วันจันทร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 167 – Seen it all

Tale of the demon and god novel Chapter 167 – Seen it all

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 167 - เห็นมันทั้งหมด


บทที่ 167 - เห็นมันทั้งหมด



เย่ จื้อหวิ๋นกำลังสวมอาภรณ์ ผ้าไหมบางๆ  ผมของนางเลื่อนลงมา  รูปร่างบริเวณหน้าอกของเธอเผยออกมาให้เห็นรางๆ ผ้าไหมคลุมแค่ส่วนท่อนบนของนางเท่านั้น เรียวขาของนางช่างดูเปล่งปลั่งทำให้ชวนมีความรู้สึกยั่วยวนยิ่งนัก


เสี่ยว หนิงเอ๋อที่อยู่บนเตียง ปิดหน้าอกของนางไว้แต่ก็ไม่สามรถบดบังรูปร่างของนางที่น่าหลงใหล จนไม่มีใครจะจินตนาการออกมาได้



เย่ จื้อหวิ๋นหน้าซีดเมื่อมองไปยังเนี่ยหลี่ เสี่ยว หนิงเอ๋อก็ก้มหลบด้วยความเขินอายพร้อมหน้าที่แดงอย่างเห็นได้ชัด


“อ่ะ, ดูเหมือนว่าข้าจะมาผิดเวลาสินะ ขอโทษด้วย....” เนี้ยหลี่พูดพร้อมยิ้มแบบอายๆ จากนั้นก็หันหน้าหนีไปอย่างรวดเร็ว


“เนี่ยหลี่ ใครอนุญาตให้เจ้าเข้ามาในนี้ ออกไปนะ!” เย่ จื้อ หวิ๋นพูดและยกมือขวาขึ้นมาพร้อมปล่อยหอกน้ำแข็งออกไปทางเนี่ยหลี่
อุณหภูมิในห้องลดลงอย่างฮวบฮาบ เนี่ยหลี่จึงหลบออกมาแล้วปิดประตูทันที



“ปัง” หอกน้ำแข็งได้ระเบิดออก ส่วนนั้นของห้องก็กลายเป็นน้ำแข็ง




เมื่อเห็นเย่ จื้อ หวิ๋นแสดงความโกรธออกมา เสี่ยว หนิงเอ๋อก็ได้เผยรอยยิ้มเล็กๆ นางมองไปทางประตูที่มีเนี่ยหลี่ เธอมองด้วยสายตาที่อบอุ่นเพราะนางทำไปเพราะความอาย อย่างไรก็ตามนางยังคิดไม่ตกว่าระหว่างเธอกับเย่ จื้อหวิ๋น เขาจะเลือกใคร



“เนี้ยหลี่ชอบทำอะไรตามที่เขาต้องการโดยที่ไม่สนผู้อื่น เขาจะต้องได้รับบทเรียนซะบ้าง”เย่ จื้อหวิ๋นพูดพร้อมหน้าที่แดง ทางเสี่ยว หนิงเอ๋อก็เช่นกัน ร่างกายของนางถูกปกปิดไว้เพียงเล็กน้อยแม้ว่าจะสวมอาภรณ์หลายอย่างแล้วก็ตาม ด้วยผ้าที่บางไม่ได้พูดถึงเนี่ยหลี่ที่แอบชำเลืองมอง เธอก็ถูกเนี่ยหลี่เห็นหมดแล้ว




“นั้นไม่ใช่วัตถุประสงค์ของเนี่ยหลี่หรอก เพียงแต่เขาเป็นห่วงพวกเราเท่านั้นเอง ทำไมต้องโกรธด้วยหละ”เสี่ยว หนิงเอ๋อพูด



“หนิงเอ๋อ เจ้ายังไม่ได้แต่งงานกับเนี่ยหลี่และยังไม่ป้องกันตัวเองอีก ไม่อย่างนั้นเขาอาจจะข่มเหงเจ้าจนตายในอนาคตก็ได้นะ”เย่ จื้อหวิ๋นพูดด้วยความไม่พอใจ



เมื่อได้ยินดังนั้นเสี่ยว หนิงเอ๋อก็แสดงแววตาอันเศร้าสร้อยขึ้นมา แต่งงานกับเนี่ยหลี่? ข้าเนี่ยหรือที่จะเหมาะสมคู่ควรกับเขา? เนี่ยหลี่มีความสามารถอันน่าอัศจรรย์ยิ่งนักมีเพียงเย่ จื้อหวิ๋นที่เป็นดั่งนางฟ้าที่เหมาะสม คู่ควรกับเขา ข้าที่มาจากตระกูลปีกมังกรจะสู้ตระกูลวายุเหมันต์ได้อย่างไรกัน?




ทันทีที่เห็นเสี่ยว หนิงเอ๋อนิ่งไป ไม่รู้ว่าทำไมเย่ จื้อหวิ๋นรู้สึกเจ็บปวดใจ เสี่ยว หนิงเอ๋อที่มีท่าทีเย็นชากับผู้อื่นจะไม่สามารถเข้าใกล้นางได้ แต่ความจริงแล้วหัวใจนางนั้นกลับตรงกันข้าม   ถ้าเธอเป็นเหมือนกับดั่งคนอื่นๆเธอจะต้องเป็นคนที่อ่อนโยนและสุภาพเรียบร้อย เธอจะพยายามใช้ทุกอย่างเท่าที่เธอมี เย่ จื้อหวิ๋นครุ่นคิดว่าตนต่างจากเสี่ยว หนิงเอ๋อ นางเป็นลูกสาวของเจ้าเมือง นางต้องแบบรับภาระมากมาย  จะต้องทำให้สำเร็จด้วยกำลังของตัวเอง  นางคิดว่าตัวเองนั้นไม่เหมาะกับเนี่ยหลี่เลย




ในส่วนของ เนี่ยหลี่ยังนึกถึงภาพที่ได้เห็นก่อนหน้านี้ สาวสวยทั้งสองที่อยู่ด้วยกัน คนไม่มีใครคาดคิดว่าที่เป็นดังนางฟ้าที่สวยที่สุดทั้งสองของเมืองกลอรี่   จะอยู่ในห้องนี้  แม้ว่าเขาจะถูกทุบตีแต่มันก็คุ้มค่า ในชาตินี้แล้ว ถ้าเมืองกลอรี่ ไม่ถูกทำลาย คนไร้ค่าและยากจนอย่างเนี่ยหลี่ไม่มีทางที่จะอยู่ในสายตาของนางฟ้า เย่ จื้อ หวิ๋นได้ แต่หลังจากที่เข้าฟื้นคืนชีพมา ความรู้สึกที่มีต่อเย่ จื้อหวิ๋น ยังคงมั่นคงเสมอ




สำหรับ หนิงเอ๋อ ในชาติที่แล้ว เขาไม่เคยได้รู้จักกับเธอ เขาได้แต่สงสารเธอ กับเรื่องที่เกิดขึ้นมากมายเนี่ยหลี่เข้าไปเปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอโดยสิ้นเชิง จนเขารู้สึกว่าไม่รู้จะสู้หน้าเธออย่างไรดี  ดังนั้น เนี่ยหลี่ก็เปิดใจให้กว้าง โดยให้อนาคตเป็นตัวตัดสินแทน



เนี่ยหลี่นั่งลงขัดสมาธิกับพื้นแล้วฟื้นฟูบ่มเพาะพลังวิญญาณต่อ หลังจากที่ผ่านระดับทอง ขั้นสองดาวแล้ว เนี่ยหลี่เข้าใจแล้วว่า ในวิญาณหนึ่งชีวิตนั้น  การที่จะได้รับพลังวิญญาณในโลกนี้คือการจากไปหลังความตายของหลายๆชีวิต  พลังจิตวิญญาณของเขาดึงดูดพลังวิญญาณจากบริเวณโดยรอบ    




เมื่อไม่มีใครเข้ามาบริเวณนั้นทำให้การฝึกของเขาเร็วยิ่งขึ้น   แต่เนี่หลี่ก็ไม่ประมาท   จากอุบัติเหตุครั้งที่แล้ว มันจะต้องไม่เกิดขึ้นอีกครั้ง   เมื่อใกล้พลบค่ำ เย่ จื้อ หวิ๋นเดินออกมาจากห้องของเธอ




“จืออวิ้น” เนี่ยหลี่พูดพร้อมยกมือทักทายและอายเล็กน้อยที่ได้เจอเย่ จื้อหวิ๋น



เย่ จื้อหวิ๋นทำเย็นชาใส่เนี่ยหลี่ แต่เขาก็เข้าใจว่าเธอยังโกรธเขาอยู่ เขาจึงยิ้มออกมาเมื่อเห็น เย่ จื้อหวิ๋นไม่มีท่าทีอื่นมากนัก เพราะ หากพวกเขาเป็นคู่ครองกันในอนาคตสำหรับเรื่องนี้แล้ว แต่สำหรับเสี่ยว หนิงเอ๋อ เขาก็รู้ว่าผิด



เย่ จื้อ หวิ๋นมองไปที่เนี่ยแล้วพูดว่า ”เนี่ยหลี่ เจ้าจะไม่ได้รับอนุญาตให้อยู่ที่นี่อีกต่อไปแล้ว ย้ายออกไปในคืนนี้ซะ”



“ทำไมละ?” เนี่ยหลี่ถามด้วยความสงสัย  เขามองไปยังตาของเย่ จื้อหวิ๋น เขาก็รับรู้ถึงความเยือกเย็นแบบที่ไม่เคยเจอมาก่อน “เจ้าไม่คิดบ้างรึว่ามันไม่เหมาะที่เจ้าจะอยู่ที่นี่ ข้าเป็นลูกสาวเจ้าเมืองที่มีเชื้อสายมาจากตระกูลวายุเหมันต์ การที่เจ้าอาศัยอยู่ที่นี่ หากมีผู้ใดล่วงรู้เข้า เขาจะคิดยังไง” เย่ จื้อหวิ๋นมองไปทางเนี่ยหลี่



“พ่อเจ้าตอบตกลงไปแล้วไม่ใช่รึ” เนี่ยหลี่รู้สึกว่าเย่ จื้อหวิ๋นนั้นไม่ถูกต้อง เขาก็จะไม่สามารถเชื่อมความสันพันธ์ต่อได้นะสิ “พ่อข้าเป็นคนตอบตกลง แต่ไม่ได้หมายความว่าข้าจะตอบตกลงด้วย ในอดีตข้าใจอ่อนและไม่ได้พูดอย่างชัดเจน แต่ต่อไปนี้หากข้าไม่อนุญาต เจ้าห้ามเข้ามาเด็ดขาด” เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา



“จืออวิ้น, ข้าแค่ร้อนใจและมันก็เป็นเพียงอุบัติเหตุ....” เนี่ยหลี่คาดคิดว่าที่นางโกรธนั้นเป็นเพราะเหตุการณ์ก่อนหน้านี้และเขาก็พยายามที่จะอธิบาย “เมื่อเจ้าเข้าใจแล้วก็ ย้ายออกไปคืนนี้เลย” เย่ จื้อหวิ๋นมองไปที่เนี่ยหลี่แล้วพูดออกมาว่า “เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ข้าเข้าใจแล้วว่าเจ้านั้นก็ไม่ได้ต่างไปจาก เย่ ฮั่น เจ้าไม่ได้จริงใจกับข้า เจ้าหลอกใช้ข้าเป็นเครื่องมือโดย การแต่งงานกับข้าก็เท่ากับว่าเจ้าจะได้ตำแหน่งเจ้าเมืองไปแล้วสินะ เพื่อที่จะกลายเป็นคนที่มีอำนาจมากที่สุดในเมือง ช่างน่าขันจริงๆ”



“เหลวไหล ข้าไม่สนใจตำแหน่งเจ้าเมืองเลยแม้สักเพียงนิด....” เนี่ยหลี่ขมวดคิ้ว ทำไม เย่ จื้อ หวิ๋นจู่ๆถึงพูดแบบนี้ออกมา มันช่างไม่เหมือนกับตัวเธอเลย



“เนี่ยหลี่ อย่าคิดนะว่าเจ้าเก่งเพราะความสามารถที่สูงลิ่ว แต่เจ้าก็ยังเป็นเด็กจนๆที่มาจากตระกูลบันทึกสวรรค์ ด้วยฐานะของเจ้าคิดที่จะแต่งงานกับลูกสาวท่านเจ้าเมือง ฝันไปเถอะ” เย่ จื้อ หวิ๋นพูดด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย “ด้วยการต่างชนชั้นระหว่างเราสองคน เจ้าคิดหรือว่าจะก้าวข้ามมันมาได้” เมื่อได้ยินดังนั้นเนี่ยหลี่ก็รู้สึกโกรธเล็กน้อย เขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เขาไม่เคยรู้เลยว่า เย่ จื้อ หวิ๋นจะเป็นแบบนี้ แต่เธอก็ไม่ให้โอกาสเขาแม้แต่จะพูดสักคำ


“เจ้ายังไม่ไปอีกหรือ! หรือเจ้ายังทำให้ข้าอับอายไม่พอ” เย่ จื้อหวิ๋นพูดแล้วแลมองไปที่เนี่ยหลี่



เมื่อเห็นสายตาของเย่ จื้อหวิ๋น เนี่ยหลี่คิดว่าสิ่งแตกต่าง ที่เกิดขึ้นในชาติที่แล้วของเขาก็คือ หากเมืองรุ่งโรจน์ไม่ได้ถูกทำลายลง คนในตระกูลวายุเหมันต์จะต้องคัดค้านเรื่องระหว่างเขากับเย่ จื้อหวิ๋นที่จะอยู่ด้วยกัน แต่ก็จริงดังที่เย่ จื้อหวิ๋นพูดมา เขานั้นเป็นเด็กยากจนจากตระกูลบันทึกสวรรค์ จะเหมาะสมคู่ควรกับลูกสาวของท่านเจ้าเมืองได้อย่างไร


คิดแล้วคำพูดเหล่านี้ก็เคยออกมาจากปากของพวกผู้อาวุโสของตระกูลวายุเหมันต์ในชาติที่แล้ว เนี่ยหลี่ก็รู้สึกท้อแท้  เขาไม่โกรธเย่ จื้อหวิ๋นแม้แต่น้อย ได้แต่หันหลังกลับแล้วโบกมือลา “ไม่ต้องพูดอีกแล้ว ข้าไปก็ได้”หลังจากที่พูดเนี่ยหลี่ก็เดินตรงไปยังทางเข้าตำหนัก

“เจ้ายังไม่เอาของของเจ้าไปด้วยหละ” เย่ จื้อหวิ๋นพูดอย่างเย็นชา


“มีไม่มากหรอก ถ้ามีเหลืออยู่ก็เชิญเจ้าโยนทิ้งไปได้เลย” เนี่ยหลี่พูดแล้วก็เดินออกจากตำหนักไป


เมื่อเห็นเนี่ยหลี่ก้าวเดินจากไป เย่ จื้อหวิ๋นยังยืนต่ออยู่เนิ่นนาน ไม่รู้ว่าทำไมหัวใจนางถึงได้รู้สึกถึงความเจ็บปวดรวดร้าวนัก ดังมีอะไรในใจของนางได้หลุดลอยหายไปและเต็มไปด้วยความสิ้นหวังกับความสับสน น้ำตาก็ไหลพรั่งพรูออกมา นี่ข้าเป็นคนผิดกระนั้นหรือ


หลังจากนั้นในห้องของเย่ จื้อหวิ๋น เสี่ยว หนิงเอ๋อสวมเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อยมองไปยังเย่ จื้อ หวิ๋นที่เดินเข้ามา จึงถามว่า “จื้ออวิ้น เนี่ยหลี่หล่ะ”  “เขามีธุระที่ต้องไปทำและกลับไปที่ตระกูลของเขาแล้ว” เย่ จื้อหวิ๋นพูดโดยหันหน้าหนีเธอ พร้อมกับพูดต่อว่า ”เจ้ายังไม่หายดี จะดีกว่าถ้าเจ้าดื่มยาแล้วพักรักษาตัวอีกสักพัก”


เสี่ยว หนิงเอ๋อมองไปยังเย่ จื้อหวิ๋นด้วยความรู้สึกสงสัย เย่ จื้อหวิ๋นทำตัวแปลกๆ เธอมองออกว่า ต้องมีอะไรบางอย่างน่าสงสัยเกิดขึ้น ทำไมเนี่ยหลี่ถึงออกไปยังเร่งรีบ  แต่นางก็ไม่ถามไปมากกว่านี้ เธอยังคิดว่านี่เป็นการแข่งขันระหว่างเธอกับเย่ จื้อหวิ๋น เธอจะไม่ยอมมอบเนี่ยหลี่กับเย่ จื้อหวิ๋นไปง่ายๆ เธอได้แต่รอให้เนี่ยหลี่หันมาเลือกตัวเธอเอง ถ้าเนี่ยหลี่ยังเลือกเย่ จื้อหวิ๋น เธอก็จะยอมรับชะตากรรมของเธอ

หลู่เพี่ยว ตูเซอ  และพรรคพวก กลับไปยังตระกูลของตน เนี่ยหลี่ก็พา ต้วน เจี้ยนและเนี่ยวหยู่กลับไปที่ตระกูลบันทึกสวรรค์ เมื่อเห็นคนในตระกูลปลอดภัย เขาก็รู้สึกโล่งอก ตระกูลบันทึกสวรรค์ไม่เป็นเหมือนดังเช่นเคยอีกแล้ว ตระกูลวายุเหมันต์และสมาคมนักปรุงยา  ไม่ปล่อยให้มีอันตรายมากล้ำกลายตระกูลบันทึกสวรรค์ หลังจากพาเนี่ยหยู๋ กลับไปหาครอบครัวและให้ ต้วน เจี้ยน กลับตระกูลของเขา เนี่ยหลี่ก็มุ่งหน้าไปที่สมาคมนักปรุงยา

เมื่อนึกถึงสิ่งที่เย่ จื้อ หวิ๋นพูดทำร้ายจิตใจของเขา แต่เขาก็ยังคงหาทางทำทุกอย่างเพื่อให้เมืองกลอรี่ ปลอดภัย เพราะที่นี่คือที่เขาอาศัยอยู่

ณ สมาคมนักปรุงยา

ที่ห้องโถงอันโอ่อ่า หยางซินนั่งอยู่เพียงลำพังด้านหน้ากำลังเรียนรู้อะไรบางอย่างอยู่ เธอสวมชุดรัดรูปสีแดง ทำให้เธอดูมีเสน่ห์จนไม่สามารถบรรยายออกมาได้ หน้าอกของเธอราวกับว่ากำลังจะระเบิดออกมาเสื้อของนางทำให้รู้สึกน่าหลงใหลและยั่วยวน ผู้หญิงคนนี้เป็นดั่งปีศาจที่เลอโฉม เมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็พบเนี่ยหลี่ หยางซิน ตกใจและยิ้มออกมา “น้องชาย ทำไมเจ้าถึงมาหาพี่สาววันนี้ได้ละ เจ้าไม่มาเยี่ยมข้าเลยหลังจากเข้าไปอยู่ในตำหนักของเย่ จื้อ หวิ๋น”


เนี่ยหลี่ไม่ได้สนใจคำหยอกล้อของหยางซิน เขารึจะถูกปีศาจสาวตนนี้กิน “วันนี้ข้ามีบางอย่างที่จะต้องพูด”

“โอ้” หยางซินมองเนี่ยหลี่ด้วยความขุ่นเคือง “ไม่ต้องเป็นทางการมากนักหรอก เจ้าไม่เต็มใจที่จะมาหาพี่สาวงั้นรึ?พูดมาสิ”


“ข้าต้องการให้พี่สาวหยางซินเตรียมยาทิพย์บางอย่างไว้ ถ้าเป็นไปได้สักหลายแสนขวดภายในปีนี้” เนี่ยหลี่พูด “มากขนาดนั้นเชียวรึ”หยางซิน ขมวดคิ้ว จากการบุกของสัตว์อสูรนับล้านคราวนี้ เหลือพียงไม่กี่พันขวด ทำไมเนี่ยหลี่ต้องการมากขึ้นขนาดนั้น เมื่อคิดได้ดังนั้นเธอก็คิดได้จึงได้ถามออกไป ”เจ้าหมายความว่าภายในปีนี้จะมีกองทัพอสูรที่ใหญ่กว่านี้บุกมาอีกงั้นรึ?”



ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น