วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 131 – Golden Horned Land Dragon

Tale of the demon and god novel Chapter 131 – Golden Horned Land Dragon

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 131 - มังกรพสุธาเขาทองคำ


บทที่ 131 - มังกรพสุธาเขาทองคำ

ถ้าหากเนี่ยหลี่ ล่วงรู้ความคิดทุกคนในตอนนี้ เขาอาจจะต้องจมน้ำลายตายในตอนนี้
อย่างไรก็ตาม มีจุดบ่งชี้ที่เห็นได้ชัดว่า ตั้งแต่เสี่ยวหนิงเอ๋อ ฝึกเทคนิคการบ่มเพาะ มังกรเหินวายุอัสนี แล้ว ผิวพรรณของนางดูละเอียดและนิ่มนวลขึ้นมาก และอารมณ์ดีมากขึ้น ยิ่งทำให้นางดูมีเสน่ห์ยิ่งกว่าเดิม เมื่อเทียบกับเสี่ยวหนิงเอ๋อกับผู้หญิงคนอื่นในห้องเรียนอัจฉริยะแล้ว ราวกับหงส์ขาวที่อยู่ในฝูงเป็ดเลยทีเดียว


“ข้ามาหาเจ้า” เสี่ยวหนิงเอ๋อ พูดเบา ๆ พร้อมกับแก้มที่ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดง
เสียงของเสี่ยวหนิงเอ๋อก็ยังดังพอที่จะให้นักเรียนทุกคนที่ยืนอยู่รอบๆได้ยินสิ่งที่เธอพูด  ทันทีที่ได้ยิน พวกเขาต่างก็ใจสลาย จากการแสดงออกของนางฟ้าหนิงเอ๋อ ทุกคนรู้ได้ทันทีว่าเธอมีคนที่อยู่ในใจแล้ว ทุกคนต่างรู้สึกหดหู่ พวกเขาต่างประหลาดใจว่าทำไมถึงเป็นคนอย่างเนี่ยหลี่ นับตั้งแต่ที่นางฟ้าหนิงเอ๋อให้ความใกล้ชิดเขา


เนี่ยหลี่ยิ้มเล็กน้อยแล้วพูดว่า
“เจ้ามาได้เวลาพอดี พวกเรากำลังเตรียมตัวกันอยู่เลย เจ้าจะไปกับเราก็ได้นะ”
นักเรียนหลายคนส่งพวกพ้องเขาให้ตรวจสอบเบื้องหลังของเนี่ยหลี่ ถ้าหากพวกเขาพบว่าเนี่ยหลี่ไม่ได้มีใครหนุนหลัง พวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจเนี่ยหลี่
“แน่นอน” หนิงเอ๋อรีบเดินไปยืนข้างๆเนี่ยหลี่ ลู่เพียวเข้าใจสถานะการณ์ดี จึงทำหน้าตลกแล้วยกที่นั่ง ของเขาให้กับเสี่ยวหนิงเอ๋อ เสี่ยวหนิงเอ๋อ นั่งลงข้างๆเนี่ยหลี่ เพียงแค่เธอขยับแขนอันเรียวสวยของเธอ เขาก็ได้กลิ่นน้ำหอมผู้หญิงโชยมาจากเธอ




เนี่ยหลี่รู้สึกอึดอัดเล็กน้อย หาก จื้ออวิ้น มาที่นี่และเห็นสิ่งเหล่านี้เธออาจจะเข้าใจผิดได้อีก แต่อย่างไรก็ตามเขาก็ไม่รู้ว่าจะบอกกับหนิงเอ๋ออย่างไร ว่าให้ย้ายที่นั่งไป
ในขณะนั้นมีสายตาที่จ้องเขม็ง มีคนเจ็ดคนเดินมาพร้อมกับ เฉินหลินเจียน แห่งตระกูลปราชญ์วิเศษ ที่เดินนำเข้ามา เฉินหลินเจียน กวาดสายตามองไปทั่วห้องเรียน และหลังจากที่ได้เห็นเนี่ยหลี่ เขาลืมตากว้างขึ้นเล็กน้อยแล้วเดินไปที่ บริเวณเนี่ยหลี่นั่งอยู่
เฉินหลินเจียน มองดูและเริ่มพูดทักทาย

“เนี่ยหลี่ ข้าขอเวลาสักเดี๋ยวนะ”
“นายน้อยเสิ่น แค่เดี๋ยวเดียวนะ”เนี่ยหลี่ไม่ได้ลุกยืนขึ้น เขาเพียงแค่พยักหน้ารับเท่านั้น
แม้ว่า เนี่ยหลี่ จะไม่ได้ลุกยืนคุยกับเขา แต่เฉินหลินเจียน ก็ไม่ได้รู้สึกว่าเนี่ยหลี่ เสียมารยาทอะไร  เขายิ้มและพูดว่า

“ถ้าหากว่าเจ้าสนใจ จะไปเรียนชั้นเรียนเดียวกับข้าไหม?”หลังจากพูดจบ เขานั่งลง ตรงที่นั่ง ข้างหน้าของเนี่ยหลี่

“ข้าเพียงแค่ลองมาดูเท่านั้น ถ้าถึงเวลาข้าก็คงจะไป”
เฉินหลินเจียน ลดเสียงพูดเบาลงและพูดข้างๆหูเนี่ยหลี่ ว่า
“เจ้าจะต้องระวังตัวให้ดี ในห้องเรียนของอัจฉริยะนี้ มีหูตาของตระกูลเทพศักดิ์สิทธิอยู่มากมาย พวกเขาจับตาดูเจ้าอยู่ นอกจากนี้ข้ายังเคยเห็น เสิ่นซิ่ว มาที่สถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์นี้ด้วย มันเป็นไปได้มากที่จะมาเพราะเรื่องของเจ้า”

“ข้าเข้าใจดี และขอขอบคุณสำหรับข่าวสารที่แจ้งมา” เนี่ยหลี่พูดขอบคุณ พร้อมกับพยักหน้าเล็กน้อย
เฉินหลินเจียน เขาก็ยังคงเป็นคนดี แม้จะโผงผางแบบชายหนุ่มทั่วไป แต่ก็เป็นคนที่รักษาสัจจะ
เมื่อเห็น เฉินหลินเจียน กับ เนี่ยหลี่ สนทนากัน นักเรียนคนอื่นต่างจ้องมองหน้ากัน
“นี่มันเรื่องตลกใช่ไหม?” แม้แต่ เฉินหลินเจียน ก็ยังสุภาพกับ เนี่ยหลี่ จะเกิดอะไรขึ้นถ้าหากพวกเขากล้าท้าทายกับเนี่ยหลี่ หากเขากล้าที่จะลองดีกับเนี่ยหลี่ พวกเขาอาจจะตายโดยที่ไม่ทันได้รู้ตัวเลยก็ได้
เฉินหลินเจียน มองไปที่เนี่ยหลี่และพรรคพวกของเขาอย่างตกตะลึง และพูดว่า
“กลุ่มของพวกเจ้ายกระดับการบ่มเพาะได้อย่างรวดเร็ว ถ้าหากเจ้าพอมีเวลา ข้าอยากจะขอคำชี้แนะจากเจ้าด้วย”

การบ่มเพาะของเนี่ยหลี่และพวกของเขาได้เพิ่มขึ้นด้วยความเร็วที่แทบเป็นไปไม่ได้
เนี่ยหลี่ยิ้มและพูดว่า

“เมื่อเร็วๆนี้ มีเทคนิคการบ่มพาะใหม่ ๆ ที่สถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์ นายน้อยเฉิน สามารถไปขอเรียนรู้ได้จากที่นั่น มันจะสามารถช่วยท่านได้ไม่น้อย”
“โอ้” เฉินหลินเจียน คิ้วกระตุกเล็กน้อยและ พูดอย่างขบขันว่า “ข้าจะต้องหาเวลาไปเยี่ยมชมดูสักหน่อยแล้ว”

ทันใดนั้นก็มีเสียงดังโกลาหลทั่วห้องเรียนอัจฉริยะ
“รุ่นพี่ เย่ ฮั่นกลับมาแล้ว”
          “เย่ ฮั่น? ตระกูลวายุเหมันต์ เย่ ฮั่น งั้นเหรอ?”
          “ใช่แล้ว!”
          ในห้องเรียนอัจฉริยะนี้ มีบางคนที่เคยเห็นเย่ ฮั่นมาก่อน และบางส่วนก็ยังเป็นเด็กใหม่ ที่ไม่เคยเห็นเขา อย่างไรก็ตามชื่อของเย่ ฮั่นก็เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย เย่ ฮั่นครั้งหนึ่งเคยได้ชื่อว่า เป็นอันดับหนึ่งของเหล่าเด็กอัจฉริยะ ของเมืองกลอรี่
          เย่ ฮั่นสวมเสื้อคลุมสีดำ มีไอเย็นแผ่ออกมาจากคิ้วของเขาขณะที่เขาเดินเข้ามาจากประตูหลัก อุณหภูมิในห้องเรียนอัจฉริยะ  ราวกับลดลงไปหลายองศา ไม่มีใครกล้าที่จะเอ่ยปากพูดคุยกันแม้แต่คำเดียว


“เย่ ฮั่น เขามาทำอะไรที่นี่?”เนี่ยหลี่ถกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เขายกศีรษะขึ้นเพื่อที่จะมองดู เขาจ้องมองไปและเห็นความหนาวเหน็บจากตาของเย่ ฮั่น จากสายตาที่จ้องมองกัน เนี่ยหลี่รู้ได้ทันทีว่าเขาไม่ได้มาดีอย่างแน่นอน
“เขาอาจจะมาเพราะเรื่องของเจ้า” เฉินหลินเจียน พูดด้วยเสียงอันเบา
“เจ้าต้องการให้ข้าอยู่คุ้มครองเจ้าสักครู่ไหม?” เนี่ยหลี่ ตอบกลับอย่างใจเย็นว่า
“ไม่จำเป็น ข้าขอขอบคุณท่านมาก ข้าเนี่ยหลี่ ในชีวิตนี้ ข้าฆ่าได้แม้กระทั่งพระเจ้า ที่จะมาเป็นอุปสรรคขวางทางของข้า!”


       ความอ่อนแอและขี้ขลาด เขาได้ทำมามากพอแล้วในชีวิตก่อนหน้านี้ ในชีวิตนี้ เขาจะไม่เป็นเหมือนเนี่ยหลี่คนเดิม ถ้าหากเขาจะแอบหลบซ่อนตัวจากเย่ ฮั่น เขาก็ควรจะระเบิดหัวตัวเอง แล้วตายไปซะ
          เขาฆ่าได้แม้กระทั่งพระเจ้า ที่จะมาเป็นอุปสรรคขวางทางเขางั้นเหรอ? แม้ว่าเนี่ยหลี่จะพูดด้วยความสงบนิ่ง แต่ เฉินหลินเจียน รู้สึกถึงความพลุ้งพล่านในตัวเนี่ยหลี่ ที่พร้อมจะต่อสู้อยู่ตลอดเวลา ใครกันที่จะกล้าพูดถ้อยคำที่หยิ่งยโส ขนาดนั้น เลือดในกายของ เฉินหลินเจียน กำลังเดือดพล่าน เขารู้สึกได้เลยว่า เนี่ยหลี่ไม่เหมือนกับคนอื่นๆ


          เขาเป็นแค่เด็กหนุ่มอายุสิบสี่ปี ที่กล้าจะยืนหยัด อย่างภาคภูมิใจต่อหน้ากำแพงสูงตระหง่านของตระกูลต่าง ๆ จำนวนมาก แม้กระทั่งกล้าไล่ เสิ่นเฟ่ย ต่อหน้าผู้นำตระกูล ของตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ ตอนนี้เขายังกล้าที่จะพูดว่า เขาฆ่าได้แม้กระทั่งพระเจ้า ที่จะมาเป็นอุปสรรคขวางทางเขา
          นี่เป็นเพราะความหยิ่งผยองของเนี่ยหลี่ หรือว่า เป็นความเชื่อมั่นในความแข็งแกร่งของตัวเอง บนเส้นทางของการบ่มเพาะพลัง ด้วยความกล้าหาญเพียงอย่างเดียว ก็สามารถถึงจุดสุดยอดของศิลปะการต่อสู้! ในใจของ เฉินหลินเจียน เริ่มที่จะเข้าใจแล้วว่า ขอบเขตจิตวิญญาณของเขาก็ถูกสร้างขึ้นด้วยความเชื่อมั่นในพลังของตัวเอง
          เฉินหลินเจียน หัวเราะแล้วพูดว่า “ฆ่าได้แม้กระทั่งพระเจ้า ที่จะมาเป็นอุปสรรคขวางทางเจ้า เจ้าพูดเช่นนั้นเหรอ?”


          เย่ ฮั่นจ้องมองมาที่เนี่ยหลี่ เขาชี้นิ้วไปที่เนี่ยหลี่แล้วกล่าวอย่างเคร่งขรึมว่า
          “เจ้าตามข้ามาเดี๋ยวนี้” เสียงของเย่ ฮั่นเต็มไปด้วยเจตนาที่จะฆ่า เสี่ยวหนิงเอ๋อ ลู่เพียว และคนอื่น ๆ ต่างจ้องไปที่เนี่ยหลี่
          ตูเซอพูดขึ้นมาว่า “เนี่ยหลี่,เขาเป็นร่างทรงอสูร 3 ดาว ระดับโกล์ด ถ้าหากมีธุระอะไรให้พวกเราทำ ก็ขอให้พูดออกมา”


หลู่เพียว เว่ยหนาน และคนอื่น ๆ ทั้งหมด แสดงออกอย่างเปิดเผย ในชีวิตนี้ ไม่ว่าอะไรก็ตาม พวกเขาจะยืนเคียงข้างกับเนี่ยหลี่ แบ่งปันชีวิตและความตายร่วมกัน พวกเขามีความตั้งใจอย่างแน่วแน่
          เนี่ยหลี่ ลุกขึ้นยืนและเดินออกไปข้างนอก โดยมีเสี่ยวหนิงเอ๋อ ตูเซอ หลู่เพียว และคนอื่น ๆ เดินตามหลัง


หลังจากที่ได้เห็น พวกนักเรียนชั้นเรียนอัจฉริยะ รู้สึกว่าเขาจะพลาดการรับชมเรื่องนี้ไม่ได้เด็ดขาด พวกเขาลุกขึ้นและเดินตามไปนอกชั้นเรียน
       
          ณ ลานต่อสู้ สถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์

จำนวนนักเรียนรวมตัวกันที่นี่ เพิ่มขึ้นมากขึ้นและมากขึ้น เพียงแค่ชื่อของเย่ ฮั่นและเนี่ยหลี่ ก็เพียงพอที่จะล่อความสนใจของทุกคน ฝูงชนโดยรอบ ล้อมวงกันเป็นวงกลมขนาดหลายสิบเมตร มีเนี่ยหลี่และเย่ ฮั่นยืนอยู่ตรงกลาง เพียงแค่กลิ่นอายของพลังวิญญาณเพียงอย่างเดียว ก็แทบจะทำให้พวกเขาหายใจไม่ออกแล้ว


“ข้าสงสัยว่าทำไม รุ่นพี่ เย่ ฮั่นถึงได้จ้องหน้าข้านัก?” เนี่ยหลี่ใจเย็น มองไปที่หน้าของเย่ ฮั่น เขาสัมผัสได้ว่ากลิ่นอายพลังวิญญาณของเขาก็ไม่ได้ด้วยกว่าเย่ ฮั่น


“ตั้งแต่ที่เจ้าเรียกข้าว่ารุ่นพี่ ข้าจะสั่งสอนบทเรียนให้เจ้าในวันนี้ ข้อแรก อย่าทำตัวจองหอง อวดดี จนเกินไป ต้องคิดอยู่เสมอว่า ยังมีใครบางคนที่แข็งแกร่งกว่าเจ้า” เย่ ฮั่นมองไปที่เนี่ยหลี่ด้วยสายตาที่เย็นชา
“ก่อนหน้านี้ที่คฤหาสน์ท่านเจ้าเมือง งานเลี้ยงต้อนรับข้า ข้าไม่ได้หวาดกลัวเจ้า ที่ข้ายอมถอยไป แต่ตอนนี้ ข้ามาเพื่อจะบอกให้เจ้า เพื่อให้เจ้าออกห่างจาก จื้ออวิ้นไปซะ”



เหตุผลที่ออกมาเป็นเพราะเรื่องผู้หญิง นอกจากนี้หญิงคนนี้เป็นหญิงงามอันดับหนึ่งของสถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์ ตอนนี้นักเรียนของสถาบันกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์ต่างก็ซุบซิบนินทากันจนออกนอกหน้า
“ข้าเรียกท่านว่ารุ่นพี่ เพราะท่านเป็นลูกบุญธรรมของท่านเจ้าเมือง และเป็นพี่ชายของเย่ จื้ออวิ๋น เรื่องบางเรื่อง มันก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับท่าน เย่ ฮั่น ข้ารู้ว่าท่านเจ้าเมืองต้องการที่จะส่งต่อตำแหน่งเจ้าเมืองให้กับท่าน แต่คุณสมบัติของท่านนั้นยังห่างไกลยิ่งนัก นอกจากนี้ท่านยังเป็นแค่คนนอก ท่านหน่ะยังมีคุณสมบัติอะไรอีกบ้าง?” เนี่ยหลี่พูดอย่างใจเย็นและมองไปยังเย่ ฮั่น


จากการแสดงออกของเย่ ฮั่น เนี่ยหลี่รู้ได้ว่าเขาอาจจะคิดได้แล้ว ว่าเขาไม่มีโอกาสที่จะได้รับตำแหน่งเจ้าเมืองแล้ว และได้ตัดสินใจเพื่อจะทดลองอะไรบางอย่างในนาทีสุดท้าย


เรื่องทั้งหมดมันก็เกิดขึ้นจากเนี่ยหลี่ ถ้าเย่ ฮั่นสามารถบังคับเนี่ยหลี่ให้ออกไปได้ ก็จะไม่มีใครมาแย่งชิงเย่ จื้ออวิ๋น ซึ่งแน่นอนว่าเธอยังไม่เหมาะสมที่จะสืบทอดตำแหน่งเจ้าเมือง
ในชีวิตก่อนหน้าของเขา เนี่ยหลี่เองก็ไม่ได้มีคู่แข่งทางใจ แต่ในชีวิตนี้ เนี่ยหลี่ได้เข้าใจบางอย่าง โลกนี้จะไม่เห็นใจเจ้า ถ้าเจ้าเป็นเพียงคนที่ขี้ขลาด เจ้าจะต้องต่อสู้ทุกอย่างเพื่อตัวเจ้าเอง  หากเจ้าไม่ได้ต่อสู้กับมัน ถึงแม้ว่ามันจะเป็นของเจ้า มันก็จะถูกกระชากออกไป


เนื่องจากความจริงที่ว่า เขาไม่ได้มีการติดต่อใด ๆ กับเย่ ฮั่นในชีวิตของเขาก่อนหน้าเนี่ยจึงไม่ได้ใส่ใจว่าเย่ ฮั่นจะเป็นอะไร หลังจากที่ได้เห็นการกระทำก่อนหน้าของเย่ ฮั่น และความจริงที่ว่าเขาไม่ได้แสดงขึ้นที่การรบครั้งสุดท้ายในเมืองกลอรี่เนี่ยหลี่ก็พอจะคาดเดาความเป็นไปได้ในบางอย่าง เย่ ฮั่นจะต้องเป็นรอยด่างของ ตระกูลวายุเหมันต์ จนถึงขั้นที่ เย่ จื้ออวิ๋นไม่เคยคิดที่จะพูดถึงเขาเลย ในชีวิตนี้เนื่องจากการปรากฏตัวของเขาบางสิ่งบางอย่างอาจจะไม่เป็นไปตามแผนของเนี่ยหลี่แต่เพื่อที่จะปกป้องเย่ จื้ออวิ๋นแน่นอนว่าเนี่ยหลี่จะใช้ความระมัดระวังกับเย่ ฮั่น


“ไม่ว่าข้าจะมีคุณสมบัติหรือไม่ ก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเจ้าในเรื่องนี้ เรื่องของตระกูลวายุเหมันต์ ไม่ใช่สิ่งที่คนนอกเช่นเจ้าจะเข้ามาก้าวก่าย แต่ดูจากท่าที ที่หยิ่งจองหองเช่นนั้น ข้าคงจะต้องขอทดสอบความสามารถเจ้าหน่อยหล่ะ” เย่ ฮั่นพูดด้วยความดุเดือดเลือดพล่าน พร้อมพ่นลมหายใจออกมาทางจมูกอย่างรุนแรง

คลื่นพลังวิญญาณถูกปล่อยออกมาจากร่างกายของเขา ร่ายกายของเขาเปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง และร่างของเขาถูกปลกคลุมไปด้วยชั้นของเกราะทองคำ และหางที่มีปลายเป็นค้อนขนาดใหญ่ก็งอกออกมาจากข้างหลังของเขา จากนั้นมือทั้งสองข้างของเขาก็เปลี่ยนเป็นกงเล็บอันแหลมคม
มังกรพสุธาเขาทองคำ!


หัวใจของเนี่ยหลี่ หนาวเย็นลงไปเล็กน้อย เย่ ซ่งเองก็มีจิตอสูรเป็นมังกร ของเขาเป็นมังกรพสุธาเกล็ดทมิฬ นี่ถึงกับมอบ มังกรพสุธาเขาทองคำ ให้กับบุตรบุญธรรมเชียวเหรอ


มังกรพสุธาเขาทองคำ เป็นวิญญาณอสูรประเภทต่อสู้ ในวิญญาณอสูรประเภทต่อสู้ ด้านความแข็งแกร่งต้องตกเป็นของเผ่ามังกรอย่างแน่นอน พลังของมังกรพสุธาเขาทองคำ นั้นเหนือยิ่งกว่ามังกรพสุธาเกล็ดทมิฬ อย่างแน่นอน จุดสำคัญอยู่ที่การเข้ากันของผู้ใช้กับจิตอสูร เย่ ซ่ง สามารถที่จะปล่อยพลังถึงหนึ่งร้อยยี่สิบเปอร์เซ็นต์ของมังกรพสุธาเกล็ดทมิฬแต่เย่ ฮั่นถ้าเขาจะสามารถปล่อยพลังได้สักสามสิบเปอร์เซ็นต์ ก็ถือว่าเหมาะสมแล้ว


อย่างไรก็ตามแม้ว่าเขาจะปล่อยพลังได้เพียงแค่สิบเปอร์เซ็นต์ แต่นั่นมันก็แข็งแกร่งมากแล้ว เย่ ซ่งคงคิดอย่างรอบคอบแล้วที่ได้มอบให้กับบุตรบุญธรรมของเขา จริงๆแล้วมังกรพสุธาเขาทองคำ เนี่ยหลี่คิดอยู่ในใจ มังกรพสุธาเขาทองคำมีความแข็งแกร่งมาก
แต่เมื่อหันหน้าไปทาง เย่ ฮั่นซึ่งปัจจุบันสูงสองเมตรและรวมกับมังกรพสุธาเขาทองคำ เนี่ยหลี่ก็ไม่ได้

กลัวแม้แต่น้อย
ผสานจิตวิญญาณอสูร!


ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น