วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 143 – The outside world

Tale of the demon and god novel Chapter 143 – The outside world

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 143 - โลกภายนอก


บทที่ 143 - โลกภายนอก


“ขอบคุณท่านลุง” เนี่ยหลี่กล่าวแล้วพยักหน้า มุมปากขดขึ้นเผยให้เห็นรอยยิ้มอ่อนๆ จิ้งจอกเฒ่าคงต้องคิดว่าเขาได้กำไรจากเรื่องนี้แน่ๆ ก็จริงอยู่! หญ้าเบิกสวรรค์นั้นไม่มีฤทธิ์เป็นพิษ อย่างไรก็ตามหลังจากบริโภคมันเข้าไปมากๆ ผู้ที่ทานเข้าไปก็จะเริ่มตกเป็นทาสของมัน นั้นก็หมายความว่าเมื่อหญ้าเบิกสวรรค์หมดลง ซิคง ยี่ก็จะไม่สนอะไรอีกนอกจากค้นหาหญ้าเบิกสวรรค์มาเพิ่มอย่างสุดกำลัง


      เนี้ยหลี่เองก็มีวิธีจะรักษาอาการของซิคง ยี่อยู่ แต่อย่างไรก็ตาม เขาเข้าใจถึงนิสัยใจคอที่โหดเหี้ยมเยี่ยงนี้ของ ซิคง ยี่ ตอนก่อนจะหายเขายังอาจจะยำเกรงเกรงกลัวเนี่ยหลี่อยู่ แต่ถ้าพอตาจิ้งจอกเฒ่าหายแล้วล่ะก็ ฮึ..ฮืม เนี้ยหลี่คงจะเสียไพ่ในมือทุกใบที่เขาจะสามารถควบคุมได้ไปแน่แท้


     ซิคง ยี่กล่าวอย่างดัง “ทหาร! เตรียมจัดงานเลี้ยง,ข้าจะเป็นเจ้าภาพเลี้ยงต้อนรับหลานเหล่ย ชูคนนี้เอง”


     ลึกเข้าไปในใจของเนี้ยหลี่ เขาคิดได้ว่า หนิงเอ๋อ,หลู่เปียวและคนอื่นๆยังคงอยู่ข้างนอก,แล้วแบบนี้ข้าจะติดต่อกับพวกเขาได้ยังไง? ถ้าหนิงเอ๋อกับคนอื่นๆเห็นเขาหายไปนานๆแบบนี้ พวกเขาก็คงจะพลิกภูเขาค้นหาแน่ และถ้าเป็นเช่นนั้น พวกเขาอาจจะมีโอกาสประสบกับเรื่องร้ายๆก็เป็นได้ เนี้ยหลี่เองก็ตระหนักว่าถ้ามีจำนวนคนมาที่นี้มากไป มันก็จะไม่ค่อยจะดีนัก แต่อย่างั้นก็เถอะเขาก็เลือกที่จะพาพวกพ้องมาที่นี่ แต่จะให้ดีเขาต้องหาวิธีอื่นเพื่อรับมือกับตาเฒ่าซิคง ยี่




     เนี้ยหลี่หันหน้ากล่าวไปทางซิคง ยี่ “ท่านเจ้าตระกูล ข้าจำต้องเดินทางลงเขาไป เพื่อนๆของข้ากำลังรอคอยข้าอยู่ด้านล่างเขา”


      “โอ้?เพื่อนเหรอ?” ซิคง ยี่คิ้วขมวดและคิดอะไรบางอย่างจากนั้นจึงพูดขึ้นว่า “เพื่อนของหลานก็เหมือนเพื่อนของพวกเรา ข้าจะส่งคนไปซักกลุ่มเพื่อรับพวกเขามาที่นี่!”


     “ข้าควรจะต้องเดินทางไปเอง ถ้าหากเพื่อนๆของข้าเกิดปะทะกันกับคนของท่าน,มันจะเป็นปัญหาซะเปล่าๆ” เนี่ยหลี่กล่าว


      “ได้สิ, งั้นให้ ฮงหยู๋ไปกับเจ้า” ซิคง ยี่กล่าว ด้วยความแข็งแกร่งของฮงหยู๋, นางสามารถที่จะหยุดยั้งระดับเงิน5ดาวเช่นเนี้ยหลี่ได้ง่ายดาย


      ด้วยการร่วมทางมากับฮงหยู๋ เนี่ยหลี่เดินทางลงจากเขามาพบกับหนิงเอ๋อและคนอื่นๆ


     หลู่เปียวถอนหายใจอย่างโล่งอกและพูดขึ้น “เนี้ยหลี่ในที่สุดนายก็กลับมาซะที นายเล่นหายไปซะนานเลยนะ พวกเราก็เป็นห่วงแทบแย่และกำลังจะขึ้นไปตามหาบนเขาอยู่แล้วเชียว”


      เนี้ยหลี่และ เสี่ยว หนิงเอ๋อสบตากัน จากนั้นเนี่ยหลี่จึงกล่าวขึ้น “หลังจากขึ้นไปบนเขา,ข้าได้พบกับท่านลุง เขามาจากตระกูลปีกสีเงินผู้มีสายสัมพันธ์กับตระกูลสีเงินจรัสแสงของข้าจนก่อนที่จะถึงยุคมืด!”


      เนี้ยหลี่ไปเป็นสมาชิกตระกูลสีเงินจรัสแสงตั้งแต่เมื่อไหร่วะเนี่ย?  ตูเซอเหลือบไปเห็นสตรีที่ยืนรออยู่ข้างหลังเนี่ยหลีก็เข้าใจทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น


     เสี่ยว หนิงเอ๋อและคนอื่นๆก็ค่อยๆเริ่มเข้าใจสถานการณ์ที่เนี้ยหลี่จะสื่อในไม่ช้าหลังจากนั้น พวกเขาเป็นคนฉลาดมีไหวพริบดีจึงเข้าใจได้ว่า เนี่ยหลี่คงกำลังหลบซ่อนความจริงอะไรบางอย่างกับคนพวกนั้น

    แต่ก็ยังมีคนที่ทุกคนเป็นห่วงนั้นก็คือ หลู่เปียว

แววตาของ ซิคงฮงหยู๋ กำลังสังเกตท่าทีตอบสนองของตูเซอและพรรคพวก และแล้วมาหยุดการสังเกตอยู่ที่หลูเปียวที่ปฏิกิริยาดูแปลกๆ

หลู่เปียวดูตกตะลึงขณะที่จ้องมองซิคง ฮงหยู๋อย่างเห็นได้ชัด เสี่ยว เซี่ยยกระทุ้ง ลู่เปียวด้วยแขนของเธอ เมื่อลู่เปียวมองกลับมาก็หลุดจากภวังค์และได้สติ ดวงตาของเขาเบิกโตขึ้นและถามเนี่ยหลี่ว่า “เนี่ยหลี่,นางเป็นใครน่ะ? รูปร่างนางดูช่างแข็งแกร่งซะจริงๆ!”

ที่เมื่อกี้ข้าดูตะลึงๆก็เพราะกำลังมองความแปลกของนางเนี่ยแหละ ซิคง ฮงหยู๋ขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย

“หลู่เปียว, หยุดพูดบ้าๆเลยนะ นี่พี่สาวของข้านะ !” เนี้ยหลี่พูดขึ้นทันทีเพื่อให้รู้สึกเบาใจขึ้น


     “ฮี่ฮี่, ขอโทษทีๆข้าหลุดสำรวมไปนิด พี่สาว, ท่านชื่ออะไรหรือ?” ลู่เปียวจ้องมองซิคงฮงหยู๋แบบหื่นๆพิลึก ที่เขาต้องแสร้งหื่นก็เพื่อที่จะแสดงตัวตนจริงๆของเขา ว่าจริงๆเขานั้นไม่มีอะไรดูผิดปรกติ


   “ซิคงฮงหยู๋” นางตอบกลับมาอย่างเย็นชา ถ้ามิเพราะว่าตระกูลปีกสีเงินต้องการบางสิ่งจากเนี้ยหลี่ นางก็อยากที่จะสมนาคุณ กับผูกมิตรแบบนี้ให้กับเจ้าเด็กหนุ่มคนนี้ซะจริงๆ

“หลู่เปียว, นี่นายกล้าหลีหญิงต่อหน้าข้าเลยเรอะ? อยากตายใช่มั๊ย?”

เสียงดังตั๊บ! เสี่ยวเซี่ย ฟาดลูเปี่ยวเข้าไป1ครั้ง จากนั้นลู่เปียวโอดครวญจากการโดนตีอย่างต่อเนื่อง อีกหลายครั้ง และนั่งยองๆเอามือกุมหัวไว้


   ซิคงฮงหยู๋หาได้สนใจท่าทีเหล่านั้นโดยสิ้น นางหมุนตัวแล้วพูดขึ้นว่า “ไปกันได้แล้ว”


    ทั้งกลุ่มเดินตามซิคง ฮงหยู๋ไป เนี้ยหลี่จงใจเดินช้าลงและใช้สายตาจ้องมองตอบโต้สื่อสารกับกลุ่ม เพราะถึงเขาจะลดเสียงลงเพื่อพูดบางอย่าง มันก็ไม่สามารถหนีรอดหูระดับโกลด์5ดาวเฉกเช่นซิคงฮงหยู๋ไปได้

 ตระกูลปีกสีเงิน,ปราสาทที่ตั้งอยู่บนต้นไม้ใหญ่ยักษ์

     ณ ห้องโถงที่บรรจุคนประมาณ100คน ผู้ซึ่งกำลังโยนไวน์ส่งต่อกันเป็นทอดๆ


        “หลานข้า, มาๆข้าจะเทไวน์ใส่ถ้วยให้” ซิคง ยี่หยิบแก้วมาแล้วพูดเสียงดังขึ้นว่า “หลานเหล่ย ชู คนของตระกูลสีเงินจรัสแสง,แขกคนสำคัญ ต่อไปไม่ว่าเขาจะไปที่ไหนแห่งใดเขตตระกูลปีกสีเงินของเรา จะไม่มีใครขัดขวางเขา และถ้าเขามีความต้องการอะไร พวกเจ้าทั้งหลายก็จงทำตามคำขอให้เขาอย่างดีที่สุด!”


    หลังจากได้ยินคำพูดของซิคง ยี่ สมาชิกของตระกูลปีกสีเงินก็มองหน้ากัน จากนั้นก็หันมามองเนี่ยหลี่อย่างประหลาดใจว่าเขาเป็นใครกัน ถึงได้รับความใส่ใจจากหัวหน้าตระกูลขนาดนี้


        ซิคง ยี่จ้องมองกวาดตาผ่านไปยัง ตูเซอและคนอื่นๆที่ช่วยไม่ได้เลยที่จะรู้สึกกดดัน เพราะหลังจากที่ถึงสถานที่แห่งนี้ พวกเขาก็ได้รับข้อมูลเพิ่มเติมจาก เนี่ยหลี่ จากนั้นหัวใจของพวกเขาก็ถูกกระตุ้นด้วยความกลัวด้วยเรื่องที่ซิคง ยี่เป็นถึงผู้เชี่ยวชาญระดับตำนาน


        “เจ้าและเพื่อนๆของเจ้าเป็นแขกผู้มีเกียรติของตระกูลปีกสีเงิน คิดซะว่าเป็นบ้านของเจ้า ไม่ต้องอึกอักลังเลไปหรอก!” ซิคง ยี่พูดและหัวเราะเสียงดัง


      “ขอบคุณครับท่านหัวหน้าตระกูล” ตูเซอและคนอื่นๆประสานมือคารวะ


      คนที่ยังดูนิ่งสงบภายใต้เจตนาแอบแฝงของซิคง ยี่อยู่ ก็คงมีเพียงผู้เดียวคือ เนี้ยหลี่ แม้แต่เสี่ยว หนิงเอ๋อก็ยังดูเกร็งๆนิดๆซึ่งสามารถสังเกตได้จากใบหน้าของนางที่แสดงออกมา


       เนี้ยหลี่ บีบมือนางเบาๆใบ้ให้นางทำตัวผ่อนคลายขึ้นทันใดนั้น,เสียงแส้ฟาดเป็นชุด ก็ดังจนทำให้ได้ยินไปทั่ว  ดึงความสนใจของทุกๆคนไปยังมุมของห้องโถง ที่เสาหินนั้นแท่งนั้นยังปรากฏร่างของเด็กหนุ่มที่ถูกมัดอยู่ เด็กหนุ่มคนนั้นยังคงถูกทรมาณจนถึงบัดนี้ และคนส่วนใหญ่ในห้องโถงก็เห็นพ้องด้วยกับการ ทรมาน นั้น พวกเขาหัวเราะคิกคักเบาๆดูไม่แยแสกับมัน


    เสี่ยว หนิงเอ๋อไม่สามารถทนต่อไปได้จึงถามเนี่ยหลี่ขึ้นว่า “เขาเป็นใครน่ะ”


    “สมาชิกของตระกูลปีกสีเงิน”

   เนี่ยหลีจึงเล่าถึงจุดเริ่มต้นและรายละเอียดของเรื่องราวทั้งหมด

      เสี่ยว หนิงเอ๋อก้มคอต่ำลงแล้วพูดพึมพำด้วยเสียงแผ่วเบา “พ่อแม่ของเขาตายหมดแล้วหรือ และตัวเขาเองก็มาถูกเฆี่ยนตี ทรมานอยู่แบบนี้นะหรือ,น่าสงสารจัง!”


     เนี่ยหลี่มองไกลออกไป ดวงตาของเด็กหนุ่มเติมเต็มไปด้วยความไม่ยอมอ่อนข้อและเกลียดชัง ปีกสีทองเข้มบนหลังของเขาถูกมัดไว้ด้วยโซ่ พรสวรรค์ของเด็กหนุ่มน่าจะดีเยี่ยมไม่เบา อย่างไรก็ตามถ้าเนี่ยหลี่ช่วยชีวิตเขาเขาน่าจะนำเรื่องมาให้เสียมากกว่า พิจารณาแล้วเด็กหนุ่มคนนั้นน่าจะเป็นดั่งเสี้ยนหนามในสายตาของซิคง ยี่


      ทันใดนั้น ความคิดดีๆก็แวบขึ้นในสมองของเนี่ยหลี่


      หลังจากดื่มไวน์ไปอีกซักพักหนึ่ง เนี่ยหลี่ก็พูดกับซิคง ยี่ที่ดูมีท่าทีที่เริ่มมึนเมา “ท่านลุงข้ามีคำขอขอรับ ข้าจะรู้สึกเยี่ยมมากเลยถ้าท่านลุงตกลงให้ตามคำขอ”


     “อะไรรึ? เจ้าว่ามาได้เลย” ซิคง ยี่พูดแล้วหัวเราะ


     เนี่ยหลี่ชี้ไปที่เด็กหนุ่มที่ถูกล่ามโซ่ที่อยู่ห่างออกไปแล้วกล่าวต่อว่า “ข้าต้องการเขาคนนั้น”


    “จะเอามันไปทำอะไรรึ” การไต่ถามของซิคง ยี่มาพร้อมกับแววตาแหลมคมที่ฉายแววออกมา ไอ้เด็กหนุ่มนั้นเป็นคนทรยศของตระกูลปีกสีเงิน!”


       เนี่ยหลี่เผชิญหน้ากับสายตาที่เหลือบมองมาของซิคง ยี่โดยไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวใดๆ เขายิ้มอ่อนๆและพูดต่อไปว่า “ข้าเห็นว่าไอ้เด็กหนุ่มนั่นเป็นเสี้ยนหนามในสายตาของท่านลุง และยังเป็นไอ้คนทรยศของตระกูลปีกสีเงิน และทุกๆคนคงอยากกำจัดเขาออกไปให้ได้ไวๆ อย่างไรก็ตามท่านลุงมัดเขาไว้ตรงนั้นและเฆี่ยนตีอย่างต่อเนื่องแบบนี้ มันจะเป็นเยี่ยงอย่างให้สมาชิกอื่นจดจำใช่ไหมล่ะ แต่ข้ามีวิธีที่ดีกว่านั้น!”


      “วิธีอะไรล่ะ” ซิคง ยี่ดื่มไวน์ต่อไปอย่างนิ่งๆ



   “เอามันไปเป็นตัวอย่างทดลองยา” เนี่ยหลี่กล่าว  “แม้ว่าข้าจะมีความมั่นใจแน่นอนว่าจะรักษาท่านลุงจากอาการป่วยได้ สมุนไพรบางตัวมีอยู่แล้ว แต่กระนั้นสมุนไพรบางตัวยัง มีไม่เพียงพอ สมุนไพรหลายๆตัวล้วนหาได้จากโลกภายนอก หากมีสมุนไพรซักตัวสองตัวที่ไม่ถูกต้อง ข้าคงจะไม่สามารถรักษาอาการป่วยของท่านได้ ข้าเกรงว่าข้าจะไม่สามารถแบกความรับผิดชอบจากความผิดพลาดเอาไว้ได้ เช่นนั้นถ้าข้าอยากจะหาใครซักคนมาลองยาข้าจะได้ไหม ถือซะว่าให้เขาได้อุทิศตัวเองครั้งสุดท้ายเพื่อตระกูลปีกสีเงินเถอะ”


      ซิคง ยี่ มองมาที่เนี่ยหลี่และพยายามหาว่าไอ้เด็กนี่มันพยายามจะโกหกหรือไม่ ในขณะที่เนี่ยหลี่เองก็ดื่มไวน์ในถ้วยไปอย่างนิ่งสงบ โดยแสร้งทำเป็นว่าไม่ได้แยแสอะไรกับมัน


       “ได้, ให้มันได้เป็นตัวลองยาให้เจ้าละกัน” ซิคง ยี่ พูดอย่างนุ่มนวล ภายใต้อาณาเขตของตระกูลปีกสีเงิน, เขาไม่เชื่อว่าเนี่ยหลี่จะสามารถหนีไปไหนได้



        “นอกจากเรื่องนี้, ข้ายังมีคำขออีกข้อหนึ่ง” เนี่ยหลี่ยิ้มอ่อนๆและพูดไป “ถึงแม้ว่ามันจะเป็นความปรารถนาส่วนตัวของข้า แต่ข้าก็รู้มาว่าในดินแดนของท่านลุงนั้นมีเหมืองหินผลึกโลหิตอยู่ มันจะเป็นไปได้ไหมถ้าข้าจะขอหินผลึกโลหิตของท่านซักหน่อย”


   
        “แค่หินผลึกโลหิต, ข้ามีอยู่เยอะแยะไป เจ้าหยิบเอาเถอะ เอาไปได้เลย” จากนั้นมือขวาของซิคง ยี่ทุบลงบนผิวโต๊ะ “ถ้าเจ้าไม่สามารถปรุงยาออกมาได้ในหนึ่งหรือสองเดือน......”



      เนี่ยหลี่พูดสวนขึ้นมาทันที “จะผลิตยาในเดือนสองเดือนมันเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน แต่อย่างไรข้าก็ยังสามารถปรุงยาเพื่อบรรเทาอาการป่วยของท่านลงได้” เนี้ยหลี่พูดต่อเนื่องทันที “มันจะสามารถฟื้นฟูการเพาะบ่มพลังของท่านลุงได้ด้วยและบรรเทาปวดจากอาการป่วยไปในตัว”



      ได้ยินคำพูดของเนี้ยหลี่, ซิคง ยี่ก็รู้สึกโกรธขึ้นมานิดๆแต่เขาก็ไม่สามารถจะทำอะไรได้ เรื่องที่จะพยายามให้เนี่ยหลี่ปรุงยาขึ้นมาในช่วงระยะเวลาอันสั้นมันก็ดูไม่น่าเป็นไปได้จริงๆ แต่ถ้าสามารถบรรเทาอาการเจ็บปวดได้เขาก็ยังพอรับได้อยู่ แม้กระนั้นพลังเพาะบ่มของซิคง ยี่นั้นสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้ตระกูลปีกสีเงินได้ถึงความปลอดภัย จากที่ผ่านมาไม่นานอาการป่วยของซิคง ยี่ก็เริ่มแย่ลง มันทำให้ตระกูลของศัตรูไม่น้อยเริ่มเคลื่อนไหว


    ซิคง ยี่ พยักหน้าและกล่าวขึ้นว่า “ได้,ถ้าเช่นนั้นหลานก็จงปรุงมันมาเถิด”


     มุมปากของเนี้ยหลี่ผุดรอยยิ้มขึ้น มันเป็นไปไม่ได้เลยที่ ซิคง ยี่จะให้เขาแจกจ่ายยาทั้งหมดออกไปเฉกเช่นเดียวกันกับที่จะไม่ปล่อยให้เนี้ยหลี่ออกไปได้ครบสามสิบสอง อย่างยังไงตอนนี้เนี้ยหลี่มีวิธีควบคุมซิคง ยี่แล้ว ฉะนั้นเขาจึงไม่ต้องกังวลอะไร เนี้ยหลี่พูดต่อ “ท่านลุง,ถ้าข้าจะปรุงยาให้ได้ครบถ้วน ข้าก็จำจะต้องออกจากเขตแดนไปยังโลกภายนอก”


    “โลกภายนอก?” ซิคง ยี่แย้มให้เห็นถึงความอึกอักลังเลของเขา


      “มันไม่จำเป็นต้องไปทั้งตระกูลหรอก ส่งคนไปซักกลุ่มเพื่อเก็บตัวยาก็เพียงพอแล้วขอรับ” เนี้ยหลีกล่าว


      ซิคง ยี่ตอบกลับมาว่า “แต่ข้าไม่รู้ว่าจะออกไปจากห้วงบริเวณนี้ได้อย่างไร ตั้งแต่บรรพบุรุษของเราเข้ามาที่แห่งนี่ พวกเราก็ไม่สามารถกลับออกไปได้อีก”


      “ในป่าห่างไกลนั้น  มีอาณาเขตเคลื่อยย้ายต่างมิติอยู่ แต่อย่างไรก็ตาม, เพื่อที่จะกระตุ้นอาณาเขตให้มันทำงาน พวกเราต้องการหินศิลาแห่งแสง 23 ก้อน เมื่อเราค้นพบหินศิลาแห่งแสงแล้ว เราก็จะสามารถออกไปได้” เนี่ยหลี่กล่าวขึ้นดั่งโยนภาระหาหินศิลาแห่งแสงไปให้ซิคง ยี่ เพื่อที่จะรักษาอาการของซิคง ยี่ เอง ตัวเขาไม่สามารถปฏิเสธอะไรได้


      หลังจากได้ยินคำของเนี้ยหลี่ ซิคง ยี่ไตร่ตรอง อยู่ซักพักหนึ่ง แล้วคิดได้ว่าแม้ว่าเขาจะเปิดอาณาเขตเคลื่อนย้ายต่างมิติ แต่เขาก็สามารถทำลายมันลงเวลาใดก็ได้ จากนั้นซิคง ยี่จึงพยักหน้า “ก็ได้!! ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเอง”


   



ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น