วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 122 – Misty Leaf Herb

Tale of the demon and god novel Chapter 122 – Misty Leaf Herb

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 122 - ใบสมุนไพรว่านสายหมอก


บทที่ 122 - ใบสมุนไพรว่านสายหมอก

ณ ตำหนักเจ้าเมือง
หลังจากตระหนักว่าอสูรอเวจีถูกฆ่า เหล่าสมาชิกจากสมาคมทมิฬที่มาแทรกซึมตำหนักเจ้าเมืองก็รีบถอนกำลังและสูญหายไปในความมืดอย่างฉับไว

อีกมุมหนึ่งภายใต้เงามืด
 เงาร่างนึงยังยืนดูอยู่เงียบๆ บุคคลชุดดำได้เห็นความเป็นไปทั้งหมดทั้งเรื่องที่อสูรอเวจีถูกฆ่า และยังเห็นที่เย่ ซิ่วอุ้มเนี่ยหลี่ออกไป ริมฝีปากของเขาห่อลงเล็กน้อยแสดงความไม่พอใจและเอ่ยเสียงแหบห้าว
”ช่างน่าสนใจ”

มันมีโอกาสหลายต่อหลายครั้งที่เขาจะลงมือฉกฉวยเนี่ยหลี่มาจากมือเย่ ซิ่ว อย่างไรก็ตาม เขาก็ยอมแพ้ในที่สุดและมองไปในทิศทางอื่น

“ข้ารู้ว่าแกสัมผัสถึงข้าได้ ข้ากัดไม่ปล่อยแน่นอนแต่การไล่ตามจับข้าก็ไม่ใช่ง่ายๆหรอกนะ การดวลรอบนี้ รู้ไว้เถอะว่าแกชนะ แต่ครั้งต่อไป มันจะไม่ธรรมดาๆแน่นอน”

บุคคลชุดดำยิ้มอย่างเยือกเย็นในขณะที่เงาร่างของเขาหลอมรวมไปกับความมืด

เย่ ซ่งผู้ซึ่งยืนอยู่ข้างค่ายกลสังหารหมื่นอสูร มีรัศมีเฉียบคมของแสงออกมาจากตาเขา พลังวิญญาณที่เขาที่ต้องระวังนั้นค่อยๆอันตรธานหายไป ทำให้รู้ว่าบุคคลผู้นั้นจากไปแล้ว



ตั้งแต่การปรากฏตัวของอสูรอเวจีจนถึงขณะนี้ ไม่นับที่เขาจับร่างทรงอสูรจากสมาคมคมมืดได้สองคน เย่ ซ่งก็ยังได้รับการเตือนภัยของพลังวิญญาณที่เป็นเหตุให้เขาเจองานยาก ก่อนพลังวิญญาณนั้นจะหายไป เย่ ซ่งก็ยังไม่สามารถระบุตำแหน่งของบุคคลนั้นได้

”เหมือนว่าเขาไม่ได้ตั้งใจที่จะลงมือเอง” เย่ ซ่งคิด “ถ้ามีกลุ่มอื่นลงมืออีกนะ แม้แต่ข้าก็จะต้องเข้าต่อสู้แบบเอาจริงเอาจังเข้มข้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”

ทันใดนั้น!! นักสู้ระดับแบล็คโกลด์ก็วิ่งเข้ามาอย่างรีบเร่ง

เขาพูดอย่างเร่งรีบ “ท่านเย่ ซ่ง ข่าวร้ายครับ!!”“เกิดอะไรขึ้น?” เย่ ซ่งก็รู้สึกไม่ดีขึ้นมาทันที

“ร่างทรงอสูรแบล็คโกลด์ที่ถูกเราจับทั้งสามคนสิ้นชีพหมดแล้วครับ” นักสู้พูด พร้อมประสานมือคารวะ
   
“อ่อ..อย่างงั้นรึ”

กำปั้นของเย่ ซ่งกำแน่น เพื่อป้องกันร่างทรงอสูรขั้นแบล็กโกลด์ทั้งสามจากการหลบหนีดั่งเหมือนปล่อยเสือเข้าป่า เย่ ซ่งทำลายพลังวิญญาณของร่างทรงอสูรทั้งสามลง ทำให้การเพาะบ่มพลังของพวกเขานั้นไม่สามารถฟื้นฟูได้อีก อย่างไรก็ตามเขาไม่เคยคิดเลยว่าสมาคมทมิฬจะเลวทรามจนถึงมุ่งตรงไปฆ่าร่างทรงอสูรขั้นแบล็กโกลด์ทั้งสามคนนั้นทิ้ง
   
“พวกมันส่งบางคนไปปล้นคุกหรือไงกัน? พวกมันอีกกลุ่มแข็งแกร่งระดับไหนกันเนี่ย?”

ปรกติแล้ว เรื่องคุกของตำหนักเจ้าเมืองนั้นควรเป็นความลับสุดยอด ไม่ควรมีใครรู้เกี่ยวกับมัน แล้วพวกมันอีกกลุ่มรู้ที่ตั้งได้อย่างไรกันแถมมุ่งการโจมตีไปทางนั้นอีก แสดงว่าพวกมันมาสำรวจเก็บข้อมูลจนครบถ้วนสิ้นหมดแล้วรึนี่ !!

นักสู้กล่าว “ด้วยความเคารพท่านเจ้าเมือง คุกไม่ได้โดนปล้น ร่างทรงอสูรขั้นแบล็กโกลด์ทั้งสามคนได้ตายอย่างลึกลับครับ”

“ตายอย่างลึกลับ? เย่ ซ่งรู้สึกสั่นเกรงในใจ. สมาคมทมิฬมันมีวิธีจัดการขั้นสุดท้าย! ถ้าเขาไม่เดาผิดพลาด สมาคมทมิฬได้ฝังตรวนวิญญาณไว้ในร่างทรงทั้งสาม ในกรณีที่ใครบางคนโดนจับ เขาก็แค่กระตุ้นตรวนวิญญาณเพื่อสังหารพวกที่โดนจับเหล่านั้นซะ”

ด้วยวิธีนี้พวกมันก็สามารถป้องกันการทรยศของเหล่าคนของตน ไม่แปลกใจเลยทำไมสมาคนมืดถึงช่างลี้ลับ ตระกูลต่างๆของเมืองกลอรี่ไม่สามารถระบุที่ตั้งของสมาคมทมิฬได้

ขณะเดียวกัน ด้านนอกของตำหนักเจ้าเมือง
บุคคลชุดดำคนหนึ่งยืนอยู่เงียบๆ ชายชุดดำอื่นๆจำนวนนับโหลคุกเข่าลงด้วยความเคารพ ไม่มีใครกล้าส่งเสียงเล็ดรอดออกมาเพียงนิด ในจำนวนพวกเขาเหล่านั้น ได้รวมถึงเหล่าแบล๊คโกลด์อีกจำนวนหนึ่งด้วย
   
บุลคลชุดดำหายใจอย่างเย็นชา แบล๊กโกลด์มากัน 8 คน คนนึงโดน  อสูรอเวจีสังหาร เย่ ซ่งได้ฆ่าตายไปอีกสอง อีกหนึ่งโดนเด็กเปรตเนี่ยหลี่สังหาร แถมไม่มีข่าวจากอีกกลุ่มที่ไปจัดการครอบครัวไอ้เด็กนั้นอีก พวกแกมันสวะซะจริงๆ!!
   
นายท่าน พวกเราไม่คาดคิดว่าไอ้ค่ายกลแปลกๆทั้งสองอันนั้นจะมีพลังกล้าแข็งขนาดนั้น ยิ่งกว่านั้น บริเวณตระกูลบันทึกสวรรค์ยังมีพวกแบล็กโกลด์จำนวนนึงยืนเฝ้าอยู่อีก พวกมันต้องเตรียมการรับมือมาตั้งนานแล้วแน่นอนไม่ต้องสงสัย พวกเราเลยไม่สามารถระบุได้ว่าครอบครัวไอ้เด็กเปรตนั้นอยู่ตรงไหนกันแน่.

บุคคลชุดดำค่อยๆเปิดมือออก เผยให้เห็นหินผนึกสีดำที่แตกละเอียดสามอัน
 
ครั้งนี้ข้าจะปล่อยไปก่อน แต่ถ้ามันมีอะไรล้มเหลวจากพวกแกอีกล่ะก็..ฮืมม พวกแกจะโดนเหมือนเจ้าพวกสวะสามคนนั้น!!  เสียงของบุคคลชุดดำช่างเย็นยะเยือกเหมือนกับว่าดังล่องลอยมาจากขุมนรกอเวจี...
   
ได้ยินดังนั้น กลุ่มคนที่คุกเข่าอยู่ก็เริ่มสั่นเทิ้ม เผยให้เห็นความกลัวออกมาทางใบหน้า หินผนึกสีดำทั้งสามนั้นคือหินวิญญาณของร่างทรงอสูรแบล็กโกลด์ทั้งสาม เมื่อบุคคลชุดดำเปิดผนึก มันก็ส่งผลให้หินวิญญาณทั้งสามอันแตกเป็นผุยผง ร่างทรงอสูรแบล็กโกลด์ทั้งสามนั้นก็ได้รับผลต่อเนื่องให้แก่ชีวิตจากตรวนวิญญาณ ไม่มีใครหนีรอด...จากความตายย  ”

ตั้งแต่ช่วงที่พวกเขาเข้าร่วมสมาคมทมิฬ ชีวิตของพวกเขาก็ไม่ได้เป็นของพวกเขาเองอีก วิญญาณของพวกเขาถูกล่ามไว้กับหินวิญญาณของแต่ละคน ถ้าหากหินวิญญาณแตกละเอียด ชีวิตพวกเขาก็ดับ.!! เคยมีไอ้พวกที่จะพยายามขัดขืน ก็จบด้วยความตายของพวกที่ขัดขืนนั้นเอง ไม่มีใครสามารถทนที่จะดูฉากสยองนั้นได้เลย ถึงจะหลบหนีไปได้สมาคมทมิฬก็ทรงพลังเกินไป ถึงแม้ว่าจะหนีไปซ่อนในที่ๆคิดว่าปลอดภัย ก็ยังจะมีคนจับกลับไปได้อยู่ดี เพราะฉะนั้นพวกเขาก็ทำได้แค่เป็นทาสและทำงานอย่างระมัดระวังให้สมาคมทมิฬ บางโอกาสพวกเขาก็มีประสบการณ์เห็นการตายของพรรคพวก อันเป็นเหตุให้พวกเขารู้สึกสลดหดหู่
ถึงแม้ว่าจะมีการสละชีพไป ก็ยังมีหน้าใหม่ๆรอดพ้น ผ่านการฝึกมหาโหดขั้นนรกแตกมาได้ ทำให้สมาคมทมิฬแกร่งขึ้นเรื่อยๆ

สำหรับเมืองกลอรี่ สมาคมทมิฬจะเป็นดั่งฝันร้ายไปนิรันดร์

“ไปได้แล้ว! พวกเราต้องไปรายงานท่านเจ้าปีศาจ บุคคลชุดดำหมุนตัวและออกเดินนำหน้าไป กลุ่มชุดดำคนอื่นๆมองหน้ากันแล้วจึงเดินตามหลังไป
   
สิ่งที่พวกเขาลืมระวังก็คือนกตัวใหญ่ที่ยืนมั่นคงอยู่บนต้นไม้ใหญ่บนภูเขาไกลห่างออกไป ตัวของมันทำด้วยเหล็กกล้า และสายตาที่เฉียบคมพุ่งตรงมาจากความมืด นกตัวใหญ่นี้ก็คือเป็นกันใครเล่า นอกจากหุ่นเชิดวิญญาณที่มีจิตของบรรพบุรุษผู้ก่อตั้ง “เย่ หยาน” ผนึกเอาไว้ภายใน
   
ณ ตำหนักเจ้าเมือง
      เนี่ยหลีนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงเงียบฉี่ ตาทั้งสองข้างปิดแน่น ยังคงไม่รู้สึกตัว

“ท่านพ่อ, เนี่ยหลี่เป็นไงบ้าง?” เย่ จื้อหวิ๋นถามอย่างร้อนใจ ตาของนางเต็มไปด้วยความกังวล ไม่รู้ทำไม เมื่อนางเห็นเนี่ยหลี่ในสภาพแบบนี้ หัวใจของนางก็เต็มไปด้วยความกลัดกลุ้มใจ และนางก็ไม่สามารถควบคุมน้ำตาที่มันหล่นนองลงมาบนแก้มได้

เนี่ยหยู๋ ก็ร่ำไห้ “พี่ใหญ่..เนี่ยหลี่, ตื่นขึ้นมาเร็วๆสิคะพี่” ฮืออออออออออออ


เย่ ซ่งกับเย่ ซิ่วยืนเงียบๆอยู่ข้างๆ

“ท่านเย่ ซ่ง, เขาเป็นยังไงบ้าง” เย่ ซิ่วถาม และมองไปยังเย่ ซ่ง

เย่ ซ่งถอนหายใจแล้วพูด “เขาไม่เป็นไรเขาแค่ใช้พลังวิญญาณมากไป แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยเหตุผลบางอย่าง ขอบเขตพลังวิญญาณของเขานั้นดันเหือดแห้งไปซะเกลี้ยง” นั้นแหละปัญหา

เย่ ซ่ง เงียบไปซักระยะหนึ่ง, มองไปทีเย่ ซิ่วและกล่าว “นำว่านสายหมอกมาแล้วให้เนี่ยหลี่กินซะ”

ได้ยินคำของเย่ ซ่ง เย่ ซิ่วก็หน้าผากกระตุก เขามองเย่ ซ่งอย่างไม่เชื่อ เขางงงวยที่เย่ ซ่งให้นำว่านสายหมอกมาให้เนี่ยหลี่
ด้วยความแข็งแกร่งปัจจุบันของเย่ ซ่ง เป็นรองเพียงแค่ระดับตำนาน ใบของว่านสายหมอกเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เขาบรรลุขึ้นสู่ระดับตำนาน! ใบของว่านสายหมอกนั้นหายากมากๆ มันจะปรากฏขึ้นแค่ในป่าลึกเข้าไปในภูเขา ยิ่งกว่านั้นว่านสายหมอกที่โตเต็มที่ยังถูกปกป้องไว้ด้วยสัตว์อสูรระดับตำนานจำนวนหนึ่งอีกด้วย ครั้งหนึ่งท่านเย่ โม่ เคยเสี่ยงชีวิตตัวเองเพื่อที่จะฉกฉวยมันมา จากมือของสัตว์อสูรระดับตำนาน

เย่ ซ่งถลึงตาไปที่เย่ ซิ่วและกล่าวอย่างขึงขัง “ไม่เข้าใจหรอไง? ช่วยชีวิตสำคัญกว่า”

“ครับ!”


เย่ ซิ่วรีบไปที่คลังสมบัติของตำหนักเจ้าเมือง
เห็นใบหน้าเย่ จื้อหวิ๋นเต็มไปด้วยน้ำตา เย่ ซ่งก็ถอนหายใจ เหตุผลที่เขาก้าวร้าวกับเนียหลี่ก็เพราะมันเป็นทางที่เขาจะปกป้องนางในฐานะพ่อ แต่อย่างไรก็ตาม เห็นสภาพของเย่ จื้อหวิ๋นตอนนี้  เย่ ซ่งก็ถอนหายใจออกมาอีกครั้ง ไม่มีพ่อคนไหนสามารถเก็บลูกสาวของเขาไว้ข้างๆได้ตลอดไป เขาทำได้แค่เพียงปล่อยนางไป

แม้ว่าเนี่ยหลี่จะชอบเล่นบ้าๆ แต่เขาก็มีความเป็นผู้ใหญ่ ความเอาจริงเอาจังในตัว

การปะทะวันนี้ เหตุผลที่พวกเขาสามารถจัดการสมาคมทมิฬได้ก็เพราะเนี่ยหลี่ นั้นทำให้ทัศนคติกับเนี่ยหลีของเย่ ซ่งเปลี่ยนไปเล็กๆ

ต่อมาจากนั้นไม่นาน เย่ จื้อหวิ๋นทำตามคำแนะนำของเย่ ซ่ง นางบดว่านใบสายหมอกจนเป็นผงแล้วผสมกับน้ำป้อนให้เนียหลี่ดื่ม

มองดูการกระทำที่นุ่มนวลประณีตระมัดระวังของเย่ จื้อหวิ๋น  เย่ ซ่งช่วยไม่ได้ที่จะส่ายหน้า ผู้หญิงเกิดมาและก็ออกจากตระกูล มันเป็นอย่างนั้นเสมอมา คิดอีกทีมันก็ไม่ถูกต้องที่จะเข้าไปแทรกระหว่างสายสัมพันธ์ของเด็กทั้งสอง เย่ ซ่งจึงค่อยๆเดินปลีกตัวออกไป

ความฝันอันยาวนาน
ในความฝัน เนียหลี่ย้อนกลับไปช่วงเวลาที่เมืองกลอรี่ถูกทำลาย รอบตัวเต็มไปด้วยการร่ำไห้ของผู้หญิงและเด็ก เมืองกลอรี่ จมลงสู่ทะเลเพลิง เนียหลี่เป็นพยานด้วยตัวเองได้ว่าพวกพ้องของเขาถูกเข่นฆ่า กลุ่มเด็กที่หลบหนีไป ก็โดยการปกป้องของผู้เชี่ยวชาญของตระกูลในความฝัน พ่อของเขากล่าวว่า “เจ้าคือความหวังของตระกูล ตราบใดที่เจ้ายังมีชีวิตอยู่ ตระกูลก็ยังคงอยู่”

หลังจากพูดจบ พ่อก็สิ้นชีพไปในความฝันเย่ จื้อหวิ๋นและเขาโอบกอดกันไว้ นางพูดอย่างหมดหวัง นางลูบคางของเขาภายใต้วงแขนและกระซิบอย่างแผ่วเบา “ไม่ว่าระหว่างเราถ้าใครซักคนต้องตาย อีกคนจะต้องฝ่าฟันเพื่อมีชีวิตอยู่ต่อไปให้ได้นะ”

มันแลดูเหมือนการลาจากชั่วนิรันดร์ ในตอนนั้น น้ำตาก็อาบหน้าของเขาไปทั่ว

“จื้อ หวิ๋น.....” เนี่ยหลี่เรียกสุดเสียง ดังมากเท่าที่เขาสามารถทำได้, พยายามที่จะคว้ามือเย่ จื้อหวิ๋นไว้ แต่แล้ว สิ่งที่เขาเห็นก็แค่เย่ จื้อหวิ๋นที่ค่อยๆลอยห่างออกไปยังความมืดที่ไม่มีที่สิ้นสุด

ในห้อง
เมื่อนางคอยเฝ้าดูอาการของเนี่ยหลี่ เสี่ยว หนิงเอ๋อก็รีบออกจากบ้านของเธอ มาถึงเธอได้เห็นเย่ จื้อหวิ๋นได้คอยดูแลเนี่ยหลี่แล้ว เย่ จื้อหวิ๋นและเสี่ยว หนิงเอ๋อเดินช้าๆมาข้างๆเนี่ยหลี่ แต่ไม่มีใครเอ่ยคำใด พวกนางเคยเป็นเพื่อนเล่นกันสมัยยังเยาว์วัย พวกนางต่างก็เหมือนกัน แต่ก็ยังคงมีสิ่งเล็กๆน้อยๆที่ไม่เหมือนกัน

เสี่ยว หนิงเอ๋อ บิดผ้าและวางลงบนหน้าผากเนี่ยหลี่ และมองหน้าเนี่ยหลี่อย่างเงียบๆ

ตลอดเวลาที่ผ่านมา เด็กผู้ชายคนนี้ไม่เคย กระตุ้นให้เธอสนใจ นางมีเพียงความฝัน ที่จะกลายมาเป็นผู้แข็งแกร่ง ณ ขณะนั้น ที่การฝึกในภาคสนาม ก็ทำให้โชคชะตาของนางเปลี่ยนไป เวลานี้ ในหัวใจของนางนอกจากการฝึกฝนแล้ว ยังมีบางสิ่งที่สำคัญมากกว่าสำหรับนาง

ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น