วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 133 – Tempting

Tale of the demon and god novel Chapter 133 – Tempting

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 133 - ล่อลวง


บทที่ 133 - ล่อลวง

          อย่างไรก็ตาม เย่ ฮั่นในตอนนี้นั้นไม่ได้กังวลเกี่ยวกับบาดแผลเท่าไรนัก เขาคำรามและกระโดดเหวี่ยงค้อนลงไป
          เนี่ยหลีคาดไม่ถึงว่าเย่ ฮั่นจะบ้าคลั่งเช่นนี้ หลังจากที่ขยับตัวหลบเขายังรู้สึกด้านชาที่มืออยู่เลย
          ค้อนมังกรเขาทองคำได้ถูกเหวี่ยงอีกครั้งและเกิดเสียงระเบิดดังขึ้น





         ทันใดนั้นเสี่ยว หนิง เอ๋อ หลู่เพรียว ตูเซอและคนอื่นก็รู้สึกหนาวสันหลังและเป็นห่วงเนี่ยหลี
          "เนี่ยหลี ระวัง!"
          ถ้าเนี่ยหลีถูกโจมตีโดยตรงจากค้อนนั่น ต่อให้เนี่ยหลีอยู่ระดับ 5 ดาวเงินถึงไม่ตายก็ต้องบาดเจ็บหนักแน่นอน เย่ ฮั่นไม่ปล่อยไปง่าย ๆ
          เนี่ยหลีหมุนตัวหลบค้อนมังกรเขาทองคำผ่านหน้าของเขาไปอย่างเฉียดฉิว เขารู้สึกได้ถึงความรุนแรงผ่านหน้าของเขา
          ทันใดนั้นเนี่ยหลีก็เผยประกายตาเยือกเย็น
          อาณาเขตแรงโน้มถ่วง!
          เนี่ยหลีได้เพิ่มแรงโน้มถ่วงให้กับเย่ ฮั่นถึงสองเท่า เย่ ฮั่นล้มตัวลงกระแทกพื้นดัง ปัง! ก่อให้เกิดฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่ว




          เย่ ฮั่นพยายามที่จะลุกขึ้นและสะบัดศีรษะ แม้ว่าค้อนมังกรเขาทองคำจะมีพลังป้องกันสูงมาก แต่มันก็ไม่อาจรับความแรงระดับนั้นไหว มันได้เกิดรอยแยกจากการตกกระทบพื้น ในขณะนั้นเนี่ยหลีได้ยืนอยู่ห่างราวหนึ่งเมตรจากเย่ ฮั่น
          หลังจากทำความเข้าใจ เนี่ยหลีได้เข้าใจถึงทักษะการโจมตีของแพนด้าเขี้ยวอสูรขึ้นไปอีกขั้น เขารวบรวมพลังไปที่หมัดขวาจนก่อเกิดประกายแสงสีขาวประดุจสายฟ้าขึ้น
          ถึงแม้ว่ามังกรพสุธาเขาทองคำจะมีร่างกายที่แหลมคม แต่บริเวณหน้าท้องของมันนั้นเตียนโล่งทำให้เนี่ยหลีเล็งไปที่จุดนั้น

          อัศนีบาตอังฆาต!
          เนี่ยหลีเหวี่ยงหมัดโจมตีมังกรพสุธาเขาทองคำอย่างไร้ความปราณีตรงเข้าบริเวณชายโครง
          ปัง! บังเกิดเสียงกระดูกแตกหัก
          ด้วย พลังระดับนี้ทำให้เย่ ฮั่นตัวลอยขึ้นฟ้าและล่วงหล่นกระทบพื้นดังลั่น
          แม้ว่าเนี่ยหลีและเย่ ฮั่นจะมีความต่างกันมากมาย แต่ทุกครั้งที่เนี่ยหลีเคลื่อนตัวหลบนั้นกล่าวได้ว่าลื่นไหลประดุจสายน้ำ  เนี่ยหลีมีความสามารถมองหาตำแหน่งโจมตีได้ยอดเยี่ยม เมื่อไหร่ก็ตามที่เขาใช้ทักษะโจมตีนั่นหมายถึงช่วงเวลาที่ก่อเกิดผลลัพธ์มากที่สุด ยิ่งไปกว่านั้นตำแหน่งที่อัศนีบาตอังฆาตปะทะนั้นคือจุดอ่อนของมังกรพสุธาเขาทองคำอีกด้วย!
          ตั้งแต่ที่การต่อสู้เริ่มขึ้น เนี่ยหลีตระหนักได้ถึงความสามารถของทักษะโจมตีและจุดอ่อนของเย่ ฮั่น แม้ว่าเย่ ฮั่นจะรวมร่วง แต่จุดอ่อนเหล่านั้นก็ยังคงไม่หายไปไหน ความสามารถของเย่ ฮั่นนั้นห่างชั้นกับเนี่ยหลียิ่งนัก

          กระดูกซี่โครงของเย่ ฮั่นถึงกับร้าวและแสดงออกซึ่งอาการเจ็บปวดบนใบหน้าอันบิดเบี้ยว เย่ ฮั่นเอามือกุมซี่โครงไว้และจ้องไปทางเนี่ยหลีประดุจมองสัตว์ร้าย
          "ท่านสู้ข้าไม่ได้หรอก ยอมแพ้เถอะ" เนี่ยหลีกล่าวพร้อมสายตามองไปที่เย่ ฮั่น
          ผู้คนที่ดูอยู่ถึงกับมึนงง พวกเขาแสดงสีหน้าอันแปลกใจออกมา พวกเขารู้ว่าความแข็งแกร่งของเนี่ยหลีนั้นห่างชั้นกับเย่ ฮั่น แต่ทำไมกลายเป็นเย่ ฮั่นนั้นอ่อนแอกว่าเนี่ยหลีไปได้? แม้ว่าเขาจะรวมร่างแล้วก็ยังถูกจัดการโดยหมัดเพียงหมัดเดียวเท่านั้น
          นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน?

          เสี่ยว หนิง เอ๋อ หลู่เพรียว ตูเซอและคนอื่นที่อยู่กับเนี่ยหลีมานานยังไม่อาจคาดคิดว่าเนี่ยหลีจะสามารถเอาชนะเย่ ฮั่นได้ เนี่ยหลีใช้อาณาเขตแรงโน้มถ่วงตั้งแต่ที่คู่ต่อสู้ยังไม่พร้อม เมื่อคู่ต่อสู้ขยับตัวลำบาก ผลจึงบังเกิดทำให้เขาเหวี่ยงหมัดเข้าโจมตีที่จุดอ่อนได้
          แม้ว่าคู่ต่อสู้จะมีเทคนิคการต่อสู้ที่เหนือกว่าเนี่ยหลี แต่เนี่ยหลีก็ได้จู่โจมเข้าในจุดที่ป้องกันยากที่สุด นอกจากนี้เย่ ฮั่นก็ไม่เคยมีประสบการณ์รับมือกับอาณาเขตแรงโน้มถ่วง
          เสี่ยวหนิงเอ๋อ หลู่เพรียว ตูเซอและคนอื่น ๆ ได้ข้อมูลใหม่ที่ส่งผลต่อความสามารถทางการต่อสู้ของพวกเขา

          เย่ ฮั่น เงยหน้าขึ้นและมองไปที่เนี่ยหลีด้วยดวงตาสีแดงเลือด ในใจของเขาเต็มไปด้วยความแค้นและความรู้สึกที่ไม่อาจยอมรับได้ที่พ่ายแพ้ต่อเนี่ยหลี มันเป็นที่ชัดเจนว่าพลังของเขานั้นมีความสามารถเหนือกว่าคู่ต่อสู้

          ตลอดมาเขาเป็นอัจฉริยะหมายเลขหนึ่งของเมืองกลอรี่
          ทำไม?
          ทำไมเข้าถึงได้แพ้?
          เย่ ฮั่น กำหมัดแน่น เล็บของเขาแทบจะจิกเข้าไปในผิวหนัง ความรู้สึกคับข้องใจเด่นชัดขึ้นในใจของเขา เจ้าเนี่ยหลี่ มันแย่งตำแหน่ง ว่าที่เจ้าเมืองไปจากเขา เขาไม่หวังอะไรอื่นนอกจากการสังหารเนี่ยหลี


          "เนี่ยหลี เจ้าอย่าเพิ่งได้ใจเร็วนัก ถ้าแค้นนี้ไม่ได้ชำระ ข้า เย่ ฮั่นจะไม่ขอเป็นมนุษย์อีกต่อไป" ดวงตาของเย่ ฮั่นเต็มไปด้วยความเยือกเย็นพร้อมจ้องไปที่เนี่ยหลี
          เนี่ยหลีนั้นเข้าใจได้ถึงความคับแค้นใจของเย่ ฮั่น คนเจ้าเล่ห์เช่นเย่ ฮั่นนั้นเมื่อหายดีจะต้องกลับมาล้างแค้นแน่นอน เนี่ยหลีเข้าใจเย่ จื้อหวิ๋นมากขึ้นว่าทำไมเธอไม่เคยพูดถึงเย่ ฮั่นเลย ในชาติก่อนของเขา ตัวตนของเย่ ฮั่นนั้นไม่เคยโผล่ออกมาให้เห็นเลย นอกจากนี้ตัวเขาก็ไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นเจ้าเมืองอีกด้วย


          แม้ว่าพรสวรรค์ของเย่ ฮั่นจะเป็นที่ชื่นชอบของเย่ ซ่ง แต่ก็ไม่สามารถทำให้เขาได้รับการยอมรับจากผู้อาวุโสของตระกูลวายุเหมันต์ นอกจากนี้ถ้าเย่ ฮั่นพ่ายแพ้ เขาก็จะกลับมาแก้แค้นพร้อมความแค้น
          เนี่ยหลีมองต่ำไปยังเย่ ฮั่น รอบตัวของเขาปล่อยจิตสังหารออกมา จิตสังหารนั้นแผ่กระจายจนทำให้อุณหภูมิลดลง


          "เย่ ฮั่น ข้าไม่สนว่าในใจของท่านจะคิดยังไง ถ้าท่านนิ่งเฉยไม่ทำอะไร ท่านจะยังมีโอกาสที่จะรอดชีวิต แต่ถ้าท่านต้องการความตายข้าก็ไม่ปฏิเสธที่จะมอบมันให้หรอกนะ คนบางคนก็ไม่มีค่าพอที่จะเป็นคู่ต่อสู้ และข้าไม่เคยมองท่านเป็นคู่ต่อสู้ เพราะว่าท่านนั้นไม่คู่ควร"

          ในมุมมองของเนี่ยหลีมีเพียงแค่จักรพรรดินักปราชญ์เท่านั้นที่คู่ควรจะเป็นคู่ต่อสู้ของเขา มันไม่สำคัญว่าเขาจะตั้งตนเป็นศัตรูต่อ เย่ ฮั่นหรือตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ พวกมันนั้นล้วนไม่คู่ควร
          เนี่ยหลีใช้สายตาดุจคมมีดทะลวงเข้าไปในจิตใจของเขา เย่ ฮั่นรู้สึกถึงความเยือกเย็นอันสยดสยองทำให้เขานั้นรู้สึกพ่ายแพ้และยอมศิโรราบ เพียงแต่ผ่านไปช่วงเวลาหนึ่งความแค้นในใจของเขาก็ปะทุขึ้นอีกครั้ง


          ตำแหน่งเจ้าเมืองที่เขาปรารถนามาหลายปี เขาจะปล่อยให้มันหลุดมือไปเช่นนั้นหรือ?
          เย่ ฮั่น ตวัดสายตาไปที่เนี่ยหลี เขากุมอกไว้และจากไปดุจหมาป่าเดียวดาย แผ่นหลังของเขานั้นช่างดูอ้างว้าง ผู้คนที่มุงดูต่างแยกออกเป็นทางให้เย่ ฮั่นจากไป
          มองไปที่แผ่นหลังของเย่ ฮั่น เนี่ยหลี รู้ว่าเย่ ฮั่นนั้นไม่ปล่อยไปทั้งอย่างนี้แน่ แต่เนี่ยหลีก็ทำอะไรต่อหน้าฝูงชนจำนวนมากเช่นนี้ไม่ได้ ยังไงก็ตามแม้ว่าเย่ ฮั่นจะยอมแพ้และจากไปอย่างสงบ เนี่ยหลีก็จะตั้งตนเป็นศัตรูของเขาต่อไปอย่างแน่นอน

          แม้ว่าถ้าเย่ ฮั่นจะมีความตั้งใจกระทำเรื่องชั่วช้าบางอย่าง เนี่ยหลีก็จะใช้พลังทั้งหมดทำให้เย่ ฮั่นไม่สามารถกระทำการใด ๆ ได้อีกตลอดชีวิต

          นักเรียนที่มุงดูจากสถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์ต่างมองเย่ ฮั่นจากไป และหันหน้ากลับมามองเนี่ยหลี พวกเขารู้สึกหวาดกลัว เย่ ฮั่นคือหมายเลขหนึ่งจากอัจฉริยะทั้งหมดของสถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์ มีข่าวลือว่าเขาสามารถล้มคู่ต่อสู้ระดับ 2ดาวทองเมื่อตอนที่เขายังอยู่เพียงแค่ระดับ 1ดาวทอง และในตอนนี้ระดับของเขาไปถึง 3ดาวทองแล้ว เย่ ฮั่นก็ยังแพ้

          สิ่งที่ทำให้ผู้คนตกใจยิ่งกว่าคือเย่ ฮั่นอายุถึงยี่สิบปี และเนี่ยหลีอายุเพียงแค่สิบสี่ปี  นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน
          เมื่อกี้ อัจฉริยะหมายเลขหนึ่งของเมืองกลอรี่เพิ่งถูกสยบด้วยมือของเนี่ยหลี นั่นทำให้ชื่อเสียงของเนี่ยหลีถูกแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว


          "ไปกันเถอะ" เนี่ยหลีถอนสายตากลับมาและมองไปยังเสี่ยว หนิง เอ๋อ หลู่เพรียว ตูเซอ และพรรคพวก


          แม้ว่าเสี่ยว หนิง เอ๋อ หลู่เพรียว ตูเซอและคนอื่นจะตกใจที่เนี่ยหลีสามารถล้มเย่ ฮั่นได้ แต่ก็แค่ชั่วครู่เท่านั้น พวกเขาเคยชินเสียแล้วจากการที่เนี่ยหลีทำสิ่งที่ไม่น่าเชื่อให้เป็นไปได้

          ท่ามกลางสายตาของผู้คนพวกเขาก็จากไป ที่ป่าของสถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์  เย่ ฮั่นใช้พลังของเขาเชื่อมต่อกระดูกที่แตกหัก กัดฟันและใส่ยาลงบนบาดแผล
          เสียงอันทรงเสน่ห์ดังขึ้น "ชิ ชิ หนึ่งในอัจฉริยะอันดับหนึ่งของเมืองกลอรี่ ตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับสุนัขกำลังเลียแผล น่าสมเพชจริง"

          "ใคร?!" จิตสังหารประกายออกมาผ่านทางสายตาของเย่ ฮั่นพร้อมมีดคมกริบที่ฝ่ามือ
          "ข้าแค่ต้องการช่วยเจ้าเท่านั้น เจ้าไม่ต้องทำท่าน่ากลัวอย่างนั้นก็ได้"
          ร่างหนึ่งเคลื่อนตัวออกมาจากด้านข้างของป่า ร่างของเธอนั้นเพรียวบาง และร่างของเธอก็เปล่งประกายอันน่าหวาดหวั่นออกมา คนผู้นี้คืออดีตครูผู้สอนชั้นเรียนนักต่อสู้ฝึกหัด คนที่ถูกขับไล่ออกจากสถาบันโดยเนี่ยหลี เสิ่นซิ่วนั่นเอง

          มองไปที่เสิ่นซิ่ว  เย่ ฮั่นแค่นเสียงเย็นชา เขาและเสิ่นซิ่วเคยเป็นเพื่อนรวมชั้นสมัยที่ยังอยู่สถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์ ทั้งสองไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ดีอันใดนัก พวกเขาเพียงแค่เคยคุยกันนิดหน่อย ดังนั้น เย่ ฮั่นจึงมีความประทับใจเกี่ยวกับเธออยู่บ้าง
          "เธอนั่นเอง ต้องการอะไรกันล่ะ" เย่ ฮั่นส่งเสียงเย็นชา เพราะเสิ่นซิ่วนั้นมีระดับพลังต่างจากเขามากนัก เขาจึงไม่ได้ใส่ใจเสิ่นซิ่วเท่าไร

          มุมปากของเสิ่นซิ่ว ยกยิ้มเพียงนิดและกล่าวว่า "บุตรบุญธรรมของเจ้าเมือง เจ้าคิดที่จะยกตำแหน่งเจ้าเมืองให้คนอื่นงั้นรึ?"

          "ไม่ใช่เรื่องของเจ้า" เย่ ฮั่นตอบเสียงเยือกเย็น
          "ชิ ชิ เจ้าช่างเย็นชาเหมือนเคย ข้าไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าเจ้าเด็กเหลือขอ เย่ จื้อหวิ๋นนั่นมีดีตรงไหน ทำไมเจ้าถึงปล่อยให้นางมาเป็นจุดอ่อนกันได้" เสิ่นซิ่วยิ้มและกล่าวต่อ "ถ้าข้าจะบอกว่า ข้ามีแผนที่จะนำเจ้ากลับไปนั่งยังตำแหน่งเจ้าเมืองจากเจ้าเด็กเหลือขอ และเย่ จื้อหวิ๋น เจ้าจะสนใจไหม"

          เย่ ฮั่น กวาดสายตาจ้องมองไปยังเสิ่นซิ่วด้วยใบหน้าตื่นตระหนก และกล่าวเสียงเย็น "ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ของเจ้ายังช่วยตัวเองไม่รอด คิดช่วยตัวเองก่อนข้าเถอะ"


          "ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ดำรงอยู่คู่กับเมืองกลอรี่มานับพันปี พวกเราไม่มีทางล่มจมง่ายดายเพียงนั้น มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่ตระกูลวายุเหมันต์จะกำจัดตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์" เสิ่นซิ่ว แค่นเสียง "สำหรับเจ้า เจ้าเป็นแค่บุตรบุญธรรมที่เย่ ซ่งจับมาเลี้ยงเท่านั้น แม้ว่าเจ้าเด็กเนี่ยหลีจะไม่โผล่มา เจ้าก็ไม่มีทางที่จะได้ครอบครองตำแหน่งเจ้าเมืองหรอก ฮ่า ๆ  น่าขำยิ่งนัก"
          "เจ้า!" จิตสังหารที่น่ากลัวได้เปล่งประกายออกมาจากดวงตาของเย่ ฮั่น เขาเปรียบดั่งหมาป่าดุร้ายและพุ่งแทงมีดไปยังเสิ่นซิ่ว



ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น