วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 146 – Lei Zhuo

Tale of the demon and god novel Chapter 146 – Lei Zhuo

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 146 - เหล่ย ชู


บทที่ 146 - เหล่ย ชู


“อย่าทำร้ายท่านปู่ของข้า” เด็กอายุประมาณสิบห้าถึงสิบหกปี สวมใส่เสื้อผ้าที่แลดูเก่า กำลังปกป้องชายแก่อยู่

“ไอ้เด็กน้อยสารเลว  เจ้ากำลังรนหาที่ตายเสียแล้ว!” ชายหนุ่มผู้ถือแส้เปล่งเสียงกระแทกพร้อมลมหายใจอันเย็นเยือกออกมา  เขาตวัดมือโบยแส้อย่างโหดเหี้ยมไปยังเด็กน้อย

“ป๊าป...! เลือดสาดกระเซ็นออกมาจากหลังของเด็กน้อยนั้น

แม้ว่าเขาจะต้องทรมานจากการถูกโบยด้วยแส้  เด็กน้อยเป็นคนที่มั่นคงจนดูแปลกยิ่งนัก  เขาอดทนเงียบมีเพียงเสียงอู้อี้อยู่ในลำคอของเขาเท่านั้น

“ เจ้าเด็กน้อยไม่ต้องเป็นห่วงข้า!”ชายแก่เปล่งเสียงอันแหบแห้งดวงตาของเขานั้นเต็มไปด้วยน้ำตา เขาพยายามที่จะผลักร่างของเด็กน้อยออกไป

“ ไม่!” เด็กน้อยส่ายหน้าของเขา

“กระดูกเจ้าจะเหนียวแค่ไหน!” ประกายตาบ่งบอกให้ทราบถึงความอาฆาตพยาบาท  เขายิ้มอย่างเย็นเยือก พร้อมยกแส้ขึ้นฟาดอีกครั้ง

ซีคง ฮงหยู๋  เพียงแค่ชำเลืองมองไปยังทิศทางนั้น  แต่ไม่ได้รู้สึกเกี่ยวกับสิ่งใด

เนี้ยหลี่ขมวดคิ้วเล็กน้อย  สมาชิกของตระกูลปีกสีเงินนี้ชั่งไร้มนุษยธรรมเสียยิ่งนัก  พวกเขาสามารถเฆี่ยนตีเด็กอายุสิบห้าสิบหกปี และชายแก่ได้เช่นนี้

เมื่อเห็นชายหนุ่มกำลังจะฟาดแส้ลงอีกครั้ง  เนี้ยหลี่ก็กระโดดเข้ามาคว้ามันไว้ทันที



ชายหนุ่มพยายามจะดึงแส้กลับแต่ไม่สามารถทำได้  เขากวาดสายตาอันเย็นเยือกจับจ้องไปที่เนี้ยหลี่ “ เจ้าเป็นใครกัน?”  ออกไปซะ!”

เนี้ยหลี่นั้นยังคงแต่งกายดูดี  ก่อนที่เขาจะสามารถทราบสถานะที่แท้จริงของเนี้ยหลี่  เขายังไม่กล้าทำสิ่งใดผลีผลามลงไป

“ข้ามีนามว่า เหล่ย ชู   แขกของตระกูลปีกสีเงิน  พวกเขาเป็นเพียงชายชราและเด็ก  ทำไมเจ้าถึงต้องโกรธขนาดนี้?”  เนี้ยหลี่มองไปที่ปู่และหลานทั้งคู่และ ขมวดคิ้วของเขาเล็กน้อย

“เหล่ย ชู?” เด็กหนุ่มก็มีความประทับใจเล็กๆขึ้นมาทันที  คนผู้นี้คือใคร  เขาชำเลืองสายตาไปที่ ซีคง ฮงหยู๋ และมองไปที่หญิงสาวที่กำลังเดินตรงมายังเขา

“คุณชาย เหล่ย  ข้ามีนามว่า ซีคง จ้าว  จากตระกูลสาขาของตระกูลปีกสีเงิน สำหรับเรื่องนี้  ข้าขอแนะนำท่านว่าไม่ใช่เรื่องของท่าน”  ซีคงจ้าว พ่นลมหายใจอันเย็นเยือกออกมา

“ซีคงจ้าว อย่าเสียมารยาท  เช่นนี้ ท่านเหลย  เป็นแขกผู้มีเกียรติของตระกูลปีกสีเงินของเรานะ” ซีคง ฮงหยู๋ เปล่งวาจาอย่างเคร่งขรึมออกมา

“ ได้!” ซีคงจ้าว  ขมวดคิ้วเล็กน้อยและเดินออกไปด้านข้าง


“ยินดีที่ได้พบท่านอีกครั้งแม่นาง ฮงหยู๋”  เนี้ยหลี่ทักทายต้อนรับ  แต่ภายในใจของเขากลับรู้สึกเบื่อหน่ายเป็นอย่างมาก

ซีคง ฮงหยู๋  ชำเลืองมองมายังเนี้ยหลี่และกล่าว  “คุณชายเหล่ย นี่คือ ผลึกโลหิต  ของข้า    มันอยู่ในอาณาบริเวณที่สำคัญของตระกูลปีกสีเงิน  ถ้าเจ้าชะลอการทำงานมันคงจะไม่เป็นการดีแน่  คนพวกนี้เป็นเพียงทาสผู้ต่ำต้อย  ทำไมคุณชายเหล่ย ต้อง ช่วยเหลือพวกเขา? เมื่อซีคง ฮงหยู๋ พูดขึ้นโดยน้ำเสียงของนางนั้นไม่ได้ใส่อารมณ์ใดๆ

นางนั้นช่างไร้มนุษยธรรมนัก  ทำไมก่อนหน้านี้เขาไม่เคยรู้มาก่อน?

“แม่นางฮงหยู๋ เป็นไปได้ไหมที่ข้าจะนำเด็กชายคนนี้ไปด้วย?  เนี้ยหลี่เปล่งวาจาพร้อมจ้องมาที่ ซีคง ฮงหยู๋

ซีคง ฮงหยู๋ ขมวดคิ้วของนางพร้อมทั้งส่ายหน้า  “คนเหล่านี้ทั้งหมดเป็นของข้าได้ทำประทับอาคมทาสไว้เรียบร้อยแล้ว  ถ้าพวกเขาออกจากที่นี้สักหนึ่งกิโลเมตร พวกเขาจะต้องตาย  พวกคนเหล่านี้ล้วนมาจากศัตรูของตระกูล วิธีการนี้สามารถทำให้พวกตระกูลปีกสีเงินของข้าไม่ต้องคอยกังวลเกี่ยวกับพวกเขา?”

ประทับอาคมเลือดคืออะไรกัน?  เนี้ยหลี่หนาวจับใจเลยทีเดียว  เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าตระกูลปีกสีเงินนั้นจะใช้วิธีการโหดร้ายเช่นนี้ โดยการประทับอาคมเลือดลงบนตัวคนเหล่านี้ มันเป็นไปไม่ได้ที่จะย้ายมันออกไป เว้นเสียแต่ว่าคนเหล่านี้จะก้าวผ่านระดับโกลด์ไปแล้ว  ทุกๆคืนพวกเขาล้วนต้องอดทนจากการทรมาน และถ้าพวกเขาหนีห่างออกไปสักกิโลเมตรเดียวจากวงล้ออาคมนี้พวกเขาก็จะตายในทันที


เมื่อมองไปยังปู่และหลานชายที่นอนกองอยู่บนพื้นดินเนี้ยหลี่ได้แต่แอบทอดถอนลมหายใจ  เด็กน้อย  ข้ากลัวว่าจะไม่สามารถช่วยเจ้าได้

มุมปากของ ซีคง ฮงหยู๋แสดงความรู้สึกดูหมิ่น  ในการแสดงความเมตตากรุณาของเหนี้ยหลี่

เนี้ยหลี่ ย่างก้าวไปยัง ปู่และหลานชาย และนั่งลงข้างพวกเขา

เด็กชายชูศีรษะขึ้น  แม้ว่าเสื้อผ้าของเขาจะดูโทรมมากและหน้าหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยสิ่งสกปรก แต่โครงร่างหน้าตาของเขายังดูดีไปทางหล่อเสียด้วยซ้ำ  ในแววตาของเขานั้นบ่งบอกให้รู้สึกได้ถึงความโกรธและความมุ่งมั่นออกมาอย่างชัดเจน

“เจ้ามีชื่อว่าอะไร?” เนี้ยหลี่เอ่ยถาม พร้อมจ้องมองมายังเขา

เมื่อมองมายังเนี้ยหลี่ซึ่งสวมใส่เสื้อผ้าอย่างหรูหรา  เด็กชายก็ได้แต่ถอนหายใจและเบือนหน้าหนีไปอีกทาง แม้ว่าเนี้ยหลี่จะหยุดชายหนุ่มไม่ให้ลงมือฟาดแส้กับเขา  ในมุมมองของเด็กคนนี้ เนี้ยหลี่ คือพวกที่สมรู้ร่วมคิดกับตระกูลปีกสีเงิน

เมื่อต้องเจอกับเด็กที่ดื้อรั้นคนนี้  เนี้ยหลี่ยกมือขึ้นแล้วค่อยๆสะสมพลังวิญญาณอ ขนาดเล็กอย่างรวดเร็ว พร้องชี้ไปยังจุดกึ่งกลางระหว่างคิ้วของเด็กชายพร้อมทั้งถอนหายใจ  ไม่มีหนทางสำหรับข้าในการช่วยเจ้า  ทุกๆสิ่งล้วนขึ้นอยู่กับเจ้าในตอนนี้  หวังว่าความขมขื่นทรมานในครั้งนี้จะกลับกลายมาเป็นสิ่งกระตุ้นให้เจ้าก้าวหน้าต่อไป


หลังจากที่เนี้ยหลี่ได้ประทับการบ่มเพาะพลังวิญญาณลงไปที่ระหว่างคิ้วของเด็กชาย  เขาก็ลุกยืนขึ้น  แม้ว่าซีคง ฮงหยู๋  และ พรรคพวกจะแลเห็นการกระทำของเนี้ยหลี่  เขาก็ยังไม่เข้าใจว่าเนี้ยหลี่นั้นกำลังทำอะไร

ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ เนี้ยหลี่ได้ ประทับ วิธีการการบ่มเพาะพลังวิญญาณในบริเวณระหว่างคิ้วของเด็กชาย  สำหรับอนาคตของเด็กชายคนนี้จะเป็นเช่นไรนั้น มันเป็นสิ่งที่เขาไม่สามารถควบคุมได้

เนี้ยหลี่จับจ้องไปยังซีคงจ้าว  และเอ่ยขึ้นมาว่า “ สำหรับเรื่องก่อนหน้านี้ข้าหวังว่าท่านจะยกโทษให้แก่ข้าที่กระทำล่วงเกินไป  นี่คือยาทิพย์สำหรับท่าน ข้าหวังว่าพี่ชายจะไม่สร้างความลำบากใดๆให้กับปู่หลานสองคนนี้ในอนาคต

ซีคงจ้าว  ไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าเนี้ยหลี่นั้นจะเป็นผู้เริ่มทำการขอโทษ  หลังจากเขาได้รับยาทิพย์จากเนี้ยหลี่แล้ว  เขาสูดลมหายใจและดวงตาของเขาก็ลุกวาวขึ้นมาทันที “ท่าน เหล่ย ช่างมีกิริยาสุภาพยิ่งนัก เมื่อท่านเหล่ยได้กล่าวเช่นนี้  ข้าจะไม่ทำสิ่งที่ก่อให้เกิดความยากลำบากแก่พวกเขา”

“เมื่อเป็นเช่นนั้นข้าจะขอลากลับก่อน” เนี้ยหลี่กล่าวพร้อมป้องมือขึ้นเล็กน้อย มีความไม่เป็นธรรมมากมายเหลือเกินภายใต้แผ่นฟ้าอันกว้างใหญ่นี้ และเนี้ยหลี่เพียงคนเดียวไม่สามารถที่จะใส่ใจกับทุกเรื่องของพวกเขา  เนี้ยหลี่สามารถทำได้เพียงถอนหายใจแล้วเดินจากไป


ภายหลังจากผ่านไประยะเวลาหนึ่ง เด็กชายก็ได้ตระหนักถึงสิ่งที่เนี้ยหลี่มอบให้แก่เขา เมื่อเห็นเนี้ยหลี่กำลังขอโทษ ซีคง จ้าวก่อนที่จะจากไปพร้อมยังมอบยาทิพย์แทนการขอโทษ  เขาก็เข้าใจแจ่มชัดขึ้นมาในทันทีว่า เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นแต่ภาพแผ่นหลังของเนี้ยหลี่ที่เดินจากออกไปไกลแล้ว  เขาพยายามจดจำภาพของเนี้ยหลี่อย่างระมัดระวัง โดยการพูดกับตัวเอง   ภาพหน้าของเนี้ยหลี่นั้นได้ตราตรึงเข้าไปในจิตใจของเขาไปแล้ว

เมื่อเนี้ยหลี่ได้จากไปไกลแล้ว เขาก็ปล่อยหมัดออกไปสามครั้ง เพื่อปลดปล่อยความโกรธที่มีอยู่อย่างพุ่งพล่านในหัวใจ แม้ว่าเขาต้องการจะทำสิ่งใด แต่ความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้นั้นยังไม่เพียงพอ

รังสีสังหารนั้นปรากฏขึ้นในแววตาของเนี้ยหลี่ “ เกือบจะไม่มีเหตุผลแล้วที่ตระกูลปีกสีเงินจะดำรงอยู่อีกต่อไป!”

เนี้ยหลี่นั้นเดินไปยังบริเวณด้านหน้าของต้นไม้และหยิบเอาขวดเลือดสัตว์อสูรจากแหวนมิติมหัศจรรย์  หลังจากนั้นก็ลงมือวาดรูปแบบลายอาคมที่ซับซ้อนลงไปบนต้นไม้ หลังจากที่รูปแบบอาคมถูกสร้างขึ้นก็สามารถซ่อนตัวอยู่ภายในต้นไม้ได้อย่างรวดเร็ว แม้ว่า มียอดฝีมือ ย่างกลายเข้ามาในเวลานี้ พวกเขาก็จะไม่สามารถค้นพบบางอย่างที่กระทำลงไปภายในต้นไม้นี้


ขณะที่เขาได้เดินสุ่มสำรวจบริเวณรอบๆอาณาเขตของตระกูลปีกสีเงิน เนี้ยหลี่จะเคลื่อนตัวไปมาประทับลายอาคมบนต้นไม้อย่างรวดเร็ว  เมื่อไม่มีผู้ใดอยู่ในบริเวณนั้น

เมื่อผ่านไปสิบวัน เนี้ยหลี่ยังคง ประทับลายอาคมอย่างต่อเนื่องในบริเวณรอบๆของตระกูลปีกสีเงินแห่งนี้

วันหนึ่ง ณ บริเวณสวนตระกูลซิคง

“เนี้ยหลี่ ข้าสามารถฝึกเทคนิคมังกรอัสนี  จนถึงขั้นที่ไปต่อไม่ได้  อะไรคือ “ความตาย ของมังกรคำราม” มันหมายความว่าอย่างไร? นางถามด้วยใบหน้าที่จริงจัง  นางนั่งอยู่บนยอดของก้อนหิน มีผลึกโลหิตจำนวนหนึ่งลอยอยู่รอบๆนาง ขณะที่นางกำลังดูดซับพลังวิญญาณของพวกมัน

นางนั้นสวมชุดฝึกรัดรูปทำให้ดูมีเสน่ห์ยิ่งขึ้น

“ความตายของมังกรคำราม คือการเชื่อมโยงจุดลมปราณทั้งหกในร่างกาย เป็นตำแหน่งที่ซ่อนอยู่ใต้เส้นลมปราณปกติ และมันเป็นเรื่องที่ยากมากที่จะพบมัน”เนี้ยหลี่กล่าว

“เส้นลมปราณทั้งหกตำแหน่งที่ซ่อนอยู่คืออะไรกัน?  พวกมันอยู่ที่ไหนกัน? ความสับสนปรากฏขึ้นครอบคลุมบนใบหน้าของเสี่ยว หนิงเอ๋อ  นางไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับเส้นลมปราณทั้งหกตำแหน่งที่ซ่อนอยู่มาก่อน

“ตำแหน่งของเส้นลมปราณทั้งหกตำแหน่งนี้  แม้ว่าข้าจะบอกแก่เจ้ามันยังเป็นเรื่องยากในการที่จะพบพวกมัน  ข้าจะให้ตำแหน่งพวกนั้นออกมาให้เจ้าเห็น!  เนี้ยหลี่เดินตรงเข้าไปยังด้านหน้าของเสี่ยวหนิงเอ๋อ  พร้อมรวบรวมพลังวิญญาณ เล็กๆปล่อยไปยังตำแหน่งศีรษะของเสี่ยวหนิ๋งเอ๋อ แรงพลังวิญญาณแทรกซึมทะลุผ่านไปยังร่างกายของนาง “หลิงติง(Ling Ting) ข้างใต้มันลงไปประมาณหนึ่งนิ้ว  เส้นลมปราณเสิ้น ติง(Shen Ting) ตำแหน่งจะอยู่....................”

เนี้ยหลี่ อธิบายอย่างช้าๆให้นางเข้าใจ


เสี่ยว หนิงเอ๋อ เงยหน้าขึ้นพร้อมกับจ้องมองมายังเนี้ยหลี่  นางสามารถรู้สึกได้ถึงแรงพลังวิญญาณซึ่งกำลังเคลื่อนที่อยู่ภายในร่างกาย นั่นเป็นสาเหตุให้นางนั้นเหม่อลอยเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงเนี้ยหลี่กำลังอธิบายอย่างช้าๆ สิ่งนี้ทำให้นางรู้สึกมีความสุขเป็นอย่างมาก  ใบหน้าของเสี่ยวหนิงเอ๋อในตอนนี้กลายเป็นสีแดงเต็มหน้า ทำให้เมื่อแลเห็นนางแล้วช่างน่าดึงดูดใจมากยิ่งนัก
“เสิ้น ฟู (Shen Fu) หนึ่งนิ้วที่ด้านข้างจากจุดเทียน ฟู(Tian Fu)........”เนี้ยหลี่กวาดสายตาลงมายังบริเวณหน้าอกของ เสี่ยวหนิ๋งเอ๋อ ทันใดนั้นบรรยากาศก็เริ่มอึดอัดขึ้นมาเล็กน้อย

“ที่ว่านั้นอยู่ที่ไหนเหรอ?” เสี่ยวหนิงเอ๋อ แก้มแดงระเรื่อ เสียงของนางนั้นช่างอ่อนหวานยิ่งนัก

“ต่ำลงไปเล็กน้อยจากตำแหน่งที่ ข้าใช้เทคนิค เต๋าหยิน(Daoyin) เมื่อก่อนหน้านี้......” เนี้ยหลี่กล่าวพร้อมทั้งเกาศีรษะของเขา

เสี่ยวหนิ๋งเอ๋อไม่กล่าววาจาสิ่งใด บรรยากาศระหว่างพวกเขากำลังร้อนขึ้นเล็กน้อย พวกเขาทั้งสองนึกภาพเหตุการณ์ในตอนนั้นที่เกิดขึ้นได้หวนคืนกลับมาแล้ว

ในตอนนั้นเอง หลู่เพลียว รีบเร่งวิ่งเข้ามาด้านใน

“เนี้ยหลี่.....เนี้ย....” เมื่อเห็นฉากด้านหน้าของเขา หลู่เปียวถึงกับตะลึงไปเลยทีเดียว พร้อมทั้งกล่าวขึ้นอย่างรวดเร็วว่า “ ข้าเห็นอะไรเลย ข้าพึ่งออกจากที่นี่แค่ครั้งแรก พวกเจ้าสามารถสานต่อกันได้เลย”

เนี้ยหลี่ พูดสวนขึ้นมาทันทีว่า “หลู่เพียวเจ้าเข้าใจเรื่องราวผิดแล้ว?”

ในหัวใจของเขารู้สึกโล่งขึ้นมาทันที
“ซิคง ยี่ ส่งคนมาบอกเจ้า  ศิลาแห่งแสงทั้งหมดได้ถูกรวบรวมไว้แล้ว” หลู่เพลี่ยว หัวเราะ แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าเนี้ยหลี่และเสี่ยวหนิ๋งเอ๋อกำลังทำอะไรกัน  หลังจากที่เขาเห็นเสี่ยว หนิงเอ๋อ แสดงกิริยาเอียงอาย  เขาก็คาดเดาว่าบางทีเนี้ยหลี่อาจจะกำลังล่อลวงเสี่ยวหนิงเอ๋ออยู่ก็เป็นได้

เยี่ยมยอดมาก หลู่เพลี่ยวคิดภายในใจเขานั้นยกหัวแม่มือให้แก่เนี้ยหลี่เลยทีเดียว


หลู่เพลี่ยวต้องเข้าใจบางอย่างผิดไปแน่ เนี้ยหลี่แกล้งทำเป็นเห็นบางสิ่งและกล่าวว่า “พวกเจ้าอยู่ที่นี่นะ  ข้าจะลองออกไปดู”

ด้วยศิลาแห่งแสง พวกเขาจะสามารถออกจากสถานที่แห่งนี้ได้ตลอดเวลา

ภายในห้องโถง

ซิคง ยี่ เปล่งเสียงหัวเราะออกมา  “หลานชาย  ข้าช่วยเจ้ารวบรวมศิลาแห่งแสงได้เกินกว่าหกสิบชิ้นเลยทีเดียว”


ช่วยข้า? เจ้าไม่ช่วยตัวเจ้าหรือ? เนี้ยหลี่คิดอยู่ในใจและเปล่งเสียงหัวเราะออกมา “ท่านลุง ต้องทำงานเหนื่อยยาก กว่าจะได้ศิลาแห่งแสงเหล่านี้มา  พวกเราจะสามารถออกสู่โลกภายนอกได้ เมื่อเราพบกับสมุนไพรต่างๆ  ข้าจะสามารถปรุงตัวยาสำหรับท่าน!


ซิคง ยี่ ดวงตากลมโตขึ้น พร้อมทั้งกล่าวว่า “ทำไม หลานชายไม่บอกข้าว่าสามารถหาสหมุนไพรเหล่านี้ได้จากที่ไหน? ข้าจะได้ส่งบางคนไปค้นหาพวกมัน  หลังจากที่หลานชายรักษาอาการเจ็บป่วยของข้าแล้ว  ข้าจะส่งหลานชายออกไป   เจ้าพอจะบอกเรื่องเกี่ยวกับมันได้ไหม?  แน่นอนว่าเว้นเสียแต่ว่าเจ้าต้องการจะค้างอยู่กับตระกูลปีกสีเงินของข้า  แม้ว่า ฮงหยู๋ จะอายุมากกว่าเจ้าสามปี นางนั้นยังมีภาพลักษณ์อันโดดเด่นที่แสดงออกมา นางนั้นเป็นคนที่อ่อนหวานสุภาพ ทั้งยังสง่างามอีกด้วย  นอกจากนี้นางยังมีความสามารถพิเศษที่ดีมากอีกด้วย  ถ้าฮง หยู๋แต่งานกับเจ้า มันจะเป็นไปตามความปารถนาของข้าด้วย

ลักษณะโดดเด่นที่แสดงออกมา? อ่อนหวานสุภาพ และสง่างาม? เนี้ยหลี่ได้แต่แอบนึกขำอยู่ในใจ  เด็กหญิงเช่นนี้ถ้ายกนางเป็นของขวัญแก่เขา  เขาก็ไม่ต้องการนาง  เนี้ยหลี่นั้นรู้ดีว่าสุนัขจิ้งจอกเฒ่าผู้นี้นั้นคิดเช่นไร  ซิคง ยี่ จะไม่ยอมปล่อยให้เขาออกไปได้ง่ายๆ เนี้ยหลี่สามารถเข้าใจได้เลยว่าถ้าเขาออกจากที่นี่ไป แล้วลืมไปได้เลยว่า ซีคงอวี้จะสามารถหาเขาได้พบอีกครั้ง


ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น