เป็นเวลาต่อเนื่องกันหลายชั่วโมง เขาสามารถนำพิษสมุนไพรลิ้นมังกร ขับออกจากร่างเย่ ซ่งได้ทีละนิดๆ แม้ว่าการเพาะบ่มพลังของเนี่ยหลี่จะไปถึงระดับโกลด์แล้ว; แต่หลังจากใช้เทคนิค เต๋าหยินติดต่อกันเป็นเวลานาน เขาก็แทบจะหมดลมจากความเหนื่อยล้า





แต่อย่างไรก็ตาม, ผลของการรักษาก็ประสบความสำเร็จจนเป็นที่ประจักษ์ได้ ถึงแม้ว่าเย่ ซ่งจะยังไม่รู้สึกตัว แต่การหายใจและอัตราการเต้นของหัวใจของเขาก็อยู่ในระดับคงที่อย่างมาก ได้เห็นเนี่ยหลี่ดูอ่อน เพลียแรง เย่ จื้อ หวิ๋น ก็รีบนำน้ำใส่ถังพร้อมผ้าบิดหมาดๆ มาเช็ดหน้าปาดเหงื่อให้แก่เนี่ยหลี่



นางซาบซึ้งใจอย่างยิ่งสำหรับสิ่งที่เนี่ยหลี่ทำให้ นั้นคือเขากำลังดึงและยื้อชีวิตเย่ ซ่ง,พ่อของนางกลับมาจากประตูมรณะ ถ้าไม่ใช่ เพราะเนี่ยหลี่ นางคงจะต้องเสียท่านไปตลอดกาล เมื่อวันก่อนหน้านั้น, นางเพิ่งใช้ถ้อยคำทำร้ายเนี่ยหลี่ต้องเจ็บปวดใจ แต่เนี่ยหลี่ก็ยังเสียสละตัวมาช่วยเหลือเธอ




เย่ จื้อ หวิ๋น เงยหน้าขึ้นมามองเนี่ยหลี่ ขณะที่มองดูท่าทีที่ตั้งใจของเขา ความคิดของนางก็คิดย้อนไกลออกไป ตอนแรกนางตั้งใจว่าจะยกเนี่ยหลี่ให้แก่เสี่ยว หนิ๋ง เอ๋อ แต่ตอนนี้ ใจของนางตกอยู่ในห้วงความขัดแย้งสับสนและฝืนใจ ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่, เนี่ยหลี่ได้ก้าวข้ามผ่านเข้ามาอยู่ในโลกของนาง เขาเป็นคนที่เธอขาดไม่ได้และไม่สามารถมีใครมาแทนที่ ถ้าไม่ใช่เพราะเนี่ยหลี่, ท่านพ่อคงจะจากเธอไปแล้ว



เมื่อเห็นว่าเย่ ซ่งอาการดีขึ้นแล้ว, เย่ ซิ่วก็ส่งคนออกตามหาเย่ ฮั่นในทันที การที่ เย่ ฮั่นลงมือลอบสังหารเย่ ซ่งทำให้เขาเดือดดาลเป็นอย่างยิ่ง เขาสาบานว่าจะฉีก เย่ ฮั่นออกเป็นพันๆชิ้น




"อู่วววว...." หลังจากใช้เวลาเยียวยามานาน, เนี่ยหลี่ก็ถอนหายใจยาว เย่ ซ่งไม่เป็นอะไรแล้วล่ะ เขามองไปทีเย่ จื้อ หวิ๋นที่อยู่ข้างๆ นางกำลังนั่งเท้าคางและจ้องมองเขาอยู่ ท่าทีที่ดูอ่อนโยนและสงบของนางช่างทำให้หัวใจของเนี่ยหลี่สั่นไหวยิ่งนัก



เมื่อเนี่ยหลี่หันมา, เย่ จื้อ หวิ๋นรู้สึกได้ว่า กริยาท่าทางที่นางแสดงออกกำลังถูกจ้องมอง ดังนั้นใบหน้าของนางก็แดงระเรื่อขึ้นมาทันที เนี่ยหลี่หลุดขำออกมาเบาๆ,



"พ่อของเจ้าไม่เป็นอะไรแล้วล่ะ,ตอนนี้ เขาจะรู้สึกตัวในไม่ช้า!"


"ขอบคุณเจ้ามากนะเนี่ยหลี่" ดวงตาของเย่ จื้อ หวิ๋นเริ่มมีน้ำตาเอ่อขึ้นมา


"ถ้าหากไม่ใช่เพราะเจ้า, ข้าก็ไม่รู้เหมือนว่าข้าจะทำเช่นไร" "


“ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร, หากทำเพื่อเจ้า เจ้าไม่ต้องกังวลหรอก ข้ายินดีทำ "



เนี่ยหลี่ ระลึกอะไรบางอย่างจากชีวิตที่แล้วของเขาได้ นั้นคือฉากเหตุการณ์ที่ เย่ จื้อ หวิ๋นเอาตัวเข้าขวางเขาจากการโจมตีของสัตว์สูตร เขาถอนหายใจ, มันคือหนี้ชีวิตที่เขาติดค้างเย่ จื้อ หวิ๋นจากชีวิตครั้งก่อน, ซึ่งถึงใช้เวลาทั้งชีวิตในภพนี้,เขาก็หาตอบแทนมันได้หมดไม่



สำหรับเย่ จื้อ หวิ๋น, แม้ว่ามันจะหมายถึงความตายของเขา เนี่ยหลี่ก็ไม่ลังเลใดๆแม้แต่น้อย สำหรับเรื่องระหองระแหงกันเมื่อวันก่อนนั้น, เขาก็หานำมันมาใส่ใจใดๆ    เย่ จื้อ หวิ๋นก้มหัวลง ขบริมฝีปากและกล่าวขึ้นว่า



"เนี่ยหลี่, ข้าขอโทษกับเรื่องก่อนหน้านี้ สำหรับเจ้า, เจ้าอาจจะไม่คิดถือเป็นบุญคุณอะไร; แต่สำหรับข้า, เจ้าคือคนที่ช่วยชีวิตท่านพ่อของข้า ไม่ว่าเจ้าต้องการให้ข้าทำสิ่งใด, ข้าก็จะตกลงทำมัน"





ได้ยินคำของเย่ จื้อ หวิ๋น, หัวใจของเขาก็แทบโบยบิน มันทำให้เขาจดจำฉากในชีวิตที่แล้วได้ เธอคนนี้, เย่ จื้อ หวิ๋น,นางช่างมีเสน่ห์มากขึ้นเรื่อยๆเสียจริงๆ ใบหน้าของเย่ จื้อ หวิ๋นแดงระเรือขึ้นนิดๆ พร้อมกับ นางเคลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้เนี่ยหลี่ แล้วมอบจูบบนใบหน้าเนี่ยหลี่ไป1จุ๊บ จากนั้นหน้านางก็แดงแป๊ดด...




เนี่ยหลี่ตะลึงเล็กๆไปชั่วขณะหนึ่งแล้วก็ยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้ เขา ดึงเย่ จื้อ หวิ๋นเข้ามากอดไว้ในอ้อมแขนของเขา นางเอนกายเข้าไปแนบอกของเนี่ยหลี่แต่โดยดี, จนสามารถรู้สึกถึงเสียงหัวใจเต้นของเขา ความรู้สึกของนางตอนนี้รู้สึกปลอดภัยอย่างแสนสุด อกของเนี้ยหลี่ให้ความรู้สึกแก่นางว่านางสามารถเชื่อและไว้วางใจเขาได้ แม้ว่านางยังคงรู้สึกผิดต่อเสี่ยว หนิ๋ง เอ๋อ, แต่ เย่ จื้อ หวิ๋นก็ตัดสินใจแล้ว ความเงียบยังหยุดนิ่ง, แต่เวลาดำเนินเดินต่อไป เนี่ยหลี่ได้ดื่มด่ำประสบสัมผัสความสุข จากช่วงเวลาอันสุขแสน...~ ในภพที่แล้ว, ความเหงามันเจ็บปวดซะเหลือเกิน มันโดดเดี่ยวจนเหมือนฝังเข้ากระดูกดำ แทรกซึมแทนที่ความสุขใดที่เขาควรจะมี **ช่างรวดร้าวทรมาณนัก**




กลิ่นไอ สาวแรกแย้มของเย่ จื้อ หวิ๋นช่างจรุงใจ เนี่ยหลี่ลูบไล้ไปบนแผ่นหลังเย่ จื้อ หวิ๋นอย่างอ่อนโยน เขารู้สึกถึงสัมผัสอันนุ่มเรียบละเอียดอ่อนเกลี้ยงเกลาของผิวกายนาง เขารับรู้ได้ถึงการเต้นของหัวใจนางที่ระส่ำระส่ายและการหายใจที่ค่อนข้างผิดปรกติไม่สม่ำเสมอ นี่มันต้องไม่ใช่ความฝันแน่ๆ ข้ากลับมาแล้วจริงๆ , จื้อหวิ๋นอยู่ข้างๆข้า, อยู่ใกล้มากๆ จากนั้นซักพัก, เย่ ซ่งเปิดตาของเขาขึ้น และเห็นฉาก ตรงหน้า เขาลุกขึ้นทันทีและตบไปทีศีรษะของเนี่ยหลี่ไปหนึ่งที


 ทันที่ทีโดนโขกศีรษะไป เนี่ยหลี่ก็เกิดความเจ็บปวดแล้วพูดขึ้นอย่างหัวเสีย

"เฮ้, นี่ท่านตีข้าทำไมรึ?"



"นี่เจ้ายังกล้ามาถามข้าอีกรึ?"      



ข้ายังไม่ทันจะตาย เจ้าก็กล้ามารังแกลูกสาวข้าต่อหน้าข้าซะแล้วเรอะ! ใบหน้าเย่ ซ่งดำทมึงทึงในขณะที่เขาดึงหูเนี่ยหลี่จนหัวสั่นหัวคลอน


"เฮ้,เย่ ซ่ง, ท่านนี่ไม่รู้จักแยกแยะและไม่รู้คุณคนซะจริง เพราะข้าคนนี้นะ ที่ช่วยชีวิตท่านไว้ แล้วรู้ยังงี้ท่านยังมาตีข้าอีกเรอะ!" เนี่ยหลี่พูดอย่างผิดหวัง


"เจ้าสมควรที่จะโดนตีแล้ว โทษฐานที่เจ้ามาข่มเหงลูกสาวข้า!" เย่ ซ่ง พ่นลมหายใจออกอย่างเย็นชาแสดงความโกรธกริ้ว


"เฮ้, ท่านมองยังไงว่าข้าข่มเหงลูกสาวท่าน?" เนี่ยหลี่มองเย่ ซ่งด้วยความไม่พอใจ


"งั้น ไหนตอบมาสิว่าเจ้าวางมือของเจ้าไว้ตรงไหน?" เย่ ซ่งพ่นลมออกจมูกแล้วหยิบฉวยหมอนที่อยู่ใกล้ๆ,



"เจ้ากล้าข่มเหงลูกสาวข้า, เจ้าคิดว่าข้าไม่กล้าที่จะจัดการเจ้าใช่ไหม!" ในขณะที่ดูฉากการเถียงกันระหว่างเย่ ซ่งและเนี่ยหลี่,ไม่รู้ทำไม, เย่ จื้อ หวิ๋น ถึงรู้สึกว่าในหัวใจของนางช่างเต็มไปด้วยความอบอุ่น นางเอามือปิดปากแล้วหัวเราะคิกคัก ชุดไหมสีขาวที่เธอสวมใส่อยู่ยิ่งทำให้เธอดูมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้นเมื่อเธอยิ้ม ความอ่อนโยนนั้นพร้อม รูปลักษณ์อันสวยสดใสน่ารักงดงามมันทำให้เนี่ยหลี่ ตกตะลึงงันและประหลาดใจ



"นี่เจ้ายังกล้ามองอีกหรอ?!" เย่ ซ่งปาหมอนใส่เนี่ยหลี่


เนี่ยหลี่กระโดดเหย๋งและมองเย่ ซ่งฉุนเฉียวตาเขียว!!



"เย่ ซ่ง,ท่านช่างไม่มีเหตุผลซะจริงๆ แค่มองนาง,ท่านก็ไม่ยอมเลยเรอะ, นี่มันยุติธรรมตรงไหนกันเนี่ย!"


"อืม...อืม,ในจวนเจ้าเมืองแห่งนี้, ข้านี่แหละความยุติธรรม!”  เย่ ซ่งกล่าวขึ้นอย่างภูมิใจ



"นี่ท่าน... จื้อหวิ๋น, เราไปกันเถอะ อย่าไปห่วงโจรเฒ่าคนนี้เลย"


เนี่ยหลี่พูดและมองที่เย่ จื้อ หวิ๋น นางมอบรอยยิ้มอย่างสันติให้เนี่ยหลี่และพูดขึ้น


"เนี่ยหลี่, ท่านพ่อของข้าร่างกายยังไม่ฟื้นตัวดี ข้าต้องอยู่ที่นี่เพื่อดูแล จ้ะ"



เนี่ยหลี่ทำได้แค่นั่งลงอย่างหงอยๆที่เก้าอี้ข้างๆ   เห็นสีหน้าของเนี่ยหลี่, มุมปากของเย่ ซ่งก็ปริรอยยิ้มที่แทบจะไม่สังเกตเห็นได้ออกมาเล็กๆ มือของเขากำหมัดเบาๆ ในตอนก่อนหน้านี้,เขาคิดว่าเขาคงต้องตายแล้วเป็นแน่ แสงไฟคือสิ่งสุดท้ายที่เขาได้เห็น ก่อนที่แววตาเขาจะเลือนลางมืดมัวหมดสติไป และเขาก็ได้เห็น จื้อหวิ๋นร่ำไห้ เขาพยายามอย่างมากที่จะฝืนฝ่าฟันดิ้นรน  ปรารถนาที่จะกลับมา เขาพยายามที่จะลืมตาอีกครั้ง,แต่ไม่ว่าจะทำยังไงเขาก็ไม่สามารถลืมตาขึ้นมาได้  เขาเป็นห่วงหวิ๋นเอ๋อ เมื่อเขาตายจากไป,หวิ๋นเอ๋อคงต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวเดียวดายเป็นแน่



เขาภาวนาสุดขั้วหัวใจ แม้ว่าจะได้อีกแค่เพียงวันเดียวก็ตาม, เขาก็แค่ต้องการมองหน้าหวิ๋นเอ๋อชัดๆ อีกซักครั้งเท่านั้น แต่ยังไงก็ตาม,เขาหมดหนทางไร้หวังเสียแล้ว, เขาค่อยจมดิ่งลงสู่ความมืดมิดอันเวิ้งว้างแสนน่ากลัว หัวใจของเขายังคงเป็นห่วงเป็นกังวลในตัวลูกสาวสุดที่รัก



 จากนั้น,ทั้งหมดเกิดขึ้นในทันทีทันใด เหมือนสวรรค์จะตอบสนองคำขอของเขา, พละกำลังหวนกลับคืนมาสู่ร่างกายเขาในที่สุด เขาค่อยๆกลับมาจากประตูมรณะ เมื่อเขาตื่นขึ้น,เขาก็แอบปาดน้ำตาที่ออกมาจากมุมดวงตาเขา เขารู้ได้ว่ามันต้องเป็นเนี่ยหลี่แน่ๆที่ช่วยชีวิตเขาไว้ อย่างไรก็ตาม,



เมื่อเย่ ซ่ง กำลังจะตะโกนดังๆระบายถึงความดีใจสุขแสนออกมา เขาก็ได้เห็นเนี่ยหลี่กอดเย่ จื้อ หวิ๋นไว้อย่างอ่อนโยนแสนทะนุทนอม เขารู้สึกได้ทันทีว่าตระกูลเขามีที่พึ่งแล้ว คนที่เขาจะหวังฝากฝังลูกสาวเอาไว้ได้ แต่ความสุขสงบจนน่าหมั่นไส้แบบนี้ แม้แต่เขาก็อดมิได้ที่จะก่อกวนทำลายมันทิ้ง เขาจึงตบศีรษะของเนี่ยหลี่ไป


แต่ก็เป็นเพราะเขาต้องการแสดงความปิติสุขในใจออกมาเท่านั้น เย่ ซ่งเขาค่อยๆดูเหมือนเป็นพวกพ้องเดียวกันกับเนี่ยหลี่เข้าไปทุกที มีน้อยคนนักที่จะกล้าจะโต้เถียงปีนเกลียวเขาเหมือนที่เนี่ยหลี่ทำได้ การกระทำเหล่านั้นกลับยิ่งทำให้เขาทั้งสองใกล้ชิดสนิทสนมกันมากขึ้น



"ตอนนี้ท่านรู้แล้วหรือยังล่ะว่าความสัมพันธ์ของมนุษย์เป็นยังไง มันน่าประหลาดใจจริงๆทั้งที่ท่านเป็นเจ้าเมืองมาตั้งหลายปี แต่กลับดันดูคนไม่ออกซะได้ เอางูเห่ามาเลี้ยงแท้ๆ ไงล่ะ...นี่โดยแว้งกัดเกือบสิ้นชีพแล้วไหมล่ะ" เนี่ยหลี่บุ้ยปาก ได้ยินถ้อยคำของเนี่ยหลี่, เย่ ซ่งก็ดูหงอยลง เย่ ฮั่นเป็นแผลในใจที่ไร้ทางเยียวยาของเขายิ่งนัก


"เนี่ยหลี่,ท่านพ่อข้าเศร้าใจกับเรื่องนี้มากแล้วนะ" แววตาของเย่ จื้อ หวิ๋นที่เติมเต็มไปด้วยการอ้อนวอนจ้องมองมาที่เนี่ยหลี่  เย่ ซ่งฟื้นคืนบุคลิก นิ่งสงบใจเย็นกลับมา ทั้งหมดก็เพราะเขาเป็นเจ้าเมือง บางครั้งเขาก็จำเป็นวางความรู้สึกส่วนตัวเอาไว้ เฉกเช่นในตอนนี้ เขาพูดขึ้นอย่างเคร่งครึม




"เย่ ฮั่นสมรู้ร่วมคิดกับสมาคมทมิฬและทรยศเมืองกลอรี่ ความผิดของเขาร้ายแรงเกินจะรับไหว แม้แต่ฟ้าดินก็ยากจะให้อภัยได้ เขาต้องถูกจับตาย ในภายภาคหน้า,ไม่ว่าใครได้เจอเขาที่ไหนจงประหารเขาทันทีโดยมิต้องไตร่สวนใดๆ!" แม้ว่าเย่ ซ่ง จะปวดร้าวในใจเพียงใด,แต่เขาก็ยังคงกล่าวออกไปโดยไม่ลังเล



เนี่ยหลี่ช่วยไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้, เย่ ฮั่นไม่มีทางเลือกใดอีก เขาจำต้องหลบหนีออกจากเมืองกลอรี่เพื่อเอาตัวรอด ในอนาคต,เนี่ยหลี่ทำได้เพียงจับตามองและคอยระแวดระวัง เย่ ฮั่นเอาไว้



"เย่ ฮั่นรู้จักทุกซอกทุกมุมของจวนเจ้าเมืองเป็นอย่างดี บางทีแทนที่เขาจะหลบหนี เขาอาจจะหลบ ซุกซ่อนอยู่แถวๆนี้ก็ได้ เจ้าทั้งสองคนต้องระวังตัวให้ดีนะ อวิ๋นเอ๋อ,เจ้าจงนำเนี่ยหลี่ไป พาเขาไปยังคลังสมบัติจวนเจ้าเมืองแล้วเลือกหาบางสิ่งเอาไว้ป้องกันตัว" เย่ ซ่งพูด



"ท่านพ่อ... แต่ร่างกายของท่านยัง.." เย่ จื้อ หวิ๋นกล่าวอย่างเป็นห่วงและเป็นกังวล



"ข้าไม่เป็นไร,พิษจากสมุนไพรลิ้นมังกรถูกขับออกมาหมดแล้ว" เย่ ซ่ง พูดตอบพร้อมพยักหน้า ห้องของเย่ ซ่งมีผู้เชี่ยวชาญระดับแบล๊กโกลด์คอยคุ้มกันอยู่รอบๆถึง6คน ความปลอดภัยของเขาไม่มีปัญหาใดๆ




คลังสมบัติจวนเจ้าเมืองรึ?! เนี่ยหลี่ตื่นเต้นตั้งตาคอยที่จะได้ไปเยือนคลังสมบัติจวนเจ้าเมืองอย่างช่วยไม่ได้ เขาจินตนาการว่าสิ่งต่างๆที่เก็บในคลังสมบัติจวนเจ้าเมืองต้องเป็น อะไรที่ของในคลังสมบัติตระกูลบันทึกสวรรค์ของเขาไม่สามารถเทียบชั้นได้เป็นแน่ หลังจากคิดอยู่ซักพัก, เย่ จื้อ หวิ๋นก็พูดขึ้น




"ไปกันเถอะจ้ะ,เนี่ยหลี่, ข้าจะนำเจ้าไปที่นั้น" จากเรื่องครั้งนี้,เพื่อเป็นการขอบคุณต่อเนี่ยหลี่, ที่ทำให้พ่อของนางได้ข้ามผ่านพ้นภยันอันตรายมาได้ เย่ จื้อ หวิ๋นเข้าใจได้ ถึงความหมายที่ท่านพ่อของนางพูดกล่าวออกมา เป็นเพราะความรู้อันมากมายของเนี่ยหลี่



เขาน่าจะค้นพบอะไรบางสิ่งในคลังสมบัติจวนเจ้าเมืองที่เขาเอามาใช้ให้เกิดประโยชน์ แต่หากพวกมันยังถูกเก็บในคลังสมบัติ มันก็คงเป็นของไร้ค่าเสียเท่านั้น ขณะที่มองดูเย่ จื้อ หวิ๋นและเนี่ยหลี่ออกไปพร้อมๆกัน เย่ ซ่งก็จ้องดูพวกเขาจากทางเบื้องหลัง หลังจากนั้นอีกพักใหญ่,เขาก็ถอนหายใจออกมา




ดวงตาทั้งคู่ของเขาเคลื่อนที่ จ้องมองไปที่เพดาน ไม่ว่ายังไง,เย่ ฮั่นก็เป็นคนที่เขานำพามาเลี้ยงด้วยตัวเอง การทรยศของเย่ ฮั่นทิ้งไว้ซึ่งแผลลึกในใจของเย่ ซ่ง ความเจ็บปวดครั้งนี้ไม่ใช่อะไรที่คนสามัญทั่วไปจะมาเข้าใจได้


คลังสมบัติจวนเจ้าเมือง,การกลับมาเยือนความทรงจำครั้งเก่า ครั้งที่เนี่ยหลี่ได้มาที่คลังสมบัติแห่งนี้ในชีวิตที่แล้วของเขา ที่แห่งนี้ว่างเปล่า เพราะมันได้ถูกทำลายจนย่อยยับสิ้นซากไม่มีชิ้นดี




แต่ ณ ตอนนี้, มันคือห้องโถงที่มีขอบเขตโดยรอบยาวหลายเมตร สมบัติล้ำค่ามากมายหลากหลายถูกวางเอาไว้จนเต็มทั่วสถานที่ สิ่งของมีค่าชิ้นใดที่เงางามแวววาวก็ส่องแสง เจิดจ้าไปทั่ว จากการประเมินด้วยสายตา,น่าจะมีสมบัติไม่น้อยไปกว่าหมื่นชิ้นถูกเก็บเอาไว้ที่นี่ เย่ จื้อ หวิ๋น  เดินนำทางเขาไป,และหันหน้าของนางกลับมาพร้อมพูดกับเนี่ยหลี่




"ที่นี่เป็นหนึ่งในคลังสมบัติสิบแปดแห่งของจวนเจ้าเมือง สิ่งของที่เก็บไว้ที่นี่เป็นสมบัติที่ล้ำค่าที่สุด ซึ่งพวกมันถูกส่งต่อสืบมาตั้งแต่สมัยยุคโบราณ" เมื่อครั้งยุคมืดมาถึง, ผู้คนมากมายเหลือคณานับระเห็จหลบหนีเข้ามายังจวนเจ้าเมือง อะไรๆที่พวกเขานำติดตัวมา   มันล้วนเป็นสมบัติมีค่าที่มาจากทั่วทวีป ในบรรดาพวกมันมีของอยู่มากมายหลายชิ้นที่ถูกสืบทอดส่งต่อมาตั้งแต่ยุคโบราณ ซึ่งในที่สุดมันก็ถูกเก็บเอาไว้ในคลังสมบัติของจวนเจ้าเมืองแห่งนี้



ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น