วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 127 – Clash

Tale of the demon and god novel Chapter 127 – Clash

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 127 -  ปะทะ 


บทที่ 127 -  ปะทะ 

               ฮูหยานเซียง เหลือบสายตามองไปยัง เย่ ซ่ง กับ หยางซิน ทำให้เข้าใจบางอย่าง หาก เนี่ยหลี่ เป็นเพียงอัจฉริยะธรรมดาที่ได้รับความสนใจบางอย่าง แม้ว่า เย่ ซ่ง จะไม่สังหาร เนี่ยหลี่ แต่อย่างน้อยที่สุดคงจะสอนให้รับรู้ถึงบทเรียนสำหรับการหยิ่งจองหองดังนั้น หลังจากที่ได้เป็นอัจฉริยะ


           

               การหยิ่งจองหองมันเป็นเพียงการเพิ่มความน่ารำคาญให้กับผู้พบเห็นเท่านั้น อย่างไรก็ตามไม่แม้แต่เย่ ซ่งจะไม่ทำการสั่งสอนใดๆแล้วเขายังให้การคุ้มครอง เนี่ยหลี่ อีกด้วย เรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้ทำให้ ฮูหยานเซียง รู้สึกระแคะระคาย ไม่ครอบคลุมเรื่องราวทั้งหมดอย่างลึกซึ้ง แม้แต่หยางซินก็มิเอ่ยวาจาใดๆ



           มันดูเหมือนว่านอกเหนือจากความสามารถของ เนี่ยหลี่ แล้ว เนี่ยหลี่ ยังมีบางสิ่งบางอย่างที่คุ้มค่ามากพอให้สังเกตเห็น เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นภายใน นครรุ่งโรจน์ช่วงเวลาที่ผ่านมาเมื่อไม่นานมานี้ ฮูหยานเซียง ตระหนักได้ถึงความจริงเล็กน้อย ไม่น่าแปลกใจที่ลูกสาวของเขาจึงไม่เห็น เย่ฮั่น อยู่ในสายตานางเลยแม้แต่น้อย กลับแปรเปลี่ยนไปยังที่เนี่ยหลี่เพียงผู้เดียว บุตรสาวตระกูฮูหยานนั้น ไม่เคยประเมินผู้ใดผิดพลาด






              เสิ่นฮอง ยังเงียบขรึมไม่แสดงออกถึงอารมณ์ใดๆเหล่าคนหนุ่มสาวในห้องโถงต่างบิดเบือนหน้าหนีมองไปทางอื่นไม่มีผู้ใดคาดคิดได้เลยว่าผลจะออกมาเป็นเช่นนี้



           แม้เนี่ยหลี่จะแสดงท่าทีหยิ่งยะโส แต่เย่ ซ่งกลับไม่ลงโทษแต่ยังให้ความคุ้มครองแก่เนี่ยหลี่ สิ่งนี้มัน นี่มันหมายความว่าเยี่ยงไรกัน?
จากเนียหลี่ กล่าวมา ว่าเพียงต้องการปิดกั้น เย่ ฮั่น เพียงเท่านั้น




          ถ้าเนี่ยหลี่ ไม่ได้ต้องการที่จะขึ้นเป็นเจ้าเมืองอีกต่อไป นั่นหมายความว่าทางเจ้าเมืองให้เนี่ยหลี่สามารถขึ้นเป็นเจ้าเมืองได้งั้นรึ? ไม่ต้องสงสัยเลย นี่เป็นข่าวใหญ่ระหว่างเนี่ยหลี่และเย่ฮั่น ให้ผู้คนได้คอยจับตาดูพวกเขาทั้งคู่อย่างแน่นอน


ณ เวลานี้ เย่ ซ่งรู้สึกหดหู่เล็กน้อย เย่ ซ่งเข้าใจดีว่าการกระทำในวันนี้ ได้สร้างระยะห่างระหว่างเย่ฮั่นไปแล้วเรียบร้อย



            การดำเนินการก่อนหน้านี้ นอกเหนือจากตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์แล้วเนี่ยหลี่ยังสะกัดกั้นเย่ฮั่นอีกด้วยแม้ว่าเย่ฮั่นจะไม่ได้แสดงออกทางสีหน้า แต่ในจิตใจกลับถูกความมืดเข้าปกคลุม นับตั้งแต่ เย่ฮั่น เข้ามายังคฤหาสน์เจ้าเมือง และได้กลายเป็นลูกบุญธรรมของ เย่ ซ่ง เย่ ฮั่น ก็เข้าใจว่ามีเพียงเส้นทางเดียวให้เลือกเท่านั้น นั่นคือการฝึกฝนอย่างต่อเนื่องและขึ้นเป็นเจ้าเมืองสืบต่อไป



          ถ้าเย่ฮั่นล้มเหลว และ เย่ จื้ออวิ๋นหรือคนอื่นๆอาจจะแย่งตำแหน่งของเขาในตระกูลลมหิมะไปได้ คงจะเป็นที่น่าอึดอัดใจมาก นอกเหนือจาก เย่ ซ่ง แล้ว คนอื่นๆในตระกูลลมหิมะยังไม่ไว้วางใจเขาเท่าไรนัก



       
           นอกจากนี้ เนี่ยหลี่บอกว่าต้องการสู้กับเขาเพื่อแย่งชิงตำแหน่งเจ้าเมือง เย่ ซ่ง ไม่แม้แต่จะสอนบทเรียนให้แก่เนี่ยหลี่ เย่ ซ่งยังต้องการจะหยุด เสิ่นฮอง ความหมายของการกระทำนี้ชัดเจนมากคือการปกป้องเนี่ยหลี่! มันอาจจะเป็นการตั้งใจที่จะให้เนี่ยหลี่ขึ้นเป็นเจ้าเมือง ?
เนี่ยหลี่นั้นเป็นคนนอกและไม่ได้เป็นคนตระกูลลมหิมะ อย่างไรก็ตาม เย่ฮั่นเข้าใจว่าเย่ ซ่งทำตัวเป็นกลาง



               ถ้าบุคคลใดบุคคลหนึ่งมีความสามารถที่จะนำเมืองไปสู่ความรุ่งโรจน์ได้ แม้ว่าผู้นั้นจักมิได้เป็นสมาชิกตระกูลลมหิมะ เย่ ซ่งก็จะผลักดันเขาผู้นั้นขึ้นไปนั่งยังตำแหน่งเจ้าเมืองแน่นอน เป็นเรื่องจริงที่เอียซ่งได้ทำให้เขาเช่นนี้

เย่ฮั่น รู้สึกกดดันจากเนี่ยหลี่




            เมื่อเห็นการหยิ่งและเอาแต่ใจของเนี่ยหลี่ และยังการทำหน้าที่ให้สำเร็จลุล่วงโดยง่าย ฮูหยานหลานเร่อ ตาเป็นประกายขึ้นมาทันใดนางสงสัยว่าเนี่ยหลี่จะสามารถทำสำเร็จดังที่กล่าวมา นางนั้นคิดว่าเนี่ยหลี่น่านับถือยิ่งนัก นับแต่นางยังเด็กนางได้ก่อปัญหาเอาไว้ หลังจากนั้นก็โดนลงโทษโดยผู้อาวุโสกว่ามากมาย อย่างไรก็ตามแม้ว่าเนี่ยหลี่ได้ก่อปัญหาขึ้น กลับไม่มีใครเลยที่จะกล้าตำหนิติเตียนเขาและเขายังคงมีลักษณะโดดเด่นอยู่เสมอ ระดับของเนี่ยหลี่นั้นช่างเป็นระดับที่เหนือกว่านางมากนัก




            ‘เจ้าเป็นชายที่ข้าปรารถนาที่แท้จริง’ ฮูหยานหลานเร่อคิดอย่างภาคภูมิใจเนี่ยหลี่ปราดสายตามองไปยังทุกผู้ทุกคน เสิ่นเฟยและพรรคพวกมิกล้าแม่แต่จะสบตาพวกเขาทำได้เพียงก้มหัวลงเท่านั้น ยิ่งเมื่อเห็นท่าทีหยิ่งยโสที่เนี่ยหลี่แสดงออกมาพวกเขารู้ทันทีว่าตัวตนของพวกเขานั้นได้ถูกทำให้เลือนหายไปแล้ว




              เนี่ยหลี่กล้าที่จะทำตัวยโสในงานจัดเลี้ยงที่คฤหาสน์เจ้าเมืองหากเป็นผู้อื่นจะกล้าได้หรือไม่นอกเหนือจาก เฉิน หลินเจียน เย่ฮั่น ฮูหยานหลานเร่อ และอื่นๆ ส่วนน้อย ที่เหลือมีการปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับท่าทีที่สง่างามของเนี่ยหลี่ เฉินหลินเจียนหัวเราะออกมา เขาไม่คาดคิดเลยว่าเนี่ยหลี่จักเป็นคนที่น่าสนใจได้ถึงเพียงนี้ หลินเจียนชื่นชมเนี่ยหลี่ ในฐานะเพื่อนคนหนึ่ง



“ไอ้เกลอ เจ้าช่างกล้ายิ่งนัก!”



        เฉินหลินเจียนทำสัญญาณตาส่งมาทางเนี่ยหลี่ อย่างไรก็ตามหลินเจียนไม่รู้เลยว่าปฏิกิริยาของคนในห้องโถงนี้ เป็นไปตามการคาดการณ์ของเนี่ยหลี่ เย่ฮั่นทำใจเย็นแล้วยิ้มกล่าว



          “ข้าไม่เคยคิดต่อสู้เพื่อแย่งชิงตำแหน่งเจ้าเมือง ข้ารู้สึกว่า จื้ออวิ้นน้อยเหมาะสมจะเป็นเจ้าเมืองคนต่อไปเสียมากกว่า


         หากว่าจื้ออวิ้นน้อยกลายเป็นเจ้าเมืองคนต่อไปข้าก็พร้อมทำการสนับสนุนช่วยเหลืออย่างถึงที่สุดแม้ว่ามันจะหมายถึงความตายของข้าก็ตามทีแต่การที่ให้ คนนอกที่ไม่ใช่สายเลือดตระกูลลมหิมะมาเป็นเจ้าเมืองนั้นไม่เหมาะสมสักเท่าไหร่ ตระกูลอื่นๆในนครรุ่งโรจน์ก็คงจะเห็นด้วยเช่นกัน !”
เป็นการกระทำที่ไม่เลวเลยทีเดียว!



     คิ้วของเนี่ยหลี่กระตุกเล็กน้อย เย่ฮั่น หมอนี่ช่างร้ายมิเบาเลยทีเดียว


     
            เหตุการณ์ที่สร้างมาของเนี่ยหลี่ ดูเหมือนไม่สามารถสั่นคอนของเย่ฮั่นได้ มิหนำซ้ำ เย่ฮั่นยังวางแผนมาถึงจุดนี้ได้อีก
เนี่ยหลี่ เอามือทั้งสองข้างมาวางวางไว้บนหัวและกล่าวว่า



         “ถ้า เย่ จื้ออวิ๋น เป็นเจ้าเมืองตามธรรมชาติตัวข้านี้ก็จักมิขัดข้องอันใด แต่ถ้าบุคคลอื่นจะกลายเป็นเจ้าเมืองข้าก็ยินดีที่จะทำลายคฤหาสน์เจ้าเมืองนี้เสีย!”



      เนี่ยหลี่ไม่ได้กล่าวโอ้อวดแน่นอนเนี่ยหลี่สามารถทำมันได้ เหล่าผู้นำตระกูลคนอื่นได้ยินประกาศของเนี่ยหลี่และมองไปยัง เย่ ซ่ง แต่เย่ ซ่งยังนิ่งเงียบ



           ในความเป็นจริงเย่ ซ่งก็เศร้าใจไม่น้อยเกี่ยวกับเรื่องนี้ ในวันแรกที่เย่ฮั่นเป็น ที่รู้จัก เย่ฮั่นเป็นคนที่มีความสามารถพิเศษในหมู่คนรุ่นเยาว์เป็นคนที่มีแนวโน้มมากคนหนึ่ง เขาได้เลี้ยงดูเย่ฮั่นโดยหวังจะให้เย่ฮั่นขึ้นเป็นเจ้าเมืองสืบต่อไป นอกจากนี้เย่ ฮั่นยังตั้งใจฝึกฝนด้วยความตั้งใจเป็นอย่างดี



           อย่างไรก็ตาม การที่เนี่ยหลี่ปรากฏตัวออกมาด้วยพรสวรรค์อันยอดเยี่ยม เนี่ยหลี่ได้รับการสนับสนุนโดยสมาคมนักปรุงยาแล้วยังมีผู้เชี่ยวชาญสูงสุดที่สนับสนุนเขา นอกเหนือจากนั้นค่ายกลหมื่นอสูรยังขึ้นอยู่กับเนี่ยหลี่



           สามารถพูดได้ว่าการช่วยเหลือของเนี่ยหลี่ ทำให้นครรุ่งโรจน์ได้ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ พวกเขาจะไม่ได้กลัวการคุมคามของเหล่าสัตว์อสูรปีศาจอีกต่อไป หากตำแหน่งเจ้าเมืองตกอยู่กับผู้อื่น เนี่ยหลี่จักต้องทำลายคฤหาสน์เจ้าเมืองทิ้งเป็นอย่างแน่นอน
นครรุ่งโรจน์นี้สามารถดำรงอยู่ได้หากไม่มี เย่ฮั่น แต่กลับไม่ได้หากปราศจากเนี่ยหลี่ เนี่ยหลี่สามารถกำราบเย่ฮั่นได้โดยไม่ยากเย็นนัก




         ถึงไรก็ตามเย่ฮั่นก็ยังเป็นบุตรบุญธรรมของเย่ ซ่ง หลังจากใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมานานหลายปีพวกเขาได้สร้างสัมพันธ์อันลึกซึ้ง   ถ้าอยู่ๆจะบอกว่าเย่ฮั่นไม่มีหวังที่จะได้เป็นเจ้าเมือง เขาจะรู้สึกอย่างไร จะพอใจหรือไม่?




          ผู้นำตระกูลอื่นๆต่างเข้าใจเป็นอย่างดีเกี่ยวกับการแสดงออกของเย่ ซ่ง พวกเขาเข้าใจความเงียบของเย่ ซ่ง  เย่ฮั่นไม่มีความหวังที่จะเป็นเจ้าเมืองเลยแม้แต่น้อย



            สถานการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว!ไม่เพียงแต่เนี่ยหลี่เป็นคนก่อเรื่องวุ่นวายขึ้นในคฤหาสน์เจ้าเมือง นอกจากนี้ยังถูกปกป้องจากเย่ ซ่งและสมาคมนักปรุงยา เรื่องนี้ทำให้ตระกูลต่างๆต้องประเมินเนี่ยหลี่ใหม่เลยทีเดียว



          เย่ จื้ออวิ๋น มองไปที่เนี่ยหลี่ด้วยความโศกเศร้าเล็กๆน้อยๆ แต่มิได้ลบล้างคำพูดของเนี่ยหลี่ แม้ว่าเย่ จื้ออวิ๋นไม่ได้ต้องการที่จะต่อสู้เพื่อตำแหน่ง แต่นางก็รู้สึกขมขื่นในบางการกระทำของเย่ ซ่ง นับตั้งแต่นางยังเด็กนางมักจะได้ยินเรื่องการบ่มเพาะพลังของเย่ฮั่นที่มีความคืบหน้าเป็นอย่างมาก ออกมาจากปากเย่ ซ่ง เวลาที่เย่ ซ่งใช้สอนเย่ฮั่นก็มากกว่าของนาง




             ในจิตใจของเย่ จื้ออวิ๋น เย่ฮั่นคือคนที่ขโมยความอบอุ่นจากพ่อของนาง แม่ว่านางจะบอกกับตัวเองนับครั้งไม่ถ้วนที่เย่ ซ่งทำไปทั้งหมดเพื่อนครรุ่งโรจน์และได้ยืนกรานที่จะมอบตำแหน่งเจ้าเมืองให้แก่เย่ฮั่น หัวใจของนางไม่สามารถสงบลงได้ แม้ว่าเย่ จื้ออวิ๋นไม่ได้มีความประสงค์จะเป็นเจ้าเมือง แต่เย่ ซ่งก็ดูแลเย่ฮั่นดีกว่า แม้ว่านางจะเป็นลูกแท้ๆของเย่ ซ่งก็ตาม




             เย่ จื้ออวิ๋นรู้ถึงเหตุผลที่เนี่ยหลี่ทำไปเช่นนั้น อาจเป็นเพราะเนี่ยหลี่สังเกตเห็นบางอย่างในตัวนาง แม้ว่านางจะไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ แต่เมื่อเนี่ยหลี่ทำมัน นางกลับรู้สึกสบายใจเป็นที่สุด



             เมื่อได้อยู่กับเนี่ยหลี่ เย่ จื้ออวิ๋นมีความสุขอย่างที่สุด แม่ว่านางจะโกรธจากการกลั่นแกล้งของเนี่ยหลี่ แต่เมื่อการได้ออกมาสู่ภายนอกพร้อมกับเนี่ยหลี่นางไม่ได้ถูกตกเป็นเบี้ยล่าง เนื่องจากเนี่ยหลี่ทำตัวเป็นผู้ปกครองของเธอแทนเนี่ยหลี่ไม่เคยที่จะยอมตกเป็นเบี้ยล่างของผู้ใด




             หากมีใครคิดจะต่อต้านเขา นั่นก็เปรียบได้ว่าผู้ที่ต่อต้านนั้นได้ลงชื่อใบรับรองการตายด้วยตัวของพวกมันเอง เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ของ เสิ่น หยู เสิ่นเฟย ที่เคยกดขี่เนี่ยหลี่ต่อสาธารณชนแต่บัดนี้แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองสบตากับเนี่ยหลี่โดยตรงยังขาดซึ่งความหาญกล้า



           เนี่ยหลี่เป็นซาตานกลับชาติมาเกิดชัดๆ
เสี่ยวหนิงเอ๋อ มองไปยังรูปร่างของเนี่ยหลี่ ตาของนางก็เกิดไอร้อนผ่าวแผ่ซ่านไปทั่วใบหน้า เบื้องหน้าของเธอ ณ ตอนนี้ คือชายที่นางชื่นชอบ เมื่อเนี่ยหลี่เอ่ยวาจา



            โลกทั้งโลกจมอยู่กับความเงียบงัน ไม่มีอะไรที่เขาจะทำไม่สำเร็จบนโลกใบนี้อีกต่อไปแล้ว ความสบายใจปลอดภัยที่ เสี่ยวหนิงเอ๋อ ได้รับราวกับพญาอินทรีย์สยายปีกมาห่อหุ้มร่างของนางเอาไว้



    ไม่มีใครทำให้ เสี่ยวหนิงเอ๋อ ได้รับความรู้สึกนี้มาก่อน




            เสี่ยวหนิงเอ๋อ เดิมทีนางนั้นถูกบังคับให้ต้องแต่งงานกับคนตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ ด้วยเหตุนี้นางจึงวิตกกังวลและหวาดกลัวมิหนำซ้ำยังมีความคิดที่จะฆ่าตัวตายอีกด้วย เหตุผลเดียวที่นางฝึกฝนอย่างหนักเพื่อที่จะสลัดชะตากรรมที่น่าสังเวช แต่สิ่งเหล่านี้ได้เปลี่ยนไปหลังจากการปรากฏตัวของ เนี่ยหลี่



            ในอนาคตภายภาคหน้าจักไม่มีใครสามารถบีบบังคับให้นางแต่งเข้าตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์อีก ภายใต้สายตาของเนี่ยหลี่ เสิ่นเฟย ไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียงดัง


แม้แต่ผู้นำตระกูลอื่นๆก็ไม่สามารถจัดการได้เช่นกัน



         เนี่ยหลี่ไม่ได้ใส่ใจใน เย่ฮั่น สายตาเนี่ยหลี่จ้องไปยังเสิ่นเฟย “เสิ่นเฟย เจ้ารู้ตัวบ้างมั้ยว่าตอนนี้เจ้าอยู่ ในสถานที่แห่งใด? ในคฤหาสน์เจ้าเมืองที่ใช้สำหรับจัดงานเลี้ยงตัวเจ้าเองสามารถเข้าร่วมได้ด้วยรึ?ออกไปเสียเดียวนี้เลยจะดีกว่ามิเช่นนั้นอย่าหาว่าข้าทารุณกับสิ่งที่ข้าจะทำต่อไปนี้!!”




              เสิ่นเฟยถึงกับเข่าอ่อนแทบจะทรุดตัวลงเสียเดี๋ยวนั้น ตั้งแต่การพ่ายแพ้คราวนั้นเขาได้เลี่ยงการปะทะกับเนี่ยหลี่มาโดยตลอด แต่เสิ่นเฟยไม่เคยคาดคิดเลยว่าเนี่ยหลี่จะมาไกลถึงขนาดนี้ เสิ่ยเฟยจ้องมาที่เนี่ยหลี่ด้วยความอาฆาตแค้น



“เนี่ยหลี่เจ้าอย่าได้หวังว่าเจ้าจะได้อะไรไปมากกว่านี้!!”


“โอ้ นี่เจ้ากำลังจะบอกข้าว่านายน้อย เสิ่น อย่างเจ้าสามารถที่จะระรานผู้อื่นผู้ใดก็ได้ตามต้องการ แต่ข้านั้นไม่สามารถ?



        หากเจ้ายังกล้ายืนเสนอหน้าอยู่ที่แห่งนี้อีกหละก็เจ้าจะได้ลิ้มลองรสชาติดาบเทพอัสนีบาตรของข้าอย่างแน่นอน!” เนี่ยหลี่พยักหน้าลง ทันใดนั้นก็เกิดเสียงระเบิดขนาดใหญ่ดาบเทพอัสนีบาตปักลงพื้นห้องโถงจัดงานเลี้ยงไปครึ่งดาบพลันปรากฏให้เห็นรอยแตกเป็นทางยาวคล้ายใยแมงมุมแผ่ขยายออกไปอย่างรวดเร็ว


ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น