วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 114 – Power of the Tai Yi Killing Array

Tale of the demon and god novel Chapter 114 – Power of the Tai Yi Killing Array

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 114 - พลังของค่ายกลย่อยหมื่นสัตย์อสูร


บทที่ 114 - พลังของค่ายกลย่อยหมื่นสัตย์อสูร


เนี้ยหลี่ จงใจยั่วยุ เย่ ซ่ง  ก่อนหน้านี้ที่ลานบริเวณหน้าตึกของ เย่ จื้อหวิ๋น เขาถูกเย่ ซ่งอัดจนมีสภาพน่าอนาถนัก  เนี้ยหลี่จดจำมันได้เป็นอย่างดี  ตอนนี้นั้นเขามีโอกาสที่จะชำระหนี้เรื่องนั้นแล้ว


ถ้าท่านคือบิดา เย่ จื้อหวิ๋น   ข้าจะสั่งสอนท่านในนามตัวแทนของเย่ จื้อหวิ๋น


เย่ ซิ่วพยายามประนีประนอมกรณีพิพาท  แต่เมื่อเจอวาจาของเนี้ยหลี่ทำให้ถึงกับสำลัก  เขานั้นอับอายยิ่งนัก

เย่ ซ่งถอนลมหายใจ “ ข้าจะลองทดสอบกำลัง ค่ายกลหมื่นสัตว์อสูรของเจ้ามันจะแน่แค่ไหน!”


“ท่านเจ้าเมือง  ข้าจะพูดให้ชัดเจนว่ามันไม่ใช่ค่ายกลหมื่นสัตว์อสูรแต่มันคือ ค่ายกลสังหารขนาดย่อย ของ ค่ายกลหมื่นสัตว์อสูรถ้าค่ายกลสัตว์อสูรเสร็จเรียบร้อย ท่าน...........” เนี้ยหลี่ชำเลืองมองด้วยหางตามายังเย่ ซ่ง ส่ายหน้าของเขาและกล่าวว่า “ ท่านไม่ไหวหรอก”




เย่ ซ่งโกรธจัดจนเคราของเขาสั่น  เขาอยากจะเข้าไปบีบคอเนี้ยหลี่  แต่ในฐานะที่เป็นเจ้าเมือง เขายังคงต้องอดทนอดกลั้นเอาไว้  เขาไม่สามารถที่จะทำสิ่งใดกับเนี้ยหลี่ได้ นอกจากต้องการให้เนี้ยหลี่ช่วย เพราะว่ายังมีผู้เชี่ยวชาญระดับปรมาจารย์คอยหนุนหลังเนี้ยหลี่ หลายท่าน  


 “จะเกิดอะไรขึ้นถ้าข้าทำลายค่ายกลสังหารของเจ้า?” เย่ ซ่งเป็นร่างทรงอสูรระดับแบล็คโกลด์ เป็นธรรมดาที่ต้องหยิ่งในศักดิ์ศรี ของตัวเองอยู่แล้ว  อย่างไรก็ตามเขาจะสามารถทนต่อการยั่วยุของเนี้ยหลี่ ได้หรือไม่?


“ถ้าท่านทำลายค่ายกลสังหารนี้ได้ ข้าจะเรียกท่านว่าพ่อ” เนี้ยหลี่พูดพร้อมถอนหายใจ

เย่ ซ่งมองมายังเนี้ยหลี่ พร้อมกับมีความคิดที่ว่า  เนี้ยหลี่ต้องการจะเรียกเขาว่าพ่อใช่หรือไม่? ถึงเนี้ยหลี่จะยินดี แต่เขาไม่!   หรือเจ้าต้องการจะใช้โอกาสนี้แต่งงานกับลูกสาวข้า!

เย่ ซ่งเปล่งวาจา  “ถ้าข้าทำลายค่ายกลสังหารนี้ได้ เจ้าจะต้องตีตัวออกห่างจากลูกสาวข้านับแต่บัดนี้”

      “ถ้าท่านไม่สามารถทำลาย.............” เนี้ยหลี่มองไปยัง   เย่ ซ่งที่ดูหมิ่นและต้องการทำลายค่ายกลสังหารย่อยของเขา  “เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับตำนานเหรอ? แม้ว่าผู้เชี่ยวชาญระดับตำนานมาเอง  เขายังคงต้องใช้ความพยายามอย่างมากมายนัก ในการที่จะทำลายค่ายกลหมื่นสัตว์อสูรย่อยของข้า” เนี้ยหลี่กล่าว

 “ถ้า ข้า ไม่สามารถทำลาย...............”เย่ ซ่งกล่าว

 “ถ้าท่านไม่สามารถทำลายมันลงได้ ท่านต้องไม่แทรกแซงการคบกันของลูกสาวท่านและข้า” เนี้ยหลี่เปล่งวาจาและมองมาที่เย่ ซ่ง  พร้อมกับหัวเราะอยู่ในใจ

      “ได้” เย่ ซ่งไม่สามารถทนการยั่วยุจากเด็กบ้าอย่างเนี้ยหลี่  เขาเริ่มเดินไปที่ค่ายกลหมื่นสัตว์อสูรย่อย

      “ถ้าต้องการให้ค่ายกลสังหารเป็นคู่ต่อสู้ต้องเข้าไปใกล้มันก่อนมันจึงสามารถแสดงพลังของมันได้อย่างไร้ที่ติ”  เนี้ยหลี่เปล่งเสียงคำราม แรงพลังวิญญาณแผ่ออกมาจากร่างกาย และแขนทั้งสองข้างของเขาอย่างรวดเร็ว เขาทำมือเป็นรูปลักษณ์ต่างๆ ทำให้ค่ายกลหมื่นสัตว์อสูรย่อยทั้งหมดสั่นไหวอย่างรุนแรงในทันที

ครืนๆ  ครืนๆ

แผ่นดินสั่นสะเทือน

เย่ ซ่งสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย เมื่อเขารู้สึกถึงรัศมีพลังอันเกรี้ยวกราดที่แผ่พุ่งออกมา  ค่ายกลหมื่นสัตว์อสูรย่อยนี้เป็นของจริง   แต่เขาได้เดิมพันกับเนี้ยหลี่เรียบร้อยแล้ว เขาจะไม่ยอมถอยหลังกลับไปอย่างแน่นอน  เย่ ซ่งถอนลมหายใจอย่างรุนแรง  พลังวิญญาณอันสวยงามพลันพวยพุ่งออกมาจากร่างกายของเขา

ร่างกายของเย่ ซ่ง  ขยายใหญ่ขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า เมื่อเทียบกับร่างเดิมของเขา  แขนทั้งสองข้าง มัดกล้ามเนื้อกำลังขยายขึ้น  ร่างกายของเขาถูกปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีดำ  มีหางขนาดใหญ่โผล่ออกมาจากด้านหลัง  ที่หางนั้นมีเปลวเพลิงทมิฬแผดเผามันอยู่

มังกรพสุธาเกล็ดทมิฬ

ดวงจิตอสูรที่ เย่ ซ่งผสานรวมแท้จริงแล้วมันคือ มังกรพสุธาเกล็ดทมิฬ!  มังกรพสุธาเกล็ดทมิฬนั้นเป็นสายพันธ์มังกรมีชีวิต ในหมู่ของสายเลือดมังกร นั้นแบ่งออกเป็นสองวงษ์ตระกูลด้วยกัน  ในหมู่ของดวงจิตอสูรมังกร  ดวงจิตอสูรมังกรสายพันธ์สัตว์อสูร อยู่บนจุดสูงสุด  แม้ว่าสายพันธ์มังกรมีชีวิตจะด้อยกว่าหนึ่งขั้น  แต่เพียงแค่การแบกภาระเพียงส่วนเล็กๆบางส่วนของ สายเลือดมังกร จะต้องมีความแข็งแกร่งอย่างน้อยระดับแบล็คโกลด์เลยทีเดียว

      “มังกรพสุธาเกล็ดทมิฬ มีอัตราพัฒนาการระดับมหัศจรรย์ เมื่อพิจารณาดูแล้วมันใช้ได้ดีเลยทีเดียว แต่ น่าเสียดายที่เจ้าดันมาติดใจกับค่ายกลหมื่นสัตว์อสูรย่อย ของข้า” เนี้ยหลี่คำราม แท่งศิลาเหล่านั้นระเบิดลำแสงแพรวพราวออกมามากมายสว่างไสวไปทั่วทุกสารทิศ


เสียงดังสนั่นหวั่นไหว!

ดวงจิตอสูรรอบแท่งศิลากลายร่างออกมา

พวกมันทั้งหมดเป็นดวงจิตอสูรระดับแบล็คโกลด์  แม้ว่าพวกมันจะอ่อนแอเพราะถูกผนึกไว้กับค่ายกลหมื่นสัตย์อสูรย่อย  แต่พวกมันยังคงมีพลังอำนาจเหลือล้น

เมื่อหลายร้อยปีล่วงมานี้ ยังคงมีร่างทรงอสูรระดับแบล็คโกล์ดมากมาย กำลังพยายามรวบรวมดวงจิตอสูร และร่างทรงอสูรระดับแบล็คโกลด์เหล่านั้นต้องการนำดวงจิตอสูรมาใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ  ดวงจิตอสูรสามารถควบคุมพวกมันได้โดยใช้เทคนิคที่แปลกพิสดาร  เหมือนดังเช่นที่ใช้ในค่ายกลหมื่นสัตว์อสูรสังหารย่อยแห่งนี้  การควบคุมดวงจิตอสูรเหล่านี้นั้นนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของนครรุ่งโรจน์เลยทีเดียว

ในการก่อสร้างค่ายกลหมื่นสัตว์อสูรที่ตำหนักเจ้าเมือง ต้องนำดวงจิตอสูรระดับแบล็คโกลด์ที่พวกเขานั้นเก็บรวบรวมมายาวนานหลายปีออกมา


บูม

จิตอสูรหมีโลกันตร์ระดับแบล็คโกลด์ขนาดยักษ์  สะสมพลังงานเป็นลูกไฟบรรลัยกัลป์ขนาดใหญ่โจมตีใส่ เย่ ซ่งที่ผสานรวมกับมังกรพสุธาเกล็ดทมิฬ

บูม  บูม  บูม

แรงพลังวิญาณ ที่สะสมมาอย่างต่อเนื่องแผ่กระจายหมุนวนสร้างคลื่นพลังอันน่ากลัวก่อให้เกิดการระเบิดไปยังบริเวณโดยรอบเป็นวงกว้าง

เย่ ซ่งรู้สึกหนาวในหัวใจขึ้นมาเลยทีเดียว  เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าค่ายกลหมื่นสัตว์อสูรย่อยแห่งนี้จะสามารถใช้ หมีโลกันตร์ได้ถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์  หมีโลกันตร์นั้นเป็นหนึ่งในพวกดวงจิตอสูรที่แข็งแกร่งมากที่สุดและมันยังควบคุมยากยิ่งนัก  จนถึงวันนี้ยังไม่มีร่างทรงอสูรที่สามารถผสานรวมกับดวงจิตอสูรหมีโลกันตร์ได้สำเร็จสักราย

แค่หมีโลกันตร์ตัวเดียวก็เป็นเรื่องที่ยากมากในการที่จะจัดการแล้ว


เย่ ซ่ง คำรามกึกก้องไปบนท้องนภา  เปิดปากของเขาและพ่นเปลวเพลิงทมิฬไปยังหมีโลกันตร์

มังกรโลกันตร์มีอำนาจการกรัดกร่อนของธาตุมืดแฝงอยู่ด้วย  ถ้าพ่นโดนอสูรระดับแบล็คโกลด์ใดๆ มันเพียงพอที่จะทำให้ได้รับบาดเก็บหนักเลยทีเดียว ถึงแม้ว่าในหมู่ของดวงจิตอสูร   มังกรพสุธาเกล็ดทมิฬ จะไม่สามารถเทียบกับหมีโลกันตร์ได้  แต่หลังจากเย่ ซ่ง  ได้ผสานกับมังกรพสุธาเกล็ดทมิฬ  เขาสามารถปลดปล่อยพลังมังกรโลกาทมิฬได้ถึงหนึ่งร้อยห้าสิบเปอร์เซ็นต์  ในขณะที่ค่ายกลหมื่นสัตว์อสูรย่อยนั้นสามารถใช้พลังของหมีโลกันตร์ได้เพียงแปดสิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้น ในการต่อสู้ครั้งนี้จึงเป็นเรื่องธรรมชาติที่หมีโลกันตร์   ไม่อาจเป็นคู่ต่อสู้ของมังกรพสุธาเกล็ดทมิฬได้


เมื่อ เปลวเพลิงทมิฬเกือบจะถึงตัวหมีโลกันตร์อยู่แล้วก็มีกำแพงวารีตกลงมาในทันใด ล้อมลอบเปลวเพลิงทมิฬนี้เอาไว้

ฟืบฟ๊าป ฟรึป ฟรึป...

ภายใต้กำแพงวารี  เปลวเพลิงทมิฬก็ดับมอดลงอย่างรวดเร็ว

 “เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”  เย่ ซ่ง หัวใจเขาหล่นวูบไปเลยทีเดียว เมื่อมองไปเห็น  หนอนจอมทัพขนาดใหญ่  เรืองแสงมันวาวสีน้ำทะเลออกมา  มันนั้นพองตัวขึ้นลงพร้อมทั้งพ่นน้ำสีดำออกมา



หนอนจอมทัพวารีทมิฬ!

มันเป็นสายพันธ์ที่น่ากลัวมาก  อาศัยอยู่ในพื้นที่บึงโคลน  มากกว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ของร่างกายของมันถูกสร้างมาจากของเหลวสีดำที่มีพิษอย่างมาก  และยังเหนียวแน่นมากอีกด้วยแม้ว่ามันจะตายลงนับสิบปี  ถ้ามีของเหลวตกลงมาบนร่างกายของมัน  มันจะสามารถฟื้นคืนชีวิตขึ้นมาได้อีกครั้ง

เย่ ซ่งทราบว่าดวงจิตอสูรพวกนั้นอยู่ในคลังสมบัติของตำหนักเจ้าเมือง  อย่างไรก็ตามเขาไม่มีความรู้เกี่ยวกับพวกดวงจิตอสูรที่อยู่ในคลังสมบัติของตำหนักเจ้าเมืองนัก  สายพันธ์ดวงจิตอสูรชนิดนี้สังหารได้ยากมาก  หนอนจอมทัพวารีทมิฬระดับแบล็คโกลด์  จะต้องเป็นอย่างน้อยเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับตำนานจึงจะฆ่ามันได้  มันเป็นไปได้อย่างสูงว่ามันจะเป็นมรดกที่ถูกทิ้งไว้จากบรรพชนผู้หนึ่ง

หนอนจอมทัพวารีทมิฬ   ไม่ใช่เรื่องง่ายที่เหล่าร่างทรงอสูรระดับแบล็คโกลด์ใดๆจะกำราบมันได้   ถ้ากำราบมันไม่ได้ก็เป็นไปไม่ได้เลยที่จะควบคุมบังคับมันให้ใช้ความสามารถพิเศษได้  แต่ตอนนี้มันถูกควบคุมโดยค่ายกลหมื่นสัตว์อสูรย่อยแห่งนี้


เมื่อเห็นของเหลวพิษ ที่พ่นออกมา  เย่ ซ่ง ก็รู้สึกขนหัวลุกขึ้นมาทันที  ถ้าโดนมันโจมตีเข้าไปหละก็  ถึงเขาจะไม่ตายก็ต้องมีผิวหนังหลุดลอกออกมาเป็นแผ่นเลยทีเดียว


แต่ค่ายกลหมื่นสัตว์อสูรย่อยแห่งนี้  ยังสามารถควบคุม ดวงจิตอสูรได้มากมาย  และมันสามารถเติมเต็มช่วยเหลือซึ่งกันและกันเพื่อฆ่าเหล่าศัตรู เป็นเรื่องที่น่ากลัวจริงๆ  แม้ว่ามันสามารถแสดงกำลังออกมาได้เพียงแปดสิบเปอร์เซ็นต์ แต่มันยังคงน่ากลัวเป็นอย่างมากอยู่ดี

เมื่อเย่ ซ่ง หลบออกจากหนอนจอมทัพวารีทมิฬ  เขาตระหนักขึ้นในทันทีว่าตอนนี้นั้นได้ตกอยู่ในวงล้อมของดวงจิตอสูรระดับแบล็คโกลด์เป็นสิบๆตัว

เมื่อมองไปยังดวงจิตอสูรเหล่านั้นก็พบกับ


หมีโลกันตร์,  หนอนจอมทัพวารีทมิฬ,  ปักษาที่เหี่ยวเฉา,  อสรพิษที่แผดเผา, กบพิษ

เย่ ซ่งไม่เคยคาดคิดเลยว่าคลังสมบัติจะเต็มไปด้วยดวงจิตอสูรระดับแบล็คโกลด์ที่น่ากลัวจำนวนมากมายขนาดนี้

ดวงจิตอสูรเหล่านี้ไม่ใช่แย่งกันแสดงความแข็งแกร่ง  แต่มันคือกลุ่มเหล่าดวงจิตอสูรระดับแบล็คโกลด์ที่ช่วยเหลือพึ่งพาอาศัยคอยเติมเต็มซึ่งกันและกัน

บูม

ภายใต้วงล้อมของกลุ่มดวงจิตอสูรมากมาย  หมีโลกันตร์พบโอกาส จึงตะปบไปที่หน้าอกของมังกรพสุธาเกล็ดทมิฬ

บูม

มังกรพสุธาเกล็ดทมิฬ ถูกฟาดลงไปกองกับพื้น เย่ ซ่ง รู้สึกถึงแรงกดอากาศอันหนักหน่วงเพราะหมีโลกันตร์นั้นมีความแข็งแกร่งเกินไป แม้เขาคาด ว่าหมีโลกันตร์มีพลังเพียงแปดสิบเปอร์เซ็นต์ของร่างแท้จริง  และพลังความสารถในการป้องกันของมังกรพสุธาเกล็ดทมิฬนั้นแข็งแกร่งจนน่ากลัว  แต่เย่ ซ่ง ยังคงถูกฟาดลงไปกองแนบอยู่กับพื้น

เย่ ซ่ง คำรามและทันใดนั้นเขาก็ปล่อยพลังฝ่ามือขนาดใหญ่ออกมา

ช่วงเวลานั้นเอง อสรพิษที่แผดเผาก็เลื้อยเข้ามาร้อยรัดแขนเย่ ซ่งในทันที  ทำให้เขาไม่สามารถที่จะเคลื่อนไหวใช้กระบวนท่าใดๆได้

หมีโลกันตร์คำรามกึกก้องแล้วทุบลงไปที่หัวของมังกรพสุธาเกล็ดทมิฬอย่างบ้าคลั่งหลายครั้ง

เปรี้ยง   เปรี้ยง   เปรี้ยง

การที่หัวของเขาถูกทุบตีอย่างต่อเนื่อง เป็นสาเหตุให้เย่ ซ่งนั้นเกิดอาการมึนงงวิงเวียนศีรษะ แม้มังกรพสุธาเกล็ดทมิฬจะมีผิวหนังที่ทนทานและกล้ามเนื้อที่หนาแน่น มันยังไม่สามารถทนต่อการทุบตีอันหนักหน่วงรุนแรงเช่นนี้ได้

ความแข็งแกร่งของเย่ ซ่งนั้น  เขาจะไม่มีวันพ่ายแพ้เมื่อเผชิญหน้ากับ สัตว์อสูรระดับแบล็คโกลด์สามถึงห้าตัว  แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรระดับแบล็คโกลด์นับสิบๆตัว  และดูเหมือนว่ามันจะรู้จักช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันอีกด้วย  เขาจะสามารถหาวิธีสู้กับมันได้อย่างไร?

ถ้าเย่ ซ่งใช้พลังทั้งหมดของเขาเต็มศักยภาพ มันยังมีความพอเป็นไปที่ที่จะทำให้เหล่าสัตว์อสูรระดับแบล็คโกลด์ดับชีพไปพร้อมกับเขา

อย่างไรก็ตามเขาเป็นถึงเจ้าเมืองการทำอย่างนั้นมันช่างไร้ประโยชน์เสียจริง”  ถ้าเขาพลีชีพพร้อมกับเหล่าอสูรระดับแบล็คโกลด์  มันก็ไม่ทำให้เขารู้สึกดีใดๆเลย

ในขณะนี้นั้น เย่ ซ่ง รู้สึกสับสนในหัวใจเป็นอย่างมาก ขณะเขากำลังคิดอยู่นั้นก็ถูกเหล่าดวงจิตอสูรหลายตัวกำลังยำอย่างมันเท้า   แม้ว่าเขาจะต้องสูญเสียเดิมพันกับชนรุ่นใหม่ เป็นสาเหตุให้ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความอายและโกรธจัด  แต่เมื่อลองคิดอย่างอื่น  เกี่ยวกับพลังอำนาจของค่ายกลหมื่นสัตว์อสูรย่อย ยังขนาดนี้  ถ้าค่ายกลหมื่นสัตว์อสูรสร้างเสร็จ จะต้องมีพลังอำนาจมากยิ่งไปกว่านี้อีก  นั้นก็จะหมายความว่า นครรุ่งโรจน์นั้นจะมีไพ่ไม้ตายอย่างดีเพิ่มมาอีก


เนี้ยหลี่ไม่ยอมลืมความอับอาย ที่เจ้าเมืองเย่ ซ่ง หลังจากที่เขาโดนทุบตีจนดูสมเพชเวทนาเพราะใส่เสื้อผ้าไม่เหมาะสม ณ ลานหน้าตึกเย่ จื้อหวิ๋น ไม่ว่าสาเหตุจะเป็นเช่นไรเขายังคงต้องการชำระหนี้คืน

เนี้ยหลี่ ดำเนินการควบคุมค่ายกลหมื่นสัตว์อสูรย่อยแห่งนี้อย่างต่อเนื่อง  หมีโลกันตร์ ตอนนี้เกรี้ยวกราดนัก ประเคนทั้งหมัดและเตะ ใส่เย่ ซ่งไม่ยั้ง หนำซ้ำยังไม่พอ  หมีโลกันตร์ยังเอาก้นมานั่งทับบนใบหน้าของเย่ ซ่ง โดยใช้ท่านั่งยองๆ ก้นยกขึ้นลงเป็นจังหวะห่างกันใช้เวลาเล็กน้อย

เมื่อเห็นฉากนี้ มุมปากของเย่ซิ่วกระตุกขนคิ้วสั่นไปมาไม่หยุด  เนี้ยหลี่ชั่งบังอาจจริง  เขาควบคุมหมีโลกันตร์ใช้ก้นนั่งลงบนใบหน้าของเย่ ซ่ง  ถ้าเป็นเช่นนี้ภาพลักษณ์ภายนอกอันน่าเกรงขามของเย่ ซ่ง ในฐานะเจ้าเมืองจะต้องสลายไปเป็นแน่

ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา  ใครจะกล้านั่งลงบนใบหน้าของเจ้าเมือง?

เย่ซิ่ว รู้สึกว่าเขานั้นทำตัวไม่ถูกไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี ถ้าเป็นเช่นนี้ต่อเนื่อง เย่ ซ่งอาจจะยอมแพ้เนี้ยหลี่


    เย่ ซ่ง ไม่ต้องการยอมแพ้  หลังจากนี้ถ้าเขาฆ่าดวงจิตอสูรจากค่ายกลหมื่นสัตว์อสูรย่อยแห่งนี้แล้ว มันจะไม่เป็นการดีใดๆต่อเขาเลย  ในทางตรงข้ามมันกลับเป็นการทำให้เขาสูญเสียอย่างยิ่งใหญ่นัก  อย่างไรก็ตามเนี้ยหลี่นั้นทำมากเกินไป ไม่เพียงแต่เนี้ยหลี่กำลังควบคุมหมีโลกันตร์อย่างบ้าคลั่ง  ยังปล่อยให้มันเอาก้นมานั่งบนใบหน้าของเขาอีกด้วย

เป็นเรื่องที่ชั่งบังอาจมากเกินไป!

เมื่อเห็นฉากที่หมีโลกันตร์ใช้ก้นขนาดใหญ่นั่งทับแนบลงบนใบหน้า   เย่ ซ่งก็ระเบิดความโกรธเพิ่มขึ้นมาทันที

ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น