วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 144 – Testing medicine?

Tale of the demon and god novel Chapter 144 – Testing medicine?

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 144 -  ทดสอบยา?


บทที่ 144 -  ทดสอบยา?

เนี้ยหลี่และพรรคพวกถูกจัดสรรให้ไปพักอยู่ในตำหนักบริเวณสวนของตระกูลและมียามคอยรักษาการเฝ้าระวังความปลอดภัยให้อยู่โดยรอบ ดูเผินๆก็เหมือนว่าพวกเขาถูกส่งมาดูแลสวัสดิ์ภาพความปลอดภัยให้กับพวกเนี้ยหลี่ แต่เอาจริงๆแล้วน่าจะมาคอยเฝ้าคุมพวกเขาเสียมากกว่า


ตูเซอ มองมาทางเนี้ยหลี่อย่าง เป็นกังวลและถามขึ้นว่า “เนี้ยหลี่,เราโดน จัดให้มาอยู่ตรงนี้ ดูท่าแล้วเราน่าจะออกไปยากแล้วล่ะ”


เนี้ยหลี่ยิ้มอ่อนๆแล้วตอบกลับไป “ตั้งแต่ข้ามีวิธีที่จะเข้ามา ข้าก็เตรียมหนทางที่จะออกไปไว้อยู่แล้วล่ะ” เอาตามจริงถ้าหากคิดว่าอาณาบริเวณเล็กๆของตระกูลปีกสีเงินนี้จะกักรั้งเขาไว้ได้ล่ะก็ มันก็คิดไปเองซะล่ะ ฝันไปซะเหอะ! เพราะอย่างน้อยในหัวของเนี้ยหลี่นั้นก็มีเป็นสิบๆวิธีที่ใช้หลบหนีออกไปได้โดยที่ไม่มีใครได้ทันรู้ตัว


แต่อย่างไรก็ตาม ตราบใดที่เขายังหา ประโยชน์กับตระกูลปีกสีเงินได้อยู่ อย่างน้อยก็เรื่องที่ตาเฒ่าซิคง ยี่สมัครใจช่วยเขาหาหินศิลาแห่งแสงล่ะ เขานั้นก็จะยังไม่คิดจากไปไหนเสีย จนกว่าเขานั้นจะได้สูบเลือดสูบเนื้อพวกตระกูลปีกสีเงินจนแห้งเหือดหมดตัวเสียก่อน


หลังจากที่ เสี่ยว หนิงเอ๋อและคนอื่นๆได้ยินสิ่งที่เนี้ยหลี่พูดมา พวกเขาก็รู้สึกโล่งอกโล่งใจและเกิดความมั่นใจมากขึ้นในสิ่งที่เนี้ยหลี่จะกระทำต่อไป


เนี้ยหลี่และกลุ่มยังคงอาศัยอยู่ในตำหนักกลางสวนและมีสมาธิจดจ่อกับการฝึกฝนพลังของพวกเขา เสี่ยว หนิงเอ๋อและคนอื่นๆเกือบจะบรรลุเข้าสู่ระดับโกลด์แล้ว ทั้งหมดมาจากเพราะว่าพวกเขาทั้งหลายเพิ่งได้ผ่านเรื่องสุดแสนอันตรายมาไม่นานนี้   พวกเขาก็เลยมีความกระตือรือร้นอย่างยิ่ง ที่จะทำให้ตัวพวกเขาเองนั้นมีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นมากเท่าที่จะทำได้




         “เข้าไป”

ทหารยามจำนวนหนึ่งลากต้อนนำเอาเด็กหนุ่มเข้ามาหัวหน้ายามกล่าวว่า “คุณชายเหล่ย,พวกเราได้นำตัวไอ้คนทรยศมาให้ท่านแล้วขอรับ”


    ร่างของเด็กหนุ่มมีโซ่ตรวนพันมัดซ้อนเอาไว้รอบกายหลายทบ ไว้อยู่หลายรอบ นอกจากนี้การเพาะบ่มพลังวิญญาณของเขายังถูกผนึกเอาไว้ด้วยอักขระที่ถูกเขียนที่บริเวณหน้าท้องอีกด้วย


      “มันดู แน่นหนาพอแล้วล่ะ,  นี่ยาทิพย์ข้าให้เจ้าๆไม่ต้องเกรงใจใดๆหรอก” เนี้ยหลี่ กวาดมือขวาส่งยาทิพย์จำนวนหนึ่งไปให้หัวหน้ายามรักษาการณ์


     หลังจากที่หัวหน้ายามได้รับยาทิพย์เขาก็สูดดมกลิ่นมันดู  ในอึดใจหนึ่ง, ความรู้สึกปลาบปลื้มของเขา ก็ถูกถ่ายทอดออกมาให้เห็นได้บนใบหน้า และเขาพูดขึ้นด้วยท่าทีดูสุภาพว่า “คุณชายเหล่ยช่างสุภาพอ่อนโยนซะจริงๆ คุณชายเองก็ควรระวังตัวด้วยนะขอรับ, เจ้าคนทรยศนี่เป็นถึงระดับโกลด์3ดาวเชียวนะท่าน”


       เนี้ยหลี่หัวเราะและกล่าวไปว่า “พวกท่านเล่นมัดเขาแน่นหนาขนาดนี้ อีกทั้งยังสะกดความแข็งแกร่งเขาเอาไว้ด้วยอักขระที่หน้าท้องอีก พวกท่านวางใจได้ เชิญพวกท่านไปพักผ่อนกันเถิด


        “ถ้าอย่างงั้น พวกเราก็ขอตัว”

เหล่ายามค่อยๆเดินออกจากตำหนักกลางสวนไปอย่างสุภาพ


      แม้ว่าเด็กหนุ่มจะถูกมัดอย่างแน่นหนา แต่บนใบหน้าเขาก็ยังคงรักษาความหยิ่งยโสไม่ยอมอ่อนข้อไว้ หลังจากที่ชำเลืองมองเนี้ยหลี่, เขาก็หันหัวกลับไปไม่ยอมพูดไม่จา ก่อนที่จะถูกนำตัวมาที่นี่เขาได้ยินมาว่า


      เนี้ยหลี่จะใช้ตัวเขา มาลองยา


    เนี้ยหลี่มองพิจารณาดูเด็กหนุ่ม ภายในดวงตาของเขานั้นช่างเต็มไปด้วยห้วงลึกแห่งโทสะ ถ้าได้มีโอกาสเขาคงจะไม่ลังเลแม้สักเพียงนิดที่จะทำลายตระกูลปีกสีเงินให้หมดสิ้นซากไป

“เจ้าชื่ออะไรรึ” เนี้ยหลี่มองที่เด็กหนุ่มและถามไปเด็กหนุ่มคนนั้นมองกลับมาที่เนี่ยหลี่ เขาดูงุนงงเล็กๆก่อนที่จะเอ่ยไปอย่างหยิ่งทะนง “ต้วนเจี้ยน”


   เนี่ยหลี่นั่งลงบนเก้าอี้และพูดขึ้นหลังจากไตร่ตรองอยู่พักใหญ่ “ถ้าข้าให้โอกาสเจ้าได้แก้แค้น เจ้าจะว่ายังไง”


   ต้วนเจี้ยนมองเนี้ยหลี่อย่างตะลึง  เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมจู่ๆเนี้ยหลี่ถึงถามออกมาเช่นนั้น


“ข้าไม่ใช่คนของตระกูลปีกสีเงินและก็ไม่ได้ปลื้มหรือพิศวาสอะไรพวกมัน” เนี่ยหลี่พูดขึ้นพร้อมทั้งยักไหล่


    ภายใต้ดวงตาของต้วนเจี้ยน ที่ยังดูมึนงงอยู่ ก็ปรากฏรังสีอันแสนเย็นชาฉายแววขึ้นมาในทันทีทันใด แล้วเขาก็กล่าวขึ้นว่า “ถ้าท่านตั้งใจจะมอบโอกาสเช่นนั้นให้กับข้า, ข้าขอตั้งสัตย์สาบานโดยใช้เกียรติของท่านพ่อท่านแม่ที่ตายไปแล้วของข้า ว่าข้าต้วนเจี้ยนคนนี้จะขอซื่อสัตย์จงรักภักดีกับท่านไปจนกว่าชีวิตของข้าจะหาไม่ และตัวข้าต้วนเจี้ยนคนนี้จะไม่มีวันทรยศท่านแน่นอน!”


    “นี่คือสิ่งที่เจ้าพูดของเจ้าเองนะ” คิ้วของเนี้ยหลี่ขมวดเข้าหากัน เขาสามารถสัมผัสอย่างเบาบางได้ว่าปีกสีทองเข้มที่หลังของต้วนเจี้ยนคู่นั้นบรรจุ อัดแน่นไปด้วยพลังอันไม่มีที่สิ้นสุด “ต่อไปจากนี้เจ้าก็จงติดตามข้าและข้าขอให้หลักประกันว่าข้าจะช่วยให้เจ้าได้แก้แค้นให้กับพ่อแม่ของเจ้าแน่นอน”


    หลังจากได้ยิน, ต้วนเจี้ยนก็ทิ้งตัวคุกเข่าลงกับพื้น ดวงตาของเขาคู่นั้นเต็มไปด้วยความเกลียดชังและความตั้งใจที่ไม่ลดละ ดั่งเหมือนภูเขาไฟที่พร้อมจะระเบิดขึ้นได้ทุกเมื่อ เขาหายใจเข้าลึกและกล่าวขึ้น “ถ้านายท่านให้เวลาข้าสิบปี ข้าจะเอาหัวของไอ้เฒ่าชั่วสารเลวซิคง ยี่มาให้ได้! ถ้านายท่านสามารถช่วยข้าได้ ข้า,ต้วนเจี้ยนคนนี้ขอตั้งสัตย์สาบานว่า ข้าจะรับใช้ท่านเป็นเยี่ยงดั่งเจ้านายตลอดจนกว่าชีวิตของข้าจะสูญสิ้นไป, และขอสาบานที่จะสามิภักดิ์จงรักภักดีแก่ท่าน โดยไม่มีวันทรยศ! ถ้าข้าผิดคำสัตย์ที่ให้ไว้ ขอให้ข้าถูกลงโทษสาปส่งโดยสวรรค์เบื้องบน”




   มีมากมายหลายช่วงจนนับไม่ถ้วนที่ต้วนเจี้ยนผู้อาฆาตคนนี้คิดถึงโหยหาความตาย แต่เขาก็เอาชนะมันมาได้ทุกครั้ง และเขาก็กลายเป็นดั่งเสมือนสัตว์ร้ายที่มีรอยแผล สัตว์ร้ายที่เฝ้ารอคอยวันเวลาที่เหมาะสมที่จะสามารถเอาคืนตระกูลปีกสีเงินให้สาสมได้

เนี้ยหลี่มองที่ต้วนเจี้ยนและส่งยาทิพย์ให้ แล้วกล่าวขึ้นว่า


     “กินซะ”

ต้วนเจี้ยนรับยามาแล้วกลืนมันลงไปทั้งหมดในคราเดียวโดยไม่ได้มีความลังเลแม้แต่น้อย


    “เจ้าไม่กลัวว่าข้าจะวางยาพิษเจ้าหรือไง” เนี้ยหลี่มองดูต้วนเจี้ยนอย่างนิ่งสงบ


    “ถ้าท่านต้องการให้ข้าตาย, มันก็ไม่มีความเป็นไปได้ที่ข้าจะอยู่รอด ต่อไปภายภาคหน้าชีวิตของข้าขึ้นอยู่กับท่าน ถ้านายท่านต้องการมัน, นายท่านสามารถเอามันไปได้ทุกเมื่อ” ต้วนเจี้ยนกล่าวและเงยหัวขึ้นอย่างองอาจ


       ถึงแม้จะเป็นนักโทษ, แต่ต้วนเจี้ยนก็ยังคงมีความตั้งใจแน่วแน่ที่จะแก้แค้น แม้ว่าเนี้ยหลี่จะไม่ได้เอ่ยขึ้นมาว่าเขาสามารถที่จะหยิบยื่นโอกาสการแก้แค้นให้เขาได้, ต้วนเจี้ยนคนนี้ก็ไม่เคยคิดจะกล่าวโทษผู้ใด เนี้ยหลี่เองก็ยังคงจำแววตาผูกพยาบาทและไม่มีความกลัวเกรงที่ต้วนเจี้ยนถ่ายทอดออกมาได้ ถึงแม้ว่าเขาจะถูกเฆี่ยนตีก็ตาม ถ้าคนเหล่านี้ได้ถูกดูแลและมอบความจริงใจให้ เขาเหล่านั้นก็จะไม่มีวันทรยศผู้มีพระคุณของเขาอย่างแน่นอน



     “ข้ามีวิธีที่จะทำให้เจ้าเป็นผู้เชี่ยวชาญที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างยิ่งยวด มันจะทำให้เจ้านั้นล้ำหน้ายิ่งกว่าพวกระดับตำนานที่ยังมีชีวิตอยู่ในตอนนี้เสียอีก แต่เจ้าจะต้องยอมแลกกับเจ็บปวดและทรมานสุดแสนสาหัส เจ้าอยากจะลองมันดูมั๊ยล่ะ?” เนี้ยหลี่ก้มหัวลงและถามขึ้นในขณะที่เขามองไปที่ต้วนเจี้ยน


     “แล้วความเจ็บปวดความทรมาน ที่ข้าต้องทนเผชิญมาในชีวิตนั้น มันแลดูน้อยนักหรือไง” ไอ้แก่ซิคง ยี่สารเลวนั้นต้องการให้ข้าต้องทนทุกข์ทรมาน, แต่มันก็ไม่มีวันได้สมหวังหรอก ความเจ็บปวดทนทุกข์ทรมานน่ะรังมีแต่ยิ่งจะทำให้ตัวข้าแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ” ถึงแม้ว่าต้วนเจี้ยนจะถูกมัดไว้ด้วยโซ่แน่นหนา และถูกอักขระผนึกปิดกั้นการเพาะบ่มพลังเอาไว้ แต่มันก็ยังคงมีบรรยากาศของความไม่ยอมแพ้วนเวียนอยู่รอบกายเขา


    จากการสะบัดแขนขวา, เข็มจำนวนหนึ่งปรากฏขึ้นบนมือเนี้ยหลี่ “ร่างกายของเจ้าบรรจุอัดแน่นไปด้วยเลือดแห่งสายตระกูลมังกรดำ ข้าสามารถปลุกสายเลือดมังกรดำในตัวเจ้าได้ เพราะเป็นผู้สืบทอดสายเลือดมังกร, เมื่อสายเลือดเจ้าถูกปลุกตื่นขึ้นพลังกายของเจ้าจะสามารถบรรลุเข้าสู่ระดับตำนานเป็นอย่างน้อย”


     “ที่ท่านพูดมา, ท่านจะบอกว่าท่านสามารถทำให้ข้าเป็นผู้ชำนาญระดับตำนานได้งั้นหรือ” ร่างกายของเขาสั่นระรัวพร้อมกับมองดูเนี้ยหลี่อย่างไม่เชื่อนัก


        “ถูกต้องแล้ว พลังแห่งสายเลือดมังกรนั้นไม่ธรรมดา ถึงแม้ว่าจะเป็นระดับต่ำสุดของเผ่ามังกร มันก็ยังมีพลังมากพอที่จะต่อกรกับผู้เชี่ยวชาญระดับตำนานได้ แต่ถึงอย่างนั้น, เจ้าจะต้องเจอกับความทรมานสุดโหดเกินกว่ามนุษย์ซะก่อนถึงสิบวัน  หลังจากที่เจ้าทนผ่านมันมาได้ รากฐานร่างกายเจ้าถึงจะสามารถเข้าถึงพลังความแข็งแกร่งของระดับตำนานได้ แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังคงห่างชั้นกับระดับตำนานที่แท้จริงอยู่ดี ก่อนที่เจ้าจะได้รับพลังอันน่าพอใจนั้นมา เจ้าก็ต้องทนความเจ็บปวดดั่งที่ข้าเล่าไปให้ได้เสียก่อน” เนี่ยหลี่พูด


   “ไม่ว่าจะเป็นสิบวันหรือสิบปี ข้าก็จะทนมัน” ต้วนเจี้ยนพูดด้วยน้ำเสียงแน่วแน่


      “อย่าตัดสินใจไวไปนักเลย” เนี่ยหลี่พูดในขณะที่มองดูต้วนเจี้ยน ตัวเขาเองก็ยังคงพิจารณาการตัดสินใจเพื่อที่จะปลุกพลังมังกรให้ต้วนเจี้ยนครั้งนี้อยู่    แต่เพื่อการได้จัดการกับซิคง ยี่ ต้วนเจี้ยนก็ไม่ได้ดูมีความทุ่มเทที่ลดน้อยถอยลงไปแม้แต่น้อยเลย

ต้วนเจี้ยนที่คุกเข่าลงข้างหน้าเนี้ยหลี่ยืนอกผายออกแลดูมั่นคงและกล่าวขึ้น “เอาเลย”
 
“กินยาทิพย์นี้เสียก่อน” มันจะช่วยเจ้าฟื้นฟูพละกำลังให้เจ้า แล้วเราจะเริ่มกันหลังจากที่พละกำลังเจ้ากลับมาแล้ว เนี่ยหลี่พูดแล้วส่งยาทิพย์จำนวนหนึ่งไปให้ต้วนเจี้ยน

ต้วนเจี้ยนอ้าปากและกลืนมันลงไปทั้งหมดในทีเดียวและเริ่มรวมรวบพลัง เขาสามารถรู้สึกได้อย่างรวดเร็วว่าพลังงานในตัวเขาได้ถูกฟื้นฟูขึ้นอย่างมาก


      จากนั้นเนี่ยหลี่เริ่มใช้เทคนิคการฝังเข็มกับ ต้วนเจี้ยน เขารีบปักเข็มลงไปบนร่างของต้วนเจี้ยนอย่างต่อเนื่องเกิน30จุดในแนวลากยาวตามร่างกาย แม้ว่ามันจะเจ็บปวดอย่างมากในตอนเริ่มต้น แต่ต้วนเจี้ยนก็ออกอาการแค่เพียงขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย แต่อย่างไรก็ตามเมื่อเนี้ยหลี่ฝังเข็มลงไปบนร่างของต้วนเจี้ยนอีกจนครบทั้ง36จุด หน้าของต้วนเจี้ยนบิดเบี้ยวแสดงอาการเจ็บปวดขึ้นมาทันที

“อะ...อะ...อะอ๊ากกกกก” ต้วนเจี้ยนแหกปากปล่อยเสียง แผดร้องแลดูทุกข์เข็ญแสนสาหัสออกมา, มันช่างดูเจ็บปวดทรมานอย่างสุดแสนเสียเหลือเกิน


    ร่างกายของเขารู้สึกเหมือนราวกับว่ามันถูกเผาโดยคลื่นความร้อนที่หมุนเวียนวนอยู่ภายใน เลือดมังกรภายในตัวได้ถูกกระตุ้นขึ้นมาแล้ว


    การแหกปากที่ส่งเสียงออกมาด้วยความเจ็บปวดของต้วนเจี้ยนนั้นดังจนได้ยินไปไกลเกินบริเวณตำหนักสวนกลางบ้านเสียอีก



      เมื่อเหล่ายามที่รักษาการณ์อยู่บริเวณสวนกลางบ้านได้ยินเสียงร้อง พวกเขาช่วยไม่ได้เลยที่จะมองหน้ากัน ความเจ็บปวดที่ต้วนเจี้ยนได้รับและแหกปากออกมาพลอยทำให้พวกเขารู้สึกหลอนไปด้วย พวกเขาทุกคนนั้นล้วนรู้จักต้วนเจี้ยน แม้ว่าต้วนเจี้ยนจะเป็นคนทรยศและถูกละทิ้งจากตระกูลอย่างสมบูรณ์ แต่เขาก็ไม่เคยเลยซักครั้งที่จะแหกปากร้องด้วยความเจ็บปวดแบบนี้ แม้ว่าในตอนที่ถูกเฆี่ยนตีทั้งวันทั้งคืนก็ตามที


     ความจริงแล้ว, พวกเขานั้นก็รู้สึกเลื่อมใสในตัวต้วนเจี้ยนอยู่เล็กๆ เพราะว่าจะมีใครที่ไหนอีกล่ะที่จะทำได้เหมือนดั่งเช่นต้วนเจี้ยน? ที่สามารถแสดงอาการออกมาให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า เขานั้นไม่เคยมีความหวาดกลัวใดๆเลย และก็ไม่เคยคิดที่จะยอมอ่อนข้อให้ด้วย แม้ว่าเขาจะตกอยู่ภายใต้การทรมานอันโหดร้ายผิดมนุษย์ดั่งที่เขาได้ประสบมา


      แต่ตอนนี้, หลังจากที่ต้วนเจี้ยนถูกส่งเข้าไปได้ไม่นาน ก็กลับมีเสียงร้องครวญที่ดูทุกข์ทรมานแสนสาหัสดังออกมา สิ่งเดียวที่พวกยามรักษาการณ์จะจินตนาการได้คือ ความเจ็บปวดแบบไหนกัน?ที่ต้วนเจี้ยนกำลังได้เผชิญอยู่


        “ไม่อยากจะเชื่อเลย...ว่าคนที่ดูสุขุมเฉกเช่นคุณชายเหล่ย ชู, เมื่อเขาเข้าสู่การทรมานใครซักคนจะฉายแววน่ากลัวได้ถึงเพียงนี้”


       ทหารยามรักษาการณ์ทั้งหลายรู้สึกขนหัวลุกตั้ง เช่นเดียวกับจิตใจที่รู้สึกกลัวจนตัวสั่นไปหมด พวกเขามิอาจหาญกล้าที่จะจินตนาการถึงขั้นตอนในการทดลองตัวยาครั้งนี้เลย


ณ สวนในตำหนักหัวหน้าตระกูลปีกสีเงิน


    “ท่านหัวหน้าตระกูล” นายน้อยเหล่ย ชู เริ่มการลองตัวยาแล้วขอรับ ข้าได้ยินมาว่าไอ้ต้วนเจี้ยนนั้นเจอกับการทรมาน อย่างหนักเสียด้วย แม้ว่าเราจะเคยเฆี่ยนตีไอ้เด็กนั้นมายาวนานแต่มันก็ไม่เคยร้องออกมาให้ได้ยินเลย! แต่ตอนนี้หลังจากถูกนำตัวเข้าไปให้คุณชายเหล่ย ชู ที่ตำหนักกลางสวนของตระกูลเพียงไม่นาน เสียงร้องทุรนทุรายดูทนทุกข์ของไอ้เจ้าต้วนเจี้ยน มันก็ดังขึ้นจนได้ยินไปไกลตั้งหลายลี้เลยขอรับ!”


     ซิคง ยี่ คิ้วขมวด, เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่า เหล่ย ชูจะมีวิธีการพรรณนี้ ถ้ามันถูกนำมาใช้ในการสอบสวนมันก็น่าจะได้ผลดีเยี่ยมทีเดียว



    ซิคง ฮงหยู๋ มองมาที่ซิคง ยี่และถามขึ้น “ท่านพ่อ, ข้าคิดได้หลังจากที่กลับมา ว่าข้ารู้สึกว่าหลักฐานที่มาของเจ้าเหล่ย ชูนั้น มันช่างดูไม่ชอบมาพากลยังไงไม่รู้”


      ซิคง ยี่ พยักหน้าแล้วพูด “มันไม่สำคัญหรอก ฮงหยู๋ ว่ามันจะเป็นสมาชิกของตระกูลสีเงินจรัสแสงจริงๆหรือไม่ ตราบใดที่มันสามารถรักษาอาการป่วยของตระกูลปีกสีเงินของเราได้, บุคคล คนนี้ยังจะต้องคงอยู่ อย่างน้อยก็จนกว่าพวกเราจะได้สูตรรักษาอาการจากปากของมันมา พอหลังจากที่เราได้มัน เราก็จะสังหารไอ้เหล่ย ชูซะ!! ”


   เจตนามุ่งร้ายบอกใบ้ออกมาจากแววตาของซิคง ยี่และซิคง ฮงหยู๋ก็พยักหน้าเพื่อรับรู้ถึงมัน


ณ สวนกลางบ้านของตระกูล



    “เนี้ยหลี่, นี่นายทำอะไรกับเขาเนี่ย? นายไม่ได้กะจะใช้เขามาทดลองยาจริงๆใช่ไหม?” ตูเซอถามในขณะที่มองดูต้วนเจี้ยนผู้ซึ่งตอนนี้นอนม้วนดิ้นทุรนทุรายไปมาอย่างต่อเนื่อง ร่างกายเขาตอนนี้ก็ยังคงถูกมัดไว้ด้วยโซ่ เห็นแล้วมันช่างน่าเวทนาซะจริงๆ


      เสี่ยว หนิงเอ๋อเองไม่อยากจะเชื่อ ว่าเนี้ยหลี่จะใช้วิธีที่ผิดมนุษย์เพื่อจัดการกับต้วนเจี้ยน


       “ข้ากำลังสร้างโอกาสให้กับเขาอยู่ แต่มันก็ขึ้นอยู่กับตัวเขาเองด้วยว่าเขาจะไปได้สูงเพียงไหน ตอนนี้ที่เขาก็ทำได้เพียงแค่พึ่งโชคชะตาแล้วล่ะ” เนี้ยหลี่กล่าว “อย่าไปรบกวนเขา พวกเจ้าเร่งไปฝึกกันต่อเถิด”


ทุกๆคนกลับไปมุมตัวเองและเริ่มฝึกต่อ



   มันไม่นานเท่าไหร่นักที่ซิคง ยี่นำหินผลึกโลหิตจำนวนมากมาให้กับพวกเนี้ยหลี่ เนี่ยหลี่ได้ทำมันให้บริสุทธิ์ขึ้นแล้วแจกจ่ายแบ่งให้กับทุกๆคน จากนั้นทั้งกลุ่มเริ่มดูดซับพลังวิญญาณจากหินผลึกโลหิตอย่างบ้าคลั่งและเพ่งความสนใจไปที่การเพาะบ่มพลัง


      พลังวิญญาณถูกดูดออกมาจากหินผลึกโลหิตอย่างต่อเนื่องและถูกส่งไปยังเขตแดนวิญญาณ


      เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในวันที่สาม, เสี่ยว หนิงเอ๋อผู้ซึ่งฝึกเทคนิคปีกมังกรวายุอัสนี ก็ได้เข้าสู่ระดับโกลด์ เป็นที่เรียบร้อย ไม่กี่วันหลังจากนั้น, คนอื่นๆก็เริ่มทยอยเข้าใกล้จุดที่จะพัฒนาไปสู่ระดับโกลด์กัน ทั้งหมดทั้งมวลก็ล้วนเป็นผลลัพธ์จากหินผลึกโลหิตที่พวกเขาได้ทำการดูดซับติดต่อกันมาหลายวัน




ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น