วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 138 – Village?

Tale of the demon and god novel Chapter 138 – Village?

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 138 - หมู่บ้าน?


บทที่ 138 - หมู่บ้าน?


ตูเซอ หลู่เพียว กับพรรคพวก มองไปยังลานกว้างที่ห่างไกล ทางด้านบนปรากฏเป็นเงาขนาดใหญ่กำลังเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ รูปร่างของมันค่อยๆมองเห็นได้ชัดขึ้นทีละนิดทีละนิด นี่มันคือสัตว์อสูรบินได้ขนาดใหญ่ ที่ดูราวกับป้อมปราการขนาดมหึมาก็ไม่ปาน


   เมื่อเทียบกันแล้ว สัตว์อสูรยักษ์โคมไฟมรณะดูตัวเล็กลงไปในถนัดตา


      เมื่อมองสัตว์อสูรบินได้ขนาดใหญ่ในระยะใกล้ชิด ตูเซอ หลูเพียว กับพรรคพวกรู้สึกตึงเครียดขึ้นในทันใด เป็นไปได้ว่าสัตว์อสูรตัวนี้นั้นจะน่ากลัวกว่าสัตว์อสูรยักษ์โคมไฟมรณะเสียอีก ถึงแม้พวกเขาต้องการจะหลบหนีไปในตอนนี้มันก็สายไปเสียแล้ว

 
          แต่… เนี้ยหลี่ยังคงอยู่ตรงนั้น!


  เมื่อเผชิญหน้ากับการเสี่ยงชีวิตพวกเขาทั้งหมดล้วนตกตะลึงไม่อาจขยับเคลื่อนไหวได้


  “ถึงแม้ข้าจะต้องตาย ข้าก็จะช่วยเนี้ยหลี่ให้ได้!” แววตาของตูเซอ ทอประกายแน่วแน่ เขาได้พุ่งตรงไปยังที่อสูรโคมไฟมรณะอยู่




    หลู่เพียวเหลือบมองไปยังเสี่ยว เซี่ย ที่ยังคงตะลึงงันอยู่ชั่วครู่ อย่างไรเสียในชั่วขณะที่หลูเปียวติดตามอยู่ทางด้านหลังของเขาได้อุ้มเสี่ยว เซี่ย ไว้ในอ้อมแขนของเขา แม้ว่าเขาจะไม่แน่ใจว่าเสี่ยว เซี่ยจะดุด่าเขาที่ทำเช่นนี้หรือไม่ เขาไม่อาจทิ้งเนี้ยหลี่ที่เป็นเหมือนกับพี่น้องของเขาได้


    เว่ยหนาน, ซูเซี่ยงจุน และ ซางหมิง เองได้ติดตามมาอย่างกระชั้นชิดและออกค้นหาเนี้ยหลี่ในทุกทิศทาง



   เนี้ยหลี่หอบหายใจอย่างแผ่วเบา โชคยังดีที่อสูรโคมไฟมรณะไม่ได้โจมตีเขาต่อ ไม่เช่นนั้นมันจะเป็นปัญหามาก ดูเหมือนว่าหน้าตำราภูติห้วงกาลลี้ลับจะสร้างความเสียหายแก่อสูรโคมไฟมรณะได้พอสมควร

“ฟ่อ ฟ่ออ” เงาสีดำขนาดมหึมาลอยช้าๆพาดผ่านท้องฟ้า ด้วยความใหญ่โต มโหฬารนี้ทำเอาอสูรโคมไฟมรณะกลายเป็นดุจลูกสุนัขก็ไม่ปาน


     ฟุบ! ฟุบ! ฟุบ!


  เส้นใยเหนียวถูกยิงออกมาจากสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ พันเข้าที่ร่างของอสูรโคมไฟมรณะ


    อสูรโคมไฟมรณะร้องครวญครางในขณะที่มันพยายามดิ้นรนเพื่อให้มันหลุดเป็นอิสระแต่ทว่ามันก็ไม่สามารถทำลายเส้นใยให้ขาดได้


  เจ้าสัตว์อสูรขนาดมหึมานั่นค่อยเคลื่อนตัวลงมาอย่างช้าๆ มันพุ่งแขนสองข้างของมันเสียบทะลุร่างของอสูรโคมไฟมรณะและจับมันบินขึ้นบนฟ้าไป


    ด้วยขนาดอันใหญ่โตจนน่ามหัศจรรย์ของมัน อสูรโคมไฟมรณะถูกสังหารอย่างง่ายดายเช่นเดียวกับอสูรโลหิตที่เป็นเหยื่อของมันก่อนหน้านี้ มันก็ถูกจับโดยสัตว์อสูรขนาดใหญ่ อสูรโคมไฟมรณะได้ดิ้นทุรนทุรายแล้วแสงที่โคมไฟบนหน้าผากมันก็ค่อยๆเลือนหายไปอย่างช้าๆในที่สุดมันก็ตายลง


     อสูรโคมไฟมรณะถูกเจ้านั้นสังหารอย่างนั้นหรือ?


      สัตว์อสูรบินได้ ไม่ได้แม้แต่จะชำเลืองมองไปที่ ตูเซอ หลูเปียว กับพรรคพวก จากนั้นมันก็บินจากไป  บางทีในสายตาของสัตว์อสูรขนาดมหึมานี้ ตูเซอ หลูเปียว กับพรรคพวกนั้นเป็นอะไรที่ไม่ต่างไปจากฝุ่นผงไร้ค่าและไม่มีอะไรที่ดึงดูดความสนใจจากมัน


   “เนี้ยหลี่! เนี้ยหลี่!” ตูเซอ หลูเปียว กับพรรคพวก ตะโกนโห่ร้องอย่างต่อเนื่องขณะที่กำลังตามหาเนี้ยหลี่



         อย่างไรก็ตามนอกจากกองเศษซากลิ้นที่กระจัดกระจาย ที่นั่นไม่มีร่างของเนี้ยหลี่กับเสี่ยวหนิงเอ๋ออยู่ เป็นไปได้ว่า เนี้ยหลี่กับเสี่ยวหนิงเอ๋อจะถูกอสูรโคมไฟมรณะกินไปอย่างนั้นหรือ น้ำตาของตูเซอ หลูเปียวกับพรรคพวกไหลพรากราวกับน้ำตก


     “เจ้าจะต้องไม่เป็นอะไร!”



       “ถ้าเจ้ามาตายที่นี้ ชีวิตนี้ข้าจะไม่ให้อภัยเจ้าเลย ออกมานะเนี้ยหลี่!” หลูเปียวพยุงเสี่ยว เซี่ย ด้วยมืออีกข้าง และคนอื่นๆต่างก็ตาลีตาเหลือกขุดเอาลิ้นยาวออก



        “เนี้ยหลี่เจ้าต้องไม่ตาย!” ตูเซอและคนที่เหลือต่างก็ช่วยกันขุดเอาลิ้นออก สุดท้ายแล้วเขาก็พบเนี้ยหลี่ ในมือของเนี้ยหลี่ยังคงมีกาตาร์อยู่ในท่าป้องกัน เขาดูเหมือนหมดลมหายใจไปในท่าอ้าปากค้างเพื่อสูดลมหายใจ แม้กระทั่งเสี่ยวหนิงเอ๋อยังอยู่ในท่าทางแปลกๆที่เกาะแน่นอยู่กับเนี้ยหลี่


     “ข้ารู้อยู่แล้ว! ว่าเจ้ามันหนังเหนียวตายยาก!” หลู่เปียวหัวเราะอย่างบ้าคลั่งทั้งๆที่น้ำตายังคลออยู่ภายในดวงตาของเขา



     “เหอะ นี่พวกเจ้าแช่งให้ข้าตายอย่างนั้นหรือ? ข้าไม่มีทางที่จะตายง่ายๆเช่นนี้หรอก” เนี้ยหลี่พ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอกขณะมองไปยังพื้นที่รอบๆ หลังจากยืนยันแล้วว่าไม่มีอันตรายจากอสูรโคมไฟมรณะแล้วเขาค่อยรู้สึกโล่งใจ
แม้ว่าพวกเขาจะไม่รู้ความหมายของประโยคที่สองที่เนี้ยหลี่พูด ตูเซอ กับคนที่เหลือต่างก็หัวเราะอย่างโล่งอก


    ทันใดนั้นดูเหมือนพวกเขาจะสังเกตเห็นบางสิ่ง พวกเขามองไปยังเนี้ยหลี่ด้วยสายตาแปลกใจ เนี้ยหลี่ลุกขึ้นมานั่งกึ่งคุกเข่าโดยแนบตัวของเขาเข้ากับเสี่ยวหนิงเอ๋อ ด้วยท่าทางที่ง่ายนั้นมันยากที่จะมองเห็นมัน


      “ข้าไม่เห็นอะไรเลยนะ” ตูเซอ ยักไหล่



    หลู่เพียวมองดูเนี้ยหลี่ด้วยความเหยียดหยัน จากนั้นเขาส่ายหัวและว่ากล่าวด้วยสีหน้าเจื่อนๆว่า “เนี้ยหลี่ที่เจ้าพูดเช่นนั้นก็เพื่อที่จะทำกับเทพธิดาหนิงเอ๋อเช่นนี้หรือ?”


    เขาลืมไปเลยว่าเขาเองก็ยังคงอุ้มเสี่ยว เซี่ยอยู่ในแขนของเขาอยู่เช่นกัน


    เว่ยหนานกับคนอื่นๆได้แต่หันหน้าออกไปหัวเราะทางด้านนอก


       เนี้ยหลี่ยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ ลิ้นและน้ำลายของอสูรโคมไฟมรณะนั้นมีสารหลอนประสาทเมื่อคนที่เป็นเหยี่อถูก ลิ้นของมันจับและอาบสารนี้ก็จะทำให้ตกอยู่ในสภาวะครึ่งหลับครึ่งตื่น เขาไม่รู้ว่าในความฝันของหนิงเอ๋อที่อยู่ในสภาพครึ่งหลับครึ่งตื่นนั้นเป็นอย่างไร แต่มันเป็นที่แน่ชัดว่าเธอนั้นยึดติดกับเนี้ยหลี่แน่นแม้กระทั่งเขาใช้แรงพยายามแงะเธอออก เนี้ยหลี่ก็ไม่สามารถแงะเสี่ยวหนิงเอ๋อให้หลุดออกไปได้


      เมื่อเห็นเช่นนั้นเว่ยหนานกับคนอื่นต่างหันหน้าออกไปทางอื่น เนี้ยหลี่เรียกเสื้อผ้าของตัวเองออกมาจากแหวนเก็บของและห่มไปบนตัวของเสี่ยวหนิงเอ๋อ จากนั้นก็รอให้นางตื่นขึ้นมาเองเงียบๆ


       ช่วงเวลาต่อมา เสี่ยว เซี่ย ก็ตื่นขึ้นมาก่อน


    “ลู่เปียว เจ้าเอาเปรียบข้าอีกแล้วนะ!”


    เสี่ยว เซี่ย ยังคงสับสนอยู่เล็กน้อย หลังจากที่เห็นหลู่เปียว ในขณะที่นางมองไปที่เขา หัวใจของนางเต้นไม่เป็นจังหวะ นางได้หวนนึกไปถึงเมื่อครั้งที่นางยังเป็นเด็ก


      หลู่เพียวทำหน้าเจื่อนกล่าวว่า “เสี่ยว เซี่ยข้าช่วยเจ้าต่างหาก!”


     ในท้ายที่สุดเสี่ยว เซี่ย ก็จำสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ได้ เธอจำได้ว่าแท้จริงหลู่เปียวป็นคนที่ช่วยเธอ และตูเซอกับพรรคพวกต่างปากอ้าตาค้าง ที่เห็นนางกลับกลายเป็นท่านหญิงผู้อ่อนโยนในฉับพลัน มือทั้งสองของนางเกาะที่แขนลู่เปียวพลางกล่าวว่า “หลู่เปียวขอบคุณเจ้ามากที่ช่วยข้า เจ้าช่างกล้าหาญยิ่งนัก ข้าขอคารวะเจ้า”


    เมื่อได้ยินเสี่ยว เซี่ยพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานน่ารัก ไม่รู้ว่าทำไม ตูเซอกับพรรคพวกถึงกับขนลุกเกรียว


     สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าผู้หญิงช่างเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วยิ่งนัก


   อันที่จริง สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าผู้หญิงล้วนแล้วแต่น่ากลัว


      “ไม่…...ไม่จำเป็นต้องขอบคุณ” น้ำเสียงของหลูเปียวขณะกล่าวสั่นสะท้าน เขาไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน แต่การที่เสี่ยว เซี่ยอ่อนหวานน่ารักนั้นทำให้เขารู้สึกขนลุก เขาต้อการที่จะเห็นเสี่ยว เซี่ยตามปกติมากกว่า


      ในชั่วขณะที่ทุกคนอยู่ในสภาวะเตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลา หลังจากมีประสบการณ์การต่อสู้ พวกเขาไม่กล้าประมาทอีกต่อไป ซึ่งพวกเขาได้รับอนุญาติให้มีเวลาพักผ่อนที่หาได้ยาก


      เสี่ยว เซี่ยดูเหมือนจะสังเกตเห็นบางสิ่งบางอย่าง และเริ่มจ้องไปยังเนี้ยหลี่กับเสี่ยวหนิงเอ๋อที่ทั้งคู่อยู่ในท่าทางแปลกพิกล และนิ่งเงียบงันไปชั่วขณะ  นั่น  เสี่ยวหนิงเอ๋อ กับเนี้ยหลี่…….


    “อืม..“ เสียวหนิงเอ๋อครางหนึ่งคราแล้วตื่นขึ้น เมื่อนางเห็นท่าทางของตนเอง ใบหน้าของเธอค่อยกลับกลายเป็นสีแดงดุจผลมะเขือเทศ


    เนี้ยหลี่ยิ้มอย่างลำบากใจกล่าวว่า “สถานการณ์ก่อนหน้านี้มันอันตรายเกินไป ข้าก็เลย……”



       “ข้าเข้าใจ” เสี่ยวหนิงเอ๋อ ตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล นางก้มหัวลงเล็กน้อยและชำเลืองมองอย่างเอียงอาย กล่าวว่า

 
      “ขอบคุณ”


“อืม ไม่เป็นไร มันเป็นสิ่งที่ข้าสมควรทำอยู่แล้ว”


      เนี้ยหลี่หาทางลงให้กับเสี่ยวหนิงเอ๋อ


       เสี่ยวหนิงเอ๋อได้ตระหนักว่ามีน้ำตามากมายเปรอะเปื้อนเสื้อผ้าของตัวเองในขณะที่เธอใกล้ชิดกับเนี้ยหลี่ก่อนหน้านี้ เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ใบหน้าของนางก็เปลี่ยนเป็นสีแดงอีกครั้ง เธอได้จดจำได้ในสิ่งที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่แล้ว ครั้งเมื่อเธอถูกจับโดยอสูรโคมไฟมรณะและกำลังจะตายอย่างหมดท่า เนี้ยหลี่ได้รีบพุ่งเข้าไปช่วยชีวิตของเธอ เมื่อคิดถึงเรื่องนั้นในตอนนี้เสี่ยวหนิงเอ๋อก็รู้สึกถึงความหอมหวานภายในหัวใจของตนเอง

เธอยังคงอ้อยอิ่งอยู่กับเสื้อผ้าที่ใช้ห่มอยู่ เพราะมันยังคงมีกลิ่นของเนี้ยหลี่ เสี่ยวหนิงเอ๋อสวมเสื้อผ้าถึงแม้ว่ามันจะตัวใหญ่กว่านิดหน่อยก็ตาม


     เนี้ยหลี่ลุกขึ้นยืนและยืดกล้ามเนื้อของตัวเอง เขามองไปยังตูเซอกับพรรคพวก แล้วกล่าวว่า ”ข้ารู้สึกว่ามีอะไรเกิดขึ้นก่อนหน้านั้นที่อสูรโคมไฟมรณะถูกโจมตี แต่เนื่องจากข้างใต้มันมืดเกินไปจนข้าไม่สามารถมองเห็นได้ ดังนั้นข้าอยากจะรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น?



        ตูเซอกับหลู่เปียวมองหน้ากันจากนั้นเหลือบมองไปยังแต่ละคน หลังจากที่ทั้งหมดสงบลงจากการตกใจ ตูเซอ ก็พูดขึ้น “เมื่อกี้นี้มีสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาปรากฏตัวขึ้นบนท้องฟ้า มันปรากฏตัวเหมือนกับปลาประหลาดที่มีปีกขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นมาบนตัวมัน นอกจากนี้มันยังมีกรงเล็บที่แหลมคมจำนวนมาก และสามารถพ่นใยออกมาได้ด้วย หลังจากที่เจ้าอสูรโคมไฟมรณะถูกใยจับมันก็เอาอสูรโคมไฟมรณะจากไป”


       “สวรรค์! ข้าไม่เคยเห็นสัตว์อสูรที่ตัวใหญ่มหึมาขนาดนั้นมาก่อน ขนาดตัวของมันใหญ่ถึงครึ่งเมืองกลอรี่เลยทีเดียว!” หลูเปียวพูดเกินจริงออกไปเล็กน้อย



        เมื่อได้ยินที่หลูเปียวกับคนอื่นๆพูด เสี่ยว เซี่ย กับเสี่ยวหนิงเอ๋อที่หมดสติไปก่อนหน้านั้นเบิ่งตากว้าง เรื่องเล็กน้อยพวกนี้น่าตกใจมาก ตูเซอกับหลูเปี่ยวล้อเล่นอย่างนั้นหรือ? เจ้าอสูรโคมไฟมรณะที่ตัวใหญ่และน่ากลัวขนาดนั้น กลับถูกสิ่งมีชีวิตบินบนอากาศมีขนาดใหญ่กว่ามันจับไปอย่างนั้นหรือ?


       แต่ทว่าในพื้นที่ว่างเปล่านี้ เจ้าอสูรโคมไฟมรณะกลับหายไป มันแสดงให้เห็นว่าตูเซอ กับหลูเปียวนั่นไม่ได้โกหก



      “แท้จริงเจ้าสัตว์อสูรนั่นมันตัวอะไรกัน?” เนี้ยหลี่ขมวดคิ้ว มองไปยังท้องฟ้าที่มืดมัว บางสิ่งที่ว่านั้นสามารถจับอสูรโคมไฟมรณะไปอย่างง่ายดาย ชั่วขณะหนึ่งเนี้ยหลี่นึกถึงสิ่งที่ว่านั่นไม่ออก ถึงแม้ว่าเนี้ยหลี่จะมีความรู้มากมาย แต่เขาก็ไม่ได้รอบรู้ไปหมดทุกอย่าง


     ยังมีสิ่งที่ไม่รู้มากมายในโลกใบนี้ แม้กระทั่งตัวของเขายังรู้สึกว่าพื้นที่ลึกลับแห่งนี้ยังมีความลับซ่อนอยู่อีกมาก


      ไม่ว่าจะเป็นความลับจากสถานที่แห่งนี้หรือว่าโลกในตำราภูติห้วงกาลลี้ลับ เขารู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ได้มาจากโลกใบนี้



      หลังจากผ่านสถานการณ์วิกฤติ หลูเปียวกับพรรคพวกค่อนข้างสงบลง แม้ว่าพวกเขาจะกลัวนิดหน่อย แต่พวกเขาก็ตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน ภายในเมืองกลอรี่สัตว์อสูรแทบจะไม่มีให้เห็น และยิ่งไม่ต้องพูดถึงสิ่งลึกลับดังกล่าวเลย


      ไม่ว่าจะเป็นอสูรโลหิต  อสูรโคมไฟมรณะ หรือกระทั้งอสูรยักษ์บินได้ ทั้งหมดนั้นทำให้เขาได้รู้ถึงความรู้สึกไร้เรี่ยวแรง


     ตูเซอ มองไปยังเนี้ยหลี่และถามว่า “เนี้ยหลี่ พวกเราจะไปต่อหรือไม่?”



    “เราจะต้องสำรวจลึกเข้าไปอีก เราจำเป็นต้องค้นหาศิลาแห่งแสงทั้งยี่สิบสามอันเพื่อที่จะเปิดการทำงานของอาณาเขตเคลื่อนย้ายเพื่อกลับไป” เนี้ยหลี่พูด พวกเขาไม่สามารถติดอยู่ที่นี่นานได้ ถึงแม้ว่าพวกเขาจะมีอาหารอย่างเพียงพออยู่ภายในแหวนมิติเก็บของก็ตาม แต่มันก็อยู่ได้เพียงหนึ่งหรือสองปี เนี้ยหลี่ไม่ต้องการหยุดอยู่ที่นี่



     ในชีวิตที่แล้วของเขา ท่าน เย่ โม่ ใช้เวลาประมาณเดือนครึ่งถึงจะกลับไปจากที่นี้ ดังนั้นเขามั่นใจได้ว่าจะต้องมีศิลาแห่งแสงอยู่ภายในดินแดนนี้



     ณ ตอนนี้ ทุกคนมองตรงไปยังภูเขาห่างไกล บนเนินเขานั้นดูเหมือนจะมีแสงไฟเล็กๆอยู่


     “มันคงไม่ใช่อสูรโคมไฟมรณะอีกนะใช่ไหม?” หลูเปียวหน้าเปลี่ยนสี



     “มันไม่ใช่อสูรโคมไฟมรณะ” เนี้ยหลี่ส่ายหัวของตัวเอง แสงไฟเล็กๆบนภูเขาที่มองเห็นนั้นน่าจะเป็นแสงจากหมู่บ้าน มันไม่น่าจะมีคนอาศัยอยู่ที่นี่?

ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น