วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 147 – Raging flames of the Black Dragon

Tale of the demon and god novel Chapter 147 – Raging flames of the Black Dragon-1

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 147 - โทสะเปลวไฟของมังกรดำ-1


บทที่ 147 - โทสะเปลวไฟของมังกรดำ-1


“ท่านลุง  ต้องพูดเรื่องตลกแน่ จะเป็นไปได้อย่างไร ที่ข้าจะคู่ควรกับพี่ฮง หยู๋”เนี้ยหลี่เปล่งวาจาพร้อมยิ้มเล็กน้อย ในใจของเขานั้นครุ่นคิดวางแผนการอย่างรวดเร็ว ในตอนนี้นั้นศิลาแห่งแสง อยู่กับสุนัขจิ้งจอกเฒ่าอย่าง ซิคง ยี่  เขาไม่ยอมให้พวกมันหลุดออกจากมือแน่นอน  จะต้องทำอย่างไรจึงจะทำให้ ซิคง ยี่ นั้นลดความระมัดระวังลงมา?


     ซิคง ยี่  หัวเราะพร้อมทั้งกล่าวออกมา  “ หลานชาย  ไม่ต้องลดค่าตัวเองลงมาหรอก  แม้ว่าการบ่มเพาะพลังวิญญาณของเจ้าจะไม่สามารถเทียบกับ ฮงหยู๋ได้  แต่เรื่องทักษะการปรุงยาของเจ้านั้น คู่ควรกับฮง หยู๋ อย่างแน่นอน


 “เจ้ายังจะทำเรื่องอะไรต่อ?  เนี้ยหลี่แอบคิดอยู่ภายในใจ  แต่ภายนอกกลับแสดงรอยยิ้มบนใบหน้าพร้อมกล่าว “ ท่านลุงสามารถส่งคนไปเลือกเก็บสมุนไพร  อย่างไรก็ตามโลกภายนอก ล้วนเต็มไปด้วยสัตว์อสูรซึ่งมันอันตรายมาก  ข้านั้นกลัวว่าพวกเขาจะไม่รู้จักเส้นทางแล้วไม่สามารถที่จะกลับมาได้...................”

       ซิคง ยี่ ขมวดคิ้วขึ้นมาสักครู่พลางกล่าวต่อว่า “ เมื่อเป็นอย่างนี้หลานชาย สามารถไปพร้อมกับคนของข้า การเดินทางครั้งนี้มันอันตราย  ข้าจะส่งยอดฝีมือติดตามไปกับเจ้าด้วย  สำหรับเพื่อนของเจ้า พวกเขาสามารถค้างอยู่ที่นี่ได้ เพื่อรอเจ้าจัดการเรื่องพวกนั้น?


     ซิคง ยี่  นั้นโหดเหี้ยมมาก เขาต้องการใช้เสี่ยว หนิงเอ๋อ  และพรรคพวกของเขาเป็นตัวประกัน


   เนี้ยหลี่ยิ้มพร้อมทั้งกล่าว  “ ได้แน่นอน ข้าสงสัยว่าท่านผู้อาวุโสวางแผนจะส่งยอดฝีมือท่านใดไปกับข้า?




   “ จนกระทั้งในอาณาเขตของข้านั้นมีเพียงผู้เดียวที่สามารถไปถึงระดับตำนานได้ก็คือตัวข้านั่นเอง  มีผู้อาวุโสอีกสองคนซึ่งอยู่ในระดับแบล็คโกลด์  แต่พวกเขามีภาระหน้าที่ติดพันทำให้เหนื่อยล้ามาก และยังไม่สามารถที่จะละทิ้งหน้าที่ได้อีกด้วย  อย่างไรก็ตามในการออกสู่บริเวณโลกด้านนอกนั้น ข้าจะส่งยอดฝีมือระดับโกลด์ห้าคน ติดตามไปกับเจ้าในการเดินทางครั้งนี้  เพียงพอหรือไม่?” ซีคง ยี้ นั้นมองเห็นได้ชัดถึงความกังวลเล็กๆ ของการกลัวที่จะก้าวออกสู่โลกภายนอก


      “ท่านลุงไม่ต้องกังวลมากนักหรอก  ส่งยอดฝีมือระดับโกลด์ติดตามข้าไปสักสองคนก็มากเกินพอแล้ว  โลกภายนอกไม่ได้น่ากลัวเท่าไรดอก  สิ่งใดกันที่ทำให้ท่านลุงยังครุ่นคิดอยู่” เนี้ยหลี่  หัวเราะออกมาหลังกล่าวเสร็จ


       “ถ้ามีเพียงสองคน  ข้าจะรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจ เหมือนมียอดฝีมือระดับโกลด์ห้าคนร่วมเดินทางไปกับเจ้า” ซีคง ยี้ กล่าว พร้อมทั้งส่ายหน้าของเขา  จะให้ส่งยอดฝีมือระดับโกลด์ไปเพียงสองคน  ทำไมเขาถึงสามารถมั่นใจเช่นนั้นกัน?


       “ ตกลง แต่ข้ามีคำขอร้องต่อท่าน”  เนี้ยหลี่กล่าวหลังจากครุ่นคิดอยู่ซักครู่


     “คำของร้องเรื่องอะไร?  หลานชายสามารกล่าวมันออกมาได้เลย” ซีคง ยี้  กล่าวพร้อมทั้งหัวเราะออกมา


       “เพราะว่า สมุนไพรนั้นมีหลากหลายชนิด การที่จะตรวจสอบสรรพคุณทางยานั้นเป็นเรื่องที่ยากเย็นยิ่งนัก  ข้าต้องการที่จะนำต้วนเจี้ยน ไปด้วย  เพราะว่าเขานั้นใช้ทดสอบตัวยาได้” เนี้ยหลี่กล่าว พร้อมจับจ้องไปที่อากัปกิริยาของซิคง ยี่


      ซิคง ยี่  ขมวดคิ้วเล็กน้อย   เขานั้นไม่สามารถที่คิดออกมาได้ว่าทำไมเนี้ยหลี่นั้นจึงมีความสนใจในตัวต้วนเจี้ยนเช่นนี้  เป็นสาเหตุให้เขามีความวิตกกังวล  อย่างไรก็ในเร็วๆนี้ เขาเชื่อว่าต้วนเจี้ยนนั้น  ต้องได้รับการกรีดร้องทนทุกข์ทรมาน จากการที่เนี้ยหลี่ใช้เขาทดสอบตัวยา


     นอกจากนี้ต้วนเจี้ยนนั้น  มีการบ่มเพาะพลังเพียงระดับโกลด์ขั้น สามดาว  เขาไม่สามารถที่จะเป็นสาเหตุให้เกิดผลกระทบใดๆตามมาเป็นแน่



 “ ไม่มีปัญหา ท่านสมารถนำ ต้วนเจี้ยนติดตามไปด้วยได้เลย” ซิคง ยี่ ยิ้มเล็กน้อยพร้อมทั้งกล่าว  “ เจ้าสามารถเตรียมการที่จะออกไปจากที่นี่ได้ในวันพรุ่งนี้  ข้าจะเตรียมคนของข้าให้นำศิลาแห่งแสงมาด้วยและเจ้าสามารถเดินทางไปด้วยกันได้เลย!”  เพื่อป้องกันความล่าช้าที่จะเกิดขึ้นซิคง ยี่ได้ตัดสินใจดำเนินการโดยทันที

 “ตกลงตามนั้น” เนี้ยหลี่พยักหน้าพร้อมเปล่งวาจา  เขานั้นได้มีความคิดที่ชัดเจนอยู่เรียบร้อยแล้วว่าต้องทำเช่นไร ไม่ว่าการเดินทางเป็นเวลาใดย่อมไม่เป็นปัญหา

ซิคง ยี่  ยิ้มเล็กน้อย ในดวงตามองต่ำลงเล็กน้อย  การให้เพื่อนของเจ้าอยู่ที่นี้ โดยในหมู่พวกนั้นมีผู้หญิงที่สวยมากอยู่ด้วย ข้านั้นไม่เชื่อหรอก ว่าเจ้านั้นจะไม่กลับมาหาพวกเพื่อนของเจ้า

เนี้ยหลี่ ยังคงเจรจาต่อรองทีเล่นทีจริง กับ ซิคง ยี่  โดยมีเจตนาที่จะใช้สาเหตุนี้เอาศิลาแห่งแสงจากมือของซิคง ยี่   แต่เขาก็ยังพยายามที่จะเบี่ยงเบนประเด็นในการที่จะมอบศิลาแห่งแสง  ซึ่งก็หมายความว่าเขานั้นจะไม่ยอมให้ศิลาแห่งแสงกับเนี้ยหลี่เป็นผู้ถือนั้นเอง

เนี้ยหลี่ยอมแพ้อย่างไม่เต็มใจพร้อมทั้งกล่าวอำลาซิคง ยี่

“ฮงหยู๋  เจ้าคิดว่าเหล่ย ชู กำลังทำเป็นเรื่องเล่นๆ อยู่รึไม่?

 “ แม้ว่าเหล่ย ชู  จะพยายามทำสิ่งใดเป็นเรื่องเล่นๆ   แต่เขาเป็นคนที่ใจอ่อน ถ้าเราเก็บเพื่อนของเขาให้อยู่ที่นี่  เราไม่ต้องกลัวว่าเขาจะไม่ย้อนกลับมาหรอก” ซีคง ฮงหยู๋กล่าว พร้อมทั้งย้อนความคิดไปถึงตอนที่อยู่ในเหมืองผลึกโลหิตนางก็ไม่สามารถที่จะอดยิ้มอย่างเหยียดหยามขึ้นมาได้


 เขาเป็นคนที่แสดงกิริยาอาการเช่นนั้นต่อคนแปลกหน้าแม้ว่าจะไม่ใช่เพื่อนของเขา

“มันนับว่าเป็นเรื่องที่ดี” ซิคง ยี่ รู้สึกโล่งใจและหัวเราะออกมา “ถ้าตระกูลปีกสีเงินของพวกเรา รักษาอาการเจ็บป่วยได้  ตระกูลเราก็จะไม่มีเรื่องอะไรที่ทำให้เราต้องกลัวอีก?  หลังจากตระกูลเราเป็นปึกแผ่นแล้วก็จะออกไปมองโลกภายนอกกัน”


    ถึงแม้ว่า ซิคง ยี่ จะกลัวโลกภายนอก  แต่ถ้าเทียบกับการต้องทนอยู่แต่ในโลกแห่งความมืด ต้องตกอยู่ในสภาวะอาหารที่มีอยู่อย่างจำกัด และต้องคอยระวัดระวังสัตว์ร้ายในแต่ละวัน  เขายังคงต้องการที่จะลองทำมันดู ถ้ามีความเป็นไปได้ว่าจะก้าวออกสู่โลกภายนอกได้

ณ ลาน แห่งหนึ่ง

“พวกเจ้ารอข้าอยู่ที่นี่ก่อน  เราจะดำเนินการภายในสิบวัน นับจากคืนนี้  ข้าได้เริ่มทำการบางอย่างพวกเจ้าจะต้องหนีตามทางนี้” เนี้ยหลี่ยืนเปิดแผนที่พร้อมบอกกล่าวแก่เสี่ยว หนิงเอ๋อ  ตูเซอ และพรรคพวก


แผนที่ ที่วาดโดยเนี้ยหลี่นั้น หลังจากที่เขาได้เดินย้อนกลับมา  เป็นรูปภาพของอาณาบริเวณการปกครองของตระกูลปีกสีเงินอย่างชัดเจน

เสี่ยว หนิงเอ๋อ   ตู เซอ และพรรคพวก จดจำรูปร่างแผนที่นั้นไว้อย่างขึ้นใจ


“ในเวลานี้ ตระกูลปีกสีเงินจะเข้าใจอย่างแน่นอนว่าข้าต้องกลับมาอย่างแนะนอนง” เนี้ยหลี่กล่าวพร้อมรอยยิ้ม  ทุกๆสิ่งนั้นได้เตรียมการไว้เรียบร้อย


     เมื่อได้ยินคำพูดจากเนี้ยหลี่ ต้วนเจี้ยน ใครจะรู้บ้างว่าบริเวณมุมปากของเขานั้นขยับอย่างมีเลศนัยน์ ตาของเขานั้นเปล่งประกาย เปล่งแสงอันไม่ปกติออกมาจากแววตาของเขา เวลาในการเอาคืนคงจะเหลืออีกไม่กี่วันแล้ว


กลางดึกของคืนอันเงียบสงัดก็ผ่านไป

  ในเช้าวันถัดไป ผู้เชี่ยวชาญระดับโกลด์ทั้งห้ามารวมตัวกัน เนี้ยหลี่และเพื่อนของเขา ณ บริเวณลาน

 “คุณชายเหล่ย  เรากำลังจะออกจากที่นี่”

   หัวหน้าสาขา ระดับโกลด์ ขั้น ห้าดาว   กล่าวอย่างสุภาพ   พร้อมกับชำเลืองสายตามาที่ ต้วนเจี้ยน  ที่นั่งอยู่ที่มุม ประกายตาและรอยยิ้มของเขาบ่งบอกถึงการดูถูกเหยียดหยาม  “ข้าคือซีคง  จื่อ  ข้าขอ รับรองความปลอดภายใจการเดินทางครั้งนี้ของคุณชายเหล่ยเอง!”

 “ท่านนำศิลาแห่งแสงมาด้วยหรือไม่?”  เนี้ยหลี่กล่าวพร้อมจ้องมองไปยังซีคงจื่อ

 “ ข้ามี  กรุณามองมาทางนี้” ซีคง จื่อ นำบางอย่างออกมา  มัน คือศิลาแห่งแสงซึ่งเตรียมมาพร้อมนำออกมาถือไว้บนมือและเอ่ยว่า “ ข้าได้นำมันมารวมทั้งสิ้นจำนวน ห้าสิบอัน  พวกมันอยู่ในแหวนมิตินี้?”

เนี้ยหลี่ชำเลืองมองไปยังก้อนศิลาบนมือของซีคงจื่อ  เขาต้องการศิลาแห่งแสงนี้

เมื่อเนี้ยหลี่ ยื่นมือของเขาไปออกไป  ซีคงจื่อกลับเก็บศิลาแห่งแสงลงในแหวนมิติทันที พร้อมทั้งยิ้มและกล่าวออกมาว่า “ คุณชายเหลย  เราควรจะเดินทางในตอนนี้”


เจ้าแก่เจ้าเล่ห์อย่าง ซิคง ยี่ ต้องบอกกล่าวแก่ ซีคง จื่อ ว่าห้ามไม่ให้เนี้ยเหลี่ยได้รับศิลาแห่งแสงเป็นแน่   เนี้ยหลี่ทำเป็นไม่สนใจ ซีคงจื่อ  “ นี่คงได้เวลาที่เราต้องเดินทางกันแล้ว”

 “เนี่ยหลี่ดูแลตัวเองด้วยนะ” ตู เซอ  หลู่เพลี่ยว และพรรคพวกทั้งหมด กล่าวตามลำดับ

เสี่ยว หนิงเอ๋อ นิ่งเงียบจ้องมองมายัง เนี้ยหลี่ ในแววตาของนางนั้นบ่งบอกได้ถึงความวิตกกังวล

 “ไม่ต้องเป็นห่วงข้าหรอกนะ  พวกเจ้าอยู่ที่นี่และฝึกฝนขณะรอคอยการกลับมาของข้า”  เนี้ยหลี่หัวเราะ


ซีคงจื่อ เดินออกไปทาง ต้วนเจี้ยน แล้วหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขาและกล่าวอย่างเย็นชาว่า “ เจ้าเด็กบ้าออกไปซะ”

ต้วนเจี้ยน เงยหน้ามองไปยังซีคงจื่อ แววตาแห่งความเกลียดชังนั้นปรากฏอยู่ในสายตาของเขา  ถ้าเขาลงมือจัดการในตอนนี้  ข้อสงสัยถึงสาเหตุการตายของซือคงจื่อก็จะแพร่กระจายออกไป.

 “เด็กบ้า  เจ้ายังกล้าจ้องมองมายังข้าอีกหรือ?” ซีคงจื่อ หยุดยืนมองไปยังใบหน้าของต้วนเจี้ยน  กดศีรษะของเขาลงบนพื้นดินแล้วใช้เท้าเหยียบลงบนใบหน้าอย่างโหดเหี้ยม “ แม่ของเจ้าเป็นดอกทองไร้ยางอายยิ่งนัก นางคงจะหลอกล่อสำส่อนผู้คนจากตระกูลต่างๆ และ ให้กำเนิดเจ้าเด็กบ้า เหมือนเช่นเจ้า จนไม่สามารถมีชีวิตอยู่ต่อ  เจ้านับว่าโชคดีแล้วที่มีชีวิตอยู่รอดมาได้จนถึงวันนี้”

ต้วนเจี้ยน กัดฟันแน่น  ความโกรธนั้นแสดงให้เห็นได้ในแววตาของเขา

เนี้ยหลี่แอบร้องอยู่ในใจ  ถ้าต้วนเจี้ยนลงมือตอบโต้ในตอนนี้  ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาทำมาจะต้องไร้ความหมายเป็นแน่

เนี้ยหลี่เดินก้าวไปข้างหน้าพร้อมทั้งกล่าว “ พี่ชาย ทำไมท่านต้องโกรธมาก เขาทำอะไรแก่ท่านหรือ? มันชั่งไร้จุดมุ่งหมายนัก  เรายังต้องการใช้เขาในการทดสอบตัวยา   ถ้าพี่ชายจะไม่ทำร้ายเขา   การที่พี่ชายทำให้เขามีบาดแผล ข้าจำต้องรักษาเขา” เนี้ยหลี่ส่งผ่านยาทิพย์ต่างๆไปยังซือคงจื่อ

      ซือคง จื่อ ก้มมองต่ำลงมาพร้อมชำเลืองด้วยสายตา พร้อมถอนหายใจ “ เจ้าต้องซื่อสัตย์ต่อข้าตลอดการเดินทางในครั้งนี้  ถ้าเจ้ากล้าทำเรื่องตลกใดๆ ข้าจะถลกหนังเจ้าออกมาซะ”

ซีคงจื่อ ดุด่า ต้วน เจี้ยน พร้อมกับยกฝ่าเท้าออกมา

ต้วนเจี้ยน ลุกขึ้นยืนอย่างรวมเร็ว แต่ไม่ได้พูดสิ่งใดออกมา

เนี้ยหลี่ ไม่สามารถจะกล่าวคำใดๆเพื่อช่วยเหลือ ต้วนเจี้ยนได้เลย  เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่า ต้วนเจี้ยน จะสามารถทนทรหดได้ขนาดนี้ มันเป็นการดีแน่นอนถ้าเขาสามารถผ่านตระกูลปีกสีเงินนี้ออกไปได้  ในอนาคตเขาจะต้องทะลุขีดจำกัดอย่างแน่นอน

หลังจากกล่าวคำอำลา ตู เซอ  หลู่เพลี่ยว และพรรคพวกที่เหลือ  เนี้ยหลี่ที่ออกจากลานนั้นไป พร้อมกับซือคง จื่อ  ต้วนเจี้ยนซึ่งถูกผูกพันธนาการติดอยู่กับโซ่เหล็กสีดำไว้อย่างแน่นหนา  พร้อมกับระดับโกลด์อีกสองคนคอยติดตามขนาบซ้ายและขวา


 ที่ พระราชวัง  บนต้นไม้

ซิคง ยี่  และ  ซีคง ฮงหยู๋  พวกเขายืนดูเนี้ยหลี่และพรรคพวกตระกูลปีกสีเงิน ที่เคลื่อนตัวออกไปอย่างเงียบๆ  จนกระทั้งหายลับตาเข้าไปในความมืด

 “ถ้าเหล่ย ชู นำยากลับมาให้ข้าแล้ว ก็จัดการสังหาร เจ้าต้วนเจี้ยน ทันที  ถ้าเจ้าต้วนเจี้ยนยังมีลมหายใจอยู่  ข้ารู้สึกไม่ค่อยสบายใจ” ซิคง ยี่ ถอนสายตาของเขาด้วยแววตาที่กังวล  เขานั้นเป็นถึงยอดยุทธ์ระดับตำนาน มันเป็นเรื่องน่าเบื่อที่ต้องคอยมากังวลกับระดับทองเช่นนี้?  สาเหตุนี้ทำให้ซีคง ฮงหยู๋ รู้สึกประหลาดใจ เล็กน้อย

 “เมื่อเหล่ย ชู เดินทางกลับมา  ข้าจะปิดฉากชีวิตของชายผู้นี้เอง” ซีคง ฮงหยู๋ มองด้วยแววตาที่เห็นแล้วหนาวสะท้านเลยทีเดียว

ในถิ่นทุรกันดาร แลดูเวิ้งว้างเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด กลุ่มคนกำลังเดินทางอยู่พร้อม  ผู้เชี่ยวชาญระดับโกลด์ห้าคน สองคนรับผิดชอบในการป้องกันกำลังลงมือฆ่าภูตโลหิตอยู่ตามทาง  ทำให้ที่เหลืออีกสี่คนเดินทางอย่างช้าๆไปยังถิ่นทุรกันดารที่อยู่ลึกเข้าไป

ในป่าอันเงียบสงบ จนแลน่ากลัว  แม้แต่ซีคง จื่อ ยังไม่กล้าที่จะผ่อนคลาย  มันเป็นที่เข้าใจได้ชัดเจนแล้วว่าสถานที่แห่งนี้นั้นอันตรายสุดๆ  พวกเขาสามารถได้รับอันตรายในเวลาใดก็ได้

    กุจิ กุจิ

 เสียงกรีดร้องของภูตโลหิต ที่ดังก้องอยู่ในอากาศ แม้ว่าพวกเขาจะฆ่ามันอย่างต่อเนื่อง แต่พวกภูตโลหิต กับยิ่งเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ

     “ หืมม  ช่างน่าสะอิดสะเอียนยิ่งนัก!” ซีคงจื่อ เปล่งเสียงออกทางจมูก ความรู้สึกในตอนนี้นั้น ชั่งรันทดเล็กน้อยเลยทีเดียว  เดิมทีเขานั้นพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย และบนที่นอนรายล้อมไปด้วยสาวสวยจากในตระกูล ปัจจุบันเขาต้องออกมายังสถานที่เฉกเช่นนรกแห่งนี้ สาเหตุทั้งหมดนั้นต้องโทษว่าเป็นเพราะเจ้าเหล่ย ชู ที่ทำผิดพลาด


     “ถ้าเราไม่ได้หาวิธีจัดการพวกมันออกไป พวกมันก็จะทวีจำนวนรวมกันเป็นกลุ่มมากขึ้นเรื่อยๆ!” เสียงกล่าวจาก ผู้เชี่ยวชาญระดับโกลด์ ขั้นสามดาว



    “ เนี้ยหลี่ และ ต้วนเจี้ยน  มองสบตากัน  แต่ก็ไม่ได้กระทำท่าทางใดๆ  พวกเขาสามารถมองดูอยู่เงียบๆได้
 
 “ หืมๆๆ!” ซีคง จื่อ  ดึงดาบออกจากฝักเข้าร่วมต่อสู้

“ฟุบ....ฟุบ...” ภูตโลหิตได้แยกออกเป็นสองกลุ่ม  พวกหนึ่งลอยขึ้นไปบนอากาศ

การต่อสู้อันรุนแรงได้ประทุออกมา
 “บูม  บูม  บูม!”

ซีคง จื่อ  และพรรคพวก เร่งแรงพลังวิญญาณสูงสุดอย่างต่อเนื่อง เพื่อจัดการสังหาร ภูตโลหิตเหล่านี้

หลังจากผ่านไปหลายชั่วโมง  บนพื้นล้วนเต็มไปด้วยซากศพของเหล่าภูตโลหิตวางปูเป็นพรมกระจายอยู่โดยรอบ ซีคง จื่อและ เหล่าผู้เชี่ยวชาญระดับโกลด์ พากันหยุดพักหายใจจากการต่อสู้

เนี้ยหลี่พิงอยู่กับหินก้อนใหญ่ อากัปกิริยาที่แสดงออกมานั้นราวกับว่าเขานั้นมาพักผ่อน ทำให้พวกซีคง จื่อ นั้นโกรธมากขึ้นมาทีเดียว

เนี้ยหลี่พูดอย่างใจเย็นว่า “ พวกท่านลองหันหลังกลับไป”



ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น