วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 124 – Banquet

Tale of the demon and god novel Chapter 124 – Banquet

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 124 - งานเลี้ยง


บทที่ 124 - งานเลี้ยง

จากการที่เย่ ฮั่นมีคุณสมบัติอันโดดเด่น เขาไม่มีข้อบกพร่องเลยแม้แต่น้อย ฮูหยาน หลานเร่อได้รู้จัก เย่ ฮั่น ตั่งแต่นางอายุสิบสามปีและแอบชื่นชมเขา แต่สิ่งใดกันที่ทำให้ความคิดนางเปลี่ยนไป?
"หัวใจมักมีการเปลี่ยนแปลง!"


รูปคนๆหนึ่งปรากฏขึ้นภายในหัวใจนาง นับแต่วันนั้นหัวใจนางก็มิอาจลืมเขาลง แต่อย่างไรก็ตามเนี่ยหลี่ได้หลบหน้าจากนางตลอดเวลา มันทำให้เธอรู้สึกหงุดหงิด และหลังจากนั้นนางก็ได้ข่าวว่าเนี่ยหลี่ย้ายเข้าไปอยู่ในคฤหาสน์ของเข้าเมือง

' จักต้องเป็นนังจิ้งจอก‘เย่ จื้อหวิ๋น’แน่ๆที่กระชากหัวใจเขาไป ข้าไม่เชื่อว่าจะมีชายใดหนีรอดความงามของข้า!ฮูหยาน หลานเร่อ พ้น!!’ นางคิดพร้อมกับเชิดหน้าอกของนางด้วยความภูมิใจ
‘ใช่แล้ว! คฤหาสน์ของเจ้าเมือง’
‘เนี่ยหลี่ เขาจะเข้าร่วมงานเลี้ยงนี้หรือไม่ ?’



'ลองไปดูก็ไม่เสียหายอะไรนี่!!' ฮูหยาน หลานเร่อคิด พลันนางหันหน้ากลับมาพูดกับฮูหยานเซียง ว่า "เอาล่ะ!!ข้าจะไป แต่ไม่ว่าข้าจักทำสิ่งใดก็ตาม ท่านจักไม่ได้รับอนุญาตให้มาก้าวก่าย! "
ฮูหยานเซียงไม่คิดว่าฮูหยานหลานเร่อ จะเปลี่ยนความคิดได้รวดเร็วเช่นนี้  ดังนั้นเขารู้สึกถึงบางอย่างที่แปลกๆ เขาจึงพูดแก่ลูกสาวของเขาว่า "หวังว่าเจ้าจะไม่ได้คิดจะไปทำลายงานเลี้ยงหรอกนะ อย่าใจร้อนไป!! เราไม่ไปงานเลี้ยงนี้ก็ได้ "




เขาตระหนักดีถึงอารมณ์ของฮูหยาน หลานเร่อ เขารู้ว่านางมีความสามารถพิเศษที่จะทำงานเลี้ยงล่มได้
"ทำลายงานเลี้ยงของเจ้าเมือง? ท่านเห็นว่าลูกสาว ฮูหยาน หลานเร่อ เป็นผู้หญิงเลวร้ายดังนั้นรึ? "
ฮูหยาน หลานเร่อจ้องมายังฮูหยานเซียง  เขาเกือบที่จะพยักหน้า แต่เขาก็ส่ายมันแทน  ฮูหยาน หลานเร่อ นางเป็นเช่นเดียวกับแม่ของเธอ
ในเวลาเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ฮูหยาน หลานเร่อเปลี่ยนจากการเป็นดั่ง สาวบริสุทธิ์ ร่าเริง เป็นทำตัวเหมือน เด็กเหลือขอและเอาแต่ใจ
"ท่านพ่อท่านพูดเยี่ยงนั้นได้อย่างไร? ข้าเป็นหญิงสาวที่น่ารักและสวยพร้อม ทุกคนต่างพากันหลงไหลยามพบเห็น! คืนนี้ข้าจะแต่งตัวเป็นอย่างดี ผู้คนในงานเลี้ยงจะไม่สามารถที่จะละสายตาเมื่อพบเห็นข้า! "
เมื่อพูดจบ นางก็เดินกลับไปที่ห้องของนางพร้อมกับร้องเพลง
ฮูหยานเซียงได้แต่ยืนงงชั่วครู่ เขามองไปที่ร่างของฮูหยาน หลานเร่อและยิ้มอย่างขมขื่น เขาได้แต่หวังว่า เธอจะไม่ทำลายงานเลี้ยงของท่านเจ้าเมือง เนื่องจากเขาไม่มีความสามารถที่จะควบคุมลูกสาวของเขาได้


ฮูหยานเซียงเป็นเพื่อนกับเย่ ซ่งนับตั้งแต่พวกเขายังเด็ก พวกเขาเคยผ่านชีวิตและความตายด้วยกันและเขายังเป็นดังมือซ้ายของ เย่ ซ่ง ตระกูลฮูหยานยังเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนของตระกูลวายุเหมันต์ ดังนั้นฮูหยานเซียงจึงไม่ได้กังวลมากนักเกี่ยวกับเรื่องนี้
หลังจากที่ประสบการโจมตีก่อนหน้านี้ ทั้งเมืองกลอลี่ต่างเข้มงวด ในพื้นที่ที่สำคัญได้มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมากขึ้นกว่าปกติ หลังจากที่ชาวเมืองได้ยินเกี่ยวกับคฤหาสน์เจ้าเมืองถูกบุก พลเมืองในเมืองกลอลี่ทุกคนต่างตื่นตระหนก ก่อนหน้านี้สมาคมทมิฬไม่เคยกระทำเยี่ยงเช่นนี้มาก่อน สมาชิกในตระกูลต่าง ๆ ยังคงอยู่ในสถานะที่ตึงเครียด มีสองเหตุผลสำหรับการจัดเลี้ยงในครั้งนี้คือ หนึ่งคือเพื่อบรรเทาความกดดันของทุกคนในเมือง และการส่งผ่านข้อความลับบางอย่างไปยังแต่ละตระกูลต่างๆ
ดังนั้นในคืนนี้ บรรดาตระกูลต่างๆจึงส่งคนชั้นนำเข้าร่วม งานจัดเลี้ยง


คฤหาสน์ของเจ้าเมือง,ลานหน้าตำหนักเย่ จื้อหวิ๋น
เนี่ยหลี่ได้ตื่นขึ้น แม้ว่าเขาจะยังคงรู้สึกอ่อนแรง ก็ไม่ได้เป็นปัญหาใด ๆมากมายนัก  เนี่ยหลี่เข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันของเขาได้เป็นอย่างดี แรงจิตวิญญาณของเขาได้รับการดูดกลืนไปจนแห้งสนิท ปกติแล้วเขาจะต้องใช้เวลาหลายสิบวันเพื่อจะเรียกพลังวิญญาณคืนกลับมา แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างทำให้เขาใช้เวลาเพียง 3-5 วันเท่านั้น
จากการตรวจพลังวิญญาณในร่างกายของเขาเอง เขาตระหนักว่าแม้พลังวิญญาณของเขาจะน้อยกว่าที่เคยเป็น แต่มันสามารถเพิ่มขึ้นได้มากกว่าเก่า ถ้าเขาทำการบ่มเพาะพลังต่อ
'บางทีมันอาจจะเป็นเพราะตำราภูติห้วงกาลลี้ลับ’เนี่ยหลี่ครุ่นคิดกับตัวเอง ตำราภูติห้วงกาลลี้ลับ มีอำนาจลึกลับมาก ดังนั้นเขาจึงได้เก็บหน้าที่เหลืออยู่กับเขาตลอดเวลา เมื่อเขากำลังต่อสู้กับอสูรอเวจีเขารู้สึกว่ามีพลังที่ปล่อยออกมาจากหน้าส่วนที่เหลือป้อนเข้าไปในเขตแดนแห่งจิตของเขา
เมื่อเนี้ยหลี่ฟื้นขึ้นมา เขาได้เห็น เย่ จื้อหวิ๋นและ หนิงเอ๋อ คอยดูแลอยู่ข้างๆ ทำให้เนี่ยหลี่รู้สึกอายเล็กน้อย



"ฮ่า ๆ !!! อรุณสวัสดิ์! หลับสบายดีจัง! "เนี่ยหลี่หัวเราะ พร้อมกับโบกมือทักทายเย่ จื้อหวิ๋นและหนิงเอ๋อ
เย่ จื้อหวิ๋น กรีดตามอง และกล่าวว่า "เช้า?  นี่มันเกือบจะค่ำแล้วนะ!!!!!. "
อย่างไรก็ตามเมื่อนางเห็น เนี่ยหลี่ กระปรี้กระเป่า นางก็รู้สึกเบาใจลง


เมื่อเนี่ยหลี่ได้ตื่นขึ้นมา หนิงเอ๋อดูนางมีความสุขและจ้องมองไปยังเนี่ยหลี่ด้วยสายตาอ่อนหวาน
แม้ว่าเขาจะเป็นหมดสติ แต่เนี่ยหลี่ได้ตระหนักว่าเขาได้หมดสติมาเป็นเวลานาน บางทีอาจเป็นหนึ่งของความสามารถที่ติดมาจากชีวิตที่ผ่านมาของเขา การรับรู้ที่ไม่ธรรมดาของเขาไม่สามารถที่จะอธิบายได้ด้วยเหตุผล เนี่ยหลี่กระโดดลงจากเตียงและเหยียดตัว


เนี่ยหลี่คิดในใจ ‘พลังของข้าโดนใช้ไปถึงประมาณร้อยละแปดสิบ แต่ตอนนี้พลังวิญญาณของข้ามีความเข้มข้นมากขึ้นกว่าที่เคยเป็น ต้องมีบางอย่างที่ผิดปรกติเป็นแน่!!’
เมื่อเห็นเนี่ยหลี่สบายดี หลังจากเงียบสักครู่เย่ จื้อหวิ๋นจึงได้เอ่ยขึ่นว่า "พี่ใหญ่ของข้า‘เย่ ฮั่น’ได้กลับมาในวันนี้  คืนนี้ข้าจะเข้าร่วมในงานเลี้ยงฉลองการกลับมาของเขา หนิงเอ๋อจะยังคงอยู่ที่นี่เพื่อดูแลเจ้า. "
เมื่อนางพูดจบ จื้ออวิ้นหันมองไปรอบ ๆและเตรียมที่จะออกจากห้อง  แต่เมื่อคิดว่าเนี่ยหลี่และหนิงเอ๋อจะต้องอยู่ด้วยกันตามลำพังทำให้หัวใจของเธอก็รู้สึกปวดร้าว.


ทำไมข้าต้องไป? เย่ จื้อหวิ๋นถามตัวเอง แต่เธอก็ไม่สามารถหาคำตอบให้กับตัวเอง
เย่ ฮั่น? เนี่ยหลี่นึกย้อนในชีวิตที่ผ่านมาของเขา เย่ จื้อหวิ๋นเล่าถึงเย่ ฮั่นน้อยมาก สิ่งที่เนี่ยหลี่รู้ก็คือเย่ ฮั่นเป็นบุตรชายอุปถัมภ์ของเย่ ซ่งและได้เติบโตขึ้นมาด้วยกันกับเย่ จื้อหวิ๋น สำหรับเรื่องอื่น ๆ เนี่ยหลี่ไม่ทราบเกี่ยวกับตัวเขา

เนี่ยหลี่ไม่เข้าใจว่าทำไม เย่ จื้อหวิ๋นจึงไม่ได้เล่าถึงเย่ ฮั่นในอดีตที่ผ่านมา
เขาจำได้ว่าการต่อสู้ครั้งสุดท้ายในชีวิตก่อนหน้า เนี่ยหลี่ไม่ได้มีความจำเกี่ยวกับเย่ ฮั่น มันเหมือนราวกับว่าคนๆนี้ไม่เคยมีตัวตนอยู่!
เขาเป็นชายหนุ่มลึกลับ!


"ทำไมเจ้า ไม่ให้เราร่วมงานเลี้ยงด้วยเลยละ? ข้าอาจจะทำให้งานเลี้ยงที่มีสีสันยิ่งขึ้นก็ได้นะ"  แขนซ้ายของเนี่ยหลี่คล้องลงบนคอหนิงเอ๋อ และแขนขวาของเขาก็คล้องลงบนคอของเย่ จื้อหวิ๋น "ฮี้ฮี้!! เราไปกันเถอะ!!~! "


แม้ว่าหนิงเอ๋อจะรู้สึกแปลกๆ เธอก็ยอมรับมัน ยอมแก่เนี่ยหลี่ผู้เดียวเท่านั้น!!
เย่ จื้อหวิ๋นกล่าวขึ้นด้วยความโกรธ "เนี่ยหลี่เอามือของเจ้าออกไปจากข้า! มิฉะนั้นข้าจะฆ่าเจ้า "
"เฮ้!!มันเป็นแค่เรื่องขี้ประติ๋วน่า อย่าคิดไรมากซิ…..... อ้า กกกกก ก... .! "
เนี่ยหลี่รู้สึกถึงความเจ็บปวดจากเอวของเขาและกรีดร้อง


คฤหาสน์ท่านเจ้าเมือง,โถงต้อนรับ,งานจัดเลี้ยง
เย่ ซ่งและชนชั้นสูงของครอบครัวหลักและบรรดาขุนนางที่อยู่ชั้นบนของห้องโถงต่างพูดคุยกันเบาๆ ส่วนพวกคนรุ่นใหม่ที่อยู่ในช่วงกลางของห้องโถงต่างกำลังสนทนาหยอกล้อกันสนุกสนาน บรรดาหนุ่มสาวต่างทยอยพากันเข้างาน รวมๆแล้วหนุ่มสาวจากตระกูลต่างๆมีถึงประมาณ ห้าสิบถึงหกสิบ คน
ในหมู่คนรุ่นใหม่เย่ ฮั่นเป็นจุดดึงดูดความสนใจอย่างช่วยไม่ได้ โดยรอบตัวเขาต่างมีคนรุมล้อม
*เฉินหลินเจียนเอาแขนทั้งสองข้างกอดอกของเขา มองมาที่เย่ ฮั่นแล้วกล่าวว่า "เย่ ฮั่นมิได้พบกันเสียนาน!"


*หนุ่มที่พาเนี่ยหลี่ไปเจอลิงที่นครกล้วยไม้โบราณ
แม้ว่าเขาจะมีอายุน้อยกว่าเย่ ฮั่นเล็กน้อยแต่ก็มีเขาคนเดียวที่ไม่ได้แสดงความอ่อนน้อมต่อเย่ ฮั่น "อืม!!ใช่!!ประมาณสองปีเห็นจะได้!" เย่ ฮั่นยิ้มตอบอย่างสุภาพ
"ในสองปีนี้ท่านได้ก้าวผ่านจากอันดับ 1 ดาว ทองเป็น 3 ดาวยศทอง มันเป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดาจริงๆ! "เสิ่นเฟยที่อยู่ข้างๆพูดประจบ


"เสิ่นเฟย เจ้ายกยอข้าเกินไปแล้ว."
แม้ว่าเขาจะล้อมรอบด้วยฝูงชน แต่เย่ ฮั่นยังรักษาท่าทีสงบและเยือกเย็น เขากวาดสายตาไปรอบๆฝูงชน ดูเหมือนมองหาใครบางคน! ด้วยท่าทางสงบและสุขุมของเขา เหล่าสาวๆจึงต่างให้ความสนใจ
เย่ ฮั่นเป็นชายในอุดมคติของหญิงสาวเหล่านี้ และเย่ ฮั่นยังคงป็นหนุ่มโสด แต่ก็มีบางส่วนของหญิงสาวที่พากันคิดว่าไม่เหมาะสมที่จะแต่งงานกับเขาเพียงเพราะแก่กว่าเย่ ฮั่นเพียงเล็กน้อย
ทันใดนั้นเกิดเสียงฮือฮาขึ้นมาจากฝูงชน หญิงสาวในชุดที่สวยสง่าเดินเข้ามาจากประตูหลัก ในขณะที่ความสนใจของทั้งฮอลล์ต่างจับจ้องไปยังผู้หญิงที่เดินเข้ามา


ความงดงามและท่วงท่าทำให้นางมีลักษณะเหมือนเทพธิดา การแต่งกายหรูหราลากบนพื้นดิน ไหล่ของเธอที่สัมผัสกับอากาศเป็นสีขาวผ่อง
ผู้ชายทั้งหลายจ้องมองนางด้วยความตะลึง
"มีข่าวลือว่าบุตรตรีของตระกูลฮูหยานเป็นนางเสือ แต่นี่คือตัวจริงของนาง!"
แม้ว่าผู้คนต่างเรียกฮูหยาน หลานเร่อว่านางเสือ แต่ในบางครั้งการปรากฎตัวของนางก็ทำให้ผู้คนตกตลึง!!!


"ถ้าข้าจะได้แต่งงานกับนางเสือแม้ว่าข้าจะต้องเป็นดังลูกไก่อย่างฮูหยานเซียง แต่มันก็คุ้มค่า!"
แววตาอันเฉยชาของเย่ ฮั่นสว่างขึ้น,เมื่อได้ยินคำชมเหล่านั้น
ฮูหยาน หลานเร่อเดินกรีดกรายอย่างช้า ๆ ไปยังกลางห้องโถง คนโดยรอบเปิดทางให้แก่นาง ในบรรดาคนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่จะอยู่ใต้บัญชาของเย่ ฮั่น เฉินหลินเจียน เสิ่นเฟ่ย และฮูหยาน หลานเร่อ พวกเขามาจากตระกูลต่างๆและใช้ความสามารถและความแข็งแกร่งของตนเองคอยรับใช้ และคอยเป็นตัวแทนในการทำสิ่งต่างๆเพื่อได้รับการสนับสนุนจากเจ้านายของตน



ฮูหยาน หลานเร่อมองไปที่เย่ ฮั่น พยักหน้าน้อยๆและกล่าวว่า "ท่านพี่เย่ ฮั่น!!มิได้พบกันเสียนาน."
"ไม่เจอกันนาน!!. ข้ายังจำได้ว่าก่อนที่ข้าจะจากไป หลานเร่อเป็นเด็กสาวที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะและ ข้าไม่เคยคิดว่าเมื่อสองปีผ่านไปเจ้าจะน่ารักเพียงนี้. "เย่ ฮั่นกล่าวพลางหัวเราะ


หญิงสาวโดยรอบมองมายังฮูหยาน หลานเร่อด้วยความอิจฉา   ด้วยตระกูลของพวกนางเป็นรองตระกูลฮูหยาน
เมื่อนางอายุได้สิบสองหรือสิบสาม ฮูหยานสารภาพรักกับเย่ ฮั่น แต่เด็กสาวคนนั้นก็ได้เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว.
"ท่านพี่เย่ ฮั่นช่างปากหวานนัก."
ในระหว่างที่ฮูหยาน หลานเร่อได้พูดคุยอยู่กับเย่ ฮั่น นางดูเหมือนวอกแวกเล็กน้อยและเหม่อลอย นางมองไปรอบๆบ่อยๆ  ดูเหมือนกำลังมองหาใครคนหนึ่ง
เมื่อรู้ว่าฮูหยาน หลานเร่อเปลี่ยนใจไม่ชอบเขา เย่ ฮั่นรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เมื่อพวกเขายังเป็นเด็ก ฮูหยาน หลานเร่อครั้งหนึ่งเคยสารภาพรักกับเขา แม้ว่าเย่ ฮั่นจะไม่ได้รู้สึกอะไรกับฮูหยาน หลานเร่อ แต่การที่ฮูหยาน หลานเร่อเปลี่ยนใจก็ทำให้เขารู้สึกผิดหวังเล็กน้อย.
ผู้ชายก็ต่างอยากที่จะตกเป็นจุดสนใจของหญิงสาว และมีความสุขที่มีหญิงสาวมาตกหลุมรักใช่หรือไม่.



ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น