วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 135 – Ten Millennium Spatial Array

Tale of the demon and god novel Chapter 135 – Ten Millennium Spatial Array

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 135 - ข่ายอาคมวิญญาณหมื่นปี


บทที่ 135 - ข่ายอาคมวิญญาณหมื่นปี

    เมื่อตกเป็นเป้าสายตา เสี่ยว เซี่ยก็เกิดอาการอายขึ้นมา เธอลดมือลงจากการท้าวเอว ใบหน้าของเธอแสดงออกถึงอาการอายอย่างเห็นได้ชัด ด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วนี้ ถึงกับทำให้คนอื่นๆ ตกตะลึง
       
  "ยินได้ที่ได้รู้จัก ข้าคือคู่หมั้นของหหลู่เพียว ตัวข้านั้นมีชื่อว่าเสี่ยว เซี่ย"
       

   ถ้าไม่ได้พบเห็นท่าทีก่อนหน้าของเสี่ยว เซี่ย  เนี่ยหลี  เสี่ยว หนิงเอ๋อ ตูเซอ และคนอื่นคงต้องเชื่อ เป็นอย่างแน่นอนว่าเธอนั้นเป็นหญิงสาวที่อ่อนโยนและงดงาม
       
    "แค่ก แค่ก"
       
   เนี่ยหลีกระแอมเล็กน้อยต่อท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วของเธอ
 
   
  เสี่ยว หนิงเอ๋อ  หลู่เพียวและคนอื่นๆ ต่างก็มองหน้ากัน
       
       เสี่ยว เซี่ย ได้ยกริมฝีปากขึ้น เผยรอยยิ้มอันน่ารักและเดินไปอยู่เคียงข้างหลู่เพียว เธอคล้องแขนหลู่เพียวไว้และกล่าวว่า "ขอบคุณมากนะที่ดูแลหลู่เพียว ข้าหวังว่าพวกเจ้าทุกคนจะยังคงดูแลเขาเหมือนที่เคยเป็นนะ"
       
"แน่นอน แน่นอน" ตูเซอ และคนอื่นๆต่างก็รีบพยักหน้าตอบรับ
       

       ในขณะนี้เอง หลู่เพียวถึงมองอย่างตื่นตะลึงไปยังเสี่ยว เซี่ย ในคราแรกเขาคิดว่าเสี่ยว เซี่ยมาเพื่อที่จะทำร้ายเขา เขานั้นไม่เคยคาดคิดเลยว่าเสี่ยว เซี่ยจะอ่อนโยนกะทันหันเช่นนี้ นี่มันเปรียบเสมือนพลิกฟ้ามาเป็นเหวชัดๆ
       

          เสี่ยว เซี่ย จ้องมองด้วยสายตาน่ากลัวไปยังหลู่เพียว เสียงของเธอเบามากแต่ก็หนักแน่นพอที่จะได้ยิน "เพราะตอนนี้เพื่อนของเจ้าอยู่ที่นี่ ข้าถึงได้ยอมผ่อนปรนให้หรอกนะ ไว้ข้าจะคิดบัญชีหลังจากพวกเรากลับไปแล้ว"

 
   หลังจากนั้นเธอก็เปลี่ยนกลับไปมีท่าทีน่ารักอีกครั้งพร้อมหันไปพูดกับพวกเนี่ยหลีว่า "ขออภัยแทนหลู่เพียว ด้วย เขาคงมักจะก่อปัญหาให้พวกเจ้าบ่อยๆสินะ"
       
   "ใช่" ตูเซอพยักหน้าตอบรับอย่างจริงจัง
       
    อะไรทำให้เจ้าตอบเธอไปแบบนั้น? เมื่อไหร่กันที่ข้าสร้างปัญหาให้พวกเจ้า? หลู่เพียวถึงกับแทบจะกระอักเลือด
       
        เสี่ยว เซี่ยถึงกับชะงัก ประโยคครึ่งหลังนั้นเธอเพียงแค่พูดไปตามมารยาทเท่านั้น เธอไม่คาดคิดเลยว่าตูเซอจะพยักหน้ารับ เธอมองไปยังหลู่เพียวโดยสื่อสารทางสายตาได้ความว่า 'แม้แต่เพื่อนเจ้าก็ไม่ไว้ใจเจ้างั้นรึ?'
       
       ภายในใจของตูเซอ นั้นแทบจะขำกลิ้ง แต่ก็ดีที่เขาหยุดตัวเองไม่ให้หัวเราะออกมาได้
       
      สายตาจากเสี่ยว เซี่ย ถึงกับทำให้หลู่เพียวเสียวสันหลัง ตูเซอนี่สร้างปัญหาให้ข้าจริงๆ เจ้านั่นทำแบบนี้ต้องมีอะไรอยู่ลึกๆแน่! เรื่องนี้ฝากไว้ก่อนเถอะ เจ้าจะต้องชดใช้ในภายหน้าแน่นอน
       
        การมาของเสี่ยว เซี่ยทำให้ทุกคนตกใจเล็กน้อย พวกเขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าหลู่เพียวจะมีผู้หญิงเป็นตัวเป็นตน นอกจากนี้เธอยังน่ารักอีกด้วย ถึงจะน่ากลัวหน่อยๆก็เถอะ
       
       เมื่อมองดูคู่นี้ทะเลาะกัน พวกเขาไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี เนี่ยหลีหัวเราะเบาๆ จึงเอ่ยออกมา "ยินดีต้อนรับสมาชิกใหม่เข้าสู่กลุ่มของเรา เอาละ ได้เวลาไปกันแล้ว"
       
       "ไปที่ไหนเหรอ?" เสี่ยว เซี่ย ถามออกไปอย่างมึนงง
       
         "ตามเรามาแล้วเจ้าจะรู้เอง" เนี่ยหลียกยิ้มอย่างลึกลับ และเดินตรงไปยังข่ายอาคมโบราณ
       
        เมื่อกลุ่มนี้เข้าไปในข่ายอาคมโบราณ เสี่ยว เซี่ยจึงควงแขนหลู่เพียวแล้วเดินตามเข้าไป
       
     หลู่เพียวรู้สึกถึงบางอย่างที่นุ่มนิ่มได้จากสัมผัสที่แขนของเขา เขารู้สึกดีกับมันอยู่นิดหน่อย เขาต้องแกล้งทำตัวเป็นคนจริงจังและมุ่งมั่นในระหว่างที่เขาตกอยู่ภายใต้การคุกคามของเสี่ยว เซี่ย นั่นทำให้ท่าเดินของเขาดูเก้ๆกังๆ นี่มันคือความสุขบนความอันตรายชัดๆ
       
      ในขณะที่พวกเขาเดินเข้าไปยังข่ายอาคมโบราณ ทุกคนต่างก็รู้สึกได้ถึงการบิดเบือนของพื้นที่
       
       เนียหลีถึงกับตกใจเล็กน้อย แต่ก็เก็บซ่อนความรู้สึกไว้ได้ 'ข่ายอาคมจิตวิญญาณหมื่นปี ข้าไม่เคยคิดเลยว่าในประวัติศาสตร์อันยาวนานของพวกเราจะมีใครบางคนที่มีความสามารถพอที่จะครอบครองข่ายอาคมลึกลับนี้ได้'
       
      ในชีวิตที่แล้ว เนี่ยหลีได้พบรายละเอียดอันคลุมเครือของข่ายอาคมจิตวิญญาณหมื่นปี
       
         เวลาและความว่างเปล่ามันเป็นความลึกลับทางธรรมชาติของโลกนี้ สิ่งมีชีวิตที่สามารถเข้าใจทั้งเวลาและความว่างเปล่าได้นั้นมีน้อยยิ่งนัก นอกจากนี้ยังมีเรื่องลึกลับทางธรรมชาติมากมายที่ไม่ได้รับสืบทอดความรู้ต่อกันมา
       
          ในขณะที่เนี่ยหลีก้าวเข้าสู่ข่ายอาคมจิตวิญญาณหมื่นปี เขาสัมผัสได้เล็กน้อยถึงเศษหน้าตำราภูติห้วงกาลลี้ลับอยู่ในสถานที่แห่งนี้ มันปรากฏเสียงดัง 'หึ่ง หึ่ง' แล้วก็บังเกิดแสงสว่างขึ้น คลื่นพลังงานลึกลับหมุนวนเวียนอยู่โดยรอบของเศษหน้าหนังสือนั่น
       
         มันเหมือนเกิดบางอย่างที่สะท้อนกับข่ายอาคมจิตวิญญาณหมื่นปี
       
        เนี่ยหลีถึงกับตื่นเต้น ไม่ว่าจะชีวิตก่อนหน้านี้หรือชีวิตนี้โชคชะตาก็นำพาเขา มาข้องเกี่ยวกับตำราภูติห้วงกาลลี้ลับ แม้ว่าเขาจะใกล้ชิดกับมันแต่เนี่ยหลีเองก็มีความเข้าใจกับตำราภูติห้วงกาลลี้ลับเพียงน้อยนิดเท่านั้น มันยังคงเป็นปริศนาจนถึงตอนนี้
       
        บางทีข่ายอาคมจิตวิญญาณหมื่นปีอาจเป็นกุญแจที่นำไปสู่ชิ้นส่วนของตำราภูติห้วงกาลลี้ลับ
       
           เมื่อเนี่ยหลีมุ่งหน้าไป เขาสัมผัสได้ถึงความอ่อนโยนของม่านพลังอันเกรี้ยวกราดด้านหน้า ในที่สุดเขาก็มาถึงรอยต่อของม่านพลัง พื้นผิวของม่านพลังนั้นดูนุ่มนวลเปรียบเสมือนผ้าไหมชั้นดี เมื่อเนี่ยหลียื่นแขนออกไปทดสอบก็ถูกสะท้อนออกมาโดยม่านพลัง
       
          หลู่เพียวพึมพำว่า "มันเป็นชั้นของม่านพลัง ข้าจำได้เมื่อตอนที่ยังเด็ก ข้ามาที่นี่เพื่อที่จะพยายามทำลายม่านพลัง ข้าใช้ขวานจามเข้าใส่ ท้ายที่สุดขวานนั้นก็ถูกสะท้อนจนกระเด็นหลุดมือไปโดนหมวกของเด็กที่อยู่ไกลออกไป เจ้าเด็กนั่นกลัวจนฉี่ราดเลยล่ะ หลังจากนั้นเจ้าเด็กนั่นก็ไปฟ้องพ่อของมัน จนข้าต้องถูกพ่อของข้าทำโทษ"
       
          ตูเซอและคนอื่นไม่อาจสามารถกลั้นเสียงหัวเราะได้ เรื่องพวกนี้สมกับเป็นหลู่เพียวจริงๆ โชคดีนะที่ขวานนั่นโดนแค่หมวกไม่ใช่หัว ไม่อย่างนั้นหลู่เพียวคงไม่แค่โดนทำโทษแน่นอน
       
        อะไรทำให้เจ้ากล้าพูดเรื่องน่าอายเช่นนี้? เสี่ยว เซี่ยหยิกที่เอวของหลู่เพียว ทำให้เขาแสดงสีหน้าเหยเกออกมา
       
         หลู่เพียวพูดต่อ "เนี่ยหลี อย่าใช้อาวุธใดๆ โจมตีมันล่ะ"
       
        เขาต้องบอกก่อน ถ้าเนี่ยหลีเผลอทำขึ้นมา นั่นหมายถึงอาจเกิดหายนะขึ้นที่นี่ได้
       
       เนี่ยหลียิ้มและพูดออกมาว่า "นี่เป็นม่านพลังดั้งเดิมตั้งแต่สมัยอาณาจักรพฤกษา มันใช้หินแสงสว่างยี่สิบสามก้อนในการทำงาน เมื่อมันเริ่มทำงาน แม้แต่การรวมพลังโจมตีของระดับชั้นตำนานมากกว่าสิบคนก็ไม่อาจคาดฝันได้ว่าจะทำลายมันได้ ไม่ต้องกล่าวถึงอาวุธเลยถ้าหากอาวุธนั้นไม่ได้อยู่ระดับชั้นตำนาน"
       
     ม่านพลังดั้งเดิม? หินแห่งแสงสว่าง?
       

       ทุกคนถึงกับตื่นตกใจเมื่อได้ยิน ถึงพวกเขาไม่อาจเข้าใจ แต่ก็รับรู้ได้ว่ามันต้องเป็นสิ่งที่ทรงพลังมาก พวกเขาทุกคนมองไปยังหลู่เพียวด้วยสายตาแปลกประหลาด การรวมพลังของระดับชั้นตำนานสิบคนไม่อาจทำลายม่านพลังนี้ได้ แต่เจ้าก็ยังลองใช้ขวานจามมันดูงั้นรึ?
       

          "เฮ้ เฮ้ ทำไมพวกเจ้าต้องมองข้าด้วยสายตาแบบนั้นด้วย ตอนนั้นข้ายังเป็นเด็กนะ ข้าจะรู้ได้ไงว่ามันคืออะไร?" หลู่เพียวรู้สึกหดหู่
       

เสี่ยว หนิงเอ๋อเม้มปากและกล่าวอย่างยิ้มๆ ว่า "เนี่ยหลี เจ้ามีวิธีที่จะเปิดม่านพลังนี้ใช่ไหม?"
       

         "ก็ใช่ ข้ามีวิธีที่จะทำลายมัน อย่างไรก็ตามข้าต้องการเวลานิดหน่อยในการทำความเข้าใจเกี่ยวกับมัน พวกเจ้าไปพักก่อนเถอะ" หลังจากที่พูด เนี่ยหลีก็เริ่มต้นสำรวจข่ายอาคมโบราณทันที
       

           ทุกคนต่างอยากรู้อยากเห็นจึงเดินสำรวจโดยรอบสถานที่แห่งนี้ ที่แห่งนี้มีสถาปัตยกรรมหลายรูปแบบ แถมยังมีรูปแบบจารึกที่ลึกลับที่กำลังเปล่งแสงออกมาอีก มันทำให้ดูลึกลับมากยิ่งขึ้น
       
        เสี่ยว หนิงเอ๋อยืนดูเนี่ยหลีอย่างตั้งใจจากระยะไกลอยู่เงียบๆ ดวงตาของเธอเปล่งประกายออกมาเมื่อจ้องมองไปยังเขา มันเป็นอะไรทำให้เธอรู้สึกดีเป็นอย่างมาก
       
    เสี่ยว เซี่ยเริ่มที่จะทำความรู้จักเธอ "เธอคือเสี่ยว หนิงเอ๋อ?"
       
       "ใช่" เสี่ยว หนิงเอ๋อตอบพร้อมยิ้มน้อยๆ
       
     "เจ้าน่ารักมาก ที่สถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์ข้าได้ยินเรื่องมากมายเกี่ยวกับเจ้า เช่นเรื่องความงดงามอันเลื่องลือ" เสี่ยว เซี่ยพูดพร้อมหัวเราะนิดๆ
       
       "เธอก็พูดเกินไป" เสี่ยว หนิงเอ๋อหน้าแดงเล็กน้อย
          เสี่ยว เซี่ยเหลือบตามองไปยังหลู่เพียว ตูเซอ และคนอื่นๆจึงยิ้มเล็กน้อยและพูดต่อ "ข้าแค่แปลกใจนิดหน่อยที่เจ้าอยู่รวมกลุ่มกับเจ้าพวกนี้"
          จากสิ่งที่เธอได้ยินมา เธอเชื่อว่าเสี่ยว หนิงเอ๋อเป็นบุคคลที่เย็นชา ในสถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์เธอไม่มีเพื่อนแม้สักคน เธอเพียงแค่มีชื่อเสียงด้านความงดงามประดุจน้ำแข็ง
       
 เมื่อไหร่กันนะที่มันเปลี่ยนไป? น่าจะเริ่มต้นจากลานฝึกละมั้ง
       
               แม้แต่เสี่ยว หนิงเอ๋อเองก็ตกใจเช่นกันที่เธอเปลี่ยนไปได้ถึงขนาดนี้ จากวันที่เธอต่อสู้กับความเจ็บปวดของโรคนั่น ได้มีคนหนึ่งคนทำให้ชีวิตของเธอนั้นมีสีสันขึ้นมา จากวันนั้นเธอก็มุ่งแต่ที่จะเข้าหาเนี่ยหลี่ เขานั้นเป็นคนที่อยู่ในใจเธอเสมอมา เขาทั้งมอบความมั่นใจ อิสรภาพ และศักดิ์ศรีให้แก่เธอ อีกทั้งยังทำให้เธอได้มีเพื่อนอีกมากมาย
       
คนผู้นี้ เป็นคนที่ไม่อาจหาใครมาแทนที่ได้
       
      เมื่อเสี่ยว หนิงเอ๋อไม่ได้ตอบอะไรออกมา และเธอยังดูเหมือนจมไปกับความคิดอะไรบางอย่าง เสี่ยว เซี่ยจึงกระแอมขึ้นมาอย่างเสียไม่ได้
       
    "ขอโทษ ข้าแค่ฝันกลางวันน่ะ" เสี่ยว หนิงเอ๋อกล่าวขอโทษ
       
เสี่ยว เซี่ยยิ้มและพูดว่า "ไม่เป็นไร"
       
     เธอไม่ใช่คนที่น่ารักมากนัก เธอไม่อาจรู้ได้ว่าเสี่ยว หนิงเอ๋อคิดอะไรอยู่
       
        เสี่ยว หนิงเอ๋อมองไปที่หลู่เพียวที่อยู่ห่างออกไปแล้วจึงมองย้อนกลับมาที่เสี่ยว เซี่ยและกล่าวว่า "หลู่เพียวเป็นคนที่น่าสนใจมาก ถึงแม้เขาจะดูขี้เล่นไปหน่อยแต่เขาก็เป็นคนดีและจริงใจกับเพื่อน"
       
        ได้ยินเสี่ยว หนิงเอ๋อพูดถึงหลู่เพียว แก้มของเสี่ยว เซี่ยก็แดงออกมา ก่อนหน้าที่เธอจะกล้าประกาศสถานะคู่หมั้นของเธอกับหลู่เพียว เสี่ยว เซี่ยแทบไม่อยากมองหน้าหลู่เพียวด้วยซ้ำ เขานั้นแทบไม่เคยคิดถึงวันข้างหน้าของเขากับเธอเลย
       

        เมื่อก่อน พวกผู้ใหญ่ในตระกูลเสี่ยว ต่างก็ไม่ยอมรับความรักของหลู่เพียวและเสี่ยว เซี่ย เสี่ยว เซี่ยนั้นไม่อาจทำอะไรได้มาก แม้ว่าเธอจะชอบหลู่เพียวมากก็ตาม เธอทำได้แค่ก้มหน้ายอมรับการตัดสินใจของตระกูล แต่ว่าเมื่อไม่นานมานี้ผู้ใหญ่ในตระกูลเสี่ยวก็ไม่ได้ปฏิเสธหลู่เพียวอีกต่อไป ทั้งยังแนะนำให้เสี่ยว เซี่ย คบหากับเขาด้วยซ้ำ
       

          มันคงไม่เป็นเช่นนี้ถ้าเธอพบว่าหลู่เพียวนั้นมีพรสวรรค์ที่ไม่ธรรมดา การบ่มเพาะพลังของเขานั้นไปถึงระดับเงินแล้ว มันไม่น่าแปลกใจเลยที่ตระกูลของเธอจะอยากให้เธอใกล้ชิดกันเพื่อสานสัมพันธ์ เสี่ยว เซี่ยไม่ชอบพวกผู้ใหญ่ในตระกูล เธอเพียงแค่ต้องการอยู่กับหลู่เพียว เธอไม่เคยคาดหวังเกี่ยวกับการบ่มเพาะพลังของหลู่เพียว ต่อให้หลู่เพียวเป็นคนที่เหลวไหลเธอก็ไม่สน อย่างไรก็ตาม เพราะหลู่เพียวเป็นคนที่มีความสามารถ นั่นจึงทำให้เธอมีความสุขมาก
       
         แต่ที่หลู่เพียวจะพยายามหลบหน้าเสี่ยว เซี่ย มันทำให้เธอรู้สึกหดหู่มาก
       
       "ฉันชอบความกล้าของเธอนะ เพราะเธอกล้าที่จะว่าเธอนั้นชอบใคร" เสี่ยว หนิงเอ๋อเม้มปากยิ้มออกมาและเหล่ มองไปที่เนี่ยหลีและพูดออกมา "ยินดีต้อนรับสู่กลุ่มนี้นะ"
       
    "อื้ม" เสี่ยว เซี่ย พยักหน้าตอบรับ เหตุผลที่เธอมาที่นี่ก็เพราะหลู่เพียว ในเวลาเดียวกันเธอก็อยากรู้เรื่องราวของกลุ่มนี้ โดยเฉพาะเนี่ยหลี เธอรู้สึกว่าเขานั้นเสมือนรู้ทุกสิ่งอย่างในโลกหล้า โดยเฉพาะการบ่มเพาะพลังที่เร็วเกินไปของหลู่เพียวนั้นต้องเกี่ยวข้องกับเนี่ยหลีแน่ๆ
       
         เป็นคนที่ลึกลับมาก นั่นคือคำนิยามเนี่ยหลีของเสี่ยว เซี่ย อย่างไรก็ตามเมื่อพวกเขาคือเพื่อนของหลู่เพียว  เสี่ยว เซี่ยก็เข้าใจเสี่ยว หนิงเอ๋อ เนี่ยหลี และคนอื่นๆ ต่อหน้าเพื่อนเสี่ยว เซี่ยก็ยังไว้หน้าหลู่เพียวอยู่บ้าง ตัวเธอนั้นมีการแบ่งแยกอย่างชัดเจนระหว่างศัตรูและเพื่อน เพื่อนของหลู่เพียวก็คือเพื่อนของเธอ


ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น