วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 140 – Demon Lord?

Tale of the demon and god novel Chapter 140 – Demon Lord?

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 140 - เจ้าอสูร?


บทที่ 140 - เจ้าอสูร?


          ไม่รู้ว่าเนี่ยหลี่ คิดอะไรอยู่ในใจ พวกเขาไม่ได้พูดอะไรกันแล้วเดินต่อไปข้างหน้า
       

      บนท้องฟ้าสีเทา บางครั้งฝูงนกก็บินผ่านมาทางพวกเขา เสียงกรีดร้องแหลมสูงเพิ่มบรรยากาศที่ประหลาดในยามค่ำคืน แต่นกเหล่านี้มีขนาดใหญ่เพียงแค่ผลปาล์มเมื่อเทียบกับสัตว์อสูรขนาดยักษ์ บนท้องฟ้าที่เจอก่อนหน้านี้ ขนาดคงมีความแตกต่างมากเกินไป
       

        ตูเซอและ หลู่เพียว ที่เดินตามหลัง และระมัดระวังตัวเป็นอย่างมาก  สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยอันตรายที่ซ่อนอยู่ พวกเขาไม่มีทางเลือกมากนัก ทำได้แค่เพียงคอยต้องระมัดระวังตัวให้ดีเท่านั้น
       

     "นั่นคืออะไร?" ตูเซอเลิกคิ้วของเขาขึ้น แล้วชี้ไปที่ถิ่นทุรกันดารข้างหน้า
       
 
      เนี่ยหลี่ มองไปยังทิศทางที่ ตูเซอชี้ไป เขาสามารถมองเห็น ลาง ๆ ในถิ่นทุรกันดารห่างไกล อนุสาวรีย์ขนาดใหญ่ยืนตระหง่านอยู่
       

    เนี่ยหลี่ คิดเพียงครู่เดียวแล้วพูดว่า “พวกเราจะไปดูกัน”
       

       กลุ่มของพวกเขาเดินไปยังทิศทางของอนุสาวรีย์ขนาดใหญ่ ขณะที่พวกเขาไปยืนดูอยู่ใกล้ ๆ  พวกเขารู้สึกถึงความกดดัน ที่แผ่ออกมา ทำให้รู้ลึกหายใจได้อย่างลำบาก
       

      “เจ้านี่มันคืออะไรกันแน่?”




   หลู่เพียว อยากรู้อยากเห็นในเรื่องนี้มาก แม้ว่าจะได้รับแรงกดดันอย่างหนัก แต่พวกเขาก็ยังคงสำรวจต่อไป
       

      ภูติโลหิตหลายตัวเข้าประกบกลุ่มของเนี่ยหลี่  แต่หลังจากที่ได้รับรู้ถึงแรงกดดัน พวกมันรีบกระจายตัวและวิ่งหนีไป เห็นได้ชัดว่าอนุสาวรีย์ขนาดใหญ่นี้ ส่งผลกระทบกับภูติโลหิตมาก
       

   “พวกเจ้ารออยู่ตรงนี้ ข้าจะลองเข้าไปดูหน่อย”



     เนี่ยหลี่  สั่งให้ทุกคนระมัดระวังตัวมากขึ้น เขาผสานร่างกับจิตอสูรเงาพราย แล้วค่อย ๆ เดินไปใกล้อนุสาวรีย์ขนาดใหญ่นั้น
       

     “ระวังตัวด้วยนะ!”

   เสี่ยวหนิงเอ๋อและพวกตะโกนบอกเนี่ยหลี่  จากจุดที่พวกเขายืนรออยู่
       


        ตอนที่เขายืนอยู่ห่างออกไปหลายเมตร เนี่ยหลี่ เงยหน้ามองอนุสาวรีย์ขนาดใหญ่ได้อย่างชัดเจน ความสูงของอนุสาวรีย์ขนาดใหญ่คือประมาณสูงหลายสิบเมตร มีโทนสีเทา เนี่ยหลี่ ไม่รู้ว่าอนุสาวรีย์ทำมาจากสิ่งใด
       

        อนุสาวรีย์ขนาดใหญ่มีรอยแกะสลักด้วยอักษรโบราณ 6 รูปแบบ เนี่ยหลี่ รู้อยู่คร่าว ๆ แค่รูปแบบเดียว
       


       “ผู้ใดที่ติดข้ามข้าจะได้รับเกียรติยศ ส่วนผู้ใดที่ต่อต้านข้ามันจักต้องพินาศ ตลอดชีวิตของข้า ผู้ที่มีพรสวรรค์อันเป็นความสามารถพิเศษ ได้เริ่มเข้าใจเมื่อตอนอายุได้สิบขวบ  ข้าสามารถแยกภูเขาทลายหินผาได้  เข้าใจความอ่อนโยนของอาณาจักรตอนอายุได้สิบสามปี ทำให้แม่น้ำเหือดแห้งด้วยมือของข้า ตอนอายุสิบหกเข้าใจลึกซึ้งเกี่ยวกับจิตวิญญาณอสูร และทะลวงข้ามผ่านระดับตำนาน ตอนอายุสามสิบ ไม่มีผู้ในใต้ผืนฟ้าแห่งนี้ที่จะต่อต้านการโจมตีของข้าได้ ข้าได้ต่อสู้กับผู้เชี่ยวชาญสูงสุดทั่วโลกและไม่เคยลิ้มรสความพ่ายแพ้ เข้าใจขอบเขตของตนเองเมื่ออายุได้สี่สิบ เปิดภูมิปัญญาล่วงรู้ในอดีตและปัจจุบัน  ตอนอายุห้าสิบได้รับรู้ภัยพิบัติที่กำลังจะมาถึง ทิ้งร้างราชบัลลังก์และจากมา เหลือทิ้งไว้เพียงถ้อยคำสิบคำ ที่จะส่งผ่านไปยังรุ่นต่อไป... ”

       

        หลังจากที่อ่าน ข้อความบนอนุสาวรีย์ขนาดใหญ่เนี่ยหลี่ ก็ตกใจ เขาไม่เคยคิดว่าอนุสาวรีย์โบราณนี้จะถูกทิ้งไว้โดยจักรพรรดิคงหมิง จากอนุสาวรีย์นี้ เนี่ยหลี่ อาจรู้สึกว่าจักรพรรดิ คงหมิงจะต้องเป็นคนที่มีมีความสามารถมากในช่วงชีวิตของเขา
       



          สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เนี่ยหลี่ นั้นตกใจ  คือการที่จักรพรรดิคงหมิงเข้าใจขอบเขตของตนเมื่ออายุสี่สิบปี และก็สามารถล่วงรู้อดีตและปัจจุบัน  แล้วอดีตและปัจจุบัน ที่ว่าหมายถึงสิ่งใดกัน?
       

     เนี่ยหลี่ รู้สึกว่า จักรพรรดิคงหมิง กับ ตำราภูติห้วงกาลลี้ลับ อาจจะมีความเกี่ยวข้องกันอย่างใกล้ชิด บางทีจักรพรรดิคงหมิง อาจจะเป็นกุญแจที่ไขความลับของมัน
       

  “ถ้อยคำสิบคำที่จักรพรรดิคงหมิงทิ้งเอาไว้เบื้องหลัง”
       

       เนี่ยหลี่ จ้องมองตรงส่วนด้านล่างของอนุสาวรีย์โบราณ แต่มีรอยขีดข่วนบนอนุสาวรีย์โบราณเป็นรอยที่เกิดขึ้นจากของมีคมบางอย่าง ทำให้ถ้อยคำไม่ชัดเจนจนมองไม่ออก
       


      “ถ้อยคำที่จักรพรรดิคงหมิงทิ้งเอาไว้เบื้องหลัง ทำไมถึงได้ถูกขูดออก” เนี่ยหลี่ เลิกคิ้วขึ้น อาจจะเป็นไปได้ว่าคนที่มาถึงที่นี่ก่อนเขา หลังจากที่ได้เห็นถ้อยคำทั้งสิบแล้ว เพื่อไม่ให้ใครได้มาเห็นอีก จึงได้ขูดลบมันออก?
       

         หลังจากที่เนี่ยหลี่ ได้นั่งตรึกตรองเป็นเวลานาน ทั้งซากปรักหักพังของเมืองกล้วยไม้โบราณ และถิ่นทุรกันดารนี้ มีสิ่งที่จักรพรรดิคงหมิงทิ้งไว้เบื้องหลัง เพียงแต่ว่าสิ่งที่จักรพรรดิคงหมิงพยายามทำคือสิ่งใด?
       


         หลังจากการตรวจสอบบริเวณด้านข้างของอนุสาวรีย์โบราณ ก็ไม่ได้พบสิ่งอื่นใดอีก เขาก็เกิดประกายความคิดขึ้นมา มือของเขาสัมผัสรอยขูดและรูปแบบจารึกลึกลับ อย่างช้า ๆ และ ขยายเป็นวงกว้างขึ้นทั่วโบราณสถาน
       


            "ไม่เคยคิดเลยว่าจักรพรรดิคงหมิงจะบรรลุระดับตำนาน หลังจากที่เขาตั้งอนุสาวรีย์นี้  เมื่อเขาแกะสลักคำพูดเหล่านั้น ล้วนออกจากความตั้งใจของเขาที่อยู่ภายใน  แม้ว่าใครบางคนจะมาขูดลอกข้อความนั้นออกไป   มันเป็นไปไม่ได้ที่จะขูด ความตั้งใจจักรพรรดิคงหมิงออกได้. "
       

จากนั้นเนี่ยหลี่ ก็มองเห็นภาพในความคิดขึ้นมา



ราวกับว่าเขาอยู่ในท้องฟ้าที่ห่างไกล ชายวัยกลางคนสวมเสื้อคลุมสีขาว ยืนอยู่ตรงนั้นอย่างเงียบ ๆ





“ข้าคือใคร? ข้ามาจากที่ใด? และข้ากำลังจะไปที่แห่งหนใด? ในสายตาของข้า ชีวิตนับไม่ถ้วนได้แตกสลายไป และชีวิตอีกนับไม่ถ้วนที่กำลังเกิดขึ้นมา สิ่งที่มีชีวิตที่ต้องดิ้นรนในวงจรของการเกิดใหม่ อย่างไรก็ตาม สายเลือดรุ่นต่อไปก็จะเป็นผู้ทีได้รับมรดก มนุษยชาติล้วนดำเนินอย่างเสมอต้นเสมอปลาย ตามเส้นทางอันสูงส่ง  หรือที่นี่จะเป็นที่สิ้นสุดของเส้นทาง” ขณะที่ชายในเสื้อคลุมสีขาวถอนหายใจ



“เส้นทางที่ว่าคือสิ่งใดกัน?”



"เส้นทางที่ว่าคืออะไร?" เนี่ยหลี่ นึกอยู่ในใจ
นี่คือสิ่งที่ผู้คนติดอยู่หลังจากที่ทะลวงผ่านระดับที่เหนือกว่าตำนานแล้ว

       
“การมีอยู่ของเส้นทาง”
       


        ผู้เชี่ยวชาญนับไม่ถ้วนที่ต้องต้องผิดหวังกับการค้นหา แต่ไม่พบเจอกับสิ่งใด หนทางเส้นเดียวที่อยู่ในใจ  จักรพรรดิคงหมิง คงจะสามารถเข้าใจถึงหนทางนี้ ในสถานที่แห่งนี้และทิ้งอนุสาวรีย์โบราณนี้ไว้ สิ่งที่เนี่ยหลี่ ยังสงสัยคือ หลังจากที่ข้ามผ่านเวลามาเนิ่นนาน กลับไม่มีเอกสารหลักฐานใด ๆ ที่ระบุว่า จักรพรรดิคงหมิง ได้ก้าวข้ามผ่านระดับตำนาน
       


       อาจจะเป็นไปได้ว่าหลังจากที่จักรพรรดิคงหมิง ได้เข้าใจทุกอย่างแล้ว เขาเดินทางไปยังพื้นที่อื่นที่ห่างไกลและไม่ได้อยู่ในบริเวณของแผ่นดินนี้
บุคคลลึกลับที่ก้าวข้ามระดับตำนานได้ก่อนข้า และจากนั้นก็หายสาปสูญไป เนี่ยหลี่  พึมพำ
       


       “ไม่มี, ปลายทาง, เมื่อ, ไม่มี, จุดเริ่มต้น , ไม่มี, จุดเริ่มต้น, ก็, ไม่มี, จุดสิ้นสุด” ชายในเสื้อคลุมสีขาวถอนหายใจ

       หลังจากนั้นก็เดินไปทางด้านหลัง


(ตรงส่วนนี้ จะสลักสิบคำนี้ไว้  无极本无始 无始方无尽 อ่านว่า หวู จี เติ่ง หวู ฉี่ หวู ฉี่ ฟาง หวู จิน)
       


       เนี่ยหลี่ นึกถึง ถ้อยคำที่จักรพรรดิคงหมิงทิ้งไว้เบื้องหลัง  ก็รู้สึกตกใจ เมื่อตอนที่เขามีตำราภูติห้วงกาลลี้ลับ เขาเคยเห็นถ้อยคำทั้งสิบนี่มาก่อน  ถ้อยคำทั้งสิบที่เขียนลงบนแผ่นกระดาษก็ลึกซิ้งมาก เนี่ยหลี่ ไม่นึกมาก่อนเลยว่า นี่คือสิ่งที่จักรพรรดิคงหมิง ได้เข้าใจ
       


       ตอนนั้น เนี่ยหลี่ คิดว่ามันถูกทิ้งไว้โดยผู้เชี่ยวชาญบางคน  ณ เวลานั้นเนี่ยหลี่ ได้บรรลุถึงขอบเขต ที่ว่าแม้แต่ผู้เชี่ยวชาญระดับตำนานยังไม่สามารถแม้แต่จินตนาการได้ แต่ตอนนั้นเนี่ยหลี่ ก็ไม่สามารถเข้าใจความหมายของถ้อยคำทั้งสิบได้ เนี่ยหลี่ ไม่เคยคิดว่า ถ้อยคำทั้งสิบนี้ถูกทิ้งไว้หลังจากที่จักรพรรดิคงหมิง ข้ามผ่านระดับตำนาน
       


        นึกถึงเมื่อชาติที่แล้วของเขา จู่ ๆ เนี่ยหลี่  ก็มีความเข้าใจอย่างลึกซ้ำต่อคำบางคำเหล่านี้ ข้อความทั้งสิบคำหมายถึงความจริงของชีวิต มรดกของชีวิตที่ไม่มีที่สิ้นสุด เนี่ยหลี่ ได้เข้าใจเพียงบางส่วนของประโยคทั้งหมด
       



           ทันใดนั้นเนี่ยหลี่ รู้สึกถึงขอบเขตวิญญาญของเขา พลุ่งพล่าน แรงจิตวิญญาณของเขาขยายตัวออกและเอ่อล้น เข้าไปใน จิตวิญญาณของ อสูรเงาพราย และ จิตวิญญาณของแพนด้าเขี้ยวอสูร วิญญาณทั้งสองได้วิวัฒนาการเป็นครั้งแรก และมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างไปจากเดิม
       


           แม้ว่าเนี่ยหลี่ จะเข้าใจถึงถ้อยคำแค่บางส่วน แค่เพียงเล็ก ๆ น้อย ๆ ของมัน แต่เขาได้รับรู้แล้ว ถึง อาณุภาพของข้อความทั้งสิบ
       



          แม้ว่าตอนนั้นเขาจะอยู่แค่ระดับตำนาน แต่ด้วยเขามีประสบการณ์จากการต่อสู้มาอย่างยาวนาน เขาจึงมีความเข้าใจในเรื่องต่าง ๆ เหนือกว่าคนธรรมดาทั่วไป



     “ทำไมข้าถึงได้ไม่เข้าใจ ทั้ง ๆที่มีความเชี่ยวชาญ และความแข็งแกร่ง อย่างมาก ในชีวิตที่แล้วของข้า”





เนี่ยหลี่  เดินไปเงียบๆ



        อย่างไรก็ตาม ข้าเคยได้พบเจอข้อความมานับหมื่น ข้าได้ไปยังทั่วทุกมุมของโลกอันกว้างใหญ่ ได้พบเจอกับข้อความมากมาย บางทีจักรพรรดิคงหมิง อาจจะไปยังดินแดนที่ห่างไกลยิ่งกว่านั้น
       

เนี่ยหลี่ มองไปยังภาพเบลอๆของจักรพรรดิคงหมิง
       


        “ด้วยการใช้เทคนิคเปลี่ยนสวรรค์  ข้าเคยคาดคะแนไว้ว่า คงมีสักห้าคนที่มีความสามารถที่จะเข้าใจถึงถ้อยคำทั้งสิบของข้า ทุกคนล้วนเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์ ชนิดหาตัวจับได้ยาก และสามารถเข้าใจถ้อยคำได้ทั้งสิบคำ ทั้งห้าคนจะฆ่ากันเอง คนสุดท้ายจะกลืนกินความเข้าใจในสิบถ้อยคำนี้ ของอีกสี่คนที่เหลือ และจะได้พบกับข้า”  เสียงของจักรพรรดิคงหมิง ฟังดูเลื่อนลอย
       


        เนี่ยหลี่ รู้สึกตกใจ งั้นตัวของเขาเองก็อยู่ในการคาดคำนวนของจักรพรรดิคงหมิง
       


      ถ้าเป็นเช่นนั้นสิ่งนี้ก็เป็นรูปปั้นของจักรพรรดิคงหมิงแน่ๆ?
       



        จักรพรรดิคงหมิงคำนวณได้ว่าจะมีห้าคนที่มีความสามารถที่จะเข้าใจ ถ้อยคำทั้งสิบคำนี้  ทั้งห้าคนฆ่ากันเอง เพื่อกลืนกินความเข้าใจของคนอื่น ๆ  แต่ยังมีอีกสี่คน เนี่ยหลี่ ตระหนักได้ว่าต้องเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตัวเองให้รวดเร็วกว่านี้  บางทีทั้งสี่คนนั้นอาจจะกำลังมองหาเขาอยู่ก็เป็นได้
       

    ขณะที่เนี่ยหลี่ กำลังสับสน ก็มีแสงวาบ ปรากฏภาพในใจของเขา


          ชายคนหนึ่ง บินมาและหยุดในด้านหน้าของอนุสาวรีย์โบราณแห่งนี้ เขาบ่นพึมพำกับตัวเอง “ข้าไม่เคยคิดเลยว่า จะมีพื้นที่เช่นนี้อยู่ในเมืองกลอรี่ ดูเหมือนว่าการเดินทางครั้งนี้จะคุ้มค่า ผู้ใดที่ติดตามข้าจะได้รับเกียรติยศ ส่วนผู้ใดที่ต่อต้านข้ามันจักต้องพินาศงั้นเหรอ คำพูดใหญ่โตเช่นนี้ ผู้ใดที่เป็นจักรพรรดิคงหมิง คงจะจองหองไม่น้อยเป็นแน่แท้ ”

          ชายคนนี้มองไปที่อนุสาวรีย์โบราณเป็นเวลานาน คิ้วของเขาขมวดแน่น


      “ไม่มี, ปลายทาง, เมื่อ, ไม่มี, จุดเริ่มต้น , ไม่มี, จุดเริ่มต้น, ก็, ไม่มี, จุดสิ้นสุด มันคืออะไรกัน การบ่มเพาะอะไรที่ซ่อนอยู่ในถ้อยคำทั้งสิบนี้ เจ้าเพื่อนยากจักรพรรดิคงหมิง นี่มันน่าขำยิ่งนัก”
       


         ชายคนนี้ ดูท่าทางจะไม่มีความสนใจต่อโบราณสถานนี้ เขาหันไปมองรอบ ๆ และเตรียมตัวที่จะออกจากที่นี่ อย่างไรก็ตามหลักจากที่ขบคิดอยู่สักพัก เขาก็หันหลังกลับมามองรอบ ๆ
       


“นับตั้งแต่นั้นมา แม้แต่ข้า จอมมาร ก็ยังไม่อาจที่จะเข้าใจมันได้ คนอื่น ๆ ต่างก็ยอมแพ้ที่จะเข้าใจมัน” ประกาศว่าตัวเองคือจอมมาร จากนั้นก็เอากริชออกมา แล้ว ก็ขูดลบข้อความทั้งสิบออกไป
       

“ฮ่าฮ่าฮ่า แค่นี้ก็สะอาดหมดจดแล้ว”
       
         ทันใดนั้นจู่ ๆ จอมมาร ก็ขมวดคิ้วของเขา


“เอ๋? อะไรกัน ข้อความทั้งสิบนั่นคืออะไรนะลองนึกดูอีกทีซิ ทำไมข้าถึงจำมันไม่ได้เลย?”



จอมมารเกาหัวของเขา และครุ่นคิดไม่นานนักเกี่ยวกับเรื่องนี้ ถ้อยคำทั้งสิบนี่มันอะไรกันแน่ ?  เขามีความรู้สึกว่า ถ้อยคำทั้งสิบนี้เป็นบางสิ่งบางอย่างที่น่ามหัศจรรย์   อย่างไรก็ตามเขาก็ได้ลบมันทิ้งไปแล้ว เขามองไปที่อนุสาวรีย์โบราณ อย่างเศร้าสร้อย เผยให้เห็นความขลาดเขลาบนใบหน้าของเขา


คนที่ทิ้งโบราณสถานแห่งนี้ไว้เบื้องหลังจะต้องเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญระดับสูงสุด


จอมมารมองไปที่โบราณสถานและนึกสงสัยอยู่สักครู่ก่อนที่จะจากไป เขาคิดว่าเขาไม่ได้โชคร้ายที่ไม่ได้รู้ถึงถ้อยคำทั้งสิบคำ


จู่ ๆ เนี่ยหลี่ ก็ได้สติขึ้นมา “มีใครบางคนเคยมายังสถานที่แห่งนี้”




“ดูเหมือนว่าการกระทำของจอมมาร ได้รับการบันทึกไว้ที่โบราณสถานแห่งนี้ และข้าก็ได้เห็นมัน จอมมารคือใครกันแน่? เป็นความจริงที่เขาได้มาที่นี่ก่อนข้า  ไม่มี, ปลายทาง, เมื่อ, ไม่มี, จุดเริ่มต้น , ไม่มี, จุดเริ่มต้น, ก็, ไม่มี, จุดสิ้นสุด” เนี่ยหลี่ ท่องถ้อยคำที่แกะสลักไว้ทั้งสิบ ไว้ในใจของเขา

ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น