วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 166 – An accident

Tale of the demon and god novel Chapter 166 – An accident

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 166 - อุบัติเหตุ


บทที่ 166 - อุบัติเหตุ


" ข้าทราบเรื่องนี้ดี ข้าได้คิดเตรียมการไว้แล้วล่ะ " เย่ ซ่งกล่าวพลางพยักหน้า ทำไมเขาถึงไม่ตระหนักถึงเรื่องสำคัญเช่นนี้นะ


" งั้นก็ดีแล้ว" เนี่ยหลี่กล่าวพลางพยักหน้ากลับ


" อ้อ แล้วยังมีอีกเรื่องหนึ่ง ! " เย่ ซ่งนึกได้ และกล่าวว่า " ตอนที่ข้ากำลังเผชิญหน้ากับวานรวายุเหมันต์อยุ่นั้น ได้มีบุคคลลึกลับใช้เทคนิคลับต้องห้าม ช่วยข้าไว้ ซึ่งข้าเดาว่าผู้เชี่ยวชาญลึกลับคนนั้น ก็คืออาจารย์ของเจ้า "


" อาจารย์ข้า? " เนี่ยหลี่ตะลึงไปชั่วขณะ ซึ่งเขาเกือบจะลืมไปแล้วเกี่ยวกับเรื่องนี้ เขาพยักหน้าและกล่าวว่า " นั่นน่าจะเป็นอาจารย์ของข้า ทำไมหรือ ? "


เนี่ยหลี่ไม่ได้คาดคิดในเรื่องนี้เลย เนื่องจากอาจารย์ของเขาไม่มีตัวตนอยู่จริง


" ขอขอบคุณอาจารย์ของเจ้าแทนข้าด้วย นอกจากนี้ข้ายังได้จิตอสูรจากซากศพของวานรวายุเหมันต์ที่ได้เปิดภูมิปัญญาแห่งจิตวิญาณซึ่งมันเป็นจิตวิญญาณอสูรที่มีค่ามาก ช่วยนำมันกลับไปมอบให้อาจารย์ของเจ้าที " เย่ ซ่งกล่้าว พร้อมกับนำจิตวิญญาณวานรวายุเหมันต์ออกมา


เนี่ยหลี่ยิ้มและกล่าวว่า " อาจารย์ของข้าบอกไว้ว่าจิตอสูรลมหิมะ ไม่มีประโยชน์อะไรกับเขา เขาจึงคิดจะมอบเป็นของขวัญแก่ท่านพ่อตา เพื่อที่จิตสูรวานรวายุเหมันต์เป็นดั่งสินสอดของหมั้น ! "


" สินสอดเรอะ " เย่ ซ่งถึงกับพูดไม่ออก เนี่ยหลี่และเย่ จื้อ หวิ๋นยังมิได้มีพิธีหมั้นหมายกัน และเขาถึงกับมอบมันเป็นค่าสินสอด ใบหน้าของเขามืดดำ " เนี่ยหลี่ นี่เจ้าไม่ได้คิดบางสิ่งบางอย่างอยู่ใช่มั้ย ? "




เนี่ยหลี่หันกลับไปพูดด้วยใบหน้าที่เคร่งขึง จริงจัง ว่า " ในแต่ละวันอาจารย์ก็เปรียบเหมือนกับพ่อที่มีชีวิต ด้วยความเคารพที่มีต่ออาจารย์ของข้าแล้วก็มีเพียงแผ่นฟ้าและผืนดินเท่านั้นที่สามารถเทียบกับความรู้สึกของข้าต่อเขาได้ " หากไม่ได้รับอนุญาตจากอาจารย์มีหรือข้าจะกล้าทิ้งของมีค่าเช่นนี้ไป ?


เย่ ซ่ง ถึงกับตะลึงจากการแสดงออกของเนี่ยหลี่ " อาจเป็นไปได้ว่านี่คือสินสอดของผู้เชี่ยวชาญท่านนั้นจริง? ถ้าหากเขาไม่รับมันไว้ มันจะหมายถึงการที่เขาไม่ไว้หน้าผู้เชี่ยวชาญสูงสุด แต่หากเขายอมรับมัน ก็เหมือนกับการให้ลูกสาวของเขาแต่งงานออกไป ! "


อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างที่เย่ ซ่งได้รับก็ไม่ได้ด้อยค่ากว่าสิ่งใด ? ทั้งค่ายกลหมื่นอสูร ผลึกโลหิต และตอนนี้ก็เพิ่มจิตวิญญาณอสูรวานรวายุเหมันต์อีก นี่เป็นเพียงการปล่อยลูกศรที่ไม่มีทางย้อนกลับมา มันเป็นเรื่องง่ายที่เขาจะยอมรับของทั้งหมดนี้ แต่ยากยิ่งที่จะส่งคืนกลับไป เย่ ซ่งได้แต่ร้องไห้เงียบๆในใจ หากเขายังคงคัดค้านการแต่งงาน เขาไม่รู้ว่าจะมีหน้าไปพบกับใครได้อีก


เมื่อเขาผสานร่างเข้ากับวานรวายุเหมันต์ เย่ ซ่งจะสามารถก้าวเข้าสู่ระดับตำนานได้ เขายอมรับว่าของสิ่งนี้นั้นได้ล่อลวงเขาอย่างมาก เมื่อ เย่ ซ่งไปถึงระดับตำนาน มันจะไม่อันตรายเหมือนครั้งที่เขาเผชิญหน้ากับกองทัพอสูรลมหิมะ


ยอมรับมันหรือไม่ เย่ ซ่งยังต่อสู้กับการติดสินใจอยู่นาน พลางขบฟันของเขา เขายอมรับมัน หลังจากยอมรับสิ่งต่างๆไปมากอยู่แล้ว เพิ่มอีกอย่างคงไม่สำคัญอะไร


" อะแฮ่ม อะแฮ่ม " เนี่ยหลี่ ข้ายอมรับจิตอสูรวานรวายุเหมันต์สำหรับ อวิ๋นเอ๋อ ตราบใดที่นางยินดี ข้าจะไม่ขัดแย้งใดๆอีก แต่ถ้าหากนางไม่เต็มใจ ...... " เย่ ซ่ง กล่าวพลางไออย่างแห้ง ๆ


" จะไม่เป็นการดีสำหรับท่านตราบเท่าที่ไม่เห็นด้วยกับมัน "เนี่ยหลี่หัวเราะและกล่าวว่า " สำหรับจื้ออวิ๋น ข้าจะไม่ทำให้นางต้องเสียใจ "


เย่ ซ่งใบหน้าร้อนผ่าว แต่เขาก็ไม่สามารถทำสิ่งใดได้


" ข้าขอตัวกลับก่อน " เนี่ยหลี่กล่าว หลังจากยื่นข้อเสนอดังกล่าว








เมื่อเห็นเนี่ยหลี่ออกไป เย่ ซ่งยิ้มและไขว้ขานั่งลงและเริ่มผสานร่างเข้ากับจิตอสูรวานรวายุเหมันต์ ถึงแม้ว่าเย่ ซ่งจะมีจิตอสูรพสุธาเกล็ดทมิฬซึ่งเป็นหนึ่งในสายเลือดเผ่ามังกร มันยังคงเทียบไม่ได้กับจิตวิญญาณวานรวายุเหมันต์ที่เปิดภูมิปัญญาแห่งจิตวิญาณของมัน ซึ่งมีอยู่น้อยมากในหมู่อสูร พวกมันจะทำให้สามารถก้าวไปยังระดับตำนาน ในที่สุดเย่ ซ่งก็ได้ปลดจิตอสูรมังกรพสุธาเกล็ดทมิฬโดยไม่ลังเลใดๆ และเลือกที่จะผสานร่างเข้ากับวานรวายุเหมันต์


 ตระกูลศักดิ์สิทธิ์.......


ทรัพย์สินมีค่าต่างถูกโยนลงบนพื้น หลังจากกลับมาบ้าน เสิ่นฮอง แทบบ้าและทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาเข้าถึง


แม้ผ่านไปหลายปีระดับการบ่มเพาะพลังของเขาก็ยังเป็นรองเย่ ซ่ง ถึงแม้ว่าพวกเขาทั้งสองจะอยู่ในระดับแบล็คโกลด์ เขาก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเย่ ซ่ง   เสิ่นฮองได้แต่คิดมาโดยตลอดโดยไม่คิดยอมแพ้เกี่ยวกับความเป็นจริงนี้ ในครั้งนี้ เมื่อเย่ ซ่งได้รับจิตอสูรวานรวายุเหมันต์ มันทำให้เขายิ่งโมโหขึ้นไปอีก


เมื่อเย่ ซ่งผสานร่างเข้ากับวานรวายุเหมันต์ เขาอาจจะก้าวเข้าสู่ระดับตำนาน !


" ทำไมข้าจึงไม่มีชีวิตที่ดีเช่นนั้นบ้าง ! ! ! " เสิ่นฮองโกรธมาก " เย่ ซ่ง แม้ว่าเราจะเติบโตมาด้วยกัน การบ่มเพาะพลังของเจ้าก็เหนือกว่าข้าในทุกอย่างและยังได้รับตำแหน่งเจ้าเมืองและเจ้ายังได้แต่งงานกับสตรีที่สวยที่สุดของเมืองกลอลี่ นี่ข้าแย่กว่าเจ้างั้นเหรอ? เหตุผลเดียวที่ข้านั้นต้องหายไป เพราะเจ้าเป็นถึงทายาทโดยตรงของตระกูลลมหิมะ! เป็นธรรมดาที่เจ้าจะเก็บผลประโยชน์ทั้งหมดเป็นของตัวเจ้าเอง ! "


เสิ่นฮองโกรธมาก จนใบหน้าของเขานั้นบิดเบี้ยว


" สักวัน ข้าจะเอาทุกสิ่งทุกอย่างที่เจ้ามี เช่นเดียวกับตอนที่ข้าวางยาภรรยาของเจ้า ข้าจะพรากเอาทุกอย่างไปจากเจ้าาา.. " เสิ่นฮองกำหมัดอย่างแน่นขนาดบดหินให้ละเอียดได้


หลังจากผ่านไปเป็นเวลานาน ความโกรธของเสิ่นฮองก็สงบลง ความชั่วร้ายในสายตาของเขาก็จางหายไป


นอกจากเย่ ซ่งแล้ว ยังมีอีกคนหนึ่งที่เสิ่นฮอง เกลียดมากที่สุด นั่นก็คือเนี่ยหลี่ ตั้งแต่เนี่ยหลี่ปรากฎตัวขึ้น ตระกูลศักดิ์สิทธิ์ของเขาก็กลายเป็นจุดสนใจของตระกูลวายุหิมะเหมันต์ โดยฐานะของเขาค่อยๆถูกดึงออกจากอำนาจหลักของเมืองกลอลี่


แต่เดิมอีกเพียงหนึ่งหรือสองปี ข้อตกลงขอตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ที่ทำไว้กับตระกูลวายุเหมันต์ ก็จะสมบูรณ์แต่ตอนนี้พวกเขากลับกำลังถูกตรวจสอบ และไม่สามารถทำอะไรได้


" เย่ ซ่ง เจ้าคิดว่าตระกูลศักดิ์สิทธิ์ของข้าไม่สามารถทำอะไรได้งั้นรึ ? " เจ้าจะดูถูกตระกูลศักดิ์สิทธิ์มากเกินไปแล้ว อีกไม่นานข้าจะทำให้พวกเจ้าได้ลิ้มรสผลของความขมขื่น ! " เสิ่นฮองหายใจอย่างเย็นเยือก รังสีของความอาฆาตแค้นเป็นประกายในดวงตาของเขา


ทหารรักษาการวิ่งเข้าไปคุกเข่าต่อหน้าเสิ่นฮอง และกล่าวว่า " ท่านประมุข เราเพิ่งได้รับข้าวจากเจ้าเมือง ท่านเย่ ซ่ง ได้ทำการรวบรวมผู้เชี่ยวชาญทั้งหมดจากทุกตระกูล ในเวลา10 วัน เพื่อหารือเกี่ยวกับการหาวิธีการจัดการกับกองทัพอสูร ! "


" หารือเกี่ยวกับวิธีจัดการกับกองทัพอสูร? " เสิ่นฮอง ครุ่นคิดภายในใจของเขา การบุกโจมตีของกองทัพสัตว์อสูรเพิ่งจบลงไป และเขายังต้องการรวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากทุกตระกูล ช่างเป็นสิ่งที่ทำให้รู้สึกแปลกใจนัก แต่ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์อยู่ในสถานะที่เลวร้ายนัก เสิ่นฮองเกรงว่า เย่ ซ่งจะมีแผนการบางอย่าง ในสถานการณ์เช่นนี้ หากเขาไม่เข้าร่วมการชุมนุม เขาจักต้องกลายเป็นหัวข้อของผู้เชี่ยวชาญแต่ละตระกูลเป็นแน่


' ดูเหมือนครั้งนี้ข้าต้องเริ่มลงมือ' เสิ่นฮอง คิดในใจคนเดียว อย่างไรก็ตาม ต้องลงมือเตรียมการทำบางอย่าง


 ภายในห้องของเย่ จื้อหวิ๋น.............


เย่ จื้อหวิ๋น ช่วยเสี่ยวหนิงเอ๋อ ทำแผลให้นาง นางหยิบผ้าเช็ดตัว และค่อยๆเช็ดไปที่ร่างกายของเธอ


ทั้งสองคนเงียบและไม่พูดอะไร พวกนางนั้นเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเมื่อครั้งเป็นเด็ก แต่ก็ค่อยๆห่างกันเมื่อพวกนางเติบโตขึ้น และได้กลับมาอยู่ด้วยกันเมื่อพบกับเนี่ยหลี่ มีบางอย่างได้เปลี่ยนไป แต่ในบางเรื่องก็ยังคงเช่นเดิม


" หนิงเอ๋อ พวกเราไม่ได้พูดคุยกันนานแล้วนะ " เย่ จื้อหวิ๋น กล่าวอย่างหมองเศร้า


" อื้ม " เสี่ยวหนิงเอ๋อ ตอบกลับเบาๆ


เย่ จื้อหวิ๋นคิดกลับไปเมื่อพวกนางยังเด็ก ตอนนั้นพวกนางยังคงไร้เดียงสา เสียงหัวเราะของพวกนางดังไปทั่วทุกแห่งของคฤหาสถ์เจ้าเมือง อย่างไรก็ตาม   หนิงเอ๋อก็ได้จากออกมา เหลือเพียงกำแพงสูงที่กั้นระหว่างพวกเธอ เย่ จื้อ หวิ๋น ต้องพบกับความหนาวอ้างว้าง อยู่กับความเหงาที่ไม่สิ้นสุด


เธอยังคงจำได้เมื่อนางโมโห เสี่ยวหนิงเอ๋อนางร้องไห้ และกล่าวว่า " เย่ จื้อหวิ๋นข้าเกลียดเจ้า เจ้าเป็นถึงลูกสาวเจ้าเมืองและข้ามันไม่มีอะไร เจ้าอยู่สูงส่งเกินไปและไม่เคยใส่ใจความรู้สึกของข้าเลย "


หลังจากนั้น เสี่ยวหนิงเอ๋อ ไม่เคยกลับไปที่คฤหาสถ์เจ้าเมืองอีกเลย เย่ จื้อหวิ๋นได้แต่เสียใจและเกลียดตัวเองมาก นางเป็นคนที่ตามหาเพื่อนรักของเธอไป เมื่อนางเข้ามาในสถาบัน เย่ จื้อหวิ๋นไม่ได้เลือกที่จะเข้าชั้นเรียนอัจฉริยะ แต่นางได้เลือกชั้นเรียนนักสู้ฝึกหัดที่เสี่ยว หนิงเอ๋อเรียนอยู่


ในตอนนั้น เมื่อเธอได้พบกับเสี่ยว หนิงเอ๋อ นางเต็มไปด้วยท่าทางที่เยือกเย็น ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความเย็นชา นางพยายามที่จะเข้าหาเสี่ยวหนิงเอ๋อ แต่ก็ถูกกันออกมาด้วยท่าทางอันเย็นชา


"เรานั้นไม่ได้อยู่บนโลกเดียวกัน"


นี่คือคำตอบของเสี่ยวหนิงเอ๋อที่ตอบกลับมา


ตอนนั้นเย่ จื้อหวิ๋นแทบอยากจะร้องไห้ นางไม่ได้หวังอยากเป็นลูกสาวเจ้าเมือง นางไม่ได้รู้สึกมีความสุขแม้แต่น้อยในฐานะลูกสาวเจ้าเมือง


ในภายหลังมันไม่ได้เป็นเช่นนั้นจนกระทั่ง เย่ จื้อหวิ๋นได้เห็นเสี่ยวหนิงเอ๋อยิ้มอีกครั้ง มันเกิดขึ้นเมื่อใดก็ตาม ที่นางได้พบกับเนี่ยหลี่ นางจะกลายเป็นคนที่มีรอยยิ้มที่อ่อนโยน และสุขสงบ นอกจากนี้ยังเป็นจุดที่ทำให้เย่ จื้อ หวิ๋นค่อนข้างอยากรู้เกี่ยวกับเนี่ยหลี่ อย่างไรกันเขาล่อลวงความสนใจของเสี่ยวหนิงเอ๋อหรือไม่ ?


หลังจากนั้น แม้ภายใต้การรบกวนของเนี่ยหลี่ เย่ จื้อหวิ๋น ก็ไม่เคยเกลียดเนี่ยหลี่เลย นางกลับได้รับความประทับใจเล็กๆ น้อยๆ ในตัวของเขา แต่นางไม่เหมือนกับเสี่ยวหนิงเอ๋อคน ที่สามารถยอมเสียสละให้กับความรักได้


" ไม่ต้องห่วง ข้าไม่แย่งเขาไปจากเจ้าหรอก ข้าไม่ได้เป็นคนหยาบคายได้ทั้งวันเหมือนคนบ้า เนี่ยหลี่ " เย่ จื้อหวิ๋นยิ้มมอง เสี่ยวหนิงเอ๋อ อย่างไรก็ตาม เมื่อนางพูดแบบนั้นออกไป มันไม่ช่วยให้รู้สึกข่มขื่นในใจของนางลดลงเลย เนี่ยหลี่ หนิงเอ๋อชอบเจ้ามาก ทำไมเจ้าถึงยังตามรังควานข้าอีก


" เย่ จื้อหวิ๋น ข้าาา . . . . . " เมื่อได้ยินคำพูดของเย่ จื้อหวิ๋น เสี่ยวหนิงเอ๋อเหมือนต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง


เย่ จื้อหวิ๋น ยิ้มเบาๆ ขณะที่นางส่ายหน้าแล้วบอกว่า " อย่าคุยเรื่องนี้ตอนนี้ " นางยังคงช่วยเสี่ยวหนิงเอ๋อ เช็ดเลือดออกจากร่างกายของเธอ


เนื่องจากการบาดเจ็บของนางมีร่องรอยของเลือดทั่วร่างกายของเสี่ยวหนิงเอ๋อ หลังจากเช็ดมันออกจนหมด ก็ปรากฏผิวเรียบเนียนและละเอียดอ่อนราวกับหยก ผิวขาวใสดั่งคริสตัลที่บริสุทธิ์ในขณะนี้เพียงหน้าอกของนางก็ค่อนข้างครอบคลุม ก็ปรากฎส่วนโค้งนูนแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน


เย่ จื้อหวิ๋น ก็มีเพียงผ้าชั้นบางๆ ปกคลุมผิวบอบบางของนาง เห็นได้ถึงผิวขาวลางๆใต้ผ้า นางนั่งอยู่ข้างเตียงด้วยความสง่างามและสูงศักดิ์ ซึ่งมีความแตกต่างจากความงามของเสี่ยวหนิงเอ๋อ


ถ้าหากมีคนอื่นที่นี่ พวกเขาจะต้องตะลึงในความงามของนางและถอนหายใจในความโชคดีที่น่าวิเศษนี้่้


เพียงเมื่อเย่ จื้อหวิ๋น ช่วยเสี่ยวหนิงเอ๋อเช็ดส่วนที่เหลือบนร่างกายของนาง เสียงร้องจากนอกประตูก็ดังขึ้น และเปิดออก ปรากฏร่างหนึ่งกระโดดเข้ามาภายในห้อง และร่างนั่นก็คือเนี่ยหลี่


" จื้ออวิ๋น หนิงเอ๋อ พวกเจ้าเป็นยังไง . . . . .? " เนี่ยหลี่จ้องมองตาค้าง เมื่อเห็นร่างกายของเย่ จื้อ หวิ๋น และเสี่ยวหนิงเอ๋อ และอยู่ในอาการตกตะลึง


เมื่อเนี่ยหลี่โผล่พรวดเข้ามา ทั้งเสี่ยวหนิงเอ๋อ และเย่ จื้อหวิ๋น ถึงกับมึนงง พวกนางไม่คาดคิดว่าเนี่ยหลี่จะบุกเข้ามาที่นี่ กับวิธีการที่เขาเข้ามาอย่างรวดเร็ว พวกนางไม่มีแม้เวลาจะแต่งตัวได้อย่างสุภาพ !


เนี่ยหลี่รีบมาหลังจากพบเย่ ซ่ง  เขาเป็นกังวลเกี่ยวกับจื้ออวิ๋น และอาการของหนิงเอ๋อ ทำไมนางถึงคิดมากเกินไปเกี่ยวกับการที่เขาเข้ามาโดยไม่ได้กล่าวเตือน ใครจะไปรู้ว่าทั้งสองนั้นแต่งตัวไม่เหมาะสม ?



ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น