วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Tale of the demon and god novel Chapter 110 – Laying the Ten Thousands Demonic Beast Array

Tale of the demon and god novel Chapter 110 – Laying the Ten Thousands Demonic Beast Array

นิยาย พงศาวดารภูติ ตอนที่ 110 - วางค่ายกลหมื่นสัตว์อสูร


บทที่ 110 - วางค่ายกลหมื่นสัตว์อสูร

เมื่อได้ยินเย่ จื้อ หวิ๋นบ่นพึมพำกับตัวเองเนี้ยหลี่อดไม่ได้ที่จะรู้สึกขำเล็กน้อย

เนี้ยหลี่โบกมือของเขาไปทางเย่ จื้อ หวิ๋นยิ้มๆแล้วกล่าวว่า “เย่ จื้อ หวิ๋นเราได้พบกันอีกแล้ว”

เย่ จื้อ หวิ๋นเงยหัวขึ้นแววตาที่ดูสับสนของเธอสบเข้ากับเนี้ยหลี่ หลังจากที่ตกตะลึง ชั่วขณะนั้นเธอผุดลุกขึ้นราวกับตั๊กแตนกระโดด

“ทำไมเจ้าอยู่ที่นี่?” ดวงตาของเย่ จื้อ หวิ๋นส่องประกายถึงความ ตระหนก ตกใจ

“ทำไมข้าถึงอยู่ที่นี่ไม่ได้ล่ะ?” เนี้ยหลี่หัวเราะและพูดว่า “ข้ากับเสี่ยวหยู๋ตัดสินใจจะอยู่ที่นี้!”

เนี้ยหลี่มองไปรอบๆตัวของเขา สายตาของเขาก็ไปบรรจบเข้ากับสิ่งก่อสร้างเล็กๆที่อยู่ใกล้ๆกับที่พักของเย่ จื้อ หวิ๋นและพูดว่า “จากนี้ไปพวกเราจะอาศัยอยู่ที่นั่น”

เย่ จื้อ หวิ๋นดึงแขนของเนี้ยหลี่ทันที เธอพยายามที่จะให้เขาออกไปและพูดอย่างรีบร้อนว่า “เนี้ยหลี่เจ้าไม่ต้องการที่จะมีชีวิตแล้วหรือ?! ท่านพ่อข้าจะต้องสังหารเจ้า! เจ้ารีบออกไปซะจะดีกว่า หากท่านพ่อข้าจับเจ้าได้เจ้าได้ตายแน่ๆ!”

จากที่เย่ จื้อ หวิ๋นพูดเธอยังคงเป็นห่วงเขาทำเอาหัวใจเนี้ยหลี่รู้สึกพองโต เขาจึงเผยรอยยิ้มซุกซน พูดกับเย่ จื้อ หวิ๋นที่มองมาอย่างประหลาดใจว่า “บิดาเจ้ายังไม่ได้บอกหรือ?”

เย่ จื้อ หวิ๋นงุนงงอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถามว่า “บอกอะไร?”

เนี้ยหลี่ตบหน้าผากของตัวเอง ทำท่าเหมือนกับว่าคิดบางอย่างออกและกล่าวว่า “ถ้างั้นเจ้าก็ยังไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องนั้นสินะ!”




“รู้เรื่องอะไร?”

ปฏิกริยาของเย่ จื้อ หวิ๋นชะงักไปชั่วครู่

“พ่อของเจ้าตกลงเรียบร้อยแล้ว”

“ตกลงอะไร?”

เย่ จื้อ หวิ๋นรู้สึกสงสัยมากยิ่งขึ้น

“เขาบอกว่าจะให้เจ้าแต่งงานกับข้าได้ และการแต่งงานจะจัดขึ้นในวันพรุ่งนี้” แม้ว่าเนี้ยหลี่จะหัวเราะแต่ภายในหัวใจของเขากลับเต้นอย่างรุนแรง

“อ่า?!” ดวงตาของเย่ จื้อ หวิ๋น เบิ่งตากว้างด้วยความตกใจ ภายในแววตาของนางเต็มไปด้วยความประหลาดใจ “นั่นจะเป็นไปได้อย่างไร?”

“ทำไมถึงจะเป็นไปไม่ได้ล่ะ? เมื่อวันนั้นที่ข้าถูกจับได้โดยพ่อของเจ้า หลังจากที่เขากลับมา ข้าที่ถูกจับได้โดยพ่อของเจ้าได้ถูกสอบปากคำ ข้าได้บอกท่านไปว่าข้าวสารได้กลายเป็นข้าวสุกเสียแล้ว ถึงแม้ว่าพ่อของเจ้าโกรธเกรี้ยวแต่เรื่องอื้อฉาวในครอบครัวไม่อาจแพร่งพรายออกไป ดังนั้นเขาจึงได้จัดการแต่งงานให้ข้ากับเจ้าในวันพรุ่งนี้!” เนี้ยหลี่พูดอย่างเป็นเรื่องเป็นราว “ในเมื่อพ่อของเจ้าใช้อำนาจกับข้า ยังมีอะไรที่ข้าจะทำได้ในเรื่องนี้อีกล่ะ”

“เจ้า…...ทำไมเจ้าถึงทำเช่นนี้!” ใบหน้าของเย่ จื้อ หวิ๋นกลายเป็นสีแดงด้วยความกระวนกระวาย และเธอก็กระทืบเท้าของเธอไปมา “เห็นได้ชัดเลยว่าเราไม่ได้……”

ในขณะที่เย่ จื้อ หวิ๋นมีท่าทีเขินอายนั้นทำเอาหัวใจของเนี้ยหลี่สั่นไหว เขาเริ่มที่จะจดจำเรื่องทุกอย่างที่ผ่านมาทำให้ความคิดของเขาว้าวุ่น ในชีวิตนี้ของเขาแน่นอนว่าเขาจะไม่มีทางให้นางจากเขาไปอีก

เนี้ยหลี่พยายามอย่างยิ่งที่จะสะกดข่มอารมณ์ของเขาลง เขาผายมือออกไปด้านข้างและพูดว่า “ในเรื่องนี้ตอนแรกข้าเองก็ไม่เห็นด้วยหรอกนะ แต่เนื่องจากท่านพ่อตายืนยันในเรื่องนี้ แม้ว่าข้าจะฝืนใจ แต่ข้าก็ไม่สามารถทำอะไรกับมันได้”

“ฝืนใจ? ฝืนใจอย่างนั่นหรือ?” เย่ จื้อ หวิ๋นถลึงตาใส่เนี้ยหลี่ “เนี้ยหลี่ เจ้าหมายความว่าข้าไม่คู่ควรกับเจ้าอย่างนั้นรึ?” ความโกรธเย่ จื้อ หวิ๋นปะทุขึ้นและเธอก็เหยียบลงไปที่เท้าของเนี้ยหลี่

เนี้ยหลี่รีบชักเท้าหลบทันทีขณะเดียวกันเขาก็พูดเสียงดังเกินจริงว่า “แน่นอนว่าเจ้าคู่ควรกับข้า เหตุได้เจ้าถึงว่าไม่คู่ควรล่ะ?”

“เจ้า……” แก้มของเย่ จื้อ หวิ๋นแดงขึ้น เธอรู้ในทันทีว่าได้กระโดดลงไปในหลุมพรางของเนี้ยหลี่อีกครั้งหนึ่งแล้ว

เมื่อเห็นเนี้ยหลี่กับเย่ จื้อ หวิ๋นอยู่ด้วยกัน เย่ ซิ่วอดไม่ได้ที่จะยิ้ม เขาเฝ้าดูการเติบโตของเย่ จื้อ หวิ๋นมาตลอด เนื่องจากตัวตนอันสูงส่งของเธอ เธอจึงไม่ค่อยมีเพื่อน นอกจากนั้นเธอยังจมอยู่กับการฝึกฝนด้วยตัวของเธอเอง เธอจึงไม่ค่อยได้พูดคุยกับเพื่อนๆมากนัก เขาเองก็ไม่ได้เห็นรอยยิ้มสดใสบนใบหน้าของเย่ จื้อ หวิ๋นมาเป็นเวลานานแล้ว

เย่ ซิ่วคิดว่าเนี้ยหลี่กับเย่ จื้อ หวิ๋นมีสายสัมพันธุ์กัน เพียงแต่เย่ ซ่งไม่อนุญาติให้พวกเขาอยู่ด้วยกันซึ่งนำไปสู่ความขัดแย้งกันในภายหลัง ถ้าเป็นในกรณีนี้เขาควรจะต้องโน้มน้าวเย่ ซ่งเรื่องการแต่งงานของเย่ จื้อ หวิ๋นกับเนี้ยหลี่ ไม่ว่าอย่างไรบุตรสาวก็ต้องแต่งงานแม้ว่าพ่อของตนจะไม่เต็มใจก็ตาม

แต่สิ่งที่เย่ ซิ่วไม่ทราบก็คือ เนี้ยหลี่สำหรับที่เย่ จื้อ หวิ๋นแล้ว  ที่มีก็คือความรู้สึกของเพื่อนเท่านั้นตั้งแต่เริ่มจนจบ มันเป็นเนี้ยหลี่มักจะมาอยู่ข้างๆตัวเธออยู่เสมอ และเป็นเพราะเย่ จื้อ หวิ๋นยังอ่อนด้อยเธอจึงไม่รู้จักวิธีรับมือเขา

“เอาล่ะ ข้าคงจะไม่สามารถคุยต่อได้ล่ะ ตอนนี้ข้าคงจะต้องไปดูห้องของข้าก่อน ในช่วงเวลานั้นข้าจะอาศัยอยู่ที่นี้ ถ้าห้องของข้าแย่ล่ะก็สงสัยว่าข้าคงไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ล่ะนะ”

เนี้ยหลี่มองไปรอบ สายตาเขาก็ไปบรรจบกับสิ่งก่อสร้างหลังที่เย่ จื้อ หวิ๋นอาศัยอยู่ ดวงตาเขาก็สว่างวาบขึ้นและเดินตรงไปยังที่พักของเย่ จื้อ หวิ๋น

เมือเย่ จื้อ หวิ๋นเห็นฉากนั้นเธอก็ตื่นตกใจทันที คราวที่แล้วตอนที่เนี้ยหลี่บุกมายังห้องของเธอ เกี่ยวกับเรื่องนั้นเธอยังไม่สามารถลืมมันได้เลย และเธอก็ได้ตัดสินใจที่จะไม่สนใจเนี้ยหลี่อีกต่อไป อย่างไรก็ตามเธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าเนี้ยหลี่จะกลับมาที่ห้องของเธออีกครั้ง

อยู่ด้วยกันกับเนี้ยหลี่ในห้องอย่างนั้นหรือ?

เย่ จื้อ หวิ๋นกลายเป็นซึมเศร้าเมื่อคิดถึงมัน โดยปกติแล้วเย่ จื้อ หวิ๋นจะเป็นคนที่สงบเงียบและอ่อนโยน เวลาเธอจะพูดกับคนอื่นก็จะพูดอย่างอ่อนโยนและนุ่มนวล เธอยังคงสุภาพเมื่อปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น แต่เวลานี้เธอไม่สามารถที่จะสงบลงได้

ใบหน้าของเธอกลายเป็นสีแดงประดุจโลหิต เธอได้เรียกดาบตรงของเธอออกมาและพาดลงบนคอสีขาวนวลของเธอ เธอจ้องมองไปที่เนี้ยหลี่และกล่าวว่า “เนี้ยหลี่ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าอาศัยอยู่ภายในห้องของข้า ถ้าหากเจ้าต้องการที่จะเข้าไปล่ะก็ ข้าจะ……”

“ทำไมเจ้าทำท่าน่ากลัวเช่นนั้น ข้าไม่ได้บอกเสียหน่อยว่าจะอาศัยอยู่ในห้องของเจ้า ถ้าเจ้าไม่อนุญาติให้ข้าเข้าไปดูข้างในล่ะก็ ช่างใจแคบเสียงจริง ข้ากลับไปที่ห้องของข้าก็ได้” เนี้ยหลี่กล่าวขณะหัวเราะ จากนั้นเขาก็ถือสัมภาระของเขาเดินตรงเข้าไปในตึกที่อยู่ด้านข้างเย่ จื้อ หวิ๋น”

ขณะที่เธอเฝ้าดูทางด้านหลังของเนี้ยหลี่ เย่ จื้อ หวิ๋นกลับกลายเป็นตกตะลึงใบหน้าของเธอเห่อร้อนขึ้น เธอรู้ตัวแล้วว่าตัวเธอนั้นถูกเนี้ยหลี่หลอกลวงอีกครั้งหนึ่งแล้ว

เนี้ยหลี่ก่อกวนเธอได้อย่างง่ายดาย

แต่การที่จะได้พบเนี้ยหลี่อีกในภายหลังนั้นเป็นเรื่องที่ดีจริงๆ ดวงตาของเย่ จื้อ หวิ๋นปกคลุมไปด้วยหมอก หัวใจของเธออ้างว้างเกินไป ดังนั้นการที่มีเนี้ยหลี่มาคอยตามก่อกวนเธอน่าจะเป็นสิ่งที่ดี ถึงแม้ว่าเนี้ยหลี่จะทำให้เธออารมณ์เสียอยู่เสมอ แต่เธอก็ยังคงคิดถึงเนี้ยหลี่เมื่อเขาไม่ได้วนเวียนอยู่รอบๆ

ความรู้สึกนี่มันอะไรกัน? แม้แต่เย่ จื้อ หวิ๋นก็ยังไม่เข้าใจ

เมื่อไม่นานมานี้ ความรู้สึกไม่พอใจ, ความรู้สึกหวานหอม, หัวเราะ และเสียใจ เธอได้รับรู้ความรู้สึกได้ด้วยตัวของเธอเอง

เนี้ยหลี่เดินผิวปากตรงไปยังข้างตึกของเย่ จื้อ หวิ๋น แล้วก็ชี้นิ้วไปที่ตึกฝั่งตรงข้ามกล่าวว่า “เสี่ยวหยู๋เจ้าพักอยู่ที่นั่น”

เนี้ยหยู๋มองไปยังตึกที่เห็นได้ชัดว่าอยู่ห่างไกลจากตึกของพี่ใหญ่เนี้ยหลี่แล้วก็บุ้ยปาก ทำไมเขาถึงต้องการให้เธออาศัยอยู่ในตึกฝั่งตรงข้ามด้วยนะ?

เมื่อได้ยินคำพูดของเนี้ยหลี่ เย่ ซิ่วขัดจังหวะในทันทีและกล่าวว่า “เนี้ยหยูยังเล็กนักควรให้อยู่กับเจ้าไปก่อนจะดีกว่า เจ้าจะได้ดูแลนางได้ตามปกติ!”

เนี้ยหลี่กระพริบตาของเขาจ้องมองไปยังเย่ ซิ่ว การจ้องมองของเขานั้นดูราวกับจะมองทะลุถึงทุกสิ่งทุกอย่าง

เย่ ซิ่วรู้สึกอึดอัดเล็กๆน้อยๆ และรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ เขาจึงหันไปมองทางอื่น

หวังว่าเนี้ยหลี่คงไม่ได้ตระหนักถึงแผนการของพวกเขาหรอกนะ? เย่ ซ่งไม่ได้สบายใจเลยกับการที่ปล่อยให้เย่ จื้อ หวิ๋นอยู่กับเนี้ยหลี่ ดังนั้นเย่ ซ่งจึงมีการเตรียมรับมือด้วยตัวเอง เนื่องจากเขาตกลงง่ายเกินไป คืนนี้เย่ ซ่งอาจจะเข้าไปอยู่ในตึกฝั่งตรงข้ามเพื่อสังเกตุการณ์เนี้ยหลี่เองก็เป็นได้

เนี้ยหลี่ก็ได้คาดการณ์ไว้อยู่แล้วว่าเย่ ซ่งจะต้องทำเช่นนี้ ถึงแม้ว่าเขาจะรู้ว่าเขาจะต้องถูกสังเกตุการณ์ เขาก็ย้งต้องการที่จะอาศัยอยู่ในเขตบ้านของเย่ จื้อ หวิ๋น เพราะเนี้ยหลี่นั้นรู้ว่าเย่ จื้อ หวิ๋นนั้นโดดเดี่ยวจริงๆ มารดาของเธอเสียไปเมื่อนานมาแล้ว และเธอก็เหลือเพียงแค่พ่อของเธอ อย่างไรก็ตามพ่อของนั้นก็เอาแต่ยุ่งวุ่นวายกับภารกิจในแต่ละวัน และมาพบเธอเดือนหนึ่งไม่กี่ครั้ง เธอจึงโดดเดี่ยวมาก ซึ่งเป็นสาเหตุให้คนอื่นๆสงสารเธอ

เนี้ยหลี่ไม่ได้อยากจะหาผลประโยชน์จากเย่ จื้อ หวิ๋น ภายในหัวใจของเขาเธออยู่ในตำแหน่งที่ไม่มีใครจะมาแทนที่ได้ เขาเพียงแต่ปรารถนาให้เย่ จื้อ หวิ๋นอยู่อย่างมีความสุขเท่านั้น

สำหรับอาณาเขตหมื่นอสูร เขาจะช่วยวางพวกมันให้ หลังจากทั้งหมดมันไม่จำเป็นต้องพยายามซักเท่าไหร่นัก

เย่ ซิ่วที่เดินตามเนี้ยหลี่มาก็พูดขึ้นว่า “เกี่ยวกับการเริ่มวางอาณาเขตหมื่นอสูรนี่”

“เหตุใดจึงรีบนัก? ข้าพึ่งจะมาถึงที่นี่ และข้าก็ยังไม่ได้พักผ่อนเลย”

“ในฐานะเป็นร่างทรงอสูรระดับเงินเจ้าจะไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย แม้เจ้าจะไม่นอนทั้งคืนหรือแม้กระทั้งอดนอนเจ็ดวันเจ็ดคืน…..” เย่ ซิ่วกล่าว “การวางอาณาเขตหมื่นอสูรนั้นสมควรเป็นเรื่องใหญ่”

“มันเป็นเรื่องใหญ่สำหรับท่าน แต่สำหรับข้ามันเป็นเรื่องเล็กน้อยนัก เราจะมาพูดคุยกันอีกครั้งหลังจากข้าพัก ขั้นแรกท่านไปรวบรวมวัตถุดิบมา สิ่งที่จำเป็นจะต้องหามาก็คือสัตว์อสูรระดับแบล๊คโกลด์”

“สัตว์อสูรระดับแบล๊คโกลด์ได้มีการเตรียมพร้อมไว้แล้ว”

“อาวุธทรงพลังสิบอย่างล่ะ…….”

“พร้อมแล้วเช่นเดียวกัน…...” เย่ ซิ่วมองไปยังเนี้ยหลี่อย่างกระหาย

ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบอะไรที่ต้องการใช้สำหรับ อาณาเขตหมื่นปีศาจ เย่ ซิ่วก็จะตอบว่ามีพวกมันทั้งหมดอยู่แล้ว นั้นส่งผลให้เนี้ยหลี่มองไปยังเย่ ซิ่วอย่างไม่พอใจ ดั่งเช่นมันเป็นการยากที่วัตถุดิบถูกรวบรวมไว้พร้อมแล้ว คฤหาสต์เจ้าเมืองร่ำรวยจริงๆ โดยพื้นฐานแล้วพวกเขามีแทบจะทุกอย่าง

เนี้ยหลี่หาได้ตระหนักถึงว่าเมื่อย้อนกลับไปตอนที่สัตว์อสูรจำนวนมากได้กวาดล้างทวีปครั้งใหญ่ ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากถูกไล่ล่าอย่างต่อเนื่องและหลบหนีมายังเมืองกลอรี่ พวกเขาได้นำสมบัติที่ไม่สามารถจินตนาการได้มามากมาย และสมบัติเหล่านี้ส่วนใหญ่จะถูกรวบรวมไว้ในคฤหาสต์ของเจ้าเมือง

“ก็ได้ ในกรณีนี้ข้าจะเริ่มวางอาณาเขตเลยก็ได้” เนี้ยหลี่พูดออกมาอย่างเซ็งๆ เขาเอาแผนที่ออกมาแล้วพูดว่า “นี่ก็คือโครงสร้างคร่าวๆของคฤหาสต์เจ้าเมือง”

เย่ ซิ่วมองไปยังเนี้ยหลี่อย่างประหลาดใจ นี่เป็นเพียงโครงร่างคร่าวๆอย่างนั้นหรือ? มันมีรายละเอียดมากเกินไป! เนื่องด้วยคฤหาสต์ของเจ้าเมืองมีการคุ้มกันอย่างแน่นหนา แผนที่นี้มันไม่ควรจะเล็ดลอดออกไปได้ เนี้ยหลี่ทำอย่างไรจึงได้แผนที่ฉบับสมบูรณ์นี้มา?

เนี้ยหลี่พอจะคาดเดาความคิดของเย่ ซิ่วได้จึงกล่าวว่า “ข้าให้ท่านบรรพบุรุษเย่ หยาน บินไปสำรวจคฤหาสต์เจ้าเมืองจากบนฟ้าและก็เขียนแผนที่นี้ขึ้นมาน่ะ”

ถ้าเป็นกรณีนั้นเย่ ซิ่วยังพอเข้าใจได้ คฤหาสต์เจ้าเมืองมีการป้องกันที่แน่นหนา นั้นหมายความว่าเป็นการยากที่คนธรรมดาจะเข้ามาได้ แต่พวกทหารยามของคฤหาสต์เจ้าเมืองคงไม่สามารถป้องกันนกที่บินได้สินะ?

“เอ่อ ใช่แล้ว ท่านบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเย่ หยานล่ะ?” เย่ ซิ่วพึ่งรู้ตัวว่าเนี้ยหลี่ไม่ได้นำบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งมาพร้อมกัน

“ข้าได้ใช้ให้เขาบินออกไปสำรวจนอกเมืองกลอรี่เพื่อค้นหาสมาคมทมิฬน่ะ” เนี้ยหลี่พูดอีกว่า สมาคมทมิฬเป็นความลับมาก มันซ่อนตัวอยู่คู่กับเมืองกลอรี่มานับร้อยๆปี และมันก็เจริญเติบโตแข็งแกร่งขึ้นแข็งแกร่งขึ้น ในขณะที่พวกมันหลบซ่อนอยู่ใต้ดินนอกเมืองกลอรี่

หลายครั้งที่ตระกูลต่างๆของเมืองกลอรี่ต่างก็อยากจะทำลายล้างสมาคมทมิฬ แต่ก็ไม่สามารถค้นหาที่ซ่อนของสมาคมทมิฬได้ แม้กระทั่งท่านเย่ โม่ ร่างทรงอสูรระดับตำนานเองก็ยังไม่สามารถทำอะไรแก่สมาคมทมิฬได้เลย

“โอ้” เย่ ซิ่วผงกหัว เขาแอบพูด เนี้ยหลี่ใช้วิธีการอะไรที่สามารถทำให้บรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเย่ หยานฟังคำพูดของเขาได้กัน?

ย้อนกลับไปเมื่อครั้งที่พวกเขาเข้าไปยังเขตแดนสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาล้วนถูกสั่งสอนอย่างทุกข์ทรมานโดยบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเย่ หยาน พวกเขาแทบจะโงหัวไม่ขึ้นจากคำดุด่าของเขาด้วยซ้ำ แต่ทว่าตอนนี้บรรพบุรุษผู้ก่อตั้งกลับเชื่อฟังเนี้ยหลี่ เขาช่วยเหลือแม้กระทั่งออกไปทำภารกิจให้ นี่มันไม่น่าเชื่อเลยจริงๆ!

ที่มาจาก http://www.wuxiaworld.com/


#นิยาย พงศาวดารภูติ#Tale of the demon god#นิยายแปลไทย
Author(s)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น