วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 123 – City Lord’s young master

Tale of the demon and god novel Chapter 123 – City Lord’s young master

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 123 - นายน้อยเจ้าเมือง


บทที่ 123 - นายน้อยเจ้าเมือง

เมื่อเสี่ยวหนิงเอ๋อนั่งข้างเตียงเนี่ยลี่หลี่  เย่ จื้อ หวิ๋นถอนหายใจเบา ๆ และเดินไปทางด้านข้าง  แม้ว่าเธอดูเหมือนจะเป็นห่วงเขา แต่ในบางครั้งเธอก็ยังมองไปยังเนี่ยหลี่ กำลังมองหาที่เงียบ ๆ นอน เนี่ยลี่ ในหัวใจของเย่ จื้อ หวิ๋นกำลังสับสน
“ หนิงเอ๋อชอบเจ้ามาก แต่ทำไมเจ้ายังคงตามตื้อข้ากัน "
หัวใจของ เย่ จื้อ หวิ๋นมีความขุ่นเคืองนิดๆ  เนี่ยลี่เป็นดุจดังคนพาลที่ได้บุกเข้ามาในชีวิตของเธอ และทำให้หัวใจของเธอกำลังสั่นไหว
เมื่อหนิงเอ๋ออยู่กับเนี่ยลี่ เธอจึงพาเนี่ยยู๋ออกไป จื่ออวิ้นได้ตระหนักว่าเธออดเป็นห่วงเขาไม่ได้  เมื่อเธอเห็น เนี่ยหลี่หมดสติอยู่เธอได้ตระหนักถึงที่สุดว่าเธอเป็นห่วงเขาจริงๆ
มันดูเหมือนว่า เนี่ยหลี่ได้หักผ่านเข้าไปในหัวใจของเธอ
แต่เธอจะทำอย่างไรต่อไปดี หลังจากเนี่ยหลี่หลับก็เริ่มที่ตกอยู่ความทุกข์ทรมานคิ้วของเขาขมวดแน่น ทำให้ เสี่ยวหนิงเอ๋อเกิดความกังวล
"เนี่ยหลี่ฝันร้าย?" เสี่ยวหนิงเอ๋อกล่าวว่าด้วยความเป็นห่วง
"เย่ จื้อ หวิ๋น" เนี่ยลี่กำลังฝัน บนใบหน้าสีหน้าเจ็บปวดปรากฏบนใบหน้าของเขาและเรียกออกมาบาดใจ ใบหน้าของเขาถูกปกคลุมไปด้วยน้ำตา
ไม่รู้ว่า เนี่ยหลี่ฝันเกี่ยวสิ่งใด ในหัวเสี่ยวหนิงเอ๋อเหมือนถูกฉีกขาดออกจากกันอย่างรุนแรงเมื่อได้ยินชื่อที่เขาเรียกว่าออกมา แต่เธอกั้นน้ำตามิให้ไหลออกมา
ในครั้งแรกที่เจอกับ เนี่ยหลี่เขาได้บอกแล้วว่า เขาชอบเย่ จื้อ หวิ๋นแต่เสี่ยวหนิงเอ๋อยังรักเนี่ยหลี่โดยไม่ลังเล
เมื่อเขาเรียกชื่อเย่ จื้อ หวิ๋นออกมาทำให้เกิดบรรยากาศระหว่างเสี่ยวหนิงเอ๋อและเย่ จื้อ หวิ๋นเป็นที่น่าอึดอัดใจมาก
เย่ จื้อ หวิ๋นไม่สามารถทราบได้ว่าทำไมเขาถึงฝันถึงเธอ นอกจากนี้ยังมีน้ำตาครอบคลุมใบหน้าของเขา เธอมีความรู้สึกว่าเย่ จื้อ หวิ๋นที่เนี่ยหลี่ได้เรียกหาอยู่นั้นไม่ได้เป็นชื่อเธอ เธอคิดไม่ออกว่าทำไมเนี่ยหลี่ถึงรักเธอมากในหัวใจของเย่ จื้อ หวิ๋นมีความรู้สึกเล็ก ๆแต่เธอก็ยังรู้สึกที่ไม่ดีกับหนิงเอ๋อ
บรรยากาศตกอยู่ในความเงียบ





"หนิงเอ๋อ ข้า.. ...... " เย่ จื้อ หวิ๋นไม่รู้ว่าจะพูดอะไร เธอรู้ว่าเสี่ยวหนิงเอ๋อชอบเนี่ยลี่มาก มันเหมือนกับเธอได้ขโมยผู้ชายที่เสี่ยวหนิงเอ๋อชอบ
ตัวของหนิงเอ๋อสั่นเล็กน้อยจากความพยายามที่จะให้ไม่ให้น้ำตาตก เธอก้มหน้าลงและมองไปที่ใบหน้าของเนี่ยหลี่ จากนั้นเธอก็นำผ้าห่มให้เขา และลุกขึ้นยืน ในตอนนี้เธอกลับไปในบุคลิคที่เย็นชาของเธอ
"เย่ จื้อ หวิ๋นตั้งแต่เด็กข้าเคยอิจฉาของเจ้า เจ้าคือลูกสาวของเจ้าเมืองไม่มีใครที่สามารถบังคับให้เจ้าทำอะไร เจ้าเพียงแค่ยื่นมือออกและทุกสิ่งที่สวยงามในโลกจะถูกส่งถึงเจ้า แต่ถึงอย่างนั้น ข้าจะต่อสู้เพื่อทุกอย่างที่ข้าต้องการ แม้การหลีกเลี่ยงการแต่งงานกับครอบครัวเทพศักดิ์สิทธิ์ข้าก็เสี่ยงด้วยชีวิตของข้า. "
"ในโลกนี้การที่จะหาคนที่ข้าจะรักด้วยความเต็มใจเป็นเรื่องยาก เนี่ยหลี่ทำให้ข้าเข้าใจความหมายที่จะอยู่ ในหัวใจของข้า, ไม่มีใครมาแทนเขาได้. "
"ข้าไม่รู้ว่าระหว่างเจ้ากับเนี่ยหลี่ถึงจุดไหนทำไมเขาถึงจดจำเจ้า แม้ในยามฝันเขาก็คิดถึงเจ้า "เสี่ยวหนิงเอ๋อหยุดพูด ในดวงตาของเธอประกายที่มีร่องรอยของความโศกเศร้าและจากนั้นก็หันกลับมา" แต่ทั้งหมดนี้ไม่สำคัญ. "
"ข้าเสี่ยวหนิงเอ๋อ จะไม่ยอมรับความพ่ายแพ้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเกิดสิ่งที่เกิดขึ้นข้าจะอยู่เคียงข้างเนี่ยหลี่ ถึงแม้หากเนี่ยหลี่ไม่ได้ให้ความสนใจใด ๆ กับข้า แต่ข้าจะเป็นเงาของเขา ถึงแม้คนที่เขาชอบคือเจ้า แม้ว่าเจ้าทั้งสองลงเอยด้วยกันแต่ข้าจะยังคงไม่ยอมแพ้ "
เสี่ยวหนิงเอ๋อยืนอยู่ในจุดที่ แสงจันทร์ผาดผ่านหน้าต่างและส่องสว่างมายังตัวของของเธอ เธอสวมใส่เสื้อผ้ากระชับเหมือนรูปปั้นของเทพธิดาที่ เธอมองไปยังเนี่ยหลี่ที่นอนอยู่ความอ่อนโยนประกายผ่านสายตาของเธอ

ในขณะที่เย่ จื้อ หวิ๋นไม่รู้คำพูดตอบเสี่ยวหนิงเอ๋อยังไงดี บางทีอาจจะเป็นเพราะปมระหว่างเสี่ยวหนิงเอ๋อและเธอนอกจากนี้เธอไม่สามารถพูดคำเช่น ปล่อยเนี่ยหลี่ให้กับหนิงเอ๋อเพราะนี่จะเป็นคำที่ไม่สุภาพต่อหนิงเอ๋อและเนี่ยหลี่
เย่ จื้อ หวิ๋นลังเล? หัวใจของเธออยู่ในความสับสน
เธอแตกต่างจากหนิงเอ๋อ  เย่ จื้อ หวิ๋นเกิดมาในสภาพแวดล้อมที่สงบสุขและไม่มีการแข่งขัน เธออาศัยอยู่ในโลกที่สงบสุข ถ้ามันไม่ใช่เพราะเนี่ยหลี่บุกเข้ามาในห้องเธออย่างกะทันหัน, บางทีเธออาจจะไม่ต้องมาปวดหัวกับเรื่องวุ่นวายดังกล่าว
ในห้องเล็ก ๆ นี้ทั้งสองสาว ได้อาการตกอยู่ในอาการไม่ทราบจะพูดสิ่งใดต่อกัน
ทั้งสามวันผ่านไป เนี่ยหลี่ยังไม่ตื่น สองสาวผลัดกันในการดูแลเนี่ยหลี่  สำหรับเนี่ยยู๋ เธอได้ทำการบ่มเพาะในห้องนอนของเธอและเมื่อใดก็ตามที่เธอเหนื่อยเธอก็จะนอน
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาสิ่งก่อสร้างมากมายได้เกิดขึ้นในคฤหาสน์ของเจ้าเมือง พิมพ์เขียวของค่ายกลหมื่นอสูรได้ถูกส่งมอบแก่เย่ ซ่ง หลังจากที่ได้เห็นประสิทธิภาพค่ายกลหมื่นอสูร  พวกเขารีบเกณฑ์คนจำนวนมากเพื่อสร้างมัน


ถ้าค่ายกลหมื่นอสูรถูกวางลงก่อนหน้านี้สมาคมทมิฬจะไม่สามารถที่เหิมเกริมและทำในสิ่งที่พวกเขาต้องการได้คฤหาสน์เจ้าเมือง เมืองกลอรี่
เย่ ซ่งในตอนนี้ยุ่งอยู่กับการจัดเตรียมและจัดการเรื่องต่างๆ ในสงครามครั้งนี้ได้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบที่ผ่านมามีมากมาย  เขาได้มี เตรียมเงินบูรณะหลายสถานที่ในคฤหาสน์ที่ถูกทำลายและเขาก็มีการส่งคนที่แข็งแรงเพื่อที่จะซ่อมแซมและทำงาน  เ มื่อใดก็ตามที่ เย่ ซ่งออกไปดูแลงานเย่ จื้อ หวิ๋นก็จะแอบไปเยี่ยมเนี่ยหลี่โดยไม่บอกให้เขารู้

 “เรียนท่านเจ้าเมือง คุณชายเย่ ฮั่น กลับมาแล้วครับ”
ทหารยามรีบเข้ามารายงาน
คิ้วที่ขมวดอยู่ของเย่ ซ่งคลายลง เขายิ้มแล้วสั่งการว่า
“โอ้ เย่ ฮั่น กลับมาแล้วงั้นเหรอ? รีบพาเขาเข้ามาเร็วๆ”
ทหารยามรีบวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มดูดีท่าทางน่าเกรงขามได้เดินเข้ามาข้างใน เขาสวมเสื้อคลุมสีขาวร่างกายของเขามีลักษณะราวกับต้นไม้หยกใบหน้าของเขางดงามราวกับได้รับการแกะสลัก เขาดูมีเหลี่ยมคม สว่างใสหมดจด ตัดกับใบหน้าอันหล่อเหลา เขามีจมูกแหลมสูงริมฝีปากหนาปานกลาง, ผมสีดำและดวงตาที่สดใส

ทุกคนที่เห็นเขาจะไม่สามารถที่จะทนฟังเสียงกรีดร้องอย่างมีความสุขได้ เช่นเสียงตะโกนว่า หนุ่มหล่อ!
เย่ ฮั่นบุตรบุญธรรมของเย่ ซ่ง ผู้สืบทอดที่เป็นไปได้ คนต่อไปของเจ้าเมือง เขาได้รับความสนใจเสมอในเมืองกลอรี่เมื่อเขาอายุได้สิบสามปี ตระกูลต่าง ๆ ได้ส่งคนมาขอแต่งงาน แต่ก็ได้รับการปฏิเสธไป โดยเย่ ฮั่นได้ใช้ข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับการบ่มเพาะพลัง

เย่ ฮั่นมิได้ให้ความหวังแก่ผู้ใด เขาบรรลุ ร่างทรงอสูร ระดับโกล์ด 1 ดาว ตั้งแต่อายุ 18 ปี กลายเป็นอัจฉริยะที่มีศักยภาพมากที่สุดต่อจากเย่ โม่ หลังจากนั้นเขาก็ทำตามคำแนะนำของตระกูลหิมะเหมันต์ โดยการออกไปฝึกฝนเป็นเวลา 2 ปี แต่แน่นอน ถ้าหากไม่มีเนี่ยลี่ที่โผล่มาอย่างกระทันหัน  ชื่อของอัจฉริยะอันดับหนึ่งคงต้องเป็นของเขาเย่ ฮั่น

เย่ ซ่งหัวเราะแล้วถามว่า “เย่ ฮั่นเจ้ากลับมาแล้ว แล้วเย่ หมิงอยู่ไหนหล่ะ เขาไม่ได้กลับมาพร้อมกับเจ้างั้นเหรอ?”
เย่ ฮั่นป้องมือของเขาอย่างสุภาพและกล่าวว่า "พี่เย่ หมิงได้พบสถานที่ลับ สถานที่ที่อันตรายเกินไปสำหรับข้า เขาเลยสั่งให้ข้ากลับมายังเมืองกลอรี่ก่อน "

 “โอ้ เป็นเรื่องที่เยี่ยมไปเลย ฮ่าฮ่า ดีแล้วที่เจ้ากลับมา” เย่ ซ่งตบไหล่เย่ ฮั่น แล้วพูดต่อ
“เย่ ฮั่น เจ้าเติบใหญ่ขึ้นและดูดีกว่าเมื่อก่อนนะ แล้วตอนนี้การบ่มเพาะพลังของเจ้าคงจะไม่ได้ถดถอยไปนะ ข้าพูดถูกใช่ไหม?”

 “ใช่ครับ ตอนนี้ข้าบรรลุ  3 ดาว ระดับโกลด์แล้ว”
เมื่อเย่ ฮั่นกล่าวถึงการบ่มเพาะของตัวเองมันฟังดูสุภาพและสงบ แต่ฟังดูราวกับไม่ได้ยากเย็นนัก
"3 ดาว ระดับโกลด์?ไม่เลวนี่ ไปได้ไกลเกินกว่าที่ข้าคาดหวังไว้! " เย่ ซ่งหัวเราะและกล่าวว่า
“คืนนี้ ข้าจะจัดงานเลี้ยงขึ้นที่คฤหาสน์เจ้าเมือง เพื่อฉลองที่เจ้ากลับมา”
 “ขอขอบคุณพ่อบุญธรรม” เย่ ฮั่นยิ้มเล็กน้อย เขามองไปรอบ ๆ และเอ่ยถามว่า
“ข้าแปลกใจที่ไม่เห็นน้องจื้อ หวิ๋นเลย ไม่ทราบว่าตอนนี้นางอยู่ที่ไหน?”

เย่ ซ่งหยุดเล็กน้อยแล้วหัวเราะกล่าวว่า "จื้อ หวิ๋นคงยังไม่รู้ว่าเจ้ากลับมา ข้าจะส่งใครสักคนไปแจ้งให้นางเอง! "
เย่ ฮั่นพยักหน้าแสดงสีหน้าอ่อนโยนต่อ เขายิ้มและกล่าวว่า "ข้าได้นำอะไรบางอย่างเพื่อมอบให้กับนาง".
"จื้อ หวิ๋นกำลังดูแลเพื่อนของนางที่ได้รับบาดเจ็บ ข้าได้ให้คนส่งข่าวไปให้กับนางในตอนนี้ยังอยู่ในภาวะฉุกเฉิน รอจนผ่านคืนนี้ไปก่อนค่อยมอบให้นางก็ได้        พ่อคนนี้จะทดสอบการบ่มเพาะของเจ้า หากเจ้าไม่ได้ผ่านการทดสอบที่ข้าจะต้องลงโทษเจ้าโดยการทำให้เจ้าติดอยู่กับกำแพง "เย่ ซ่งพูดพร้อมกับหัวเราะ

เย่ ฮั่นแสดงท่าทีเคร่งขรึม เขาพยักหน้าแล้วตอบว่า “ครับ”
ตระกูลต่างๆของ เมืองกลอรี่ได้ให้ความสำคัญกับทุกการเคลื่อนไหว ที่อยู่ในคฤหาสน์ของท่านเจ้าเมืองเมื่อพวกเขาได้รับเชิญให้เข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำต้อนรับ เย่ ฮั่นพวกเขาได้ส่งผู้คนมาร่วมงานมากมาย
“เจ้าได้ข่าวหรือเปล่า ท่านชายแห่งคฤหาสน์ท่านเจ้าเมืองกลับมาแล้ว ท่านเจ้าเมืองจะเป็นเจ้าภาพจัดเลี้ยงอาหารค่ำ ต้อนรับที่เขากลับมา”
 “ข้าได้ยินมาว่าการบ่มเพาะพลังของเขา ได้บรรลุ 3 ดาว ระดับโกลด์ แล้วภายในเวลาแค่ 2 ปี”
 “3 ดาว ระดับโกลด์? นั่นมันวิเศษไปเลย! ด้วยความรวดเร็วในการบ่มเพาะพลังขนาดนี้ เขาต้องเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งเมืองกลอรี่ ใช่ไหม?”
 “อัจฉริยะอันดับหนึ่งงั้นเหรอ? จากเรื่องที่เพิ่งจะผ่านพ้นไป เมื่อเร็ว ๆ นี้มีอัจฉริยะมากมายที่เกิดขึ้นมาในเมืองกลอรี่! รวมไปถึงเนี่ยลี่ เขาเป็นผู้สังหารอสูรอเวจี ในตอนนั้น เขาเหมาะสมที่จะเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งของเมือง!”

 “ใช่แล้ว”
สำหรับคำเชิญของท่านเจ้าเมือง ตระกูลต่าง ๆ ได้ส่งตัวแทนของเขาหลายคน สำหรับตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ก็ได้ส่งเหล่าผู้อาวุโสมาเป็นตัวแทน สำหรับสมาคมปรุงยาก็ได้ส่งหยางซิ่นมาเป็นตัวแทน
ตระกูลฮูหยาน
“ท่านพ่อ งานเลี้ยงแบบนี้มันน่าเบื่อจะตาย ท่านจะมาถามทำไมว่าข้าจะไปไหม?” เสียงที่พูดออกมาด้วยความพะเน้าพะนอ ออดอ้อนและน่าฟัง เสียงนี้สามารถละลายกระดูกของผู้ฟังได้อย่างง่าย ๆ หนึ่งในการพูดคุยนี้คือเสียงของ ฮูหยานหลานเร่อ เธอสวมชุดผ้าไหมเซ็กซี่ รูปร่างของเธอช่างกระตุ้นความรู้สึกทางเพศเหลือเกิน  หน้าอกของเธอชูชัน ด้วยความภาคภูมิใจ ชุดสีขาวนั้นไม่อาจจะครอบคลุมหุบเขาลึกทั้งหมดที่มี   เมื่อเธอเดินมันจะสั่นไหวเล็กน้อย แต่เสน่ห์ของเธอนั้นหมายถึงความหายนะ

 “หลานเร่อ ข้าเองก็ไม่ได้อยากจะจู้จี้ แต่ตอนนี้เจ้าก็ถึงวัยอันควรที่จะออกเรือนได้แล้ว แต่ทำไมเจ้าทำท่าเหมือนกับรังเกียจทุกคน ตอนนี้ท่านชายของคฤหาสน์ท่านเจ้าเมืองก็กลับมาแล้ว เขาทั้งหล่อและดูดีมาก ตระกูลเบื้องหลังของเขาก็มีความมั่นคง ยังมีอะไรอีกที่เจ้าจะรังเกียจเขาได้  หรือเขายังไม่มีพอสำหรับมาตรฐานของเจ้า?”


ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น