วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 117 – Abyss Demon

Tale of the demon and god novel Chapter 117 – Abyss Demon

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 117 - อสูร อเวจี


บทที่ 117 - อสูร อเวจี

นอกเหนือจาค่ายกลหมื่นอสูร เนี่ยหลี่ ยังได้วาง ค่ายกลสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์สังหาร ลงไปอย่างรวดเร็ว เพียงแค่สองค่ายกลลอบสังหารก็ครอบคลุมพื้นที่ถึงหนึ่งในห้าของคฤหาสน์ท่านเจ้าเมืองแล้ว



      เนี้ยหลี่นั้นมีความรู้สึกประทับการควบคุมค่ายกลทั้งสองให้กับ เย่จื้อหวิ๋น และ เย่ ซิว ดังนั้นนอกจากเนี้ยหลี่ จึงมี เย่จื้อหวิ๋นกับ เย่ ซิว ที่สามารถใช้ค่ายกลสังหารอันร้ายกาจทั้งสองอันนี้ได้



   “เนี้ยหลี่ เจ้าจะมอบการควบคุม ของทั้งสองค่ายกลสังหารอันร้ายกาจนี้กับท่านเจ้าเมืองได้ไหม?”
เย่ ซิว พูดกับเนี้ยหลี่ พร้อมกับยิ้มแหย ๆ เพราะถึงอย่างไร เย่ ซ่งก็เป็น เจ้าของคฤหาสน์ท่านเจ้าเมืองตัวจริง



   “หืม จะให้ข้ามอบให้กับเจ้าคนที่ไม่เคยรักษาสัญญานั่นเนี่ยนะ เว้นเสียแต่ว่า เค้าจะมาขอกับข้าด้วยตัวเอง ข้าอาจจะยกให้ก็ได้” เนี้ยหลี่พูดพร้อมกับพ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างรุนแรง




    เย่ ซิวเข้าใจดีว่า มันไม่ง่ายที่จะให้เนี้ยหลี่กับเย่ ซ่ง นั้นญาติดีกัน เรื่องนี้มันจะเป็นไปได้หรือเปล่านะ? เย่ ซิวรู้สึกเป็นกังวง ยังไงซะ มันเป็นไปไม่ได้ที่เย่ ซ่งจะยอมลดตัวลงมาขอร้องเนี้ยหลี่
แต่เนื่องจากเค้าได้รับคำตอบจากเนี้ยหลี่มาแล้ว เขาจึงสามารถกลับไปรายงานเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้



 
   หลังจากที่เย่ ซิวได้กลับออกไป เนี้ยหลี่จึงนั่งฝึกวิชาต่อภายในห้อง ค่ำคืนค่อย ๆ ผ่านไปอย่างช้า ๆ ทั่วทั้งคฤหาสน์ตกอยู่ในความเงียบสงัด มีเพียงเสียงเท้าของหน่วยลาดตระเวณและเสียงกระพือปีกของนกเท่านั้น






          เนี้ยหลี่กำลังฝึก [พลังเทพวิถีฟ้า] และค่อย ๆ ดูดกลืนพลังวิญญาณ ในยามค่ำคืนเช่นนี้ คลื่นออร่าหมุนวนราวกับอ่างน้ำวน ค่อย ๆ หมุนไปรอบๆและ วนเข้าไปในร่างกายของเนี้ยหลี่ ความเร็วในการบ่มเพาะพลังของเนี้ยหลี่นั้นรวดเร็วจนน่าประหลาดใจ  มันราวกับว่าตอนนี้เนี้ยหลี่ ผสานเข้ากับความมืดมิด


“เจ้าตรวจสอบเรียบร้อยแล้วใช่ไหม ว่าเจ้าเสานั่นเอาไว้ทำอะไร”?


“พวกข้ายังไม่มั่นใจเท่าใดนัก  ข้ารู้เพียงแค่ว่า ตอนที่เจ้าหนูนั่น เปิดใช้งาน มันสามารถที่จะทำให้เย่ ซ่ง ล้มลงไปนอนกับพื้นได้”

“แค่เจ้าหนูนั่น เปิดใช้งานเสานั่น ก็สามารถจัดการ ร่างทรงอสูรระดับแบล็คโกลด์อย่างเย่ ซ่งได้? มันเป็นไปได้ยังไง ? ”


“ข้าได้เห็นมันด้วยตาของข้าเอง!”


 “ไม่แปลกใจเลยที่ หลงชา ต้องการให้เรามาตรวจสอบคฤหาสน์ท่านเจ้าเมือง ด้วยความแข็งแกร่งของสมาคมทมิฬในปัจจุบัน  รวมไปถึง เทคนิคอันน่าตื่นตะลึง การถล่มเมืองกลอรี่ ไม่ใช่เรื่องที่ยากอะไร ทำไมท่าน เจ้าอสูรจึงยังไม่ดำเนินการสิ่งใดเลย “?


“ไม่ใช่เรื่องยากที่จะถล่มเมืองกลอรี่อย่างนั้นเหรอ? เจ้าดูแคลนเมืองกลอรี่มากเกินไปแล้ว  เมืองกลอรี่นั้นสืบทอดมาอย่างยาวนาน “


 “ในทางกลับกัน พวกเขาเหล่านั้น สามตระกูลหลัก เจ็ดตระกูลชั้นสูง  หลายครอบครัวที่เริ่มแก่ชรา
ถ้ามันเป็นความจริง หากเกิดอันตรายขึ้น ตระกูลนั้นก็จะล่มสลาย แต่อย่าประเมินพลังของพวกเขาต่ำเกินไป  ตอนนี้  เราเจ็ดคน จะเข้าไปโจมตีคฤหาสน์ท่านเจ้าเมือง พวกเจ้าจะต้องระวังตัวให้มาก และอย่าประมาทโดยเด็ดขาด!”ชายที่สวมชุดสีดำสั่งการ




 “นอกเหนือจากการทำลายค่ายกล เราจะต้องจับตัวเจ้าเด็กนั่นมาให้ได้!”


“พี่ใหญ่ ไม่ต้องเป็นห่วง ด้วยพลังของพวกเราทั้งเจ็ด ต่อให้เป็นร่างทรงอสูรระดับแบล็คโกลด์ ก็ไม่สามารถที่จะหยุดพวกเราได้”

ชายในชุดดำทั้งเจ็ดคน ร่างกายของพวกเขาได้เปลี่ยนแปลงไป
จิ้งจอกดำ , พยัคฆ์อัคคี , เมียร์แคต , อสรพิษสีชาด , หมีหิมะ , และ หนอนซากศพหิมะเหมันต์.
หลังจากที่ประสานร่างกายเข้ากับจิตอสูร พวกเขาก็พรางตัวเข้ากับความมืด


ณ เวลานี้ ในฝั่งทางทิศใต้ ของคฤหาสน์ท่านเจ้าเมือง



   ตรงส่วนนี้เป็นส่วนที่มีการป้องกันที่อ่อนแอที่สุด
มันคือพื้นที่ลานประลองฝีมือและฝึกซ้อมของคฤหาสน์ท่านเจ้าเมือง



     ปกติแล้วในทุก ๆ วัน จะมี เหล่านักรบมาฝึกซ้อมกันที่นี่ ส่วนในเวลากลางคืน มันก็เป็นเพียงพื้นที่ว่างเปล่า ในความเป็นจริงแล้ว ที่นี่ไม่มีอาคารบ้านเรือนอะไรที่จำเป็นจะต้องปกป้อง



     ในตอนนี้ มีคนใส่ชุดดำ ราว ๆ หกสิบคน รวมกันอยู่ที่นี่ นั่งล้อมวงอยู่ตรงกลางของพื้นที่ราว ๆ สิบสองเมตร, เหนือขึ้นไปของพื้นที่ส่วนกลาง มันถูกแกะสลักข้อความจารึกด้วยรูปแบบที่ซับซ้อน



     คำจารึกเหล่านี้ส่องแสงแวววาวเป็นประกายสีฟ้า ดูแล้วช่างสะดุดตาเป็นยิ่งนักในยามค่ำคืนทั้งหกสิบคนต่างเปล่งเสียงร่ายคาถาที่ซับซ้อน  ทำให้ลวดลายคำจารึกสว่างขึ้นอีกครั้ง



ในเวลานี้ทหารยามสามคนได้เดินลาดตระเวน พวกเขาเดินผ่านมาและมองเห็นแสงไฟสีฟ้าจึงเดินมาตรวจสอบ










“พวกเจ้าเป็นใคร แล้วมาทำอะไรที่นี้?”

ทหารยามทั้งสามคนระมัดระวังเป็นอย่างมาก หลังจากที่ได้เห็น



ภายในคฤหาสน์ท่านเจ้าเมืองเป็นพื้นที่ ที่ปลอดภัยแน่นอน ใครจะกล้าเข้ามาก่อความวุ่นวายในคฤหาสน์ท่านเจ้าเมืองได้ ทันใดนั้น มีร่างสามร่างปรากฏขึ้นด้านหลังของพวกเขา ฟับ ฟับ  เลือดสด ๆ กระจัดกระจายเต็มไปหมด ทหารยามทั้งสามคนอยู่แค่ในระดับเงิน แต่ผู้ที่สังหารเค้า อย่างน้อยที่สุดก็อยู่ในผู้เชี่ยวชาญระดับโกลด์ พวกเขาถูกจัดการโดยที่ไม่ได้ยินแม้เสียง ราวกับว่าค่อย ๆ จมลงไปในบ่อโลหิต



ทั้งหกสิบคน แสดงปฏิกิริยาราวกับไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น และ ร่ายคาถากันต่อไป



ครืน! บูมม! บูมม! พื้นดินค่อย ๆ แตกออกทีละนิด


“ปลดปล่อย  อสูรอเวจี” หนึ่งในหัวหน้ากลุ่มตะโกนเสียงดัง อย่างบ้าคลั่ง แสงสีฟ้าส่องมายังใบหน้าของเขา ทำให้ยิ่งน่าขนลุกขึ้นไปอีก




      เสื้อคลุมสีเทา ของกลุ่มคนชุดดำทั้งหกสิบคน ค่อย ๆ ลอยขึ้นไป  โดยที่ไม่มีแม้นสายลมพัดผ่าน ร่างกายของพวกเขากำลังล่องลอยอยู่กลางอากาศ


บูมม! บูมม! บูมม!



พื้นผิวของสนามประลองนั้นเต็มไปด้วยรอยแยก ลาวาค่อย ๆ ไหลออกมาจากพื้นดิน มีหัวขนาดใหญ่มากค่อย ๆ ลุกขึ้นมาจากลาวาที่กำลังลุกไหม้ ลาวาค่อย ๆ ประทุออกมา  หยดลาวาขนาดเล็ก สาดกระเด็นลงไปบนพื้นดินที่ห่างออกไป และกลายเป็นปิศาจขนาดเล็กหลายตัวลุกเป็นไฟ บรรดาปิศาจน้อย คำรามลั่น และวิ่งออกไปทุกทิศทาง ทุกแห่งหนที่พวกมันวิ่งผ่าน ล้วนมีรอยเผาไหม้อยู่บนพื้นดิน เจ้าปิศาจตัวใหญ่สูงกว่า สิบสองเมตร โผล่ออกมาราวกับยักษ์ที่เพิ่งตื่น มีปีกขนาดใหญ่งอกออกมาจากจากทางด้านหลัง ในมือของมันถือดาบเพลิงขนาดใหญ่


“ฮ่าฮ่าฮ่า มาสร้างความหายนะกันเถิด! เจ้าอสูรอเวจี” ชายที่เป็นหัวหน้า กลุ่มคนชุดสีดำ หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง



               

    ขณะนี้ดวงตาของอสูรอเวจี ค่อย ๆ เปิดขึ้น






 ดาบเพลิงยักษ์ในมือของมันเริ่มกวัดแกว่ง



        ชายหัวหน้ากลุ่มในชุดสีดำ  ตายทันทีในเปลวไฟ โดยที่ไม่มีโอกาสแม้จะเปล่งเสียงกรีดร้อง หลังจากที่ได้เห็น ชายที่เหลืออีกกว่าห้าสิบคน ต่างรู้สึกตื่นตระหนก หวาดกลัว และรีบหนีออกไปข้างนอก หลังจากที่ถูกเรียกขึ้นมา อสูรอเวจี จะไม่แยกมิตรหรือศัตรู ทุกสิ่งที่มันเห็น จะต้องถูกลำลายโดยปราศจากความลังเล


บูมม! บูมม! บูมม!



เพลิงแห่งความพิโรธ ตอนนี้ทางใต้ของคฤหาสน์ท่านเจ้าเมืองกำลังเกิดความวุ่นวาย



เนี้ยหลี่ ที่กำลังฝึกฝนอยู่ที่ ลานกว้างของเย่จื้อหวิ๋น  ได้ลืมตาขึ้น หลังจากที่รับรู้ได้ว่าเกิดเหตุวุ่นวายขึ้นตรงพื้นที่ทางด้านใต้ เขารีบมองไปทางทิศใต้ทันที นั่นไง มีเปลวไฟ  ลุกไหม้แผ่กระจายไปทุกทิศทาง  มีเสียงตะโกนแหวกแหวกอยู่เต็มท้องฟ้า ราวกับว่าอยู่ในช่วงกลางของการต่อสู้แล้ว





      เนี้ยหลี่พยายามสงบนิ่ง ใครบางคนกำลังโจมตีคฤหาสน์ท่านเจ้าเมือง ? แถมยังสร้างความวุ่นวายไม่น้อยเลยทีเดียว



        “เนี้ยหลี่ เจ้าเป็นอะไรไหม” เย่จื้อหวิ๋น รีบวิ่งออกมาจากที่พักของเธอ มองออกไปเห็นเปลวไฟลุกไหม้ เธอรู้สึกตกใจ คฤหาสน์ท่านเจ้าเมืองกำลังถูกโจมตีอย่างนั้นเหรอ?




       เนี้ยหลี่เลิกคิ้วเล็กน้อย ในช่วงชีวิตก่อนของเขา จนก่อนหน้าที่สัตว์อสูรจะเข้าจู่โจม คฤหาสน์ท่านเจ้าเมือง ที่แห่งนี้ไม่เคยถูกการโจมตีใด ๆ มาก่อน ดูเหมือนว่าการเกิดใหม่ของเค้าจะส่งผลกระทบอะไรบางอย่าง ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น แม้ว่าทางด้านใต้จะมีการป้องกันที่อ่อนแอ แต่ก็ไม่ได้เป็นสถานที่สำคัญใด ๆ มันไร้ความหมายที่จะโจมตีที่นั่น มีคำอธิบายได้เพียงข้อเดียว ต้องมีคนพยายามยามสร้างสถานการณ์อะไรบางอย่าง! พวกเขากำลังพยายามที่จะโจมตีพื้นที่ทางใต้เพื่อล่อความสนใจของทหารยาม เจตนาที่แท้จริง คือ...............




ตาของเนี้ยหลี่สอดส่อง มองหาเป้าหมาย ไม่ต้องสงสัย เขาคือเป้าหมายในเวลานี้ความสามารถที่เขาแสดงออกมา นั่นก็เพียงพอที่จะดึงดูดความสนใจของสมาคมทมิฬ นอกเหนือไปจากสมาคมทมิฬแล้ว ก็ยังมีตระกูลเทพศักดิ์สิทธิ์ ที่มีความคิดที่จะฆ่าเขาในตอนนี้!




  “ฮึ่ม ไม่เคยคิดเลยว่าสมาคมทมิฬ จะยอมทำถึงขนาดนี้  ถึงกับยอมโจมตีคฤหาสน์ท่านเจ้าเมืองเพื่อที่จะจับข้าเชียวรึ!”




    เนี้ยหลี่คิดอยู่ในใจเขามองไปที่ เย่จื้อหวิ๋น กับเนี่ยหยู๋ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ


“จื้อหวิ๋น ช่วยข้าพาเนี่ยหยู๋  ไปซ่อนในห้องลับที”


 “ไม่” เย่จื้อหวิ๋น พูด มันต้องมีอะไรสักอย่างที่เธอทำได้ ในขณะที่คฤหาสน์ท่านเจ้าเมืองถูกโจมตี


“เจ้ายังอยู่แค่ระดับเงิน  ห้าดาว ไม่สามารถที่จะต่อสู้กับคนพวกนี้ได้!”


“แล้วเจ้าหล่ะ?” เย่จื้อหวิ๋นพูดด้วยความกังวล



“เป้าหมายของพวกมันคือข้า แต่ข้าก็มีวิธีที่จะปกป้องตัวเอง ข้าจะล่อพวกมันเข้าไปที่ค่ายกลหมื่นอสูร และ ค่ายกลสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์สังหาร และจะจัดการพวกมันโดยใช้เวลาไม่นาน” เนี้ยหลี่ยิ้มแล้ว พูดออกมา



    “ในตอนนี้ เจ้าก็รู้ถึงพลังของค่ายกลหมื่นอสูร กับ ค่ายกลสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์สังหาร แม้แต่พ่อของเจ้าก็ต้องหมอบราบไปกับพื้นด้วยฝีมือของข้า” เย่จื้อหวิ๋น ยังคงนิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง



   “พี่ใหญ่เนี้ยหลี่ ข้าจะไปกับท่าน!” บนใบหน้าอันอ่อนโยนของเนี้ยหยู๋  เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น


  “เนี่ยหยู๋ คนเก่ง เจ้ายังไม่ต้องช่วยอะไรข้าหรอกนะ ถ้าหากเจ้าตามไป มันจะทำให้ช้าลง  เจ้าต้องทำตามพี่สาว จื้อหวิ๋นนะ”



  “เมื่อพี่ใหญ่เนี้ยหลี่ จัดการพวกมันเสร็จแล้ว จะรีบกลับมาหาเจ้าทันที” เนี้ยหลี่มองไปที่ เย่จื้อหวิ๋น แล้วพูดว่า



“จื้อหวิ๋น ข้าต้องออกห่างจากเจ้าและเนี้ยหยู๋แล้วนะ!”



เย่จื้อหวิ๋น มองไปที่เนี่ยหยู๋ แล้วพยักหน้าด้วยความลำบากใจ จากนั้นเธอก็พาเนี้ยยู่วิ่งไปที่ห้องลับภายในบ้าน ในฐานะที่เป็นลูกสาวท่านเจ้าเมือง  เย่จื้อหวิ๋นมีวิธีการรับมือสถานการณ์เป็นอย่างดี ที่ห้องลับมีลานที่สามารถไปที่พำนักของเย่ ซ่งได้ เย่จื้อหวิ๋นเข้าใจดีว่าเธอนั้นไม่สามารถที่จะช่วยเหลือเนี้ยหลี่ได้ และสิ่งเดียวที่เธอทำได้คือขอความช่วยเหลือจากพ่อของเธอ




เนี้ยหลี่เหลือบมองทางด้านหลังของเย่จื้อหวิ๋นกับเนี่ยหยู๋จากนั้นจึงผสานร่างกับเข้ากับจิตอสูรเงาพราย  ร่างกายของเขาเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว และค่อย ๆ กลืนหายไปกับความมืด ในคืนที่มืดมิดมันเป็นโลกที่แสนสะดวกของ จิตอสูรเงาพราย




ในเวลานี้ บนพื้นที่ของทางด้านใต้ มีทหารยามอยู่เต็มไปหมด พวกเขาได้กวัดแกว่งอาวุธของพวกเขา เข้าตะลุมบอนกับ ปิศาจไฟตัวเล็ก และใช้เวลาไม่นาน ก็สามารถจบการต่อสู้นี้ได้ ส่วนใหญ่ทหารยามเหล่านี้เป็นนักรบ และมีประมาณหนึ่งในสิบที่เป็นเป็นร่างทรงอสูร อย่างไรก็ตามเหล่าร่างทรงอสูร เมื่อรวมร่างกับจิตอสูร ของพวกเขาแล้ว ก็ได้กลายเป็นกำลังหลักของการต่อสู้นี้






บูมม! บูมม! บูมม!


เปลวไฟปลิวไปทั่วทั้งพื้นที่  อาวุธของทั้งสองฝั่งเข้าปะทะกัน


แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดย่อมเป็น อสูรอเวจีอันทรงพลังที่ไม่อาจแยกแยะมิตรหรือศัตรู มันยกดาบเพลิงยักษ์ของมันแล้วฟันลง หอคอยอันสูงใหญ่พังทลายทันที ทหารยามที่ถือธนูและหน้าไม้กรีดร้องพร้อมกับหอคอยที่ทลายลง

ฟุบ!  ฟุบ!  ฟุบ!



      กลุ่มลูกธนู ราวกับห่าฝน พุ่งไปยัง อสูรอเวจี  จากทุกทิศทาง ทั่วทั้งพื้นที่กำลังเต็มไปด้วยความวุ่นวาย





ในตอนนั้น เย่ ซิว ร่างทรงอสูรระดับแบล็คโกลด์ อันดับสามของเมือง ได้มาถึงพื้นที่การต่อสู้  และผสานร่างเข้ากับจิตอสูรของเค้าเรียบร้อยแล้ว พร้อมที่จะเข้าร่วมการต่อสู้ทันที

ร่างทรงอสูรระดับแบล็คโกลด์ คนหนึ่ง มองไปยังเย่ ซิว แล้วถามว่า     “ท่าน เย่ ซิวท่านว่าเราควรจะทำอย่างไรดี อสูรอเวจี   ไม่มีทางที่จะอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า ร่างทรงอสูรระดับตำนาน  ปฏิเสธไม่ได้ว่า ในความจริงแล้วอสูรอเวจี    นั้นเคลื่อนไหวได้ช้า ไม่แล้ว คฤหาสน์คงย่อยยับไปเรียบร้อย”





         เย่ ซิว พูดขึ้นมาหลังจากนิ่งเงียบไปชั่วครู่




        “เราจะนำมันไปทางทิศตะวันตก! เราจะจัดการมันด้วย ค่ายกลสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์สังหาร  นี่เป็นวิธีเดียวที่จะกำจัดมัน ได้   ไม่อย่างนั้นอสูรอเวจี จะต้องถล่มคฤหาสน์ท่านเจ้าเมืองพังย่อยยับแน่!....


ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น