วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 159 – Demon Beast Horde

Tale of the demon and god novel Chapter 159 – Demon Beast Horde

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 159 - ฝูงสัตว์อสูร


บทที่ 159 - ฝูงสัตว์อสูร




   พวกเขาต้องช่วยกันหาทางทำลายทั้งตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์และแหล่งกบดานของสมาคมทมิฬพร้อมกัน มิเช่นนั้นอาจสร้างความเสียหายให้กับเมืองกลอรี่ได้



     เนี่ยหลีใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดว่า "ทำไมเราไม่ลองทิ้งเวลาออกไปอีกเล็กน้อย แล้วหาทางใช้ชื่อของท่านพ่อตารวบรวมยอดฝีมือจากตระกูลต่างๆ มาที่จวนเจ้าเมืองล่ะ บอกว่าฝูงสัตว์อสูรอยู่ในภาวะที่สามารถโจมตีเมืองได้ทุกเมื่อเป็นข้ออ้าง หลังจากที่ทุกคนมารวมกันที่จวน ก็ให้ท่าน เย่ ซิวเป็นคนจัดการต่อ ด้วยการใช้ค่ายกลหมื่นอสูรและยอดฝีมือจากตระกูลอื่นคอยช่วย ข้าไม่เชื่อว่าจะมีใครในตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์หลุดรอดไปได้ ระหว่างนั้นท่านเย่ ซ่งสามารถนำกำลังบุกกวาดล้างสมาคมทมิฬพร้อมกับส่งคนไปเก็บกวาดตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ที่ไร้ยอดฝีมือได้พร้อมกันด้วย"



   หลังจากได้ฟังความเห็นของเนี่ยหลี่ เย่ ซ่งพยักหน้ากล่าวว่า "วิธีนี้สามารถดำเนินการได้ แต่คงต้องหารือรายละเอียดกันก่อนลงมือ"



   พอเห็นท่าทางของเย่ ซ่ง เนี่ยหลี่ก็ทราบว่าเย่ ซ่ง คงมีวิธีการอื่นในใจแล้ว ทั้งสามหารือกันเป็นเวลานาน



      ในเมืองกลอรี่อันเงียบสงบก็ยังมีความเคลื่อนไหวอยู่เบื้องหลัง ไม่มีใครรู้ว่าในเวลาอันใกล้จะเกิดเหตุการณ์ใหญ่โตใดในเมือง





ก่อนหน้านี้ การที่เนี่ยหลี่ปรากฏตัวที่สถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์ก็เพื่อหลอกล่อให้ศัตรูปรากฏตัว แต่กลายเป็นว่าแทนที่คนของตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์จะออกมาเนี่ยหลี่กลับพบว่า เย่ ฮั่นออกมาติดเบ็ดแทน การต่อสู้ระหว่างเนี่ยหลี่และเย่ ฮั่น กลับส่งเสริมให้เนี่ยหลี่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วสถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธ์ หลังจากนั้น เนี่ยหลี่กับพวกก็พากันไปหลงอยู่ในดินแดนคุกนรกอยู่หลายวัน ทิ้งไว้เพียงตำนานที่เด็กในสถาบันเล่าสู่กันฟัง



ตอนนี้เนี่ยหลี่และพวกกลับมาที่สถาบันอีกครั้ง กลับไม่เข้าห้องเรียน เพียงวิ่งเข้าวิ่งออกหอสมุดเท่านั้น



   ทันทีที่เนี่ยหลี่ปรากฎตัว แน่นอนว่าฮูหยาน หลานเร่อย่อมต้องมาพัวพันเขา ทำให้เนี่ยหลี่ได้แต่เตลิดไปไม่เป็นที่



    ณ ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์



      นักรบวัยกลางคนในชุดคลุมสีเทาผู้หนึ่งนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งต่อหน้าเสิ่นฮอง กล่าวรายงานว่า "ท่านหัวหน้า ข้าได้รับรายงานมาว่าเนี่ยหลี่ปรากฏตัวอีกครั้ง ยามนี้มันอยู่ที่สถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์ใช้ชีวิตอย่างไม่เกรงกลัวอันใด"




       "ฮืม.....ข้าจะให้เด็กนั่นเล่นสนุกไปก่อน" เสิ่นฮองหัวเราะเสียงเย็นชา "ตระกูลวายุเหมันต์ไม่สามารถหาหลักฐานที่พิสูจน์ได้ว่าพวกเราแปรพักตร์ไปเข้าร่วมกับสมาคมทมิฬ กลับส่งเด็กเล็กคนหนึ่งออกมาหวังล่อให้พวกเราติดกับ พวกนั้นพยายามทำให้เราเคลื่อนไหว นั่นอาจทำให้พวกมันสามารถรวบรวมหลักฐานได้ แค่เด็กคนเดียวยังไม่อาจทำให้เราเผยพิรุธหรอก พวกมันประเมินตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ต่ำไปแล้ว กระจายคำสั่งออกไป หากไม่มีกิจธุระจำเป็น ห้ามมิให้คนในตระกูลออกไปก่อเรื่องราวที่ภายนอก ให้ทั้งหมดทำหน้าที่ของตัวเองไป"



        "ขอรับนายท่าน" นักรบวัยกลางคนน้อมรับคำสั่ง



      เสิ่นฮอง นั่งหลังตรงพลางเคาะนิ้วกับเท้าแขนเก้าอี้ แม้ว่าตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ของเขาจะถูกตระกูลวายุเหมันต์กดดัน พวกเขาก็ยังนับว่ามีพื้นฐานมั่นคงยากจะสั่นคลอนได้ หากตระกูลวายุเหมันต์ต้องการกำจัดตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะหลีกเลี่ยงการถูกแว้งกัด



        ตามแผนแล้ว สมาคมทมิฬจะล่อฝูงสัตว์อสูรขนาดมโหฬารมาโจมตี เมื่อถึงเวลานั้นเมืองกลอรี่จะล่มสลาย ส่วนตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์จะถอนตัวออกจากเมือง พวกเขาจะกบดานอย่างปลอดภัยในเทือกเขาบรรพชนศักดิ์สิทธิ์ หลังจากฝูงสัตว์อสูรจากไปแล้ว พวกเขาจะเข้าไปอาศัยในดินแดนคุกนรกกับสมาคมทมิฬ เสิ่นฮองก็เป็นอีกคนที่รับทราบถึงการคงอยู่ของดินแดนคุกนรก



       เนื่องจากตระกูลวายุเหมันต์คอยกดดันตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ สมาคมทมิฬจึงยื่นมือเข้าช่วยเหลือ ด้วยการปล่อยฝูงสัตว์อสูรขนาดย่อมเข้าโจมตีเมือง นั่นจะทำให้ตระกูลวายุเหมันต์ไม่มีเวลาจัดการกับตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ เป็นการเปิดช่องให้ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์มีเวลาพักหายใจ



       ฝูงสัตว์อสูรที่ว่าจะเข้าโจมตีเมืองภายในไม่กี่วันนี้



      สิ่งที่ เสิ่นฮองไม่ทราบก็คือตระกูลวายุเหมันต์ค้นพบหลักฐานว่าตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์แปรพักต์ไปเข้าร่วมกับสมาคมทมิฬแล้ว ดังนั้นการที่เนี่ยหลี่ปรากฎตัวในสถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์ก็เพียงเพื่อสร้างภาพให้ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ลดความระแวดระวังลง



      ยามค่ำคืนอันมืดมิด



        เนี่ยหลี่และพวกยังฝึกพลังกันอยู่ในสวนของที่พัก เย่ จื้อหวิ๋น เนี่ยหลี่รู้ดีว่าตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์กับสมาคมทมิฬเต็มไปด้วยยอดฝีมือ โดยเฉพาะสมาคมทมิฬ พวกมันลักลอบดำเนินการมาหลายปี ย่อมต้องมียอดฝีมือในสังกัดไม่น้อย ตอนนี้พลังของพวกเนี่ยหลี่ยังนับว่าห่างชั้นนัก



      ในยามนี้ เนี่ยหลี่และพวกฝึกพลังได้เฉลี่ยหนึ่งดาวโกลด์กันแล้ว ผู้ที่ทรงพลังที่สุดในหมู่พวกเขาคือต้วนเจี้ยน ผู้มีพลังระดับหนึ่งดาวแบล็คโกลด์ ด้วยความแข็งแกร่งทางกายภาพของเขา แม้แต่ชนชั้นแบล็คโกลด์ทั่วไปยังไม่อาจทำอะไรเขาได้



    เนี่ยหลี่ยังคงใช้ผลึกโลหิตฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง



      ยามค่ำคืนเงียบสงบดั่งผืนน้ำไร้ระลอก เย่ จื้อหวิ๋นกลับไม่อาจข่มตาลงได้ นางออกจากห้องนอนแล้วเดินไปยังสวนที่เนี่ยหลี่กำลังเพ่งสมาธิฝึกพลังอยู่



        เย่ จื้อหวิ๋นเหม่อมองฉากนี้อย่างเงียบงันพลางเริ่มฝันกลางวัน เนี่ยหลี่นับเป็นตัวตนที่ยากจะเข้าใจ บางครั้งเขากระทำตัวราวกับเด็กไร้เดียงสา บางครากลับสงบ สง่าและลึกล้ำ ยามนี้นางกับเขานับว่ามีความสัมพันธ์ใดกัน? เย่ จื้อหวิ๋นรู้สึกสับสนเล็กน้อย



       แสงจันทร์สาดส่องต้องผิวกายขาวนวลเนียน หนุนส่งให้นางมีภาพลักษณ์ราวกับภูติพรายอันงดงามใต้แสงจันทร์ ทั้งสูงส่งและงดงาม



      เมื่อรู้สึกถึงตัวตนของเย่ จื้อหวิ๋น จิตใจเนี่ยหลี่กลับสงบลงอย่างน่าประหลาด




หลายวันถัดมา ณ จวนเจ้าเมือง



      เย่ ซ่งและผู้นำของตระกูลวายุเหมันต์หลายคนร่วมกันวางแผนจัดการกับตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์และสาขาของสมาคมทมิฬ ทันใดนั้นเอง ผู้อาวุโสชั้นแบล็กโกลด์ก็รีบเร่งเข้าพบ



      ผู้อาวุโสนั้นรายงานด้วยน้ำเสียงเร่งร้อนว่า "ท่านเจ้านคร แย่แล้ว พวกเราพบฝูงสัตว์อสูร ยามนี้พวกมันอยู่ไม่ไกลจากเมือง แต่ยังคงเคลื่อนที่มุ่งหน้ามายังเมือกลอรี่ คาดว่าจะมาถึงภายในสองชั่วยามครึ่ง (หนึ่งชั่วยามเท่ากับสองชั่วโมง สองชั่วยามครึ่งเท่ากับห้าชั่วโมง)ขอรับ"



    เมื่อได้ยินสิ่งที่ผู้อาวุโสรายงาน เย่ ซ่งพลันลุกขึ้นยืน ใบหน้าแปรเปลี่ยนเป็นปั้นยาก ยามนี้พวกเขาวางแผนจัดการกับตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ สมาคมทมิฬกลับชิงลงมือก่อน สัตว์อสูรฝูงนี้ย่อมเป็นสมาคมทมิฬล่อมาเป็นแน่



"ครานี้มีจำนวนเท่าใด?" เย่ ซ่งกล่าวถาม



      "พวกมันมากันไม่กี่ล้านตัวส่วนใหญ่เป็นสัตว์อสูรชั้นทองแดง มีเพียงส่วน เป็นชั้นซิลเวอร์และโกลด์ เราตรวจพบสัตว์อสูรชั้นแบล็คโกลด์น้อยมาก และไม่พบสัตว์อสูรชั้นตำนานเลย" ผู้อาวุโสประสานมือทำความเคารพพลางรายงานเพิ่มเติม



        เมื่อได้ยินเช่นนี้เย่ ซ่งค่อยลอบระบายลมปากอย่างโล่งอก ฝูงสัตว์อสูรขนาดไม่กี่ล้านนี้ เมืองกลอรี่ยังมีขีดความสามารถรับมือได้อยู่ โดยเฉพาะเมื่อไม่มีสัตว์อสูรชั้นตำนานมาด้วย สัตว์อสูรชั้นตำนานนับว่าเป็นตัวอันตรายอย่างแท้จริง แต่ไม่ว่ายังไงพวกเขาไม่อาจประมาท จะอย่างไร นี่ยังคงเป็นฝูงสัตว์อสูรบุก



    "ลั่นระฆังเตือนภัย!! ให้ทั้งเมืองเตรียมพร้อมรับสถานการณ์" เย่ ซ่ง ประกาศด้วยท่าทีเคร่งขรึม



     ตัง!! ตัง!! ตัง!!



   ด้วยความรวดเร็ว เสียงระฆังดังก้องไปทั่วนครประกาศการมาของภัยหายนะครั้งนี้



    เมื่อได้ยินเสียเตือนภัย ทั้งเมืองกลอรี่ถึงกับแตกตื่น เต็มไปด้วยเสียงร้องของเหล่ามวลมนุษย์ที่สามารถได้ยินไปไกลหลายลี้



      เนี่ยหลี่พลันลืมตาขึ้นจากการฝึกพลัง เขาย่อมไม่ลืมเสียงระฆังนี้ ในชาติก่อนของเขา สองปีหลังจากนี้ เสียงนี้ทำให้เขาต้องเห็นเมือกลอรี่ล่มสลายไปกับตา



      "ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์!!!" เนี่ยหลี่พลันมีโทสะพลุ่งขึ้น ความจริงแล้ว ฝูงสัตว์อสูรสมควรมาบุกหลังจากนี้อีกสองปี เขาไม่คิดว่าตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์และสมาคมทมิฬจะไม่ยอมรอเวลา โชคดีที่จวนเจ้าเมืองมีการตั้งค่ายกลหมื่นอสูรไว้แล้ว อย่างน้อยก็นับเป็นไพ่ตายรักษาชีวิตได้ อย่างแย่สุดพวกเขายังสามารถล่าถอยเข้าดินแดนคุกนรกได้ นับว่าสถานการณ์ยังดีกว่าชาติก่อนมากนัก



    ตูเซอ กับพวกที่เพิ่งหยุดฝึกลืมตาถามว่า "เนี่ยหลี่ เกิดอะไรขึ้น? ฝูงสัตว์อสูรเข้าโจมตีเมือง?"



    "ถูกแล้ว ฝูงสัตว์อสูรนั่นแหละ" เนี่ยหลี่พยักหน้ายืนยัน "ให้ทุกคนรวมตัวกันไว้ แล้วรออยู่ที่นี่กับต้วนเจี้ยน ข้าจะไปเข้าพบเจ้าเมืองก่อน"



    ยามนี้ทั้งเสี่ยวหนิงเอ๋อ และเย่ จื้อหวิ๋นต่างก็ปรากฏแววห่วงใยบนใบหน้า



  "ข้าจะไปด้วย" เสี่ยวหนิงเอ๋อและเย่ จื้อหวิ๋นพูดขึ้นพร้อมกัน



    "พวกเจ้ารออยู่ที่นี่คอยฟังข่าว" เนี่ยหลี่ ส่ายหัว เขาหันตัวไปแล้วกลายเป็นเรือนร่างเลอะเลือน พริบตาเดียวก็หายไป มุ่งหน้าไปยังห้องโถงของจวนเจ้าเมือง



ณ ห้องโถงจวนเจ้าเมือง



     เย่ ซ่ง     เย่ ซิวและคณะกำลังปรึกษาหารือการวางแนวป้องกัน ยอดฝีมือของตระกูลวายุเหมันต์จำนวนมากวิ่งพล่านไปทั่ว ทำหน้าที่ของตน ยอดฝีมือตระกูลต่างๆ รวมตัวกันเป็นกองทัพ ยืนรออยู่นอกห้องโถง



    ท่านเย่ ซิว ฝูงสัตว์อสูรมีจำนวนเท่าใด?" เมื่อเห็นว่าเย่ ซ่งไม่มีเวลาว่าง เนี่ยหลี่จึงรีบถามเย่ ซิวก่อน



      ครานี้มีเพียงไม่กี่ล้าน ตอนนี้ที่แข็งแกร่งที่สุดเป็นชั้นแบล็คโกลด์" เย่ ซิวบอก



     ได้ยินอย่างนั้น เนี่ยหลี่ต้องลอบระบายลมปากอย่างโล่งใจ แม้ว่าจะมีจำนวนหลักล้านก็ยังสามารถสร้างความเสียหายให้กับเมือกลอรี่ได้ระดับหนึ่ง แต่ยังไม่สามารถทำลายเมืองอย่างราบคาบได้ ในชาติก่อน ฝูงสัตว์อสูรที่บุกมามีจำนวนนับร้อยล้าน พวกเขาจึงไม่มีกำลังพอจะต้านทานกำลังระดับนี้



"ฝูงสัตว์อสูรครานี้หลักๆ แล้วมีประเภทใดบ้าง?"



"เป็นสัตว์อสูรวายุหิมะ" เย่ ซิวตอบ



"พวกเรายังมีเวลาอีกนานเท่าใด" เนี่ยหลี่ถาม



"ราวๆ สองชั่วยามครึ่ง การปะทะระลอกแรกจะเกิดขึ้นที่กำแพงเมืองทิศใต้" เย่ ซิวตอบ สายตาคาดหวังให้เนี่ยหลี่มีความคิดดีๆ



      สองชั่วยามครึ่ง เวลานับว่าเหลือเฟือ' เนี่ยหลี่คิดอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพูดกับเย่ ซิว ว่า "ท่านเย่ ซิว ท่านสามารถจัดคนให้ข้าห้าร้อยได้หรือไม่ ข้าจะไปป้องกันกำแพงเมืองทิศใต้"



 "ห้าร้อยคน?" เย่ ซิวขมวดคิ้วเล็กๆ ก่อนจะพูดว่า สถานะของเจ้ายามนี้นับว่าคับขันอันตราย ทั้งตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์และสมาคมทมิฬจับจ้องหาโอกาสกำจัดเจ้าอยู่ หากพวกมันอาศัยช่วงชุลมุนวุ่นวายขณะฝูงสัตว์อสูรโจมตีเมืองแล้วใช้วิธีลอบกัด พวกเรายอมรับความเสียหายเช่นนั้นไม่ได้"



เนี่ยหลี่ยิ้มเบาบางพลางพูดว่า "ข้ารู้จักวิชาแปลงโฉม ข้าสามารถแปลงโฉมเป็นคนอื่นได้"



"ห้าร้อยคนนี้เจ้าต้องการความสามารถระดับใด?"



"ห้าร้อยคนนี้ เพียงนักสู้ทั่วไปก็พอ" เนี่ยหลี่ยิ้มตอบ



    ได้ยินที่เนี่ยหลี่พูด เย่ ซิวก็ต้องงุนงง นักสู้ระดับทั่วไปเพียงห้าร้อยคนจะทำอะไรได้? สัตว์อสูรที่มาคราวนี้มาเป็นล้านตัว



      บางทีเนี่ยหลี่อาจมีความคิดดีๆ ก็ได้ เมื่อจำนวนคนเพียงนี้ไม่มีผลกระทบต่อสถานการณ์เท่าใด ย่อมไม่เป็นผลเสียหากจะให้เนี่ยหลี่ทดลองดู เย่ ซิวใคร่ครวญครู่หนึ่งก่อนจะตอบรับ "ไม่มีปัญหา ข้าจัดสรรนักสู้ระดับทั่วไปให้เจ้าพันคน ทั้งหมดให้ทำตามที่เจ้าสั่ง"



     "เช่นนั้นนับว่าดียิ่ง ขอบคุณท่านเย่ ซิว"



เนี่ยหลี่เหลือบสายตามองเย่ ซ่งที่กำลังยุ่งกับการวางแผน เห็นแน่ชัดว่าเขากำลังปวดหัวกับการแก้ปัญหาต่างๆ ดังนั้นเนี่ยหลี่ไม่สะดวกกับการทักทาย ได้แต่ล่าถอยไปอย่างเงียบงัน



     เวลาไม่กี่ชั่วยามนี้นับว่าเป็นช่วงลำบากของชาวนครอย่างแท้จริง เมืองกลอรี่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน หลายครั้งมีฝูงสัตว์อสูรขนาดหลายสิบล้านโจมตีเมือง จนเมืองกลอรี่เกือบล่มสลายมาหลายรอบ แม้ว่ายังประคับประคองตัวได้สร้างเมืองขึ้นมาใหม่ แต่ว่าการบุกแต่ละครั้ง ทำให้พวกเขาต้องเผชิญปัญหาผู้คนล้มตายจำนวนมากประสบกับความสูญเสียไม่น้อย เรียกว่าในสิบคนตายเสียเจ็ดแปดคน



    ทุกคนย่อมไม่คิดอยากให้สัตว์อสูรบุกเมืองอีก


 บุคคลทั่วไปย่อมไม่อาจรับทราบสถานการณ์ปัจจุบัน เพียงถนนคราคร่ำด้วยทหารสวมเกราะ รีบเร่งไปประจำการที่กำแพง


เมื่อพบเห็นฉากนี้ ผู้คนพากันเก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน


ในบ้านหลังหนึ่ง


  แม่จ๋า ฝูงสัตว์อสูรจะมาเหรอ? เด็กสาวตัวน้อยสวมชุดป่าน กระพริบตาใสแจ๋วถามมารดาหญิง  ผู้เป็นแม่แม้ยังคงหวาดหวั่นไม่คลาย ได้แต่เค้นรอยยิ้มขึ้นกล่าวปลอบว่า "เด็กเอย ไม่ต้องห่วง ฝูงสัตว์อสูรจะไม่ได้เข้ามาหรอก บิดาเจ้าจะขับไล่พวกมันไปเอง"


   สตรีผู้นั้นมองไปยังความมืดภายนอก สามีของนางเป็นหนึ่งในทหารยามรักษาเมือง นางไม่รู้ว่าจะมีผู้คนล้มตายเท่าใด และสามีของนางจะได้กลับมาบ้านอีกหรือไม่......


ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น