วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 149 – Blizzard Spiritual Gem

Tale of the demon and god novel Chapter 149 – Blizzard Spiritual Gem

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 149 - อัญมณีจิตวิญญาณพายุหิมะ


บทที่ 149 - อัญมณีจิตวิญญาณพายุหิมะ


เนียหลี่ยืนอยู่นั้นและมิได้ปริปากส่งเสียงใดๆออกมา ในภพก่อนนั้น, ครั้งหนึ่งเขาเองก็เคยต้องระทมทุกข์จากความเจ็บปวดเพราะต้องสูญเสียคนรักไป เหตุฉะนี้, เขาจึงเข้าใจความรู้สึกของต้วนเจี้ยนเป็นอย่างดี

ต้วนเจี้ยนยังคงมีจิตใจเข้มแข็งอยู่มาก ซักพักจากนั้น, เขาก็ปาดน้ำตาและลุกขึ้น แล้วคุกเข่าลงข้างหนึ่งเบื้องหน้าเนี่ยหลี่ เขาจ้องเนียหลี่อย่างแน่วแน่และพูดขึ้น "ต้วนเจี้ยนพร้อมรับคำสั่งนายท่านทุกเมื่อ!! "

ความคิดของเขานั้นช่างเรียบง่าย, เนียหลี่เป็นผู้ให้ความหวังว่าเขาจะได้แก้แค้น ดังนั้นจากบัดนี้ต่อไป,เนี่ยหลี่ก็จะเป็นดั่งพระเจ้าของเขา ไม่ว่าเนียหลี่ต้องการให้เขาทำอะไร เขาก็พร้อมที่จะบุกน้ำลุยไฟอย่างไม่มีวันถอย

เนียหลี่ค้นดูโดยรอบอยู่ซักพักก็พบแหวนเก็บของจึงรวบเก็บมันมา ภายในแหวนเก็บของ นอกจากหินศิลาแห่งแสง 50 ก้อนแล้ว มันยังมีอาวุธ,ชุดเกราะ, และสมุนไพรอยู่เป็นจำนวนมาก แต่สิ่งที่ทำให้เนีย้หลี่แปลกใจเล็กๆก็คือ เสบียงอาหารที่อยู่ภายในแหวน มันมีจำนวนมากมายพอที่จะอยู่รอดได้เป็นปีๆ

ด้วยหินศิลาแห่งแสงเหล่านี้, เขาจะออกจากโลกนี้ไปสู่โลกภายนอกตอนไหนก็ได้ เขาค้นหาแหวนเก็บของๆผู้เชี่ยวชาญระดับโกลด์คนอื่นๆต่อ ถึงแม้สิ่งของภายในจะไม่มีมูลค่าดังเช่นของซิคง จื่อ แต่ก็ยังพอพบของมีค่าอยู่ได้บ้าง

"สิบวันต่อจากนี้เราจะสร้างความวุ่นวายครั้งใหญ่ที่ตระกูลปีกสีเงิน และช่วย
เสี่ยว หนิงเอ๋อ, หลู่เปียว, และคนอื่นๆออกมา" เนียหลี่มองออกไปที่ทิวเขาที่ปกคลุมไปด้วยป่ารกทึบ ไกลโพ้นสุดวิสัยทัศน์เบื้องหน้าแล้วพูดขึ้น "เจ้ารู้สถานการณ์ของแต่ละตระกูลภายในเทือกเขานั่นไหม?"



" ด้วยความเคารพนายท่าน, มันมีทั้งหมด 13 ตระกูล, ความสัมพันธ์ของพวกเขานั้นช่างซับซ้อน ในบรรดาตระกูลทั้งหมด, มีบางตระกูลผูกเป็นพันธมิตรกัน ในขณะที่บางตระกูลก็อิจฉาริษยากันและคอยปกป้องผลประโยชน์ของตัวเองเอาไว้ ตระกูลที่แข็งแกร่งที่สุด 3 ตระกูลก็คือ ตระกูลปีกสีเงิน, ตระกูลอัคคีสวรรค์, และตระกูลหมาป่าธุลี ทั้งสามตระกูลล้วนแต่มีผู้เชียวชาญระดับตำนาน ในขณะที่เหลือมีเพียงแค่ผู้เชี่ยวชาญระดับแบล๊คโกลด์เท่านั้น แต่อย่างไรก็ตาม ในเมื่อพวกเขาที่เหลือสามารถเอาชีวิตรอดภายในเทือกเขานี้มาได้อย่างยาวนานเช่นกัน ก็แสดงว่าพวกเขาก็ล้วนแต่มีวิธีการเอาตัวรอดเก็บงำซ่อนเอาไว้อย่างแน่แท้ นอกเหนือจาก สิบสามตระกูลก็ยังมีหมู่บ้านอีกมากมายภายใต้เทือกเขาแห่งนี้ ซึ่งผู้แข็งแกร่งที่สุดของแต่ละหมู่บ้านน่าจะเชี่ยวชาญอยู่เพียงแค่ระดับโกลด์เท่านั้น หมู่บ้านเหล่านี้ จำเป็นต้องส่งเครื่องบรรณาการ มิเช่นนั้นพวกเขาคงถูกรุกรานโดยสักตระกูลหนึ่ง และกลายเป็นทาสไปอย่างแน่แท้" ต้วนเจี้ยนอธิบาย

สามผู้เชี่ยวชาญระดับตำนานและระดับแบล๊คโกลด์อีกเป็นจำนวนมาก!!
เนียหลี่ไม่เคยนึกคิดมาก่อนว่าในโลกต่างมิติแห่งนี้จะเต็มไปด้วยเหล่าผู้เชี่ยวชาญมากมาย อย่างไรก็ตามเนื่องจากขาดแคลนอสูรวิญญาณ มันจึงเป็นงานยากมาก ที่จะหาจิตอสูรให้เหมาะสมกับเหล่าระดับตำนาน เพราะฉะนั้นถึงแม้พวกเขาหลายๆคนจะเป็นถึงนักสู้ระดับตำนานแต่ก็หามีคนใดเป็นร่างทรงอสูรไม่ เพราะเหตุนี้ฝีมือของพวกเขาจึงยังห่างไกลเมื่อเทียบกับท่าน เย่ โม่
แต่ละตระกูลถือกรรมสิทธ์ครอบครองภูเขาแต่ละลูกเป็นเอกเทศและอ้างตัวว่าเป็นเจ้าของในทุกๆสิ่ง โดยไม่มีผู้ใดคัดค้านการถืออ้างของพวกเขาเหล่านั้น ด้วยเหตุนี้จึงกล่าวได้อย่างชัดเจนว่าพวกเขาล้วนใช้กำลังอำนาจไปในทางที่ผิด เนียหลี่หันมองไปทางต้วนเจี้ยนและพูดขึ้น “ในบรรดา 13ตระกูล ตระกูลไหนที่ดูเป็นธรรมที่สุด”

“ด้วยความเคารพนายท่าน, ในบรรดา13ตระกูล ตระกูลที่เป็นธรรมที่สุดก็น่าจะเป็นตระกูลอัคคีสวรรค์ขอรับ ความแข็งแกร่งของพวกเขาเป็นรองเพียงแค่ตระกูลปีกสีเงิน ในขณะที่ตระกูลปีกสีเงินนั้นพยายามจะครอบงำยึดครองตระกูลอื่นๆ ก็มีเพียงตระกูลอัคคีสวรรค์ที่รวบรวมอีกสี่ตระกูลเพื่อต่อกรกับตระกูลปีกสีเงิน ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมตระกูลปีกสีเงินจึงมิอาจหาญกล้าเคลื่อนไหวอะไรได้มากนัก ข้อมูลนอกเหนือจากนี้คือ ทั้ง13ตระกูลนั้นมีเมืองการค้าร่วมกัน แต่ก็หาได้มีผู้ใดที่มาจัดการเฝ้าดูแลเป็นกิจลักษณะทำให้ที่นั้นดูค่อนข้างสับสนอลหม่าน ครั้งหนึ่งไอ้แก่สารเลวซิคง ยี่หวังเป็นผู้รับเลือกให้มีอำนาจควบคุมตัดสินดูแลเมืองการค้านั้น แต่แล้วอีก11ตระกูลกลับเห็นชอบให้ตระกูลอัคคีสวรรค์เป็นผู้ถืออำนาจดูแลเมือง ทั้ง11ตระกูลต่างเชื่อว่ามีเพียงตระกูลอัคคีสวรรค์เท่านั้นที่น่าไว้ใจและดูยุติธรรมที่สุด” ต้วนเจี้ยนกล่าวต่อไป

“เมือง?” เนียหลี่ขมวดคคิ้วและพูดขึ้น “กว่าจะถึงวันนัดหมาย เรายังคงมีเวลาอีกถึง10วัน งั้นเราน่าจะไปเยี่ยมดูที่นั้นซะหน่อย เราอาจจะพบอะไรดีๆก็ได้”

ต้วนเจี้ยนพูดขึ้นอย่างเร่งรีบ “ข้าเกรงว่าจะไม่เหมาะนะนายท่าน” ที่นั้นเต็มไปด้วยหูตาของแต่ละตระกูล รวมถึงคนของตระกูลปีกสีเงินด้วย ถ้าเราไปปรากฏตัวที่นั้น, ไม่นานข่าวการปรากฏตัวของเราต้องไปถึงหูไอ้เฒ่าสารเลวซิคง ยี่แน่ๆ”

“ถ้าเรื่องนี้ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง” เนียหลี่ ยิ้มและนำภาชนะเล็กๆออกมาแล้วละเลงไปบนใบหน้าของเขา ทันทีทันใดนั้นโฉมหน้าของเขาก็กลับกลายเป็นผู้อื่นไปในบัดดล

ต้วนเจี้ยนอึ้งในขณะที่จ้องมองเนี่ยหลี่ผู้ซึ่งตอนนี้เปลี่ยนรูปโฉมไปโดยสิ้นเชิง เขาตะลึง อึ้งอยู่อย่างงั้นไปซักพักใหญ่ๆ

“นายก็ลองด้วยซิ” เนียหลี่กล่าวแล้วโยนครีมแป้งเมฆาสูตรพิเศษไปทางต้วนเจี้ยน

ต้วนเจี้ยนลองมันและโฉมหน้าของเขาก็กลายเป็นไอ้หนุ่มสุดอัปลักษณ์ไปอย่างรวดเร็ว

“ฮ่าฮ่า” ได้เห็นรูปลักษณ์ต้วนเจี้ยน, เนียหลี่ก็ช่วยไม่ได้เลยที่จะรู้สึกตลกกับภาพตรงหน้าเพราะนี่มันเป็นครั้งแรกที่ต้วนเจี้ยนใช้ครีมแป้งเมฆานี่ อืมม! แม้เนียหลี่จะรู้สึกไม่ค่อยคุ้นเท่าไหร่แต่ก็ยังพอรับกับรูปโฉมเบื้องหน้าได้ (




หลังจากแปลงโฉม, ต้วนเจี้ยนที่ดูทางท่าค่อนข้างพิลึกพิลั่นเก้ๆกังๆ ก็รีบทำการอำพรางร่างสมาชิกของตระกูลปีกสีเงินทั้ง5ศพ

“วู้วววว~วู้วววว~วู้วววว” เขาทั้งสองคนบินไป โดยต้วนเจี้ยนคอยคุ้มกันให้เนียหลี่และแล้วก็ร่อนตัวลงสู่พื้นทันทีที่ถึงเมืองการค้าของ13ตระกูล

มันเป็นการยากที่จะจินตนาการได้ว่าท่ามกลางทิวเขารกทึบ ที่เต็มไปด้วยสัตว์อสูรนั้นจะมีเมืองที่ดูเอะอะวุ่นวายแบบที่เห็นได้อยู่เบื้องหน้า ตลาดแห่งนี้เรียงตัวทอดยาวออกไปสุดลูกหูลูกตา สิ่งปลูกสร้างมากมายที่นี่ทำจากไม้หนาๆและยังมีฐานป้องกันถูกปลูกสร้างเอาไว้ด้วย ผู้คนส่วนใหญ่ที่นี่ใส่เสื้อผ้าเรียบง่ายและตั้งหน้าร้านวางสิ่งของซื้อขายกันบนพื้น มีการแลกเปลี่ยนซื้อขายสินค้าต่างๆมากมาย เสียงการต่อรองสินค้าดังเซ็งแซ่สามารถได้ยินได้โดยง่าย

นอกเหนือจากผู้คนจาก 13 ตระกูลที่เดินกันขวักไขว่แล้ว ก็ยังมีชาวบ้านจากหมู่บ้านต่างๆเดินไปมาอยู่อีกมากมาย แต่ผู้คนในเมืองนั้นล้วนแต่ดูซูมผอมและอดอยากขาดอาหาร

จากถ้อยคำของต้วนเจี้ยน, เนียหลี่ทราบได้ว่าเสบียงอาหารของที่โลกนี้ขาดแคลนเอาเสียมากๆไม่เว้นแม้แต่ตระกูลทั้งสิบสาม, แต่ถึงแม้ว่าพวกเขาแทบจะไม่สามารถบริหารทรัพยากรอาหารและเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มให้เพียงพอได้ดีเท่าที่ควรนัก แต่อย่างไรก็ยังถือว่าดีกว่าพวกชาวบ้าน สำหรับพวกชาวบ้านมันเป็นเรื่องที่น่าหดหู่ใจ เพราะเนื้อของสัตว์อสูร ณ โลกแห่งนี้โดยทั่วไป ส่วนใหญ่ล้วนมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยวพิลึกและรสชาติชวนแหวะ ซึ่งทำให้พวกมันไม่เหมาะจะนำมาทำเป็นอาหาร  มีเพียงสัตว์อสูรส่วนน้อยนิดเท่านั้นที่สามารถนำมากินๆได้ เพราะฉะนั้นพวกมันจึงต่างถูกล่า ทำให้จำนวนพวกมันลดน้อยลงจนเหลือคงอยู่รอดอีกเพียงน้อยนิด ดังนั้นเหล่ามนุษย์ ณ โลกนี้จึงมีเพียงผลไม้ป่าและเห็ดเท่าที่ใช้เป็นเสบียงอาหารหลักๆได้

ที่นี่เสบียงอาหารมันเป็นสิ่งมีค่าอย่างมาก!!

เกี่ยวกับเรื่องเสบียงอาหาร,เนียหลี่มิได้มีความสนใจในเรื่องนี้เลย แม้ว่าเมืองกลอรี่จะถูกล้อมไปด้วยสัตว์อสูร แต่จำนวนสัตว์อสูรที่ถูกสังหาร กำจัดทิ้งไปเป็นพื้นฐานรายวันนั้นก็มีจำนวนมากเหลือ มันมากพอที่เป็นเสบียงให้สำหรับทุกคน ยิ่งกว่านั้นยังมีพื้นที่กว้างๆอีกมากมายที่เมืองกลอรี่ใช้เพื่อการเพาะปลูก ก่อนที่จะเดินทางมาสู่โลกนี้, เนียหลี่ก็ได้ตระเตรียมเสบียงอาหารไว้มากพอที่จะอยู่ที่นี่ได้ถึง2ปีทีเดียว และถ้ารวมกับอาหารในแหวนเก็บของที่เขารูดทรัพย์มาจากศพผู้เชี่ยวชาญระดับโกลด์ทั้งห้าแล้ว เขาก็ยิ่งมีอาหารมากมายเกินพอ

นอกจากเรื่องเสบียงอาหาร ที่นี่ก็ยังมีสิ่งอื่นอีกที่ทำให้เนียหลี่รู้สึกสั่นระรัวในหัวใจได้

นั้นคือ....หินศิลาโลหิตที่ยังไม่ถูกสกัดให้บริสุทธิ์นั้นมีค่าราคาถูกกว่าเนื้อสัตว์ชิ้นเล็กเสียอีก หินวิญญาณมังกรมีค่าเพียงแค่เสบียงอาหารกระสอบเล็กๆ พวกเขาจะรู้ไหมนั้น! ว่าของที่ว่ามาเหล่านี้มีค่ามีราคามากมายเท่าไหร่

ไม่ต้องไปพูดถึงหินศิลาโลหิต, เอาแค่หินวิญญาณมังกรก็สามารถใช้ฝังเข้ากับอาวุธซึ่งสามารถทำให้ทักษะการต่อสู้ของอาวุธชิ้นนั้นเพิ่มพูนขึ้นหลายเท่าตัว!

สิ่งของเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งหายากมากๆที่โลกภายนอก แต่ ณ โลกแห่งนี้ มันหาได้ง่ายๆ หาพบได้ทุกหนทุกแห่ง ซึ่งเขาเองก็เห็นได้อยู่ว่ามีร้านค้าหลายๆร้านที่ขายของที่ว่ามาเป็นหลัก

เห็นเนียหลี่ถือหินวิญญาณมังกรเอาไว้ด้วยท่าทีตื่นเต้น ต้วนเจี้ยนจึงพูดขึ้น “ในเทือกทิวเขาแห่งนี้ มีเหมืองอยู่มากมายที่ขุดผลิตแร่ต่างๆหลากหลายชนิด” แร่อย่างที่นายท่านถืออยู่นั้นเป็นของธรรมดาหาได้ง่ายสุดๆ

“แร่นี้หาง่ายๆธรรมดา?”เนียหลี่หยิบหินวิญญาณมังกรขึ้นมาชิ้นหนึ่งแล้วถามต่อ “นายรู้ไหมว่าหินนี้มันมีประโยชน์ใช้งานยังไง?”

“ถ้าแร่ชนิดนี้ถูกสกัดและนำไปเป็นหัวลูกธนู พวกมันจะมีอานุภาพสังหารขั้นสูงเมื่อนำไปใช้กับสัตว์อสูร หัวเกาทัณฑ์สำหรับคันธนูของทุกๆตระกูลล้วนต่างทำจากแร่ชนิดนี้” ต้วนเจี้ยนกล่าว “อย่างไรก็ตาม, เมื่อหัวธนูชนิดนี้ยิงเข้าสู่ร่างของสัตว์อสูร หัวธนูก็จะละลายเข้าสู่ร่างของพวกมัน เพราะฉะนั้นอัตราการใช้หมดไปจึงค่อนข้างสูงเพราะนำกลับมาใช้ใหม่ไม่ได้อีก”

เอาไปทำหัวลูกธนู? ใช้มันเหมือนสิ่งของใช้แล้วทิ้ง? เนียหลี่ไม่รู้ว่าพูดออกมายังไงต่อดี! ไหงเอาของดีมาผลาญเล่น นี่มันบ้าชัดๆ !!

“ต้วนเจี้ยน, นายจงไปแลกเปลี่ยนหินศิลาโลหิตมาพันก้อน, หินวิญญาณมังกรอีกพันก้อนและก็แร่เหล่านี้ อ่อ...อันนี่ด้วย” เนียหลี่นำแหวนเก็บของที่เติมเต็มไปด้วยเสบียงอาหารส่งไปให้ต้วนเจี้ยนเพื่อให้เขานำไปแลกเปลี่ยนสินค้าที่ว่ามา

เนียหลี่อยู่ในอารมณ์ที่อยากจะล่าค้นหาสิ่งของแปลกๆใหม่ๆ เขาจึงมองกวาดตาค้นหาไปรอบๆ แววตาของเขายังคงค้นหาไปทั่วอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดก็หยุดลงที่สิ่งของชิ้นหนึ่ง

มันเป็นสิ่งของที่ดูแปลกตารูปทรงกลม มันค่อนข้างดูเหมือนหุ่นเชิดวิญญาณ สิ่งนี้ทำมาจากโลหะที่นำมาประกอบกันจนแลดูซับซ้อน จากการสังเกต, เนี้ยหลี่สามารถบอกได้ว่ามันต้องถูกประดิษฐ์คิดค้นด้วยฝีมือของผู้ที่เชี่ยวชาญอย่างยิ่ง แต่อย่างไรก็ตาม วิธีการที่จะใช้สิ่งของชิ้นนี้แม้แต่เนียหลี่ก็ยังไม่สามารถบอกได้

คนที่ขายของชิ้นนี้เป็นเพียงชายแก่ที่สวมใส่เสื้อผ้าขาดๆรุ่งริ่ง รูปร่างของเขาดูซูบผอมและอ่อนแอ ตาอันขุ่นมัวไม่มีร่องรอยของการกวาดล้าง หน้าร้านของเขามีสินค้าอยู่เพียงน้อยนิด

เนี้ยหลี่ยืดมือเขาออกไปหยิบวัตถุทรงกลมขึ้นมา   ภายในวัตถุโลหะชิ้นนี้ยังมีคริสตัลส่องเป็นประกาย ภายในคริสตัล, มีหิมะหมุนวนพันเป็นเกลียวและเปลี่ยนรูปทรงไปอย่างต่อเนื่อง

เมื่อเนียหลี่ได้เห็นสิ่งตรงหน้า เขาก็ตกตะลึงสุดแสนจะพรรณนา  สิ่งที่ว่านั้นมันก็คือ อัญมณีจิตวิญญาณหิมะสลาตันในตำนาน!!

“นายน้อยที่ยืนอยู่ตรงนั้น, นั้นมันคือสมบัติที่ถูกสืบต่อตกทอดมารุ่นสู่รุ่นในตระกูลของข้าเป็นระยะเวลามากกว่า500ปี ถ้าไม่เป็นเพราะตระกูลข้าเข้าสู่ภาวะตกต่ำดั่งใน ณ ตอนนี้ ข้าเองก็ไม่คิดที่จะนำมันมาขายเลย” ชายแก่พูดด้วยน้ำเสียงแหบห้าวและดูอ่อนแรง

“มันราคาเท่าไหร่” เนียหลี่อ้าปากถามขึ้น

“เสบียงอาหาร5กระสอบแล้วข้าจะขายให้เจ้า”ชายแก่พูดขึ้นหลังจากไตร่ตรองอยู่ซักพัก

“อะไรนะ? อาหาร5กระสอบ?” เนียหลี่ เปล่งเสียงออกมา นี่มันเรื่องตลก อะไรกันหรือ? อาหาร5กระสอบสามารถซื้ออัญมณีจิตวิญญาณพายุหิมะได้?  อัญมณีจิตวิญญาณพายุหิมะเป็น 1 ใน 9 อัญมณีจิตวิญญาณที่ยิ่งใหญ่ ! ด้วยอัญมณีจิตวิญญาณพายุหิมะ, มันสามารถทำให้เหล่าร่างทรงอสูร วายุเหมันต์มีพลังวิญญาณเพิ่มขึ้นได้หลายเท่าตัว เพิ่มขึ้นได้มากกว่าที่พวกเขามีอยู่แรกเดิมเสียอีก ยิ่งเสียกว่านั้น, บรรดาทักษะการต่อสู้ของร่างทรงอสูรวายุเหมันต์ คนนั้นก็จะมีความชำนาญเพิ่มมากขึ้นและเพิ่มอานุภาพให้รุนแรงขึ้นอีกด้วย!

ของชิ้นนี้มันเข้าขั้นตำนานเลยทีเดียว....!

“อาหารห้ากระสอบมันแพงไปหรอ? งั้นสามกระสอบเป็นไง?”ชายแก่มองดูเนี้ยหลี่ อย่างขลาดกลัวและตกใจกับท่าทีของเนียหลี่

“แคร๊กะ...แคร๊กะ!!” เนียหลี่ไอแห้งไป2ที หลังจากคิดทบทวนเกี่ยวกับเรื่องนี้ เขาก็เริ่มเข้าใจ ในช่วงยุคมืดนั้น, มีทรัพย์สมบัติที่เคยปรากฏว่ามีอยู่แต่ก่อนเก่ามากมายที่ได้หายสาบสูญไปอย่างยาวนาน แม้ว่าของสิ่งนี้จะถูกส่งต่อตกทอดมาบรรพบุรุษของพวกเขา แต่ชายแก่คนนี้ก็มิอาจรู้ว่าจะใช้อัญมณีจิตวิญญาณพายุหิมะไปอย่างคุ้มค่าได้  ดังนั้น, ถ้ามันสามารถนำมาแลกอาหารเพื่อเอามาประทังชีวิตได้เป็นจำนวนมากพอจนเป็นที่น่าพึงพอใจแล้ว มันไม่มีอะไรต้องไปสนใจอะไรอีก  แค่เรื่องคำสั่งเสียของบรรพบุรุษที่ให้ปกป้องรักษาสิ่งของชิ้นนี้เอาไว้


ชายแก่มองไปทีเนียหลี่อย่างดูหมดหนทางและพูดขึ้น “งั้นสองกระสอบก็ได้, ขาดตัวแล้ว ถ้าน้อยกว่านี้ไม่ไหวล่ะนะ”

เนียหลี่มองที่ชายแก่แล้วคิดในใจ “เกี่ยวกับสิ่งของอันมีมูลค่ามากมายชิ้นนี้ หากแม้ยังอยู่ในมือของชายแก่ มันก็หาได้มีประโยชน์อันใดไม่” สิ่งที่พวกเขาต้องการก็แค่ “อาหาร”

“อาหาร20กระสอบและเนื้ออีก2.26Kg ทั้งหมดเป็นของท่าน!” เนี่ยหลี่ กวาดมือขวาส่งเสบียงอาหารข้างต้นไป แล้วหยิบสิ่งของมา ถ้าเขาเสนอสิ่งของแลกเปลี่ยนให้ชายแก่มากเกินไป ชายแก่ก็ไม่น่าจะสามารถขนกลับไปได้หมด

มองดูเสบียงอาหารทั้งหมดที่เนี่ยหลี่นำเสนอมาให้ตรงหน้า, ชายแก่ก็จมไปกับห้วงอารมณ์ความคิด และความรู้สึกอันแสนตกตะลึงเป็นเวลานานพักใหญ่ หลังจากนั้นน้ำตาก็ร่วงไหลๆเป็นสายผ่านใบหน้า หลังจากนั้นชายแก่ก็หมอบกราบลงกับพื้นแล้วคารวะเนี่ยหลี่


ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

1 ความคิดเห็น:

  1. อ่านมังงะจีนจบทนไม่ไหวมาอ่านแบบนิยายต่อ พอถึงตอนนี้รู้สึกซาบซึ้งจนน้ำตาแทบไหล ครั้งแรกกับการอ่านนิยายแล้วมีความรู้สึกเช่นนี้ ชั่งน่าสงสารยิ่งนัก

    ตอบลบ