วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 157 – Return

Tale of the demon and god novel Chapter 157 – Return

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 157 - กลับ


บทที่ 157 - กลับ




       เสี่ยว หนิงเอ๋อ หันกลับไปมองดินแดนคุกนรกเป็นครั้งสุดท้าย แม้ว่ามิติแห่งนี้จะเต็มไปด้วยอันตรายรอบด้าน แต่ก็ทำให้นางได้ผจญภัยร่วมกับเนี่ยหลี่ ยามที่นางเกือบเอาชีวิตไม่รอด ก็ได้เนี่ยหลี่มาช่วยไว้  เขาได้ช่วยชีวิตของนางจากปากของสัตว์อสูรโดยไม่สนความปลอดภัยของตัวเอง



    นางจะไม่มีวันลืมเรื่องที่เกิดขึ้นในมิติแห่งนี้เลย ทุกๆ เรื่องราวจะกลายเป็นความทรงจำอันล้ำค่าที่นางจะเก็บมันไว้ในใจ



     บางครั้งนางถึงกับคิดไปว่า จะดีแค่ไหน หากทุกคนอยู่ในดินแดนคุกนรกตลอดไป ต่อให้ในมิติจะเหน็บหนาว แต่หากมีเนี่ยหลี่อยู่ข้างกาย นางก็ยังรู้สึกอบอุ่นใจที่มีคนที่สามารถพึ่งพาได้ ทว่า ในเมื่อนี่เป็นเพียงความเพ้อฝัน นางจึงได้แต่ลอบถอนใจ



เนี่ยหลี่หันกลับมาเห็นสีหน้าของนางก็ต้องงุนงง ถามว่า "เป็นอะไรหรือเปล่า?"






    "ไม่มีอะไรหรอก" เสี่ยว หนิงเอ๋อตอบ นางส่ายหน้าก่อนจะก้มหน้าลงเพื่อปิดบังใบหน้าที่เป็นสีแดง แล้วรีบเดินเข้าไปในเขตแดนอาคมเคลื่อนย้าย


   หลังจากนั้น เนี่ยหลี่ก็เดินตามเข้าไป



ณ เมืองกลอรี่



    ระหว่างที่ทุกคนไม่อยู่ ค่ายกลหมื่นอสูรได้ถูกดำเนินการติดตั้งค่ายกลจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทั้งเย่ ซิวและ เย่ ซ่งต่างก็เก็บซ่อนความตื่นเต้นไว้ไม่ได้ ทันทีที่ค่ายกลถูกเปิดใช้ เมืองกลอรี่จะมีเกราะป้องกันเพิ่มอีกชั้นหนึ่ง




    "เนี่ยหลี่ ไอ้หนูนั่นสร้างผลงานให้เมืองกลอรี่อย่างมากทีเดียว นับว่าหักลบกลบหนี้เรื่องที่ผ่านมาได้เกินพอ หากเขาสามารถสร้างความดีความชอบมากกว่านี้ ต่อให้เขาต้องการให้คนเฒ่าคนแก่อย่างข้าไปขออภัยเขา ข้าก็ยังยินดี" เย่ ซ่ง พูด ขณะทอดสายตาไปยังค่ายกลหมื่นอสูร




   เขาได้เห็นอำนาจของค่ายกลหมื่นอสูร และค่ายกลเทพอัสนีบาตสังหารมาแล้ว ค่ายกลพิฆาตระดับเดียวกันแปดชนิดรวมกันเป็นค่ายกลหมื่นอสูรกาย พลังของค่ายกลจะต้องเกินกว่าใครจะจินตนาการได้เป็นแน่




    เมื่อตอนที่อสูรโลกันตร์บุกจวนเจ้าเมือง ในยามที่คับขันอย่างน้อยที่สุด เนี่ยหลี่ยังส่งกุญแจควบคุมค่ายกลหมื่นอสูรและค่ายกลเทพอัสนีบาตพิฆาตให้เขา ในตอนนั้น ความรู้สึกเป็นปฏิปักษ์ที่เย่ ซ่งมีต่อเนี่ยหลี่ก็อันตรธานหายไป บางทีอาจถึงขั้นรู้สึกเอ็นดูขึ้นมาเลย




      แม้ว่าเนี่ยหลี่จะวางตัวตามสบาย ดูสง่างามแม้ในยามที่ทำตัวเหลวไหล ขณะเดียวกันก็ยังเป็นคนตรงไปตรงมา ทั้งเรื่องสูตรยาทิพย์และค่ากลหมื่นอสูร ก็นับว่าเป็นคุณประโยชน์ต่อเมืองกลอรี่ในระดับที่เรียกว่าหากมีการสร้างอนุสาวรีย์ให้เนี่ยหลี่ก็ไม่แปลกแม้แต่น้อย





     ในสายตาของเย่ ซ่ง การปกป้องเมืองกลอรี่นับว่าเป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัส เรื่องอื่นๆ ไม่ว่าเรื่องใดนับว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยเมื่อเทียบกับการปกป้องเมือง แน่นอนว่าการปล่อยวางเรื่องของบุตรีเพื่อทำหน้าที่เจ้าเมืองนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย





    "แล้วเนี่ยหลี่ ไอ้หนูนั่นหายไปไหน? เหตุใดเราจึงหาตัวไม่พบสักที นี่มันนานมากแล้วนะ?" เย่ ซ่งขมวดคิ้วเป็นปม เนี่ยหลี่กับ พรรคพวก พากันหายตัวไปหลายวันแล้ว





    เรื่องนี้เย่ ซิวกลับไม่สามารถช่วยได้ เขาส่งคนออกค้นหาในหลายๆ ที่ แต่กลับไม่ได้รับรายงานว่าพบร่องรอยของคนในกลุ่มของเนี่ยหลี่ที่ใดเลย นั่นทำให้เขาเริ่มนั่งไม่ติดที่ เป็นไปได้หรือไม่ว่าเนี่ยหลี่และพรรคพวกจะถูกพวกสมาคมทมิฬลักพาตัวไป?....แต่ตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานอะไรที่ชี้ไปทางนั้น




    เวลานี้ พวกเขาค่อยตระหนักถึงความสำคัญของเนี่ยหลี่ หากรู้เรื่องนี้ก่อน พวกเขาจะต้องส่งคนคอยอารักขาเนี่ยหลี่แน่




     ครู่ต่อมา คนรับใช้คนหนึ่งรีบเข้ามาแจ้งว่า




     "รายงานท่านเจ้าเมือง เย่ ซิว เนี่ยหลี่กลับมาแล้วขอรับ ตอนนี้รออยู่ที่ห้องโถงของจวนเจ้าเมืองขอรับ"


   เมื่อได้ยินรายงาน ทั้งเย่ ซ่งและเย่ ซิวต่างก็สามารถมองเห็นประกายยินดีในแววตาของอีกฝ่าย


  เด็กนั่นกลับมาจนได้!! เท่านี้พวกเขาก็สามารถปล่อยวางความกังวลในหลายวันนี้ออกไปได้



        ณ ห้องโถงในจวนเจ้าเมือง




   เนี่ยหลี่และพลพรรครอจนเริ่มเบื่อ เย่ จื้อ หวิ๋น รีบสาวเท้าเข้ามาในห้องโถง พริบตาที่สายตาของนางเห็นเนี่ยหลี่ ความวิตกกังวลในแววตาก็สลายไป ในช่วงเวลาที่ผ่านมา เพียงคิดว่าเนี่ยหลี่หายตัวไป ก็ทำให้นางถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับแล้ว



  ต่อให้นางไม่ยอมรับ แต่เนี่ยหลี่ก็ได้กลายมาเป็นคนสำคัญคนหนึ่งในชีวิตของนางแล้ว




   บางครั้งนางถึงกับถามตัวเอง หากเนี่ยหลีพลันหายไปจากชีวิตของนาง นางจะเป็นอย่างไร? ทุกครั้งที่คำถามนี้ผุดขึ้นมา จิตใจของนางต้องหวั่นไหวอย่างใหญ่หลวง แม้ว่าเนี่ยหลี่จะทำตัวหนวกหูและน่ารำคาญเสมอ แต่ก็นับได้ว่าเขาสร้างสีสันให้กับชีวิตสีขาวราบเรียบอันจืดชืดของนาง เขามอบความรู้สึกว่าถูกปกป้องเป็นอย่างไรให้นางได้รับรู้


   เมื่อนางพบเนี่ยหลี่ นางก็นับได้ว่าโล่งใจไปเปราะหนึ่ง



   "จื้อ หวิ๋น" เนี่ยหลี่ร้องเรียกพลางยิ้มแย้ม เหตุผลที่เย่ จื้อ หวิ๋นรีบเร่งขนาดนี้ย่อมเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจากนางเป็นห่วงเขาจนรอไม่ไหว จริงมั้ย?




   เมื่อเห็นเสี่ยว หนิงเอ๋อ ยืนอยู่ข้างกายเนี่ยหลี่ ไม่ทราบเหตุใด เย่ จื้อ หวิ๋นกลับรู้สึกหม่นหมองในใจ นางตัดสินใจหันหลังกลับและจากไป เนี่ยหลี่หายตัวไปหลายวันและเมื่อเขากลับมา ก็มีเสี่ยว หนิงเอ๋ออยู่เคียงข้าง



   เมื่อเห็นเช่นนั้น เนี่ยหลี่ได้แต่งุนงง รีบเข้ามาขวางทางเย่ จื้อ หวิ๋น ก่อนจะยิ้มและพูดว่า "เหตุใดยังไม่ทันทักทายสักคำก็คิดจากไปเล่า?"



   "ข้าเข้าผิดห้อง" เย่ จื้อ หวิ๋นเบ้หน้า นางไม่อยากยอมรับว่าเร่งรีบมาที่นี่เพราะเป็นห่วงเนี่ยหลี่



   เนี่ยหลี่ยิ้มพลางมองเย่ จื้อ หวิ๋น การพบกันอีกครั้งหลังแยกจาก ช่างวิเศษอะไรเช่นนี้




   เย่ จื้อ หวิ๋นค่อยนึกขึ้นได้ เหตุใดนางจึงหงุดหงิดเล่า? เป็นเพราะเนี่ยหลี่จากไปโดยไม่ร่ำลา หรือเพราะเมื่อเนี่ยหลี่กลับมาเขากลับอยู่รวมกับเสี่ยว หนิงเอ๋อ? เหตุใดนางจึงรู้สึกเช่นนี้? นี่ทำให้นางรู้สึกสับสน




     "เข้าห้องผิด? แน่ใจนะว่าไม่ได้มองหาข้า?" เนี่ยหลี่พูดก่อนจะหัวเราะเบาๆ ทันใดนั้น เขายื่นมือออกมาจับมือเย่ จื้อ หวิ๋นไว้ และวางอัญมณีวิญญาณพายุหิมะไว้บนมือขาวผ่องคู่นั้น "มณีเม็ดนี้มอบให้เจ้า เพื่อนๆ ของข้าทุกคนอยู่ที่นี่ ข้าจะแนะนำให้เจ้ารู้จัก"



      จากนั้นเขาฉวยโอกาสก็จูงมือนางไปหาพวกตู เซอ




    เย่ จื้อ หวิ๋นพลันหน้าแดงพยายามดิ้นรนขัดขืนให้เนี่ยหลี่ปล่อยมือ นางอับอายยิ่งโดยเฉพาะเมื่อมีคนอื่นมองอยู่




    เมื่อเห็นดังนั้น นัยน์ตาของเสี่ยว หนิงเอ๋อต้องเกิดแววเศร้าสลด ถึงแม้ว่าเนี่ยหลี่เคยบอกกับนางแล้วว่าเย่ จื้อ หวิ๋นเป็นคนสำคัญที่สุดของเขาและแม้ว่าเขาจะต้องสละชีวิต เขาก็จะยังอยู่ข้างนาง     เสี่ยว หนิงเอ๋อประพฤติเฉกเช่นแมงเม่าบินเข้ากองไฟ แม้ทราบว่าไฟนั้นร้อนแต่ก็ยังอดบินเข้าใกล้จนไฟเผาตัวเองไม่ได้ นางเลือกที่จะอยู่เคียงข้างเนี่ยหลี่แม้ว่าเขาจะไม่ได้รักนางตอบ แต่ยามนี้เมื่อนางเห็นเนี่ยหลี่กับเย่ จื้อ หวิ๋นหยอกล้อกัน นางกลับไม่สามารถห้ามใจไม่ให้เจ็บปวดได้




   เมื่อสายตาของเย่ จื้อ หวิ๋นกับเสี่ยว หนิงเอ๋อพบกัน ทั้งคู่ได้แต่หันหน้าหนีด้วยความกระอักกระอ่วนใจ


   หลู่เพียวลอบยกนิ้วให้เนี่ยหลี่ในใจ เนี่ยหลี่เป็นสุดยอดผู้ชายตัวอย่างของรุ่นจริงๆ แม้ว่าทั้งเย่ จื้อ หวิ๋นและเสี่ยว หนิงเอ๋อจะมีความงามระดับนางฟ้า แต่ก็ยังตกอยู่ในมือเนี่ยหลี่ทั้งคู่





  พอเสี่ยว เซี่ยเห็นความเคลื่อนไหวเล็กน้อยของหลู่เพียวก็พอจะเดาความคิดได้ นางชกหลู่เพียวเบาๆ ก่อนจะถลึงตาใส่เขาอย่างดุร้าย

หลู่เพียวสะดุ้งเบาๆ หากเสี่ยว เซี่ย อ่อนโยนได้สักครึ่งหนึ่งของเย่ จื้อ หวิ๋นหรือเสี่ยว หนิง เอ๋อ ก็คงจะดีไม่น้อย แต่ยามนี้เขาได้แต่ลอบถอนใจอย่างแผ่วเบา


  "พวกเราอยู่ชั้นเดียวกัน รู้จักันหมดอยู่แล้วน่า" ตูเซอ ยิ้มบางๆ ให้เย่ จื้อ หวิ๋น "นี่เสี่ยว เซี่ย นางเป็นคู่หมั้นหลู่เพียว"



   แม้ว่าทุกคนจะเป็นเพื่อนร่วมชั้นกันมาร่วมเดือนแล้ว แต่ก็ยังนับได้ว่าไม่ใคร่คุ้นเคยกับเย่ จื้อ หวิ๋นนัก แต่เมื่อมีเนี่ยหลี่เป็นสะพาน ทั้งหมดก็เริ่มทำความรู้จักกันมากขึ้น




  ตูเซอ หลู่เพียว เว่ยหนาน และพวกต่างก็หัวเราะพูดคุยกัน พากันเล่าประสบการณ์ที่ได้พบในดินแดนคุกนรก เมื่อเรื่องนี้เข้าหู เย่ จื้อ หวิ๋นนางไม่คิดเลยว่าในช่วงเวลาสั้นๆ เนี่ยหลี่จะสามารถพบเรื่องราวได้มากมายปานนี้ เนี่ยหลี่และพวกออกผจญภัยในที่ต่างๆ ในขณะที่นางนอกจากซากนครกล้วยไม้โบราณแล้ว นางยังไม่เคยออกไปนอกเมืองกลอรี่มาก่อน ยิ่งทำให้นางอยากออกไปเผชิญโลกภายนอกมากขึ้นไปอีก




     ครู่ต่อมา เย่ ซ่งและเย่ ซิวก็มาถึง




    เมื่อเย่ ซ่งเข้ามาในห้องโถง เย่ จื้อ หวิ๋นก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย หากบิดาของนางพบว่านางอยู่กับเนี่ยหลี่ล่ะก็ คงอารมณ์ไม่ดีแน่




    สายตาของเย่ ซ่งมุ่งไปที่เนี่ยหลี่ก่อนหันเห มาทางเย่ จื้อ หวิ๋น จากนั้นคิ้วทั้งสองข้างก็ขมวดเข้าหากัน เดิมทีเขาเห็นว่าความดีความชอบของเนี่ยหลี่ สามารถลบล้างความผิดที่แล้วมาได้ แต่เมื่อเขาเห็นเย่ จื้อ หวิ๋นยืนอยู่ใกล้ กับเนี่ยหลี่ เขากลับรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย ยิ่งเขาเคยโดนเนี่ยหลี่ปั่นหัวมาแล้ว อย่าว่าแต่เย่ จื้อ หวิ๋นเป็นเพียงเด็กไร้เดียงสา ย่อมถูกเนี่ยหลี่ปั่นหัวโดยง่าย



   เย่ ซ่งปรับสีหน้าก่อนจะกระแอมไอสองครั้ง



  "ท่านเจ้าเมือง"



   "คารวะท่านเจ้านคร" ตู เซอ หลู่เพียวและคนอื่นๆ รีบก้มศีรษะทำความเคารพเย่ ซ่ง พวกเขาไม่เคยพบเย่ ซ่งมาก่อนก็จริง แต่เมื่อเห็นครั้งแรกก็รับทราบถึงความน่าเกรงขามที่ไม่มีผู้ใดเสมอเหมือนของท่านเจ้าเมือง พวกเขาก็ยังอดแตกตื่นมิได้



  เนี่ยหลี่ค่อยๆ หันหน้ากลับมามองเย่ ซ่ง เด็กชายยิ้มแย้มกล่าวว่า "ยินดีที่ได้พบ ท่านพ่อตา"




   ได้ยินคำพูดของเนี่ยหลี่ เย่ ซ่งต้องลอบด่าทอในใจ เนี่ยหลี่ไม่เว้นทางถอยให้เขาแม้แต่น้อย ขณะที่เขาอยู่ในสถานะที่ปฏิเสธไม่ได้ เนี่ยหลี่กลับเรียกเขาเป็นพ่อตาต่อหน้าผู้คนมากมาย หากเรื่องนี้รั่วไหลออกไป ตระกูลวายุเหมันต์ย่อมไม่สามารถปฏิเสธเรื่องนี้ได้



     หากเป็นคนอื่นกระทำแบบเดียวกัน เขาผู้นั้นต้องโดยเย่ ซ่งตบจนเลือดกลบปากแน่ ทว่า เมื่ออยู่ต่อหน้าเนี่ยหลี่ เย่ ซ่งกลับรู้สึกว่าตนเป็นคนไร้พลัง ยิ่งในเมื่อเขามีเรื่องให้เนี่ยหลี่ช่วย จึงทำได้เพียงหลบสายตาพลางกระแอมกลบเกลื่อน





   เมื่อได้ยินเนี่ยหลี่เรียกเย่ ซ่งเช่นนั้น เย่ จื้อ หวิ๋นพลันหน้าแดงสดใส ลอบดึงชายเสื้อของเนี่ยหลี่เพื่อให้เขาหยุดปาก เดิมทีนางคิดว่าเย่ ซ่งคงจะต้องสอนบทเรียนให้กับเนี่ยหลี่อีกสักบท แต่ไม่คิดเลยว่าเย่ ซ่งจะทำเพียงกระแอมกลบเกลื่อนผ่านไปแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ได้ยินอะไร นั่นทำให้เย่ จื้อ หวิ๋นได้แต่ยืนนิ่งด้วยความสับสน




   ไม่เพียงเย่ จื้อ หวิ๋นเท่านั้น คนอื่นๆ ก็เช่นกัน เนี่ยหลี่เรียกเย่ ซ่งเป็นพ่อตา แต่เย่ ซ่งกลับไม่ปฏิเสธ นี่นับว่าเป็นข่าวที่น่าแตกตื่นสะท้านโลกแล้ว อาจบางที เย่ ซ่งอาจจะคิดรับเนี่ยหลี่เป็นลูกเขยจริงๆ ?



    ชั่วขณะที่เย่ ซ่งเข้ามาในห้องโถง ต้วนเจี้ยนก็รับรู้ได้ถึงกลิ่นอายอันทรงพลังที่แผ่ออกมาจากตัวของเย่ ซ่ง สุดยอดฝีมือท่านนี้เองหรือ ที่เป็นพ่อตาของนายท่าน ต้วนเจี้ยนถึงกับประทับเรื่องนี้ไว้ในความทรงจำ




    เสี่ยว หนิงเอ๋อรู้พลัน รู้สึกจมูกเปียกชื้น พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา นางไม่คิดเลยว่าเนี่ยหลี่กับเย่ จื้อ หวิ๋นจะมีความสัมพันธ์กันขนาดนี้แล้ว แม้แต่เจ้านครยังไม่คัดค้าน เสี่ยว หนิงเอ๋อรู้สึกราวกับตกลงไปในห้วงเหวไร้ที่สิ้นสุด นางรู้ว่าความจริงแล้วระหว่างนางกับเนี่ยหลี่นับว่าเป็นไปไม่ได้ แต่นางก็ยังดึงดันพยายามลองดู บางทีนางกับเนี่ยหลี่อาจจะไม่มีชะตาต้องกันมาตั้งแรก นางเก็บความรู้สึกต่างๆ ไว้ในใจ และตัดสินใจที่จะอยู่เคียงข้างเนี่ยหลี่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม แม้นางจะไม่ได้แต่งงานกับเขา นางก็จะขอเป็นโสดไปจนตาย



   พอเห็นปฏิกิริยาของเย่ ซ่ง เนี่ยหลี่พลันยิ้มออกมา ในที่สุดเย่ ซ่งก็ใจอ่อนแล้ว



   ที่เป็นเช่นนี้เพราะเย่ ซ่งเป็นคนประเภทเก็บความรู้สึก




   เนี่ยหลี่เคลื่อนกายไปยืนข้างเย่ ซ่ง แล้วพูดอย่างยิ้มแย้มว่า "ท่านพ่อตา เมื่อข้าเข้ามาที่นี่ ข้ารู้สึกได้ว่าค่ายกลหมื่นอสูรได้ถูกตั้งเสร็จแล้ว ข้าขอส่งมอบกุญแจสำหรับควบคุมค่ายกลให้ท่านเลยก็แล้วกัน"



   ได้ยินที่เนี่ยหลี่พูด เย่ ซ่งอดใบหน้าร้อนผ่าวมิได้ ค่ายกลหมื่นอสูรนี้ จัดตั้งได้ด้วยความช่วยเหลือของเนี่ยหลี่ที่เขาต้องแลกด้วยบุตรีของตน เรื่องนี้สร้างความโศกเศร้าให้กับเขาเป็นอันมาก



    "ท่านพ่อตา ในช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ พวกเราได้แก้ปริศนาค่ายกลโบราณที่ตั้งอยู่ใกล้กับจวนเจ้าเมือง กลายเป็นว่าค่ายกลนั้นคือลวดลายอาคมเคลื่อนย้าย ที่จะนำไปสู่ดินแดนคุกนรก พวกเราค้นพบสมบัติหลายอย่างจากที่นั่น นี่คือผลึกโลหิตที่ผ่านการคัดแยกจนบริสุทธิ์แล้ว ข้าขอมอบให้ท่านเป็นของขวัญ"



   เนี่ยหลี่พูดพลางหยิบผลึกโลหิตจำนวนหนึ่งยัดใส่มือของเย่ ซ่ง




   ผลึกโลหิต!!




   เย่ ซ่ง และ เย่ ซิวถึงกับยืนงง ผลึกโลหิตเป็นสมบัติล้ำค่าแน่นอน ด้วยผลึกโลหิต ขีดจำกัดพลังของพวกเขาจะต้องพุ่งสูงขั้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน อาจสามารถทำให้ผู้ฝึกตนชั้นแบล็กโกลก้าวเข้าสู่ระดับชั้นตำนานได้เลยทีเดียว


 
     "ท่านเจ้าเย่ ซิว นี่เป็นส่วนของท่าน" เนี่ยหลี่ส่งผลึกโลหิตอีกส่วนหนึ่งให้เย่ ซิวกับมือการที่ได้รับผลึกโลหิตจำนวนมากขนาดนี้ในครั้งเดียว นี่พวกเขากำลังถูกติดสินบนอยู่หรือ?


ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น