วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 112 – Talk with me

Tale of the demon and god novel Chapter 112 – Talk with me

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 112 - พูดคุยกับข้า


บทที่ 112 - พูดคุยกับข้า


เมื่อได้ยินคำพูดจากเนี้ยหลี่ ใบหน้าของเย่ ซ่งก็กลับกลายมาเป็นสีเขียวขึ้นในทันที เนี่ยหลี่นั้นพูดแต่เรื่องร้ายๆใส่ความให้แก่เขา  เท่านั้นยังไม่เลวพอ ยังวาจาตอแหลใส่ จื้อหวิ๋น ผู้ไร้เดียงสา ชั่งไร้คุณธรรมและมโนธรรม เสียจริงเชียว! ถ้าเขาไม่ได้ต้องการให้เนี้ยหลี่ช่วยสร้างค่ายกลหมื่นอสูรแล้วหละก็เขาจักต้องสั่งสอนบทเรียนอันรุนแรงให้กับ เนี้ยหลี่ เป็นแน่


เย่จื้อหวิ๋นกล่าววาจาพร้อมสีหน้าที่แลเศร้ากับเนี้ยหลี่ “ เนี้ยหลี่อย่าได้เข้าใจท่านพ่อของข้าผิดไป  จริงๆแล้วท่านเป็นบุคคลที่ดีมาก  ข้ารู้ว่าเขาปรารถนาที่จักใช้เวลาอยู่กับข้า แต่เนื่องจากท่านเป็นเจ้าเมืองต้องแบกรับภาระความเป็นความตาย  ของประชาชนจำนวนมากในนครรุ่งโรจน์ จึงมิกล้าที่จะหย่อนยานลงแม้แต่เพียงน้อยนิด  ถึงเขาจักไม่ใช้เวลานานมากให้กับข้า เขายังคงเป็นบุคคลที่ข้าเคารพนับถือมากที่สุด  ข้าเพียงแต่เกลียดตัวเองที่อ่อนแอ และไม่สามารถแบ่งเบาภาระเขาได้..................”




หลังจากได้ยินคำพูดของเย่จื้อหวิ๋น  เย่ ซ่งที่หลบอยู่ที่มุมก็รู้สึกคัดจมูกเล็กน้อย  ต่อหน้าลูกสาวเขาเป็นพ่อที่เข้มงวดเสมอ  เขานั้นรู้ว่ามันยังไม่เพียงพอ  เขารู้สึกติดค้างเย่จื้อหวิ๋นมากนัก  เมื่อได้ยินวาจาเย่จื้อหวิ๋นวันนี้ เขาไม่สามารถจะทำให้หัวใจสงบลงได้เป็นเวลานาน  นี่หรือความคิดที่แท้จริงของเย่จื้อหวิ๋น



       
         “เนี้ยหลี่  เดิมทีแล้วข้าคิดว่าความสามารถพิเศษของข้า.......ข้ากลัวว่ามันจะมิสามารถเพิ่มขึ้นจนสูงเหมือนพ่อของข้า แต่เมื่อเจ้าถ่ายทอดวิธีการบ่มเพาะพลังวิญญาณให้แก่ข้า และยังมอบดวงจิตอสูรราชินีหิมะเหมันต์ ทำให้ข้านั้นแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็ว  ช่วยทำให้ข้าบรรลุความฝัน แม้ว่าท่านพ่อจะไม่ยอมรับให้เราได้อยู่ด้วยกัน แต่เพื่อทดแทนบุญคุณของเจ้า  ข้าจักยอมรับคำร้องขอสามข้อ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรตราบใดที่ข้าสามารถทำได้  ข้าจะไม่ปฏิเสธมัน”  เย่จื้อหวิ๋นก็รู้บางสิ่งทำให้แก้มของนางแดงไปทั้งใบหน้า อย่างไรก็ตามนางก็ยืดอกภาคภูมิใจ  สายตาของนางแจ่มใสบ่งบอกถึงความหนักแน่นชัดเจน


     ตั้งแต่เด็ก พ่อของนางได้สั่งสอนวิธีในการดำรงชีวิตว่าบุญคุณต้องทดแทน   นอกจากนี้เขายังสั่งสอนในเรื่องความซื่อสัตย์ และยึดมั่นคำสัญญา

เย่ ซ่งขมวดคิ้ว ใจของเขาเริ่มเอนเอียง   เหตุผลที่ จื้อหวิ๋น บ่มเพาะพลังวิญญาณได้อย่างรวมเร็วนั้นเป็นเพราะเนี้ยหลี่คอยให้คำแนะนำ   สาเหตุนี้ทำให้มุมมองที่เขามองเนี้ยหลี่เปลี่ยนไปเล็กน้อย  ดูเหมือนว่าเนี้ยหลี่ยังดูแลจื้อหวิ๋นค่อนข้างดีเลยทีเดียว

          “จริงหรือ? ไม่ว่าขอให้ทำเรื่องอะไร เจ้าจะไม่ปฏิเสธมัน?” เนี้ยหลี่ยิ้มอย่างชั่วร้ายราวกับปิศาจ พร้อมทั้งเดินเข้ามาหาเย่จื้อหวิ๋น

เมื่อเห็นรอยยิ้มอันเต็มเปี่ยมบ่งบอกถึงความหมาย ของเนี้ยหลี่ และก้าวย่างเข้าไปหานางเย่จื้อหวิ๋น ความลึกลับนั้นทำเอานางตกอยู่ในความกังวลเลยทีเดียว แก้มแดงขึ้นมาก  เนี้ยหลี่กำลังเดินมาทำอะไร?  ฉากที่ปรากฏในสมอง พรั่งพรูออกมานางรู้ว่าจักต้องมีบางสิ่งเกิดขึ้น  นางยืดอกขึ้น นางมีสัญญา ต้องตอบสนองต่อคำขอร้องของเนี้ยหลี่สามข้อ  นางก้มหน้าหลบไปมองอย่างอื่น


เนี้ยหลี่เดินก้าวย่างเข้าไปทีละก้าวๆ เข้าไปยืนยังด้านข้างเย่จื้อหวิ๋น พร้อมทั้งก้มศีรษะลงจ้องมองที่เย่จื้อหวิ๋น  พบว่าเย่จื้อหวิ๋นนั้นในตอนนี้ชั่งเอียงอายมีเสน่ห์เป็นยิ่งนัก  ริมฝีปากบางใส  จมูกสันเป็นคมราวคริสตอล  สายตาแลดูเฉลียวฉลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งความงดงามของนางนั้น   เหมือนดั่งผลองุ่นที่สุกทำให้ใครๆต่างก็หมายปองที่จักลิ้มรส

นางสวมชุดสีขาว  ผูกริบบิ้นรวบรัดหน้าอกขึ้น  เผยให้เห็นเรือนร่างที่น่ารักของนาง กระโปรงปลิวพลิ้วไสวต้องสายลม ดุจดั่งเทพธิดาลงมาจุติในยามราตรี ขณะที่กลิ่นหอมจากกายนางก็มากเกินกว่าหญิงสาวสามัญชนทั่วไปที่จะพึงมีได้

นางชั่งเป็นหญิงที่มีเสน่ห์มากล้นยิ่งนัก!

ภาพฉากของชีวิตในชาติภพก่อนค่อยๆฉายออกมาอย่างช้า ๆ  พุ่งตรงมาสู่โสตประสาทเซลล์สมองของเนี้ยหลี่ จนทำให้เขารู้สึกอ่อนไหวในจิตใจ  ตอนนี้เขาอยากจะโอบกอดร่างที่งดงามดุจดั่งหยกนี้เหลือเกิน!

ความรู้สึกของเนี้ยหลี่ปิดกั้นสภาพแวดล้อมทุกอย่างรอบตัว  บรรยากาศอันสุดแสนพิเศษเช่นนี้ เย่จื้อหวิ๋น ตื่นเต้นมากยิ่งขึ้น หัวใจของนางสั่นระรัวเร็วยิ่งนัก  เหมือนดั่งหยกที่ขาว ยกเว้นตั้งแต่ว่าส่วนคอขึ้นไปกลายเป็นสีแดง

บรรยากาศแห่งความรักตลบอบอวลล้อมรอบกายทั้งสองคนเอาไว้


บรรยากาศในช่วงค่ำคืนนี้ช่างน่ามหัศจรรย์ยิ่งนัก

เย่ ซ่งที่อยู่ในเงามืดได้ดูการกระทำของเนี้ยหลี่แสดงออกกับเย่จื้อหวิ๋นเป็นอาการของคนที่เหลาะแหละไม่จริงใจ  ทำให้มุมมองของเขาต่อเนี้ยหลี่เปลี่ยนไปอีกทันที  เส้นเลือดที่แขนของเขาปูดโปนขึ้น ถ้าเนี้ยหลี่สัมผัสแม้นิ้วมือลงบนเรือนร่าง จื้อหวิ๋น เขาจักไม่รั้งรอที่จะซัดเนี้ยหลี่ให้ลงไปกองที่ตรงนั้น  ต่อให้เป็นมารดาของเขาก็ไม่สามารถห้ามปรามได้

เนี้ยหลี่สูดดมกลิ่นอายของร่างกายเย่จื้อหวิ๋นอย่างบ้าคลั้ง  ประกายตาของเขานั้นบอกถึงความโดดเดี่ยวและโศกเศร้า ตลอดเวลา  เขากังวลคิดว่าทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้าเขานั้นจะเป็นเพียงความฝัน  ทุกๆคืนเขามักจะตื่น เนื่องจากฝันร้าย เมื่อเจอฉากที่เย่จื้อหวิ๋นสิ้นใจ  น้ำตาแห่งความเสียใจพลันรินไหลอาบใส่ใบหมอน

เย่จื้อหวิ๋นนั้นมิเคยล่วงรู้เลยว่าเนี้ยหลี่นั้นรักมั่นแต่นางผู้เดียวตลอดมา   เขาต้องเผชิญหน้ากับความตายเพียงลำพังมาหลายร้อยปี สิ่งเดียวที่เขาคิดคือเย่จื้อหวิ๋นเท่านั้นทำให้เขาเกิดความรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาในหัวใจ  จนมันฝังรากลึกลงไปจนถึงแกนกระดูกเลยทีเดียว

เมื่อได้ย้อนเวลากลับมามีความสุขได้อีกครั้ง  เขาจึงกลัวที่จักสูญเสียทุกอย่างเหมือนดั่งคราวก่อน  เขาจึงมิยอมหยุดที่จะเพิ่มความแข็งแกร่ง รวมทั้งผู้ที่อยู่เคียงข้างเขาทั้งหมด   พวกเขาจักได้มีกำลังป้องกันตนเองเมื่อภาวะวิกฤตินั้นมาถึง

ไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น เขาจะไม่ยอมปล่อยให้คนเหล่านี้ต้องสูญเสียไปอย่างแน่นอน

เมื่ออยู่ใกล้ชิดเย่จื้อหวิ๋น  เขารู้สึกได้เลยถึงชีพจรของนาง  เนี้ยหลี่ปรารถนาที่จะโอบกอดกายนาง  อยากจะพูดคุยเรื่องราวของหัวใจและเรื่องสัพเพเหระอื่นๆ  อย่างไรก็ตามเขาต้องถอนลมหายใจยาวๆ เก็บซ่อนความรู้สึกนี้ไว้ภายในใจ  ถ้าเขาโอบกอดกาย เย่จื้อหวิ๋นในขณะนี้ เขากลัวว่านางจักตกใจกลัวและผลักเขาออกไปแน่นอน?

ที่มุมปากของเนี้ยหลี่นั้นหงายเงยขึ้นเล็กน้อย เขาเดินไปด้านข้างเย่จื้อหวิ๋นและเอ่ยวาจาที่ข้างหูช้าๆ “คำขอข้อแรก  ข้าต้องการให้เจ้า.....”เมื่อเนี้ยหลี่ กล่าวคำว่า เจ้า เขาจงใจลากเสียงให้ยาวออกไป



เมื่อได้ยินคำพูดของเนี้ยหลี่เย่จื้อหวิ๋นร่างกายเริ่มสั่นไหว มือทั้งสองข้างก็สั่นจนแทบหยุดไม่อยู่ นางคาดเดาว่าเนี้ยหลี่จักต้องพูดคำนั้นออกมาแน่นอน แม้ว่ามันเป็นเรื่องที่ผิดศีลธรรม แต่เนี้ยหลี่เป็นผู้มีบุญคุณมากนัก และนางได้สัญญาว่าจะยอมทำตามคำขอร้อง สามข้อ  ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใดนางจะไม่ปฏิเสธมัน

ถ้ามันคือเนี้ยหลี่คงจะมิใช่เรื่องยากที่จะทำใจยอมรับ และมันก็เป็นตามหัวใจนางด้วย

แม้ว่านางจะคิดเช่นนี้แต่หัวใจของนางยังคงว้าวุ่นนัก

          “เจ้าสัตว์เดรัจฉานตัวน้อย กล้าทำเรื่องเช่นนี้ให้เห็น ถ้าข้าไม่จัดการกับเจ้า!”  เย่ ซ่งกำหมัดแน่นปะทุพลังแผ่พุ่งออกมาจากจุดนั้น  เขากำลังระเบิดพลังของระดับแบล็คโกลด์ รังสีสังหารพวยพุ่งออกจากร่างกายของเขา ในตอนนี้เขาพร้อมที่จะระเบิดทุกสิ่ง  ถ้าจอมยุทธ์ผู้เก่งฉกาจระดับแบล็คโกลด์ลงมือสวนแห่งนี้ต้องพังพินาศลงไปแน่


เย่จื้อหวิ๋น เอามือสีขาวเรียวงามวางไว้บนหน้าอกที่สั่นไหว  ตอนนี้หัวใจนางเต้นไม่เป็นจังหวะ แก้มนางแดงด้วยความอาย  มันทำให้เมื่อแลเห็นนางแล้วช่างดูมีเสน่ห์ยิ่งนัก  นางตอนนี้นั้นช่างเต็มไปด้วยความรู้สึกสับสนวุ่นวายอยู่ภายในใจ


       รู้สึกได้ถึงรังสีอันรุนแรงจากกายเย่ ซ่งที่พวยพุ่งออกมา  เนี้ยหลี่รู้ว่าระยะยังอยู่อีกไกลเพียงพอ ถ้าเขาจะสานต่อจนกว่า เย่ ซ่งจะระเบิดอารมณ์ออกมา

เนี้ยหลี่ยืดอกขึ้นและอมยิ้มพร้อมกล่าว  “  ข้าต้องการให้เจ้า................พูดคุยกับข้า”

 “คุยกับเจ้า?” เย่จื้อหวิ๋น ยกมือข้างขวาหยุดที่กลางอากาศ นางตะลึงมึนงงมาก พร้อมจ้องมองมายังเนี้ยหลี่



 “ เจ้าต้องการให้ข้าทำอะไรอย่างอื่นเหรอ?” เนี้ยหลี่เอ่ยถาม พร้อมกวาดสายตาลงไปหาเย่จื้อหวิ๋นที่แก้มแดงเปล่ง  เขาเปิดปากพูดและมองไปยังเย่จื้อหวิ๋นที่อยู่ในการตะลึง “มันอาจเป็นไปได้ที่เจ้าคิดว่าข้าต้องการทำสิ่งนั้นกับเจ้า? ถ้าข้าทำเช่นนั้นข้าจะมิกลายเป็นคนเลวหรือ?


เมื่อได้ยินคำพูดเนี่ยหลี่ เย่จื้อหวิ๋นนั้นอยากที่จะขุดหลุมแล้วโยนตัวเองเข้าไปอยู่ในนั้น  เดิมทีนางคิดว่าเนี้ยหลี่จะกระทำเรื่องไม่เหมาะสมกับนางตามต้องการ......  อย่างไรก็ตามนางเกิดมาในตระกูลหิมะเหมันต์ เห็นสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นมากมายระหว่างตระกูล  เมื่ออายุครบสิบสามปีแล้วสามารถแต่งงานได้  ดังนั้นจึงเป็นธรรมชาติที่เธอจะมีความรู้ในเรื่องเหล่านั้น


ถ้าเนี้ยหลี่เป็นคนดี  ไม่ได้คิดทำอย่างนั้น? เนี้ยหลี่ทำให้นางเข้าใจวัตถุประสงค์ของเขาผิดไป!


        “เนี้ยหลี่  ข้าเกลียดเจ้า”  เย่จื้อหวิ๋น เข้าใจได้เลยว่านางนั้นโดนเนี้ยหลี่แกล้งแล้ว  นางระบายความโกรธโดยกระทืบไปบนเท้าของเนี้ยหลี่พร้อมหันไปมองรอบๆก่อนวิ่งหนีไป   เนี้ยหลี่นั้นแหย่นางเล่นเกินไปแล้ว  แน่นอนหละว่ามันคือวัตถุประสงค์ของเขา

เมื่อย้อนกลับไปทุกคนคงคิดว่าคำพูดเหล่านั้นได้ทำให้หัวใจของนางนั้นหลุดลอยไปไกลเรียบร้อยแล้ว

 “โอ้วววว”  แม้ว่ามันจะไม่เจ็บมาก  เนี้ยหลี่ยังคงยืนกุมขาของเขา และส่งเสียงร้องออกมา  มองไปยังเย่จื้อหวิ๋น  พร้อมตะเบ็งเสียง “ อ้าว ไหนเจ้าพูดว่าจะยอมทำตามคำขอของข้าไม่ใช่หรือ?”  ทำไมเจ้าไม่อยู่พูดคุยกับข้าแล้วรีบวิ่งหนีไปหละ?”

          “คุยกับตัวเจ้าเองเถอะ!” เย่จื้อหวิ๋นถอนลมหายใจแล้วตะโกน พร้อมทั้งวิ่งเข้าไปในตึกของนาง

เมื่อเห็นฉากเย่จื้อหวิ๋นวิ่งกลับเข้าไปในประตู เนี้ยหลี่ก็อารมณ์ดีขึ้นเขาผิวปากย่างมีความสุข

เย่ ซ่งผู้อยู่ที่มุม เกือบจะระเบิดอารมณ์ออกมาแล้ว  แต่เมื่อเห็นเหตุการณ์นั้น เขาก็ถึงกับตะลึงไปในทันที  และเก็บซ่อนกลิ่นอายกลับเข้ามา  ถ้าเนี้ยหลี่กระทำสิ่งที่ไม่ดีกับเย่จื้อหวิ๋นเขาจะลงมือจัดการอย่างแน่นอน แต่ตอนนี้เขาไม่มีเหตุผลที่ต้องลงมือแล้ว  ตอนนี้เขารู้ว่าถูกเนี้ยหลี่หลอกแล้ว เมื่อเห็นเนี้ยหลี่ที่ยืนผิวปากไกลออกไป เขายิ่งรู้สึกอับจนหนทาง

เนี้ยหลี่นั้นช่างเป็นผู้ที่มิสามารถประเมินได้ด้วยสามัญสำนึก

เนี้ยหลี่เป็นคนแบบไหนกัน? แม้แต่เขาก็ไม่สามารถนึกมันได้

เมื่อมองในปัจจุบัน   เนี้ยหลี่นั้นเป็นเพียงเด็กบ้าอายุเพียงสิบสามถึงสิบสี่ปี  มันเป็นเรื่องยากที่เขาจะคาดคิดออกมาได้?

เมื่อคิดย้อนกลับไป แม้ว่าเนี้ยหลี่จะเป็นเพียงชนชั้นสามัญตัวเล็กๆแต่การกระทำและความคิดนั้นนอกกรอบ ตลอดจนบุคลิกของเขาก็นับว่าไม่เลวเลยทีเดียว

แต่เขายังคงมีความกังวลใจเล็กๆน้อยเกี่ยวกับเย่จื้อหวิ๋น ซึ่งโดยปกติจะจิตใจบริสุทธิ์ กล้าหาญ และเฉลียวฉลาด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดๆ แต่ตอนนี้ นางกลับถูกแกล้งโดยเนี้ยหลี่อย่างสมบูรณ์แบบ  เขายังต้องศึกษาเนื้อหลี่ให้รู้    เนี้ยหลี่อาจตั้งใจทำบางสิ่งที่ไม่ดีกับนางก็เป็นได้

ภาพของเย่ ซ่งค่อยๆหายเข้าไปในความมืดอย่างช้าๆ

รู้สึกว่ากลิ่นอายที่แผ่ออกมจากเย่ ซ่งนั้นจะเลือนหายไป  เนี้ยหลี่ยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย  เขาเพียงจะแกล้งเย่ ซ่งเล็กน้อย  พ่อตาของเขามักจะมีใบหน้าที่เคร่งขรึมจนดูน่าเบื่อเกินไป เมื่ออยู่ในตำหนักเจ้าเมืองนั้นเขามักมุ่งเน้นที่การฝึกฝน บางครั้งคราวจึงมาเล่น กับเย่จื้อหวิ๋บ้าง มันคงทำให้เย่ ซ่งน่าสนใจ

หลังจากเย่ ซ่งจากไปแล้ว เขาเริ่มต้นฝึกฝน


เนี้ยหลี่คิดอยู่ในใจ นำศิลาดวงจิตอสูรออกมาวางลง เนี้ยหลี่แผ่กลิ่นอายแห่งความมืดผสานกับดวงจิตอสูรแพนด้าเขี้ยว และดวงจิตอสูรปิศาจเงา  ในเขตแดนวิญญาณของเนี้ยหลี่  อย่างต่อเนื่องเรื่อยๆ เนี้ยหลี่คิดที่จะเชื่อมต่อกับดาบเทพอัสนีดาวตกอีกด้วย

ดาบเทพอัสนีดาวตกนั้นเรืองแสงเปล่งประกายสายฟ้าพวยพุ่งไปมา ลำแสงนั้นช่างแลดูอบอุ่นนุ่มนวลนัก แต่แฝงไว้ด้วยอำนาจเกรี้ยวกราดรุนแรง เมื่อเนี้ยหลี่ใช้ดาบอัสนีดาวตกโจมตีเมื่อไรก็จะมีพลังทำลายอันน่ากลัวนัก

ถ้าเย่ ซ่งรู้สึกถึงกลิ่นอายพลังวิญญาณลึกลับที่แผ่พุ่งออกมาจากเนี้ยหลี่ เขาจะสงสัย จนต้องตกใจแน่  เพราะว่าเนี้ยหลี่ในตอนนี้นั้นพลังวิญญาณได้ทะลุผ่านขีดจำกัดของความสำเร็จในช่วงอายุของเขาแล้ว  อย่างไรก็ตามเนี้ยหลี่นั้นเก็บซ่อนกลิ่นอายพลังวิญญาณเอาไว้ แม้ว่าจะเป็นระดับแบล็คโกลด์อย่างเย่ ซ่งก็เป็นเรื่องยากที่จะตรวจจับมันพบ


เนี้ยหลี่ค่อยๆ เข้าไปสู่เขตแดนวิญญาณเริ่มทำการฝึกฝน


ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

1 ความคิดเห็น: