วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 128 – Biological?

Tale of the demon and god novel Chapter 128 – Biological?

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 128 - สายเลือด?


บทที่ 128 - สายเลือด?


มุมปากของเสิ่นเฟยเกิดการกระตุกขึ้นอย่างหยุดไม่ได้ เสิ่นเฟย ไม่มีความกล้าเพียงพอที่จะสู้กับเนี่ยหลี่ นับตั้งแต่ได้รับความพ่ายแพ้อย่างน่าสังเวชในการต่อสู้คราวนั้น ไม่ต้องเอ่ยถึงความแข็งแกร่งของเนี่ยหลี่ ที่ต่างจากตอนนั้นเลย



          เสิ่นเฟยแหงนหน้ามองไปยังเบื้องบนด้วยปราถนาที่จะได้รับความช่วยเหลือจากผู้ที่เป็นพ่อ แต่ใบหน้าที่เย็นเฉยของเสิ่นฮองก็สามารถบอกได้คำตอบว่าไม่สามารถจะช่วยอันใดได้
เมื่อเห็นท่าทีของเสิ่นเฟย เนี่ยหลี่อยากจะหัวเราะออกมาให้ดังเสียจริง เสิ่นเฟยเป็นเพียงคนขี้ขลาดยังไม่สังเกตเห็นกันอีกหรือ?




          เสิ่นฮองติดกับ เข้าแล้วด้วยคำพูดของเนี่ยหลี่ ถ้ากลั่นแกล้งเสิ่นเฟย ต่อจะเป็นเช่นใด อยากรู้นักว่าเสิ่นฮองจะแสดงสีหน้าแบบใดออกมากัน
เนี่ยหลี่ทำตัวหยาบคายต่ำช้านับตั้งแต่เข้ามายังห้องโถงงานเลี้ยงแล้ว ทุกการกระทำเป็นขั้นตอนในการจัดการกับเสิ่นเฟย และยังแสดงความเกลียดชังที่มีต่อตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ เนี่ยหลี่จงใจแสดงความแข็งแกร่งของตนเองเพื่อเป็นคำเตือน ยิ่งกระตุ้นให้ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์เพิ่มพูนความเกลียดชังที่มีต่อเนี่ยหลี่มากยิ่งขึ้นไปอีก และด้วยเหตุนี้จะทำให้ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ต้องหาวิธีจัดการเขาเป็นแน่






         เหตุผลที่นครรุ่งโรจน์ถูกทำลายอย่างรวดเร็วในชีวิตก่อนหน้านี้ของเนี่ยหลี่ เป็นเพราะมันถูกทำลายจากภายใน ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์นั้นก็เปรียบได้ราวกับระเบิดเวลาในนครรุ่งโรจน์ เนี่ยหลี่จักต้องทำลายมันให้สิ้นซาก! ทั้งสมาคมนักปรุงยาและตระกูลวายุเหมันต์เริ่มระมัดระวังตัวต่อตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์แล้ว ตอนนี้เป็นเวลาที่เหมาะสมมากที่จะยั่วยุตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์



    เย่ ฮั่นตอบอย่างเย็นชาว่า



“เนี่ยหลี่ เสิ่นเฟยเป็นแขกของข้าในงานนี้ แต่เจ้ากลับทำเช่นนี้งั้นรึ?”


 “ข้าไม่สนหรอกว่าจะเป็นแขกของเจ้ารึไม่ ข้าต้องการให้มันออกไปมิเช่นนั้นข้านี่แหละจะเป็นคนเตะก้นมันจนกว่ามันจะออกไป!”



      เนี่ยหลี่มองเย่ ฮั่นด้วยสายตาที่โกรธเกรี้ยว “ถ้าเจ้าต้องการจะสอดมือเข้ามายุ่งนักละก็เตรียมตัวรับผลที่ตามมาด้วยละกัน!”



         คำพูดจาโอหังที่เนี่ยหลี่กล่าวออกมาทำให้ เย่ ฮั่น โกรธมิใช่น้อย อย่างไรก็ตาม เย่ ฮั่นเพิ่งจะกลับมาไม่นานนัก เย่ ฮั่นจึงไม่สามารถเข้าใจตัวตนของเนี่ยหลี่ได้ หรือแม้แต่ เย่ ซ่ง ก็ไม่ทำอันใดกับการกระทำของเนี่ยหลี่ ในท้ายที่สุดแล้วเย่ ฮั่นตัดสินใจเก็บฝืนความโกรธนั้นเอาไว้แทนเย่ ฮั่นยักไหล่แล้วไปยืนดูอีกทางด้านหนึ่งแทน




           แม้แต่เย่ ฮั่น ก็ไม่สามารถช่วยข้า? ทันใดนั้น เสิ่นเฟย ก็สั่นสะท้านด้วยความกลัวขึ้นมา เมื่อเห็นเย่ ฮั่นหลีกทางให้ เนี่ยหลี่กวาดสายตามองไปยังเสิ่ยเฟยอีกครา และกล่าวว่า


“นี่เจ้ายังเฉยอยู่อีกเหรอ?!”
“จดจำไว้ให้ดีเนี่ยหลี่ ไม่ช้าก็เร็วข้าจะกลับมาเอาคืนเจ้าแน่!”


เสิ่นเฟย กล่าวอย่างเย็นชาและเดินออกจากห้องโถงไป
เสิ่นเฟย ออกไปจริง?




         ทุกคนต่างตกตะลึง เสิ่นเฟยเป็นแขกของงานเลี้ยงนี้และจากนั้นเขาก็ถูกขับไล่ออกไปอย่างไม่ใยดี นี้เป็นเรื่องที่น่าอับอายเกินไปแล้ว...ผู้คนต่างรู้สึกอับอายแทนที่มีสายสัมพันธ์กับเสิ่นเฟย  เสิ่นเฟยไม่ขี้ขลาดเกินไปหน่อยหรือ?




          เนี่ยหลี่ละสายตาจากเสิ่นเฟย แล้วมองไปที่ เย่ ฮั่นแทน เย่ ฮั่นผู้นี้หลักแหลมยิ่งนัก เขารู้ว่าเวลาใดควรรุกเวลาใดควรล่าถอย เป็นบุคคลประเภทที่จัดการได้ยาก! นี่เป็นเหตุผลที่ เย่ จื้อหวิ๋น ไม่ค่อยกล่าวถึงเย่ ฮั่น ในชีวิตก่อนหน้านี้เท่าไรนักเนี่ยหลี่เริ่มเข้าใจได้แล้ว แต่ยังมีอีกจากการตรวจสอบพบว่า เย่ ฮั่นในตอนนี้ได้เป็นร่างทรงอสูรระดับ 3 ดาวทองเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ แต่เหตุใดเนี่ยหลี่ไม่ได้ยินข่าวการตายใดๆในการต่อสู้ของเย่ ฮั่น ?
คนคนนี้ลึกลับนัก!



     จริงอยู่ว่าอาจจะซ่อนตัวตนที่แท้จริงไว้ภายในส่วนลึก แต่ข้านี่แหละจะขุดส่วนลึกของเจ้าเอามากองไว้เบื้องหน้าเอง



        เมื่อได้เห็นเสิ่นเฟย ถูกไล่ออกไปจากการกระทำของเนี่ยหลี่ จู่ๆ เสิ่นฮองก็ลุกขึ้นยืนพรวด ใบหน้าของผู้นำตระกูลอื่นถอดสีซีดเผือด เจ้าโง่เสิ่นเฟย ยอมให้กับเนี่ยหลี่? มันก็จริงอยู่ที่เทียบกับสมาชิกรุ่นเยาว์ในตระกูลเสิ่นเฟย อาจจะไม่เทียบเคียงกับคนอื่น เนี่ยหลี่ไม่สามารถทุบตีเจ้าได้ต่อหน้าผู้คนมากมายหรอก แต่ในท้ายที่สุดมันบอกให้เจ้ายอมรับความพ่ายแพ้ เจ้ากลับยอม? เสิ่นเฟย ช่างขี้ขลาดเสียจริง!




        “ในเมื่อคฤหาสน์เจ้าเมืองแห่งนี้ ไม่ต้อนรับพวกเรา ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์เช่นนั้น ข้าก็จะไป!” สิ้นเสียงที่เย็นชาเสิ่นฮองก็เดินออกไปจากงานเลี้ยง
เย่ ซ่ง รู้ว่าเสิ่นฮองไม่มีหน้า ที่จะอยู่ตรงนี้อีกแล้ว เลยกล่าวอย่างสุภาพว่า “พี่น้องเสิ่น ทำไมท่านจึงทำเช่นนี้ นั่นเป็นเพียงการต่อสู้กันระหว่างเด็กน้อย ไม่จำเป็นต้องไปใส่ใจอันใด แต่ในเมื่อท่านยืนกรานว่าจะไป ข้าก็จะไม่ดึงรั้งท่านเอาไว้ เย่ ซิ่วส่งแขก!!”


      “ไม่จำเป็น” เสิ่นฮอง โบกมือปัด
เสิ่นเฟยเดินออกจากคฤหาสน์เจ้าเมืองพร้อมกับเสิ่นฮอง



          ผู้นำตระกูลอื่นดูเหมือนจะรับรู้ได้บางอย่าง จากการที่ เย่ ซ่ง ไม่ได้รั้ง เสิ่นฮองเอาไว้ ดูเหมือนจะมีลับลมคมในกับเรื่องราวนี้ ผู้นำตระกูลอื่นต่างพิจารณา คงจะเป็นการดีที่สุดหากตัดสัมพันธ์ที่มีกับตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์



           การกระทำทั้งหมดสำเร็จลุล่วง เนี่ยหลี่หันไปมองรอบๆ และเห็น ฮูหยานหลานเร่อ มองเขาตาเป็นมัน เนี่ยหลี่แทบจะร้องออกมา ‘บ้าชิบ!’ เนี่ยหลี่ หันไปทาง เย่ จื้อหวิ๋น กับ เสี่ยวหนิงเอ๋อ และกล่าว่า

“งานเลี้ยงนี้ดูไม่มีสลักสาระสำคัญอันใด จื้ออวิ้น หนิงเอ๋อ กลับกันเถอะ!”


   “ตกลง” เย่ จื้อหวิ๋น พยักหน้าตอบรับ นางเองก็ไม่ชอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเหล่านี้สักเท่าใดนัก เสี่ยวหนิงเอ๋อ ก็ตามเนี่ยหลี่ออกไปโดยปริยายฮูหยานหลานเร่อหันไปทางเนี่ยหลีแล้วตะโกนว่า



    “โอ้ว เนี่ยหลี่ เจ้าจะไปแล้วรึ?”



         เมื่อได้ยินเสียงของ ฮูหยานหลานเร่อ เนี่ยหลี่รีบวิ่งหนีออกไปโดยเร็ว บ้าจริง!กับปีศาจที่ตามติดเช่นนางถ้าไม่รับ ข้าจะเป็นอย่างไร?ฮูหยานหลานเร่ออยากจะวิ่งตามไป แต่ด้วยการที่นางแต่งตัวด้วยชุดที่มีความพิถีพิถัน จึงทำให้ลำบากในการที่จะวิ่งตามไปทำให้นางเหมือนย่ำเท้าอยู่กับที่




         หลังจากได้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องโถง เนี่ยหลี่วิ่งไปไหนแล้ว เกือบทุกคนแสดงหน้าเหยเก ไม่ทราบที่มาที่ไป มีแต่เพียงผู้ที่มีสติเท่านั้นจึงจะสามารถเข้าใจการกระทำของเนี่ยหลี่เมื่อครู่ โดยเฉพาะ เฉินหลินเจียน และพรรคพวกที่แสดงอาการที่อดขำไม่อยู่



       ทุกคนที่ได้เจอกับเหตุการณ์ต่างครุ่นคิด แม้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะเกิดในงานเลี้ยง แต่เย่ ซ่งก็ดึงสถานการณ์กลับมาและดำเนินงานเลี้ยงต่อไปจนจบ


ในคืนที่เงียบสงัด ณ ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์


       เสียงตบลั่นสนั่น เสิ่นเฟยถูกเสิ่นฮองตบอย่างแรงทิ้งให้เห็นรอบฝ่ามือที่แดงฉานปรากฏบนหน้าของเสิ่นเฟย


     “ท่านพ่อ...”เสิ่นเฟย มองเสิ่นฮองด้วยความหวาดกลัว ตั้งแต่เด็กเสิ่นฮองไม่เคยตบตีเขามาก่อน เสิ่นฮองทำหน้าดุ “ขยะ! ทำไมเจ้าไม่ตายไปเสีย?มันบอกให้เจ้าออกมาเจ้าก็ออกมาง่ายๆ?เจ้าไม่เหลือศักดิ์ศรีของตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์แล้วรึไง!!”



“ท่านพ่อ ท่านก็ไม่ได้ช่วยข้า ข้าคิดว่า...”


“คิดอะไรของเจ้า! หัวของเจ้ามันไม่มีสมองแล้วรึไง? ในสถานการณ์เช่นนั้นเจ้าคิดว่าข้าสามารถทำอันใดได้งั้นรึ ? ฮึ่มม!!”เสิ่นฮองโกรธมาก “ทำไมตระกูลข้าถึงต้องมีขยะเช่นเจ้าอยู่ด้วย!”



        เสิ่นเฟย ถูก เสิ่นฮองด่าทอต่างๆนาๆ โดยไม่หลงเหลือความสุขชนิดที่อยากจะฆ่าตัวตายไปเสียตรงนั้น ความเกลียดชังที่มีต่อเนี่ยหลี่ฝังลึกลงไปถึงกระดูก ต่อหน้าเสิ่นฮองตอนนี้ เสิ่นเฟยไม่กล้าแม้แต่จะหายใจ ได้แต่เงียบฟังในสิ่งที่เสิ่นฮองด่าว่าอย่างไม่ขาดสาย



        เสิ่นฮองกลาดตามองไปยังเสิ่นเฟย  แล้วถอนหายใจ ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์นับเป็นตระกูลที่ยิ่งใหญ่ หากแต่ขาดทายาทที่มีความสามารถ ถ้าเสิ่นฮองไม่สามารถรวบรวมอำนาจให้กับตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์แล้วละก็ อำนาจของตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์จะต้องลดลงแน่นอน แล้วตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ก็จะไม่ได้เป็น 1 ใน 3 ตระกูลหลักอีกต่อไป



     “ลืมมันเสีย แล้วจงฟัง ข้าขอห้ามเจ้ามิให้ออกไปภายนอก ตระกูลวายุเหมันต์ ต้องการจะจัดการกับเรา ข้าต้องการให้เจ้าอยู่อย่างเงียบๆเข้าใจใหม?!” เสิ่นฮองกล่าวพร้อมจ้องตาใส่เสิ่นเฟย



       “ข้าทราบแล้ว” เสิ่นเฟยรีบพยักหน้ารับคำ สายตาพลันกลับเป็นเย็นชา เสี่ยวหนิงเอ๋อ กับ เนี่ยหลี่ รอจนกว่าข้าจะได้เป็นผู้นำตระกูลก่อนเถอะ ข้าจะจัดการกับพวกเจ้าจนต้องขอชีวิต! เสิ่นฮองขมวดคิ้ว อยู่ภายใต้อาณัติของตระกูลวายุเหมันต์เช่นนี้ไม่ดีแน่




         แต่เดิมเสิ่นฮองสามารถ วางแผนจัดการทุกอย่างกับตระกูลวายุเหมันต์อย่างเงียบๆ แต่มันกลับถูกทำลายโดยเนี่ยหลี่ ไม่มีทางเลือกที่จะต้องชะลอแผนการที่เตรียมมาทุกอย่างเอาไว้ก่อน เนี่ยหลี่คงไม่ได้ต้องการให้เรื่องเป็นแบบนี้ใช่มั้ย?




         เสิ่นฮองส่ายหน้า ก่อนหน้านี้เนี่ยหลี่ได้รับเงินเดิมพันไปมากมายจากตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ แล้วทำให้ตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ประสบปัญหาทางการเงินสำหรับใช้เตรียมแผนการ หรือนี่จะเป็นแผนของเนี่ยหลี่กันแน่? หากจริงเช่นนั้น เจ้าเด็กนั่นฉลาดแกมโกงมากเกินไป ข้าต้องระวังให้มากเสียแล้ว! คฤหาสน์เจ้าเมือง ลานของเย่ จื้อหวิ๋น.  เย่ จื้อหวิ๋น กับ เสี่ยวหนิงเอ๋อ หลับไปก่อนแล้ว เหลือเพียงเนี่ยหลี่ที่ยังคงฝึกบ่มเพาะพลังอยู่
แรงวิญญาณถูกควบคุม ราวกับจะคุมทั้งดินและฟ้าเอาไว้ได้ เขตแดนวิญญาณถูกหล่อเลี้ยง




          หลังจากการบ่มเพาะพลัง เนี่ยหลี่รู้สึกได้ว่าพลังได้เพิ่มขึ้นมาแม้ว่า ประสิทธิภาพเทคนิคเทพวิถีฟ้า จะช้ากว่าเทคนิคอื่นๆอยู่เล็กน้อย แต่อย่างไรก็ตามเมื่อเทียบกับ เทคนิคขยะเหล่านั้น พลังเทพวิถีฟ้าก็ ดีกว่าหลายเท่าตัว
เนี่ยหลี่ถอนหายใจช้าๆแล้วมองไปที่พุ่มไม้และกล่าวว่า


“ เมื่อได้มาคอยนานแล้ว ทำไมยังไม่ออกมาอีก?”
เย่ ซ่งออกมาจากพุ่มไม้อย่างช้าๆ


“นี่เจ้าสามารถรับรู้ถึงกลิ่นอายของข้าได้จริงๆรึ!”



       เย่ ซ่ง หดหู่ไม่น้อย เป็นถึงร่างทรงอสูรระดับทองคำดำ แต่กลับถูกตรวจพบโดย ระดับ 5 ดาวเงิน หมายความว่าเนี่ยหลี่ได้ตรวจพบข้า?เนี่ยหลี่ขยันหาแต่เรื่องปวดหัวเสียจริงเนี่ยหลี่พูดขึ้นอย่างเย้ยหยัน



     “เป็นเพียงแค่ร่างทรงระดับทองคำดำ จะซ่อนกลิ่นอายจากข้าเชียวรึ?”



     แค่ระดับทองคำดำ ??เนี่ยหลี่ไม่รู้รึไงว่า ตำแหน่งร่างทรงอสูรทองคำดำหมายถึงอะไร? ในนครรุ่งโรจน์นี้ เย่ ซ่ง เป็นรองแค่ เย่ โม่ เท่านั้น


     “ท่านมาที่นี่ ต้องการจะคุยอันใดกับข้างั้นรึ?”เนี่ยหลี่ยักไหล่


        “แม้ว่า เย่ ฮั่น จะเจ้าเล่ห์เพทุบาย แต่ลึกๆแล้วเขาไม่ได้เป็นคนเลวร้ายอันใด ข้าหวังว่าเจ้าทั้งสองจะสามารถอยู่ร่วมกันได้ในอนาคต ในฐานะตำแหน่งเจ้าเมือง ข้าได้ตัดสินใจจะยกตำแหน่งเจ้าเมืองให้ เย่ จื้อหวิ๋น”



       เย่ ซ่งกล่าว นี่อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้วในตอนนี้ ถ้ามอบตำแหน่งให้เย่ ฮั่น เนี่ยหลี่อาจจะก่อเหตุที่ไม่คาดฝันขึ้นอีกก็เป็นได้ มิหนำซ้ำผู้อาวุโสในตระกูลยังไม่ค่อยเห็นด้วยกับเย่ ซ่ง โดยเฉพาะการมอบตำแหน่งให้เย่ จื้อหวิ๋นทุกอย่างสามารถจบเรื่องได้ อย่างไรก็ตามหากเกิดปัญหาขึ้นในอนาคต คงมิอาจหลีกเลี่ยง



         “ดี งั้นข้าต้องการจะถามท่านอย่างหนึ่ง เย่ จื้อหวิ๋นเป็นสายเลือดจริงๆของท่านหรือไม่?”


    เนี่ยหลี่มองไปที่เย่ ซ่ง
เย่ ซ่งจ้องไปยังเนี่ยหลี่พร้อมตอบว่า


    “แน่นอนเย่ จื้อหวิ๋นคือสายเลือดของข้า!”



 “แล้วเย่ ฮั่น เป็นลูกนอกสมรสของท่านรึ?” เนี่ยหลี่ยังคงถามต่อ

  “นี่เจ้าพูดถึงเรื่องอันใด?”

เย่ ซ่งโกรธที่เนี่ยหลี่ถาม โดยไม่ระวังคำพูดที่ถามออกมา



      “ถ้านับ เย่ จื้อหวิ๋น เป็นสายเลือดของท่าน แล้วเย่ ฮั่นไม่ได้เป็นลูกนอกสมรสของท่าน ทำไมท่านดูเหมือนไม่เต็มใจนักที่จะมอบตำแหน่งเจ้าเมืองให้เย่ จื้อหวิ๋น?”

     เนี่ยหลี่คิ้วกะตุก ได้ยินสิ่งที่เนี่ยหลี่พูด เย่ ซ่ง ถึงกับเงียบลงไปพักหนึ่ง หลังจากนั้นถอนหายใจ พร้อมหัวเราะแล้วกล่าว “เจ้าไม่สามารถจะเข้าใจได้หรอก มันเป็นความลำบากของผู้เป็นพ่อ !”



       “โอ้??ยากลำบากอันใด? ข้าจะขอบคุณท่านมากหากท่านสามารถบอกมันให้แก่ข้าได้”


   
        เนี่ยหลี่ถาม ใจเต้นขึ้นมาเล็กน้อย ปกติเนี่ยหลี่ ไม่ได้พูดคุยกับ เย่ ซ่งมากมายเท่าไหร่นัก เพียงรู้จักจากคำบอกเล่าของเย่ จื้อหวิ๋น ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติที่อยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับเย่ ซ่งมากยิ่งขึ้น......

ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น