วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 165 – Used to it

Tale of the demon and god novel Chapter 165 – Used to it

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 165 - คุ้นเคย


บทที่ 165 - คุ้นเคย



วานรวายุเหมันต์ได้รับบาดเจ็บหนัก และไร้ซึ่งแรงต่อสู้ สำหรับการเลื่อนเข้าสู่ระดับตำนาน ข้าจะไม่ปล่อยเจ้ารอดไปเด็ดขาด เนี่ยหลี่ครุ่นคิด หลังจากเหลือบมองไปยัง เย่ ซ่ง เพื่อให้ เย่ ซ่งรู้สึกเป็นหนี้ของเขาอีกครั้ง


สิ่งนี้นับว่าเป็นสินสอดชั้นดีเลยทีเดียว


เนี่ยหลี่ยิ้มและยังคงอยู่ดูท่าทีของวานรวายุเหมันต์ อย่างไรก็ตามเขาได้ใช้ความสามารถของคัมภีร์จารึกเทคนิคต้องห้ามระดับตำนานที่หาได้ยากยิ่งไปแล้ว และจากคัมภีร์ที่เขามี 7 ม้วนจารึกในตอนนี้เขาเหลือเพียงหกแล้ว ไม่มีใครรู้ได้ว่าเขาจะต้องใช้กับสถานการณ์ใดในอนาคต ?


ในตอนนี้เนี่ยหลี่มีเพียงมีดบินที่สามารถสร้างบาดแผลให้ผู้เชี่ยวชาญระดับแบล็คโกลด์ได้ แต่มันก็ยากที่จะควบคุม


เนี่ยหลี่ยังคงซ่อนตัวอยู่บริเวณพื้นที่นั้น เพื่อรอโอกาสในการลงมือ แม้ว่ามีดบีนจะสามารถเจาะผ่านผิวหนังของอสูรระดับแบล็คโกลด์ได้ แต่มันก็ไม่ง่ายเลยที่จะโจมตีฝ่าการป้องกันตัวของมันด้วยมีดบิน


เย่ ซ่งยังคงอยู่ด้านข้าง วานรวายุเหมันต์ได้รับบาดเจ็บหนักและแทบไม่มีเรี่ยวแรงที่จะต่อสู่ โดยรอบตัวของมันนั้นได้เกิดหนามน้ำแข็งซึ่งสายตาของมันยังคงจับจ้องไปยัง เย่ ซ่ง


" เจ้าอสูรร้าย เจ้าบังอาจบุกรุกเมืองกลอลี่ของข้า ทั้งยังสังหารคนของข้า แม้ว่าข้าต้องสู้จนสุดความสามารถของข้า ข้าจะฆ่าเจ้าให้จงได้ " เย่ ซ่งคึกร้อง พลางก่อเกิดกลิ่นอายขนาดใหญ่ขึ้นโดยรอบดาบของเขา และพร้อมที่จะเชือดเฉือนวานรวายุเหมันต์


ในช่วงเวลานี้ ดูเหมือนเย่ ซ่ง จะเข้าไปในดินแดนแห่งจิตวิญญาณ และรวบรวมพลังทั้งหมดเพื่อการโจมตีในครั้งนี้




กลิ่นอายที่เยือกเย็นเฉือนลง


*แพล็ง!* *แพล็ง!* *แพล็ง!*


หนามแหลมที่อยู่โดยรอบวานรวายุเหมันต์แตกกระจายออกอย่างง่ายดาย


วานรวายุเหมันต์คึกคำราม ด้วยความต้องการหมายเอาชีวิตของเขา


บูมม !


ดาบที่เปี่ยมไปด้วยออร่าเชือดผ่านร่างของวานรวายุเหมันต์ มันได้แต่ร้องอู้อี้ขณะที่ร่างของมันล้มลงกับพื้น พร้อมเลือดที่สาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ


แม้ว่าวานรวายุเหมันต์ จะนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น แต่ก็ไม่ทำให้เย่ ซ่งแน่ใจได้ว่ามันได้ตายแล้วอย่างแท้จริง เขารีบกระโดดฟันไปที่หัวของวานรหิมะ ทำให้เลือดนั้นกระเด็นไปทั่วพื้นที่


วานรวายุเหมันต์ ได้ตายแล้วอย่างแท้จริง


เย่ ซ่ง ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก


เมื่อเห็นวานรวายุเหมันต์นอนแน่นิ่งบนพื้นและมองกลับไปที่เย่ ซ่ง เสิ่นฮองมีใบหน้าที่แสดงออกถึงความซับซ้อนยุ่งเหยิง เขารู้สึกได้ในช่วงการโจมตีของเย่ ซ่ง ดูเหมือนความสามารถในการต่อสู้ของเย่ ซ่งจะพัฒนาขึ้นมาก ทำให้หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความโกรธแค้น นับว่าเป็นโชคดีของเขาที่ไม่ได้ลงมือโจมตี มันจะยากที่เขาจะรอดออกไปได้อีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมือดูเหมือนจะมีผู้เชี่ยวชาญระดับสูงสุดในพื้นที่


โดยไม่ต้องสงสัยเลยว่าวานรวายุเหมันต์ที่มีภูมิปัญญา อสูรระดับแบล็คโกลด์พยายามจะถอยหนีด้วยความกลัว ก่อนที่เขาจะโจมตีมัน มันพยายามจะหนีออกนอกเมืองกลอลี่ แต่ก็ถูกขัดขวางโดยผู้เชี่ยวชาญระดับสูงสุด


เพียงเมื่อเย่ ซ่งพยายามจะจัดการกับซากของวานรวายุเหมันต์ เขาก็สัมผัสได้ถึงบางอย่างภายในหัวที่แตกของวานรวายุเหมันต์ และสังเกตุเห็นจิตวิญญาณอสูรที่เรืองแสงค่อยๆลอยขึ้นมาอย่างช้าๆ


จิตวิญญาณของวานรวายุเหมันต์!


เย่ ซ่ง เอื้อมมือไปจับมันไว้ และเก็บมันเข้าไปในแหวนเก็บของต่างมิติของเขา


คนที่ดูเหตุการณ์นี้อยู่ก็คือเสิ่นฮอง  ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดง จิตใจของเขาเปี่ยมไปด้วยความแค้นและไม่เต็มใจที่จะยอมรับมัน ไม่เพียงแต่เย่ ซ่งยังไม่ตาย แต่เขายังได้จิตวิญญาณอสูรที่มีสติปัญญาอีกด้วย


ในโลกนี้มีอสูรมากมายหลายหมื่นที่มีจิตวิญญาณอสูร ในขณะเดียวกันที่หายากยิ่งกว่านั่นก็คือจิตวิญญาณอสูรที่มีสติปัญญามีเพียงหนึ่งในล้านของสัตว์อสูรที่จะสามารถเปิดภูมิปัญญาแห่งจิตวิญาณได้


นี่มันจิตวิญญาณอสูรระดับแบล็คโกลด์ที่มีสติปัญญา  !


ไม่ว่าจะเป็นเย่ ซ่งหรือเสิ่นฮอง  ในปัจจุบันจิตอสูรของพวกเขาไม่สามารถเทียบได้เลยกับวานรวายุเหมันต์ ซึ่งเมื่อเขาผสานเข้ากับจิตวิญญาณของวานรวายุเหมันต์ ก็มีความเป็นไปได้ที่เขาจะทะลวงเขตแดนจิตวิญญาณเข้าสู่ร่างทรงอสูรระดับตำนาน


ระดับตำนาน ดินแดนจิตวิญญาณที่ผู้คนนับไม่ถ้วนปราถนา !


ความคิดที่จะแย่งจิตวิญญาณอสูรลมหิมะมาจากมือเย่ ซ่งยังคงปรากฎอยู่ในจิตใจของเสิ่นฮอง  อย่างไรก็ตามเขาก็ได้ละทิ้งความคิดนั้น เนื่องจากเทคนิคการบ่มเพาะพลังวิญญาณของเขาไม่เหมาะที่จะผสานกับจิตวิญญาณอสูรลมหิมะ อีกทั้งเขายังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเย่ ซ่ง แม้ไม่ต้องคิดเลยถึงผู้เชี่ยวชาญระดับสูงสุดที่ซ่อนตัวอยู่


เมื่อเย่ ซ่งก้าวเข้าสู่ระดับตำนาน มันจะยิ่งทำให้เสิ่นฮอง ยิ่งปวดหัว


แม้ว่าเสิ่นฮอง จะรู้สึกหดหู่เหมือนเขาใกล้เข้าสู่ความตาย เขาก็ยังกล่าวไปอย่างเคารพว่า " ขอแสดงความยินดีกับท่านเจ้าเมืองที่ได้รับจิตวิญญาณอสูรระดับแบล็คโกลด์ที่ได้เปิดภูมิปัญญาแห่งจิตวิญาณของมัน "


เย่ ซ่ง ได้ยินเสิ่นฮอง กล่าวเขาเหลือบมองด้วยตาที่เป็นประกาย นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เขารีบกระชากจิตวิญญาณอสูรอย่างรวดเร็ว เพราะเขาเป็นห่วงว่า เสิ่นฮอง  อาจจะมีความคิดบางอย่างเกี่ยวกับมัน และกล่าวตอบไปว่า " ขอบคุณพี่เสิ่น "


แม้ว่าจะมีความเป็นไปได้ที่เขาจะก้าวเข้าสู่ระดับตำนานเมื่อผสานเข้ากับจิตวานรวายุเหมันต์ แต่ความจริงแล้ววานรวายุเหมันต์ ไม่ได้ตายโดยเขา เขาจึงมีความตั้งใจที่จะไม่ใช้มันสำหรับตัวเขาเอง


ซึ่งถ้าเป็นคนอื่นจะต้องผสานร่างเข้ากับวานรวายุเหมันต์โดยไม่มีความลังเลใดๆ อย่างไรก็ตามเย่ ซ่งนั้นเป็นคนเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เนื่องจากเขาได้รับการช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญระดับสูงสุดทำให้เขาสังหารมันได้ จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่เขาจะมอบมันให้แก่ท่านผู้นั้น


* วู้วว ! *


เปลวไฟสีแดงจากมีดบินที่ออกมาจากมือหนี่หลี่ และทะลุอกของอสูรระดับแบล็คโกลด์ทันทีที่มีโอกาส และสังหารมันในทันที


ทันทีที่เขาสังหารอสูรระดับแบล็คโกลด์เขามุ่งหน้าไปยังสนามรบอื่นๆและเข้าร่วมต่อสู้


สัตว์อสูรระดับแบล็คโกลด์ถูกฆ่าอย่างรวดเร็ว จากตัวหนึ่งไปยังอีกหลายๆตัว


หลังจากผ่านไปหลายสิบชั่วโมง การต่อสู้โดยรอบเมืองกลอลี่ก็ค่อยๆสงบลง


ส่วนบรรดาสัตว์อสูรทั้งหลายนอกเขตเมือง เนื่องจากขาดซึ่งผู้นำในการชักจูงในการบุกโจมตี พวกมันก็ได้แตกกระจายไปทุกทิศทาง


กองทัพสัตว์อสูรระดับล้านตัวก็ได้สลายไปในที่สุด


เมื่อเห็นความเสียหายของเมืองกลอลี่ ไม่สามารถทำให้ความหวาดกลัวในจิตใจพวกเขาหายไป อย่างไรก็ตามในการต่อสู้ครั้งนี้นั้นเกิดความสูญเสียน้อยที่สุดตั้งแต่มีการต่อสู้กับกองทัพอสูรก่อนหน้านี้ ที่มีหลายหมื่นคนที่ต้องเสียชีวิต แต่ครั้งนี้มีจำนวนเพียงหลักพัน และบาดเจ็บในหลักหมื่นเท่านั้น


ในหัวใจของทุกคน พวกเขารู้สึกโชคดีที่รอดชีวิตมาได้


ซึ่งในที่สุดมันก็จบลงแล้ว หลังจากที่ต้องต่อสู้มาหลายวัน ทำให้หัวใจของพวกเขาได้ผ่อนคลาย


เนี่ยหลี้ยืนอยู่บนกำแพง และมองไปโดยรอบสนามรบด้านนอกเมือง เขาพบเห็นเพียงภาพของซากอสูรวายุหิมะกระจายอยู่โดยรอบอย่างไม่มีที่สิ้นสุด หลังจากคิดถึงเรื่องราวที่โหดร้ายในชีวิตก่อนหน้าของเขา ทำให้เขาไม่มีความสุขภายในจิตใจของเขาเลย


กองทัพสัตว์อสูรระดับล้านตนได้ก่อเกิดผลที่น่ากลัว จะเจออะไรขึ้นหากต้องปะทะกับกองทัพสัตว์อสูรระดับ ร้อยล้านตัว ดังเช่นชีวิตก่อนหน้าของเขา


ความรวดเร็วในการบ่มเพาะพลังวิญญาณของเขา ได้ทำให้ประวัติศาสตร์ของเมืองกลอลี่เปลี่ยนไป อย่างไรก็ตามเขาอาจต้องเผชิญกับกองทัพอสูรระดับ ร้อยล้านตัว ในไม่ช้าก็เร็วที่พวกมันจะมาถึง


" เนี่ยหลี่ เจ้าไม่เป็นอะไรนะ ? "


หลังจากพบเนี่ยหลี่ หลู่เพรียว ตูเซอ และพวกที่เหลือก็เข้ามาหาเขา เนื่องจากเนี่ยหลี่หายไปอย่างกะทันหัน ทำให้พวกเขารู้สึกไม่สบายใจ


" ข้าสบายดี " เนี่ยหลี่กล่าวพลางยิ้มมองไปยัง พวกของเขาที่เป็นกังวลอยู่


หลังจากเดินทางไปทั่วดินแดนในรอบหลายปีในชีวิตก่อนหน้าของเขา ถ้าไม่ใช่เพราะมีความรู้สึกผิดปกติที่เกิดขึ้นกับเขา เขาได้แต่หาสิ่งบันเทิงเพื่อกำจัดความเหงาภายในใจ และตายไปพร้อมกับความว่างเปล่าที่ไม่สิ้นสุด แต่ในตอนนี้เขามีคนที่ห่วงใยเขา มันเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมมาก เนี่ยหลี่จะไม่ยอมให้ใครมาพรากคนรอบข้างของเขาอีกต่อไป


" ไปกันเถอะ กลับไปฝึกกัน ! " เนี่ยหลี่กล่าวอย่างจริงจัง ขณะมองมายังทุกคน


" อื้มม ! " ตูเซอ และส่วนที่เหลือต่างพยักหน้าด้วยสีหน้าที่จริงจังของพวกเขา


กองทัพสัตว์อสูรในครั้งนี้ทำให้ทุกคนตื่นตัว


เมื่อได้ยินคำกล่าวของเนี่ยหลี้ ใบหน้าของหลู่เพรียวหันมาอย่างขมขื่น และกล่าวว่า " เกี่ยวกับเรื่องนั้น? คงไม่ได้รวมข้าใช่หรือเปล่า แต่ถึงอย่างไรการที่ข้าฝึก มันทำให้การบ่มเพาะพลังของข้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ! "


" เจ้าคิดอะไรของเจ้าอยู่ห้ะ ? " เสี่ยเซี่ย กอดอกและยิ้มมองหลู่เพรียว


หลู่เพรียวตัวกิ่วลงทันที


ระหว่างที่พวกเขามุงหน้าไปยังคฤหาสน์เจ้าเมือง ทหารบางส่วนกำลังกอดศพและร้องไห้ บางส่วนแบกศพไปอย่างเงียบๆ ฉากที่เห็นตรงหน้า ทำให้พวกเขารู้สึกเศร้าใจและมีน้ำตาไหลออกมา


เศษซากกำแพงที่กระจายอยู่โดยรอบ ทำให้เนี่ยหลี่ได้แต่ทอดถอนใจ


ในชีวิตก่อนหน้าของเขา เขาได้กลับมายังเมืองกลอลี่ ในตอนนั้นเมืองก็เหลืองเพียงซากปรักหักพัง และศพ ซึ่งส่วนใหญ่ก็ถูกกลืนกินโดยเหล่าอสูร ทำให้เนี่ยหลี่ได้แต่ร้องไห้อยู่ภายในใจ อย่างไรก็ตามเมื่อเขาได้ยินเสียงร้องในพื้นที่ว่างเปล่าของเมืองกลอลี่


มีเพียงความเหงาและความกลัวที่ไม่สิ้นสุดครอบคลุมตัวเขา


แต่ทั้งหมดก็รู้สึกราวกับฝัน


เนี่ยหลี่ไม่เคยคิดว่า เขาอาจจะใช้ตำราภูติห้วงกาลลี้ลับ กลับมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ หลายๆครั้งเนี่ยหลี่ฝันถึงสิ่งเหล่านี้ ดั่งฝันร้ายในเวลากลางคืน แต่เมื่อตอนนี้เขามีเพื่อนอยู่โดยรอบ และความรู้สึกเหล่านี้เป็นของจริง


เมื่อเห็นการแสดงออกของเนี่ยหลี่ ตูเซอ จึงถามด้วยความกังวล " เนี่ยหลี่ เกิดอะไรขึ้นกับเจ้า ? "


เนี่ยหลี่ลดสายตาของเขา พลางส่ายหัว ยิ้มและกล่าวว่า " ข้าเพียงแต่คิดมากเท่านั้น ! ไปกันเถอะ ! "


มีเพียงกลุ่มของพวกเขาที่เดินอยู่ในยามนี้


 คฤหาสน์เจ้าเมือง............


ขณะที่ทุกคนฝึกอย่างหนัก เนี่ยหลี่ก็ถูกเรียกโดยเย่ ซ่ง


เย่ ซ่งดูจริงจัง และกล่าวกับเนี่ยหลี่ว่า " การสู้รบในครั้งนี้ เป็นผลงานของเจ้ามากที่สุด เป็นตัวแทนของความสำเร็จของเมืองกลอลี่ของเรา ข้าต้องขอบคุณเจ้าเป็นอย่างมาก "


เย่ ซ่ง  ในความคิดของเขาเป็นคนที่เข้มงวด เคร่งขรึม ทำให้เนี่ยหลี่รู้สึกเขินกลัว.เขารู้จัก เย่ ซ่ง จากการบอกกล่าวของเย่ จื้อ หวิ๋นเท่านั้น เนี่ยหลี่มีความเข้าใจในตัวเย่ ซ่ง ว่าเป็นพ่อที่เข้มงวด หลังจากเทียบกันกับเขาในชาตินี้ เนี่ยหลี่มีความรู้สึกได้ว่า เย่ ซ่ง มีความเยือกเย็น จริงใจและเสียสละ


แน่นอนว่ามุมของ เย่ ซ่งที่มองเนี่ยหลี่นั้นเปลี่ยนไปอย่างมาก ในเรื่องบางเรื่อง รวมถึงหลักการที่เนี่ยหลี่ได้แพร่ออกไป เพราะหลังการเกิดใหม่ของเขา เนี่ยหลี่เข้าใจถึงสิ่งที่เขาไล่ล่า


" ท่านพ่อตา เราก็คนในครอบครัวเดียวกัน ไม่ต้องสุภาพมากก็ได้ มันเป็นสิ่งที่ข้าสมควรทำอยู่แล้ว " เนี่ยหลี่กล่าวพลางยิ้มอย่างระรื่น


เนี่ยหลี่ช่างน่าโมโหจริงๆ อย่างไรก็ตาม หลังจากได้อยู่กับเขามานาน พวกเขาดูเหมือนจะเข้ากันได้ดี แม้ว่าเนี่ยหลี่จะทำเกินไปหน่อยกับปากของเขา เย่ ซ่งเริ่มที่จะชอบเด็กคนนี้ เขาเริ่มปฏิบัติต่อเนี่ยหลี่เหมือนคนใกล้ตัวของเขาเอง


เย่ ซ่ง เริ่มคิดเปรียบเทียบระหว่างเนี่ยหลี่กับ เย่ ฮั่น บุคลิกของเย่ ฮั่นนั้นไม่ได้เข้ากับคนง่าย ความคิดของเขาก็ลึกลับยากหยั่งถึง เขาไม่เคยเข้าใจในความคิดของเย่ ฮั่น เขามักจะทำให้คนอื่นรู้สึกอ่อนด้อยในความมุ่งมั่นของเขา แต่เนี่ยหลี่ถึงเขาจะกระทำการบางอย่างที่ดูเหมือนไม่มีประโยชน์อันใด แต่หลังจากคิดเกี่ยวกับมัน ทุกอย่างนั้นถูกวางแผนไว้แล้วเป็นอย่างดี ด้วยขอบเขตความรู้ของเขา แม้ว่าบางครั้งเนี่ยหลี่จะมีความคิด นิสัย ที่สบายๆ อย่างน้อย เย่ ซ่งยังรู้สึกว่าทุกอย่างที่ได้รับจากเนี่ยหลี่ล้วนแล้วแต่มีเจตนาที่ดี




เย่ ซ่งเป็นคนเช่นเดียวกับเย่ ฮั่น เป็นประเภทที่มุ่งเป็นอันดับหนึ่งในกลุ่มคน เนื่องจากความคล้ายคลึงกันของพวกเขา ทำให้เย่ ซ่งรู้สึกชื่นชมเย่ ฮั่น ตั้งแต่เริ่ม อย่างไรก็ตาม หลังจากการปรากฏตัวของเนี่ยหลี่ ทำให้เขาได้ตระหนักว่า เขานั้นชื่นชอบในตัวเนี่ยหลี่มากกว่าเย่ ฮั่น


ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ข้าเริ่มเปลี่ยนไป ? เย่ ซ่งเองก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่


ตั้งแต่ที่เนี่ยหลี่เรียกเขาว่าพ่อตา มันทำให้เขารู้สึกโกรธมากเกี่ยวกับสิ่งที่ได้ยิน เขาไม่ได้รู้สึกอยากจะเอาชนะเนี่ยหลี่ แต่เมื่อเวลาผ่านไป เย่ ซ่ง ก็ยังถูกเรียกอย่างนั้น โดยไม่ได้รู้ตัวว่าเมื่อไหร่กัน ที่เขานั้นยอมรับในชื่อนี้ และไม่รู้สึกรังเกียจอะไรเลย


บางทีเนี่ยหลี่อาจจะวางแผนนี้มาแล้วตั้งแต่ต้นดังที่เขาเคยได้ยิน


" ไม่ว่ายังไง เกี่ยวกับเรื่องนี้เขาก็ยังเป็นผู้ที่สำคัญที่สุด และถูกจดจำไว้ในใจของพวกเรา " เย่ ซ่งกล่าว นอกจากเขาในตอนนี้ บรรดาผู้อาวุโสและตระกูลอื่นๆ ย่อมตระหนักดีถึงการกระทำของเนี่ยหลี่ ซึ่งไม่เพียงแต่ต้องสรรเสริญเขา เขาเป็นคนที่เจ้าเมืองสมควรมอบรางวัลให้กับการกระทำในครั้งนี้ อย่างไรก็ตามเขาก็ไม่คิดจะให้อะไร เนี่ยหลี่เป็นรางวัล


" ใช่แล้ว ท่านพ่อตา สูตรยาไม่กี่ตัวจะเป็นที่รู้จักต่อสาธารณชน แต่ถ้าเกิดมันลามไปถึงหูของสมาคมทมิฬ.................. "



ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น